บ้านของพี่แก๊ก ใหญ่จนน่ากลัวเลย มีบ้านสวย ๆ อย่างนี้ แล้วทำไมไม่อยู่ ทำไมต้องไปซื้อบ้านในหมู่บ้านการบินไทย ด้วย ไม่เข้าใจเลย แต่ก็คงจะมีตังค์ละมั๊ง คนรวยนี่นะ เข้าใจยาก
ขอบคุณค่ะ แม่บ้านเอาน้ำและขนมมาเสิร์ฟให้ น่าตามันน่ากินมาก ๆ เลย เหมือนขนมที่เสิร์ฟบนเครื่องบินเลยอะ....พูดเหมือนเคยขึ้นเครื่องบิน ^o^ อิอิ เคยเห็นแต่ในทีวี
เอ่อ..โทษนะคะ ไม่ทราบว่า ตอนนี้พี่แก๊กไปไหนแล้วคะ ชั้นเอ่ยถามกับแม่บ้าน ซึ่งนั่งมองหน้าชั้นอยู่
คุณหนู กำลังพูดโทรศัพท์ อยู่ริมสระว่ายน้ำค่ะ
อะไรนะ มีสระว่ายน้ำด้วยเหรอ อยู่ตรงไหนเหรอคะ
อยู่ด้านในค่ะ คุณอยากจะว่ายน้ำเหรอคะ
เอ่อ..คือว่า ...เอ่อ....ไม่อยากจะว่ายหรอกคะ แค่อยากจะเห็นเท่านั้นเอง
งั้นเดี๋ยวแวว จะพาไป รับรองคุณต้องชอบแน่ ๆ เลย อ๋อ ..ชื่อพี่แววนั่นเอง นิสัยดีจังเลย
ขอบคุณค่ะ แต่ซาหริ่มว่า อย่าเพิ่งไปดีกว่านะคะ เดี๋ยวซาหริ่ม นั่งรอพี่แก๊กตรงนี้ก่อนดีกว่า ชั้นยิ้มให้พี่แวว ดูท่าทาง พี่แววเป็นคนอัธยาศัยดีจริง ๆ เลย แต่รู้สึกอึดอัดนิดหน่อย เพราะว่าพี่แวว ไม่ยอมไปไหนเลย
คุณซาหริ่ม น่าตาน่ารักจังเลยนะคะ แหม...พี่แววก็ เล่นชมกันอย่างนี้ เขินแย่เลย
ไม่หรอกคะ ดูสิคะ ซาหริ่มแต่งตัวออกจะปอน ๆ ด้วยซ้ำไป
อย่างนี้ก็น่ารักสมวัยแล้วนี่คะ ไม่เหมือน ..เอ่อ..อุ๊บ พี่แววทำท่าพูดสะดุด ๆ ยังไงไม่รู้
เหมือนอะไร เหมือนใครเหรอคะ สังเกตพี่แววแล้ว ดูท่าทางมีพิรุธจริง ๆ เลย
พี่แววขา ....พี่แก๊กอยู่ไหนเหรอคะ เสียงโหยหวนดังมาจากด้านหลัง แต่ยังไม่ทันจะได้หันหลังไปดู ร่างของผีสาว เย้ย ไม่ใช่ ผู้หญิงสาว อายุประมาณ 20 ต้น ๆ ก็มาโผล่ด้านหน้าชั้นอย่างไม่ทันตั้งตัว
สวัสดีค่ะ คุณจีน่า พี่แววทักทายอย่างคุ้นเคย
พี่แวว เด็กคนนี้ใคร ถามอย่างไร้เยื่อใยจริง ๆ เจ๊คนนี้
แขกของคุณแก๊กค่ะ
ชื่อไร เจ๊หันไปถามพี่แวว
ซาหริ่ม ชั้นก็เลยบอกชื่อไปอย่างไร้เยื่อใยเช่นกัน และไม่รอให้พี่แววตอบแทน จากนั้นการแข่งขันจ้องตาก็เริ่มต้นขึ้น
