นี่นาย กินป๊อปคอร์น ป่าว? พอถึงหน้าโรงหนัง ชั้นก็ถามนายแก๊ก อีกใจนึงก็อยากจะลองเรียกว่าพี่ดูหรอกนะ แต่ยังทำใจไม่ได้
อืม กินดิ ซาหริ่มชอบรสไหนล่ะ?
ซาหริ่มขอแบบหวานดีกว่า
งั้น ผมขอแบบหวานครับ เอ่อ น้ำเป๊ปซี่ 1 กระป๋อง แล้วก็ โออิชิ ฝาเหลือง 1 ขวดครับ นายแก๊กสั่งน้ำกับคนขาย
เอา...ซาหริ่ม พี่เห็นชอบดื่มโออิชิ นายแก๊กยื่นน้ำมาให้ พร้อมกับรอยยิ้มหวาน ๆ
ขอบคุณคะ จากนั้นเราสองคนก็ไปนั่งรอด้านหน้าโรงหนัง ดีนะเนี่ยที่ยังมีโซฟานุ่ม ๆ ให้นั่ง
พี่...เอ่อ นี่ ๆ นาย...ไปนั่งตรงนั้นกัน มีที่ว่าง ยังเหลืออีกตั้ง 15 นาที
อืม นายแก๊กเดินตามมาเหมือนสั่งได้ อิอิ
พอลงนั่งที่โซฟา ก็รู้สึกดีจริง ๆ หายเมื่อยไปเลย พอนายแก๊กลงมานั่ง ก็ทำให้พื้นที่ข้าง ๆ มันยุบตัวลงไป ก็เพราะว่านายแก๊ก ตัวสูงกว่าเราตั้งเยอะ น้ำหนักมันก็เลยเอียง ๆ ไปข้างนายแก๊ก ก็เลยทำให้ชั้นตัวเอียง ประมาณว่านั่งแบบเอียง ๆ ไปทางนายแก๊ก อิอิ ชอบนะ ไม่ใช่ไม่ชอบ แต่ก็นั่งเอียง ๆ ได้ไม่นาน ก็มีผู้หญิงจูงมือลูกเดินมา มาขอนั่งด้วย (โซฟาตัวยาว นั่งได้ 3 คนพอดี) ชั้นกับนายแก๊กก็เลยต้องนั่งเบียด ใกล้กันยิ่งขึ้น จน...
ซาหริ่ม เป็นไรรึป่าว?
เป็นไรเหรอ ป่าว ไม่เป็นไร มีไรเหรอ ชั้นถามแบบงง กลับไป
ก็เห็นหน้าแดงเชียว ดูมือสิ เย็นเจี๊ยบเลย
แล้วใครใช้ให้นายมาแตะมือชั้น ชั้นเริ่มออกอาการ ใส่อารมณ์ให้ดูเหมือนโกรธ ๆ จริง ๆ แล้ว เขินตางหาก ไม่เคยนั่งใกล้ใครขนาดนี้ คิด ๆ ดูแล้วก็มีนะ แต่ทำไมใจเราไม่เคยเต้นแบบนี้
ก็ผมนึกว่าไม่สบาย เป็นห่วง นาย
เอาเป็นว่า ไม่ได้เป็นอะไรหรอกนะ ชั้นแกล้งมองไปทางโน้นที ทางนั้นที ทำไมเวลามันนานอย่างนี้นะ 15 นาที มันช้าจริง ๆ เลย
นั่งเบียดกันได้ สักพัก ผู้หญิงคนนั้นก็พาลูกไปเข้าห้องน้ำ ชั้นเลยได้หายใจได้ทั่วท้องซะที ไม่กล้าสบตานายแก๊กเลย แต่พอหันมาอีกที นายนั่นก็หลับไปแล้ว >O< อะไรกันยะ นี่แค่นั่งรอหนัง 10 กว่านาทีเองนะ นายยังสามารถหลับได้งั้นเหรอ โห จริง ๆ เลย ทำเอาเรานั่งตัวลีบเลย อิอิ ตอนนี้ก็เลยได้โอกาส มองหน้านายชัด ๆ แล้วสินะ พรึ่บ!!
