ว้า....นายแก๊ก กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ งั้นเอาเป็นว่า ส่งข้อความไปดีกว่า ขอบคุณที่พาไปดูหนังนะ ไม่เอา ไม่เอา ลบดีกว่า เปลี่ยนเป็น วันนี้สนุกมาก ขอบคุณ อืม ...จะส่งไปดีไหมน้า ไม่เอาดีกว่า บันทึกเป็นแบบร่างไว้ก่อนดีกว่า สุดท้ายแล้ว ก็ไม่ได้ส่งข้อความ วันนี้นอนพักเอาแรงดีกว่า ...
อาทิตย์ต่อมา...
ดีใจจังเลย เปิดเทอมซะที ขึ้น ม. 5 ปีนี้ จะมีเรื่องหนุก ๆ อะไรทำบ้างนะ ว่าแต่ว่ายัยปลาดาว อยู่ไหนกันนะ ที่ประจำที่เราเคยนั่ง ก็มีใครไม่รู้ หน้าตาคุ้น ๆ มานั่ง ใครนะ? แต่ช่างเถอะ เจอแล้ว ๆ มาซะสวยเชียวนะ ชั้นพยายามตะโกนเรียกแล้วแต่ยัยปลาดาว ก็ไม่หันมาทางนี้เลย มัวแต่ส่งยิ้มหวานให้กับ กับ....นายแก๊กนั่นเอง โถ ๆๆๆ เห็นคนหน้าตาดีเป็นไม่ได้ เดินไปหาแกเองก็ได้ ยัยปลาดาว แต่ยังไม่ทันจะก้าวไปข้างหน้า รู้สึกว่าชั้นไปสะดุดกับขาโต๊ะ เอ๊ะ ไม่ใช่แล้ว ขาคนนี่แหละ
โอ๊ย...ซ้ำที่เก่าเลย เจ็บจัง กะว่าจะหันไปขอโทษ แต่พอดู ๆ แล้ว รู้สึกว่ายัยนั่นจะจงใจ ถึงว่าหน้าตาคุ้น ๆ ยัยกิ๊กเก่าของนายแก๊กนั่นเอง เฮ้อ น่าเบื่อแต่เช้าเลย
นี่ยัยเป๋ ขาไม่ดีแล้วยังจะตาบอดอีกเหรอจ๊ะ น่าสงสารเชียวนะ ยัยนั่นพูดไป ก็หัวเราะไป เธอจะเอายังไงกับฉันนี่ นังมารร้ายชัด ๆ
ใครกันแน่ มีสมองรึเปล่า ยัยถั่วเขียว เป็นไง ได้ชื่อใหม่ถึงกับออกอาการเลยรึจ๊ะ ยัยนั่นทำหน้าตาเจ็บใจ คงกำลังประมวลคำพูดในสมองที่มีน้อยนิด ว่าจะใช้คำอะไรมาด่าชั้นดี
อย่างเธอ ก็แค่ยัยถั่วเขียว อย่ามาทำยุ่มย่ามแถวนี้ ครั้งนี้จะให้อภัย แต่ครั้งหน้า คนอย่างเธอ ไม่มีสิทธิ์จะมานั่งจ๊ะจ๋า กับใครที่นี่ เหมือนชื่อ ปัญญาอ่อนของเธอหรอกนะ ฉันใส่ต่อไปไม่ยั้ง และในระหว่างนั้นเอง อีตาแก๊กก็มายืนอยู่ข้างหลังแล้ว ถึงว่า ...ยัยนั่นไม่ตอบโต้อะไร มารยา จริง ๆ
ซาหริ่ม ทำไมเธอพูดจากับคนอื่นแบบนี้ พอได้ยินคำพูดของนายแก๊ก ยัยนั่นถึงกับโผเข้ากอดประจบทันที ยัยนี้ชาติที่แล้วเป็นต้น ตีนตุ๊กแกหรือเปล่านะ โห....เห็นสภาพแล้วรับไม่ได้
นายตางหาก ที่ไม่รู้อะไรแล้วมาพูด นายมันก็แค่....ช่างมันเถอะ ไป...ยัยดาว ยิ่งพูดยิ่งเสียอารมณ์ ชั้นเลยรีบดึงมือยัยปลาดาว ไปที่ห้องเรียน
ตลอดทาง ยัยปลาดาวถามจังเลย ว่ารู้จักกับคนหล่อ ๆ คนนั้นได้ไง? กิ๊กกันยัง? จนไม่รู้จะตอบอะไรก่อนดี พอถึงห้อง ก็เริ่มเล่าให้ยัยปลาดาวฟัง
ชั่วโมงแรกวันนี้ อาจารย์ประจำชั้นคนเก่า ซึ่งจะลาไปดูงานที่เมืองนอก ก็พาอาจารย์คนใหม่มาแนะนำตัว ไม่อยากจะเชื่อเลย .......