ชั้นนั่งนิ่ง ๆ ลอยหน้าลอยตา กวนประสาท ยัยเจ๊ มาได้ซักพัก พี่แววคงจะทนไม่ได้ ที่เห็นสงครามเย็นเกิดขึ้น จึงรีบเดินไปตามพี่แก๊กมาที่ห้องรับแขก
ซาหริ่ม โทษทีนะที่ให้รอ ชั้นหันไปยิ้มให้ และไม่ตอบอะไร อาจเป็นเพราะพูดไม่ทันเจ๊แกมากกว่า
พี่แก๊กขา จีน่ามารอพี่แก๊กตั้งนานแล้ว คิดถึงจังเลยค่ะ
(นานอะไร ชั้นมาก่อน ยังไม่บ่นเลย)
จีน่า พี่แก๊กบอกจีน่าแล้วไงว่าวันนี้พี่แก๊กไม่ว่าง
(โห...พี่แก๊กงั้น พี่แก๊กงี้)
จีน่า ไม่เห็นว่าพี่แก๊กจะมีธุระอะไรเลยนี่นา
(มีสิ ก็ธุระกับแฟนไง พี่แก๊กก็พูดไปสิ ชิ ชิ น่าหมั้นไส้ทั้งคู่เลย)
เอ่อ ..พี่แก๊กต้องรีบไปแล้วนะคะ
(ชักจะทนไม่ไหวแล้วนะ ผู้ชายอะไร พูดนะคะกับผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่แฟน ชั้นจะกรี๊ดดีไหมเนี่ย)
นี่เจ๊ ปล่อยหนวดได้แล้ว
หนวดอะไรยะ ไม่เข้าใจ
เก๊าะ..หนวดปลาหมึกของเจ๊ไง พันกันจนไม่เห็นหน้าพี่แก๊กขาเลย ชั้นว่าเหน็บเข้าให้ กว่าจะรู้เรื่อง ต้องให้อธิบาย แล้วชั้นก็แอบเห็นพี่แววนั่งหัวเราะด้วย แต่โดนสายตาของพี่แก๊กสะกดเอาไว้ซะก่อน
นี่แก นังเด็กปากจัด แกถือดียังไงมาว่าชั้น
น้องจีน่าครับ ใจเย็น ๆ ครับ
นี่พี่แก๊ก พี่พูดได้แค่ใจเย็น ๆ เหรอ ก็บอกไปสิ ว่าจะไปกับซาหริ่ม ชั้นเริ่มไม่พอใจ และก็ไม่คิดจะเก็บคำพูดไว้ในใจ
เอ่อ..ใช่ครับจีน่า พี่ต้องไปกับซาหริ่มเค้า
แล้วก็บอกเจ๊แกไปนะคะพี่แก๊กขา ว่าเราสองคนเป็นแฟนกัน เลิกมายุ่งวุ่นวายกับชีวิตของเราสองคนได้แล้ว อุ๊บ! ตายแล้ว เผลอพูดอะไรออกไปเนี่ยเรา
กรี๊ด.........กรี๊ด..........พี่แก๊ก พี่แก๊กบอกจีน่ามาเดี๋ยวนี้นะ ว่ามันกุเรื่องขึ้นมา เจ๊แก กรี๊ดซะบ้านจะถล่ม
จีน่า พี่กับซาหริ่มเป็นแฟนกันจริง ๆ ครับ พี่แก๊กถือโอกาสเข้ามาโอบเอวโชว์เจ๊จีน่า ทำให้ชั้นสะดุ้งเพราะไม่ทันตั้งตัว
ไม่จริง พี่แก๊กโกหก พอสิ้นเสียง ยัยนั่นก็ถึงกับเป็นลมไปเลย แต่เพราะว่าพี่แก๊กบอกให้รีบไป เราสองคนก็เลยต้องออกจากบ้าน ปล่อยให้พี่แวว ดูแลเจ๊ที่สลบไปแทน
พอขับรถออกมาได้สักพัก พี่แก๊กก็เริ่มต้นบทสนทนา..
ซาหริ่ม
อะไรเหรอคะ
ที่ซาหริ่มพูดต่อหน้า จีน่า เมื่อกี๊ หมายความว่าไงเหรอ พี่แก๊กพูดแล้วยิ้ม ๆ
ก็ไม่มีอะไรนี่คะ พูดอะไรไป ซาหริ่มก็ไม่เคยจำซะด้วยสิ
แต่พี่ถือว่าซาหริ่มตกลงคบกับพี่เป็นแฟนจริง ๆ แล้วนะ
คนบ้า เล่นเอาเขินจนไม่รู้จะไปอยู่ตรงไหนเลย จะกระโดดลงจากรถ ก็เกรงใจ
เมื่อกี๊พี่ก็เพิ่งจะเคยเห็นคนหึง ฮึ ฮึ แน่ะ มีการหัวเราะเจ้าเล่ห์อีก
แล้วนี่พี่แก๊กจะพาซาหริ่มไปไหนเหรอ ขึ้นทางด่วนไปไหนอ่ะ
ก็ไปบ้านคุณน้าผู้ชายไง
บ้านผู้ชายคนนั้น จะไปทำไม ซาหริ่มอยากจะเจอแม่ตางหาก
คุณน้าผู้หญิง ตอนนี้ไปอยู่ที่นั่นแล้ว
แม่อะนะ ไปอยู่ที่นั่น
อืม เดี๋ยวพอไปถึง ซาหริ่มก็คงจะเข้าใจอะไรหลาย ๆ อย่างดีขึ้นเองแหละนะ พี่แก๊กพูดพลางลูบหัวชั้นเบา ๆ
บ้านยศวนันทร์
บ้านหลังนี้ดูเงียบเหงาจังเลย แต่บ้านหลังใหญ่พอ ๆ กับบ้านของพี่แก๊กเลย พอเดินเข้ามาตามก้อนหินที่เรียงรายอยู่ในสนามหญ้า ก็รู้สึกเหมือนกับว่า มีใครบางคน กำลังจ้องมองอยู่ แต่หันไปมองรอบ ๆ ก็ไม่พบใครเลย ชั้นเดินตามพี่แก๊กเข้าไปจนถึงห้องโถง ที่ดูกว้างขวาง และสะอาดตา กวาดตามองไปรอบ ๆ ก็เห็นมีแต่รูปถ่ายของผู้หญิงแก่ ๆ คนหนึ่ง หน้าตาคุ้น ๆ อยู่เหมือนกัน แต่นึกไม่ออก ก็คงจะเป็นไฮโซ ที่ชอบออกทีวีล่ะมั๊ง
ซาหริ่ม ลูกแม่ เสียงแม่ดังมาจากข้างหลัง
แม่จ๋า คิดถึงแม่จังเลย ซาหริ่มขอโทษที่ทำตัวดื้อ ไม่น่ารักนะคะ ชั้นรีบวิ่งเข้าไปกอดแม่ให้หายคิดถึง
ซาหริ่ม เป็นไงบ้างจ๊ะ หายไปไหนมา ทำไมไม่บอกแม่
เอ่อ..คือซาไปอยู่บ้านเพื่อนมา
บ้านปลาดาวใช่ไหม เดี๋ยวแม่ต้องต่อว่าหนูดาวซะหน่อยแล้ว แม่ถามกี่ที ๆ ก็บอกว่าไม่รู้เรื่อง
ไม่ใช่ค่ะแม่ คือว่าเป็นเพื่อนสมัยประถมค่ะ ซาไม่ไปอยู่กับยัยปลาดาวหรอก เกือบนึกอะไรไม่ออกซะแล้ว จะให้บอกได้ไงว่าอยู่กับยัยปลาดาวจริง ๆ มีหวัง ยัยนั่นบ่นชั้นจนปากฉีกแน่ ๆ เลย
แม่จ๋า ทำไมที่บ้านเรามีแต่นักข่าวมาเต็มไปหมดเลยล่ะคะ
แม่ว่าเดี๋ยวเราขึ้นไปคุยกันบนห้องดีกว่านะ เอ่อ.แก๊ก น้าขอบใจมากนะ ที่พาซาหริ่มมา
ไม่เป็นไรครับคุณ
ซาหริ่ม ก็เดินไปส่งพี่เค้าที่รถหน่อยสิจ๊ะ ชั้นเห็นนะ ว่าพี่แก๊กแอบยิ้ม
ค่ะแม่
ก่อนพี่แก๊กจะขึ้นรถไป พี่แก๊กจับมือชั้นไว้แน่น ราวกับว่า เป็นห่วงอะไรชั้นมากมาย ชั้นถามว่าทำไม ก็ไม่เห็นจะตอบกันเลย จนชั้นต้องตัดใจ ปล่อยมือ แล้วให้พี่แก๊กรีบกลับบ้าน
พี่แก๊ก กลับบ้านเถอะนะคะ เดี๋ยวรถติด
ที่จริงแล้วพี่ยังไม่อยากกลับบ้านเลย นาน ๆ จะได้มีโอกาสได้อยู่ใกล้ ๆ ซาหริ่ม พี่แก๊กทำหน้าตาน่าสงสารซะมากมาย แต่ทำไงได้ เป็นผู้หญิงก็ต้องรักนวลสงวนตัว (พูดง่าย ๆ เล่นตัว อิอิ)
ถึงบ้าน แล้ว โทรหาซาหริ่มด้วยนะ