สวัสดีครับทุกคน ผมชื่อ นาย พีรพัตน์ ยศวนันทร์ ครับ ผมเป็นนักศึกษาฝึกสอน มารับหน้าที่เป็นอาจารย์ประจำชั้นชั่วคราว เป็นเวลา 1 เดือนครับ แค่เริ่มแนะนำตัว เพื่อน ๆ ในห้องต่างกรี๊ดกร๊าดกันใหญ่ พวกเพื่อนผู้ชายต่างก็หัวเราะพวกผู้หญิง ที่กรี๊ดอาจารย์คนใหม่ ส่วนชั้นนะเหรอ ไม่สนใจนายนั่นหรอก พอดีว่ามองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นพี่บุ๊คเดินมากับเพื่อน พอดี เราแค่มองสบตากันเท่านั้น
ถ้างั้น อาจารย์ไปก่อนนะ มอบหน้าที่นี้ให้กับอาจารย์คนใหม่เลยแล้วกัน ฝากด้วยนะ พีรพัตน์ พออาจารย์ สมพงษ์ ออกจากห้องไปแล้ว คำถามต่าง ๆ มากมายของนร.หญิง ก็เริ่มต้นขึ้น จนอาจารย์คนใหม่ถึงกับออกอาการเขิน
เดี๋ยวนะครับ ฟังผมก่อน พอนายนั่นพูดขึ้นมา นร. หญิง ก็นั่งเงียบรอฟังอย่างตั้งใจ รวมไปถึงฉันด้วย
เอ่อ..คือว่า พอดีมีนักเรียนย้ายเข้ามาใหม่ อีก 1 คนครับ จ๊ะจ๋า เข้ามาได้เลยครับ เท่านั้นแหละ แค่คำว่า จ๊ะจ๋า คำเดียว ความรู้สึกเกลียดก็พุ่งปี๊ด ขึ้นมาทันที
สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ ทุกคน ยัยจ๊ะจ๋า ทำหน้าตาแอ๊บแบ๊ว
ใครเป็นเพื่อนกับเธอ ไม่ต้องสงสัย ฉันเอง พอพูดจบ ทุกคนก็มองมาที่ฉัน ขอย้ำว่าทุกคน แต่คนอย่างซาหริ่ม ไม่สนหรอก เพื่อน ๆ ก็รู้ว่าชั้นเป็นคนพูดตรง ๆ ไม่ชอบ คือไม่ชอบ
เอ่อ..ขอโทษค่ะ ยัยเม็ดถั่วเขียว ทำหน้าตาให้ดูสงสาร แต่กับชั้นยัยนั่นยังมองตาไม่กระพริบ งานนี้คงต้องเห็นดีกันหน่อยแล้ว
แนะนำตัวเลยครับ นายแก๊กบอกกับยัยนั่น อย่างรีบ ๆ คงกลัวว่าชั้นจะหาเรื่องยัยเม็ดถั่วของนายอะดิ
สวัสดีค่ะ ชื่อ จินต์ยา ยศวนันทร์ ชื่อเล่น จ๊ะจ๋าค่ะ พอพูดจบ คราวนี้เป็นตาของผู้ชายในห้องบ้างที่กรี๊ดกร๊าด พอกันเลย เพื่อน ๆ จะไม่ให้กรี๊ดได้ไง ยัยนั่น ตาก็โต จมูกก็โด่ง มองรวม ๆ แล้ว น่ารักเป็นบ้าเลย แต่นิสัยไม่ได้เรื่อง เอ๊ะ นายแก๊ก กับยัยเม็ดถั่วเขียว เป็น สามี-ภรรยา กันแล้วเหรอ ถึงว่า เป็นห่วงเป็นใยกันเหลือเกิน (คิดได้ไงกันซาหริ่ม : คนแต่งขอถาม)
อาจารย์ เป็นอะไรกับ ผู้หญิง คนนี้เหรอคะ ดีมาก ๆ ยัยปลาดาว ถามคำถามโดนใจจริง ๆ
อ้อ...มะ ยังไม่ทันที่นายแก๊กจะตอบ ยัยนั่นก็แทรกเสียงเล็ก ๆ ขึ้นมาทันที
เราเป็น... และก็ยังไม่ทันที่ยัยนั่นจะพูดจบ นายแก๊กก็รีบพูดขึ้นแทรกทันที ทำเอาพวกเราหลายสิบคนในห้องเรียน งง ไปตาม ๆ กัน
เดี๋ยวจ๊ะจ๋า ไปนั่งโต๊ะที่ว่างด้านหลังนั่นนะ อะไรกัน จะให้มานั่งอยู่ข้างหลังชั้นเนี่ยนะ เฮ้อ... >o<
ที่โรงอาหาร....