คับป๋ม พี่แก๊กทำท่าทางล้อเลียน
อย่าทำท่าอย่างนั้นอีกนะ คิดว่าหน้าตาดีทำอะไรก็ดูดีรึไง ทุเรศ 555 เอ๊ะ ..แต่ว่าซาหริ่มยังไม่ได้ไปเอามือถือจากที่บ้านโน้นเลยนะ คงโทรมาไม่ได้แล้วล่ะนะ
ไม่เป็นไร ก็เอางี้ดิ ซาหริ่มเอามือถือของพี่ไปใช้ก่อน ส่วนพี่จะเอาเบอร์บ้านโทรมาหาเอง สะดวกกว่านะ
อืม ชั้นพยักหน้ารับคำ และโบกมือลา กับพี่แก๊ก ชั้นยืนมองจนรถลับตาไป
ห้องนอนสีหวาน ๆ ที่สะอาดสะอ้าน เป็นสิ่งที่ไม่เคยคิดเลยนะ ว่าจะมีวันที่จะได้เป็นเจ้าของ ชั้นนอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียง ต่อด้วยการเดินสำรวจทุกซอกทุกมุมของห้องนอน มันใหญ่กว่าห้องนอนแม่ที่บ้านนั้นอีกนะเนี่ย
ซาหริ่ม หยุดเดินได้แล้ว แม่เวียนหัว
ก็ซาชอบห้องนี้นี่คะ เอ่อ..แม่ว่า หนูจะไปพูดกับ...เอ่อ..พ่อยังไงดีคะ ชั้นทำหน้าไม่ถูกเมื่อพูดถึงพ่อ เพราะว่าคำพูดที่เคยกระแทกกระทั้นไป คำพูดที่ไม่ดี ที่เคยพูดกับพ่อ
ซาเข้าใจแล้วใช่ไหมจ๊ะ ระหว่างแม่ กับ พ่อ และสิ่งที่แม่ต้องให้อภัย อโหสิกรรม ให้คุณย่าของลูก
ค่ะ ซาจะพยายามเข้าใจ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมา มันทำให้ครอบครัวของเราต้องแยกจากกัน ซาคงต้องพยายามปรับตัวให้เข้ากับที่นี่ให้ได้ ชั้นนึกถึงสิ่งที่แม่เล่าให้ฟัง ซ้ำแล้ว ซ้ำอีก
+++ เหตุการณ์ในอดีต ที่แม่ต้องแยกจากกับพ่อของลูก แม่อยากให้ลูกเข้าใจในตัวพ่อ พ่อไม่ผิดเลยสักนิดเดียว แต่คนที่อยู่เบื้องหลัง คือคุณย่าของลูก ซึ่งก่อนที่ท่านจะสิ้นลม ท่านขอให้แม่อภัยในสิ่งที่ท่านกระทำ และสิ่งเดียวที่ท่านขอทำเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อลบล้างความผิดที่ก่อ ก็คือ ลูก ท่านยกทรัพย์สินในส่วนของพ่อของลูก ซึ่งครั้งหนึ่ง ทรัพย์สินส่วนนั้น พ่อของลูกตัดสินใจที่จะไม่รับมัน เอากลับคืนมาให้ลูก วันพรุ่งนี้ ลูกก็จะได้รู้ว่าทรัพย์สินที่ว่ามันคืออะไร ทนายจะเปิดพินัยกรรมในวันพรุ่งนี้แล้ว +++
+++ คุณย่าสั่งให้คนมาทำร้ายแม่ และเอาตัวแม่ไปกักขังไว้ที่ต่างจังหวัด พ่อไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแม่หายไปไหน พ่อรู้แต่ว่า แม่หนีไปกับคนอื่น ตามคำบอกของคุณย่า สาเหตุที่คุณย่าต้องกำจัดแม่ อาจเป็นเพราะว่า ครอบครัวของแม่ล้มละลายหลังจากที่แม่แต่งงานกับพ่อ คุณย่าคงไม่อยากจะมีสะใภ้ที่หมดตัว+++
แม่คะ แม่เจ็บมากไหม เวลาที่ต้องจากกับคนที่รัก ชั้นพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล เมื่อถามสิ่งที่อยากจะรู้
เจ็บ ..แต่แม่มีลูก แม่ต้องอยู่ให้ได้ แม่โอบกอดชั้นเอาไว้ สายใยรักที่แม่กับชั้นมีให้กัน คงไม่มีวันขาดจากกันได้
แม่เก่งจังนะคะ ที่แม่เลี้ยงซาหริ่มมาได้จนโตขนาดนี้