นี่ ๆ ซาหริ่ม เธอดูยัยจ๊ะจ๋าสิ วันนี้คงไม่ได้กินข้าวแน่ ๆ มีแต่หนุ่ม ๆ มาขอเบอร์ ยัยปลาดาวพูดไม่ยอมหยุด เกี่ยวกับเรื่องของยัยนั่น แต่ชั้นก็คงยังเฉย ๆ เพราะไม่อยากจะไปสนใจ แต่ที่ทำให้ชั้นต้องพูดขึ้นมาก็เพราะว่า ผู้ชายที่เดินเข้าไปกลุ่มใหม่ คือ พี่บุ๊ค นั่นเอง ดีนะที่ยัยปลาดาวไม่ทันเห็น เพราะมีพวกผู้ชายอีกหลายคนยืนบังไว้อยู่
ปลาดาว เดี๋ยวเราไปห้องสมุดกันดีกว่านะ เพราะวันนี้ไม่มีเรียนแล้วนี่นา ชั้นพูดพลางมองไปที่โต๊ะของยัยจ๊ะจ๋า ส่วนปลาดาวก็พยักหน้า หงึก ๆ รับคำ
อืม... (._.) ก็ดีเหมือนกัน อยากจะบอกว่ารายงานของอาจารย์ พีรพล ชั้นยังไม่ได้ส่งเลย ซาหริ่มทำเสร็จยัง ปลาดาวถาม แล้วพยายามมองไปที่โต๊ะยัยนั่น แต่ชั้นก็แกล้ง บิดขี้เกียจ กางแขนขึ้น บิดไปมา บังปลาดาวไม่ให้เห็น พี่บุ๊ค
เสร็จตั้งนานแล้วย่ะ กินเสร็จยัง ...ไปได้แล้ว ไป ชั้นรีบฉุดยัยปลาดาวออกไปจากโรงอาหาร เพราะไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่าพี่บุ๊คยังอยู่กับยัยนั่นหรือเปล่า
มาถึงห้องสมุด ก็ไม่รู้จะดูอะไรเหมือนกัน วันนี้เบื่อ ๆ เซ็ง ๆ ยังไงไม่รู้ เพราะเมื่อมาถึงห้องสมุด ยัยปลาดาว ก็มาเจอกับพี่บุ๊ค ยัยนั่นก็เลย ทิ้งให้ชั้นนั่งอยู่คนเดียวตามเคย
อ้า....ประวัติ เดบูตอง น่าอ่านจัง ชั้นจึงหยิบหนังสือเล่มนั้นมาอ่าน อย่างสนใจ
ครั้งหนึ่งของชีวิตเด็กสาว ต่างก็ใฝ่ฝันอยากเป็นเจ้าหญิงกันทั้งนั้น งาน "เดบูตอง" (Debutante) ตามธรรมเนียมประเทศฝรั่งเศส จะเป็นปาร์ตี้หนึ่งที่ทำให้ความฝันนั้นเป็นจริงขึ้นมา "เดบูตอง" คือปาร์ตี้ต้อนรับการเข้าสู่สังคมของเด็กสาวในตระกูลสูงศักดิ์ เพื่อให้เธอได้เรียนรู้และพร้อมที่จะเข้าสู่สังคมของผู้ใหญ่ ในอดีตปาร์ตี้เดบูตองถือเป็นสิ่งสำคัญมากต่อครอบครัว เพราะเป็นโอกาสที่ครอบครัวจะได้อวดโฉมเด็กสาวผู้มีมารยาท ซึ่งเป็นเหมือนหน้าตาของตระกูลที่แสดงถึงการอบรมที่ดี สมบูรณ์ทั้งด้านการศึกษา ไหวพริบ และเป็นแบบอย่างที่ดีให้วัยรุ่น นอกเหนือทรัพย์สินภายนอก และทรัพย์สมบัติที่ตระกูลมีตกทอดกันมา ฉันอ่านออกเสียงเบา ๆ และรู้สึกอยากจะไปในงานเต้นรำนี้บ้างจังเลย และแล้ว หนังสือเล่มนี้ก็ถูกฉันยืมออกมาจากห้องสมุดจนได้ และจากนั้นก็รีบตรงกลับบ้านทันที ส่วนยัยปลาดาว ฉันไม่ได้สนใจตามหา จริง ๆ แล้ว ชั้นลืมตางหาก ^o^
เมื่อกลับมาถึงบ้าน ก็รีบเปิดหนังสือเล่มนั้นขึ้นอีก รูปภาพต่าง ๆ ที่ลงไว้ในเล่ม ภาพสวย ๆ ทั้งนั้นเลย จริงสิ!! เราเคยเห็นวีดีโอของแม่ในงานเดบูตอง แบบในหนังสือ ที่เก็บไว้นี่นา ต้องรีบไปหา....ก่อนแม่กลับมาซะแล้ว
อยู่ที่ไหนน้า..... อ๊ะ! นี่ไง อยู่ในเครื่องเล่นพอดีเลย เจอจนได้ ต้องรีบเปิดดูซะหน่อยแล้ว แม่ชอบดุเราทุกทีที่แอบมาดู ก็แม่เล่นมีความลับกะเรานี่นา
พอเปิดดูก็เริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง ผู้หญิงในม้วนวีดีโอ ที่เราว่าหน้าตาคุ้น ๆ ที่จริงแล้วก็คือแม่เรา ส่วนผู้ชายคนนั้น.......ถึงเค้าจะกลับมาตามหาเราก็เถอะ แต่มันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นหรอกนะ นึกแล้วก็ยังเคืองไม่หายเลย วันนั้นที่เจอกับนายแก๊ก...(ทำไมต้องนึกถึงนายนั่นด้วยนะ) ยังไง พ่อ ....ก็ยังคงเป็นเพียงผู้ชายแปลกหน้าของเราอยู่ดี ใช่สินะ เราไม่เคยพูดคำนั่นเลย พ่อ ชั้นปิดวีดีโอ เก็บทุกอย่างให้เข้าที่เหมือนเดิม และกลับเข้าห้องนอน ได้แต่เปิดดู เรื่องเดบูตอง ซ้ำแล้วซ้ำอีก ....
~พี่สาวครับ รับสายด้วยครับ~ ใครกันนะโทรมา เบอร์นายนั่นนี่นา โทรมาได้ไง ชั้นรีบรับทันที คงเป็นเพราะตกใจที่นายนั่นโทรมา
ฮัลโหล ชั้นแกล้งทำเป็นไม่รู้ว่าใครโทรมา
ซาหริ่ม.....คุณน้าโทรมาบอกให้ผม พาซาหริ่มไปทานข้าวเย็น ด้วยกัน นายนั่นพูดขึ้นมา แต่ชั้นได้ยินเหมือนเสียงใครซ้อนอยู่ ว่า พี่แก๊ก จะโทรชวนยัยเป๋นั่นทำไมกันคะ คิดดูสิ ว่าหูชั้นดีขนาดไหน แค่ได้ยินว่า เป๋ ก็รู้แล้ว ว่าเป็นยัยเม็ดถั่วเขียว อย่างนี้ไม่ไปไม่ได้แล้วล่ะนะ
ไปดิ ชั้นตอบเพียงคำสั้น ๆ รับคำกลับไป
งั้นเดี๋ยวผมไปรอหน้าบ้านนะ อีกครึ่งชั่วโมง คงถึงแล้ว เดี๋ยวนี้ผีเข้านายแก๊กหรือเปล่าไม่รู้ พูดดีเชียวนะ ก็จะดีด้วยหรอกนะ แต่พอเห็นยัยเม็ดถั่วเขียวมาด้วยทีไร อารมณ์เสียทุกทีสิน่า ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน
อืม นั่นคือคำพูดก่อนวางสายของฉัน พอคิดได้ว่ายัยนั่นต้องมาด้วย การแข่งขันก็เริ่มขึ้น แต่ไม่ใช่แข่งกันแย่งผู้ชายอย่างนายแก๊กนะ เพื่อศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงตางหาก
เลือกเสื้อผ้าอยู่นาน ปล่อยให้นายนั่นรออีก ครึ่งชั่วโมงเท่านั้นเอง อิอิ ลงไปนายนั่นต้องบ่นอุบแน่เลย แต่ยัยเม็ดถั่วเขียวก็คงพูดว่าชั้นไม่หยุดเหมือนกัน
โทษทีนะ ที่ให้รอนาน ชั้นเดินไปหานายแก๊กที่รถ อย่างเจียมตัว
นึกว่าวันนี้จะไม่ได้กินข้าวซะแล้ว ไม่แปลกใจหรอกที่นายว่าชั้น ก็สำนึกผิดอยู่หรอกนะ ที่ปล่อยให้รอตั้งนาน
ส่วนยัยจ๊ะจ๋า ไม่ยักจะพูดอะไรเลย นั่งเงียบเป็นตุ๊กตาหน้ารถของแท้ อันนี้สิแปลกใจ สงสัยจะมีแผนการอันชั่วร้ายแอบแฝงแน่เลย
ระหว่างนั่งรถอยู่นั้น ก็รู้สึกว่ามีสายตาบางคู่จ้องมองมาที่เบาะด้านหลัง ที่ชั้นนั่งอยู่ แต่พอมองกลับไป ก็ไม่มีอะไร จนในที่สุด สายตาเราทั้งคู่ได้ประสาน(งา)กัน มองไร ชั้นพูดไปแต่ไม่ออกเสียง ส่วนนายนั่นก็ทำหน้าทำตาล้อเลียน จนยัยจ๊ะจ๋า หันมามองสลับกันไปมา ระหว่างชั้นกับนายแก๊ก ยัยนั่นคงจะหมั่นไส้ชั้นมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ 555 ตลกชะมัดเลย
ยัยเม็ดถั่วเขียว คงทนไม่ไหว ก็เลยชวนนายแก๊กทะเลาะ จนนายแก๊กไม่ได้ดูทาง และเกือบจะชนกับฟุตบาท ซะแล้ว
เอี๊ยดดดดด.....เสียงเบรครถดังสนั่นไปทั่ว ชั้นซึ่งนั่งโดยที่ไม่ได้ดูทางด้านหน้าตั้งแต่แรก ก็เลยหัวทิ่มเบาะด้านหน้าอย่างแรง ทำเอามึนไปพักใหญ่เลย ส่วนคนอื่นไม่รู้ว่าเป็นไงกันบ้าง ได้ยินแต่เสียงของนาย
จะไปกินข้าวได้หรือยัง หิวแล้วนะ ชั้นพูดไปตัดบทไม่ให้นายแก๊กมาหัวเราะเยาะ
โทษทีนะ เดี๋ยวจะพาไปกินของอร่อย ๆ เป็นการไถ่โทษแล้วกันนะ นายแก๊กพูดพลางหันมายิ้มแหะ ๆ กับชั้น เวลานั้นดูเหมือนจะไม่มียัยจ๊ะจ๋าเข้ามาเกี่ยวข้องเลย น่าสงสารยัยนั่นเหมือนกันนะ แขนช้ำเขียวทันตาเห็นเลย เชอะ! ก็อยากขาวมากทำไมนักล่ะ เลยเห็นชัดเลย สวยเกินหน้าเกินตา ก็งี้แหละ ชั้นแอบอิจฉาในความขาวของยัยนั่นเล็กน้อย