และก็ดื้อด้วย
แม่อ้า...ไม่เป็นไร วันนี้ให้แม่ว่าซาหริ่มได้ อิอิ
แม่!! ชั้นนึกอะไรบางอย่างได้ ก็เลยพูดเสียงดังไปหน่อย ทำให้แม่ตกใจ
อะไรกัน ซาหริ่ม แม่นั่งอยู่ใกล้ ๆ นี่แหละ จะตะโกนทำไม แม่ตกใจหมดเลย
แล้วทำไม นักข่าวต้องไปดักรอที่หน้าบ้านเราด้วยล่ะ
ซาหริ่ม นี่ลูกยังไม่เข้าใจอีกเหรอ ก็ตอนนี้ ลูกกลายเป็นเศรษฐีนีไปแล้วน่ะสิ แต่แม่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะ ว่าทำไม นักข่าวถึงรู้ แม่จำได้ว่า คุณย่าบอกพ่อ ของลูกเรื่องมรดกที่เขียนไว้ในพินัยกรรม แล้วพ่อก็บอกแม่ แต่แม่ยังไม่ได้บอกใครเลยนะ แม่ทำหน้างง เอามาก ๆ เลย
จริงด้วยสิ อิอิ คงเป็นเพราะซา หิวข้าวแน่ ๆ เลย แฮะ แฮะ
ไป งั้นก็ไปกินข้าวกันเถอะ แต่เอ .....พ่อของลูกยังไม่กลับมาเลย จะรอพ่อก่อนดีไหมน้า
หา..รอพ่อเหรอ แม่อ้า...ซาหริ่มหิว ๆๆๆๆ
แม่ล้อเล่น ไป เดี๋ยวแม่ทำอะไรอร่อย ๆ ให้กิน คราวนี้ ครอบครัว ของชั้น คงจะพร้อมหน้าพร้อมตาซักทีนะ
อบ อบ... อบ อบ เสียงอะไรแม่ อย่างกะเสียงกบเลย แม่ได้ยินเปล่า รึว่า....
แม่ว่า มันมาจากมือถือเครื่องนั้นนะ ชั้นหันไปมองที่โต๊ะเครื่องแป้ง
จริง ๆ ด้วย แม่มองอย่าง งง ๆ ว่ามือถือรุ่นนั้นเป็นของใคร
มือถือนั่น ใช่ของ ตาแก๊กหรือเปล่า แม่ว่าแม่จำได้นะ ถูกต้องนะคร้าบบบ แม่นี่เก่งจริง ๆ เลย แฮะ แฮะ อย่างนี้แม่ก็รู้หมดน่ะสิ หุหุ
ค่ะ พอดีพี่แก๊กเค้าให้ยืมมาใช้ก่อน
เอ...แม่ว่าเดี๋ยวนี้เราสองคนมีอะไรปิดบังแม่รึเปล่า แล้ว....ก็...ลูกไม่เคยเรียกพี่เค้า ว่าพี่แก๊กมาก่อนไม่ใช่เหรอ นั่นไง นึกไว้แล้วเชียว
แม่ ซาหิวจนท้องร้องแล้ว ไปเถอะนะ อย่าไปสนใจเลยนะ
อย่ามาปิดแม่เลย แม่รู้นะ ว่า..... แม่พูดอย่างขำ ๆ แล้วก็เดินตัวปลิวลงไปชั้นล่าง
ชั้นรีบไปกดดูมือถือ กลับถึงบ้านแล้วครับ คิดถึงนะ คืนนี้จะโทรหา แล้วรีบวิ่งตามแม่ออกมาจากห้อง วิ่งไป ก็อมยิ้มไป รู้สึกไม่หิวเลย
เฮ้อ ตกใจหมดเลย นี่เธอมาอยู่นี่ได้ไง ชั้นถึงกับตกใจ เบรกตัวเองแทบไม่ทัน
เธอยังไม่รู้อีกเหรอ ว่านี่ก็บ้านของชั้นเหมือนกัน
จริงสินะ พ่อของชั้นเป็นน้าของเธอ
ชั้นตางหากที่ต้องตกใจ อยู่ ๆ ก็ต้องมีเธอ คนที่เกลียดขี้หน้า เข้ามาอยู่ในรั้วบ้านเดียวกัน
เรื่องของเธอ ชั้นไม่คุยกับเธอแล้วกัน และก็ขอบคุณที่เกลียดขี้หน้า เพราะถ้าเธอชอบหน้าชั้นล่ะก็ ชั้นคงสงสารตัวเองแย่ ที่ต้องมาคบกับคนอย่างเธอ พูดจบ ชั้นก็เดินลงบันได ไปหาแม่
ทำเป็นพูดดีไป คนอย่างเธอ อยู่อย่างผู้ดีจะได้สักกี่วัน ยัยเม็ดถั่วเขียวยังคงพล่ามต่อไป ตอนนี้ชั้นไม่สนใจคำพูดของยัยนั่นหรอกนะ ไปกินข้าวดีกว่า ว่าแต่ว่า ห้องครัวไปทางไหน