ทำไรอะ ตายแล้ว นายนั่นดันลืมตาขึ้นมา ไม่บอกไม่กล่าว
เปล่าซะหน่อย ชั้นทำตัวไม่ถูกเลย ไม่รู้ว่าหน้าที่แดงอยู่แล้ว จะแดงไปกว่าเดิมอีกไหม
จะแกล้งอะไรกันอีก เฮ้อ ...ขอบใจ ที่คิดไปอย่างนั้น
อ๊ะ! โรงหนังเปิดแล้ว ไปกันเถอะนะ โอ้...ขอบคุณพระเจ้า รอดตัวไปเรา
ตอนนี้กำลังเป็นฉากไล่ล่าระหว่างพระเอก กับผู้ร้ายอยู่ เสียงในโรงหนังก็ดังมาก ๆ เลย ชั้นก็ตื่นเต้นกับฉากที่มันสมจริงอยู่ พอหันไปก็เห็นนายแก๊กนั่งมองหน้าชั้นอยู่ (ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ) ชั้นก็ทำหน้าทำตาไม่รู้ไม่เห็น ทำเนียน ๆ ไป แต่นายแก๊กก็ยังคงมองอยู่ (ประมาณว่าแอบมองทางหางตา) ถึงรู้
ซาหริ่ม
อะไรเหรอ
ถ้าพี่จะขออะไรซาหริ่มบางอย่างได้ไหม นายนั่นพูดอะไรมาไม่รู้เรื่อง เพราะเสียงมันดัง
ไม่ได้ยิน อะไรนะ ชั้นก็ตอบกลับไป และทำไม้ทำมือ ว่าเราไม่ได้ยิน
นายแก๊ก จึงเอียงหน้ามาทางด้านข้าง และกระซิบข้าง ๆ หูว่า พี่ชอบซาหริ่มนะ
ฮะ อะไรนะ ชั้นแทบจะไม่เชื่อสายตาที่มองเห็น และหูที่ได้ยินคำ ๆ นั้น ทั้ง ๆ ที่ตลอดเวลา ก็เผลอมีใจให้ไปแล้วเหมือนกัน แค่คำนั้นคำเดียว เล่นเอาใจละลายไปเลย
เอ่อ ..คือว่า เรามาลองคบกันไหม? นายแก๊กยังคงใส่คำถามตามมาไม่เว้นให้หายตกใจ
............. ชั้นนิ่งเงียบไป เพราะในหัวสมองยังคงคิดถึงอะไรหลาย ๆ เรื่อง รวมถึงเรื่องของยัยจ๊ะจ๋า
แล้วจ๊ะจ๋าล่ะ นั่นเป็นคำถามที่ชั้นถามกลับไป
ซาหริ่ม ฟังผมนะ จ๊ะจ๋า เป็นแค่ลูกพี่ลูกน้องของผม ที่นามสกุลเราเหมือนกัน ก็เพราะเราเป็นญาติกัน และนั่นก็เป็นคำอธิบาย ที่ชั้นเคยอยากรู้ ชั้นแอบยิ้มในใจ
แล้วระยะเวลาการทดลองคบกัน มันมีกำหนดไหม ก็ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน ต้องถามอะไรโง่ ๆ ออกไป ทำตัวไม่ถูกจริง ๆ เลย ไม่รู้จะถามทำไมเรา
สำหรับผม ไม่มีกำหนด
แต่ซาหริ่มไม่รู้จะทำยังไง ยัยจ๊ะจ๋า ไม่ชอบขี้หน้าซาหริ่มเลยนะ ซาหริ่มว่า... นายแก๊กหยุดคำพูดทั้งหมดของชั้น ไว้ด้วยการจับมือ ความรู้สึกที่แสนจะอบอุ่น ทั้ง ๆ ที่ในโรงหนัง แอร์เย็นมาก ๆ ทำให้ทุกอย่าง เหมือนมีแค่เราสองคน แล้วชั้นจะทำยังไงดีล่ะ ในเมื่อ ผู้ชายคนนี้ได้เอาหัวใจของชั้นไปแล้ว
มันเป็นเรื่องระหว่างเราสองคนนะ ซาหริ่ม ผมได้บอกในสิ่งที่ผมอยากจะบอกไปแล้ว ผมก็พอใจ ไม่ว่าซาหริ่มจะคิดยังไง ผมไม่รีบที่จะขอคำตอบหรอกนะ คำตอบของซาหริ่มคือ ตกลง....ตั้งแต่ประโยคแรกที่ถามกันแล้ว
งั้นเอาเป็นว่า เราคบกันไปอย่างนี้ก่อนดีกว่าไหม
แล้วมันคบยังไงกันล่ะ
ก็ยังไม่ได้เป็นแฟน เป็นเพื่อนกันอย่างนี้ไปก่อนไงคะ
งั้นผมขอเป็นเพื่อนสนิท
อืม ชั้นพยักหน้า ตอบรับไปอย่างง่ายดาย
งั้นเดี๋ยวเราไปเดินเล่นกันต่อนะ นายแก๊กพูดไปยิ้มไป มืออุ่น ๆ ของนายก็ยังคงจับมือของชั้นไว้อีกเหมือนเดิม
พอกลับมาถึงบ้าน ก็เห็นแม่นั่งทำหน้าตาเคร่งเครียด อยู่ที่โซฟา แม่ไม่เคยเป็นแบบนี้นี่นา ปกติ จะร่าเริงแจ่มใส ฮา ๆ ด้วยซ้ำไป แต่ไหง วันนี้ดูซีเครียดจัง (ซีเรียส + เครียด = ซีเรียส)
แม่จ๋า เป็นไรเหรอคะ ซาขอโทษนะคะ ที่กลับบ้านมืด แม่ก็ยังคงหน้าตาเฉย ๆ จนหน้ากลัว
.......... แม่ไม่ตอบ สักพัก ก็มีใครเดินออกมาจากห้องน้ำ
แม่ แม่ให้คนนี้เข้ามาในบ้านเราได้ไง ไหนแม่บอกว่า แม่จะไม่กลับไปพบผู้ชายคนที่ทิ้งเราไปไง ชั้นพูดไปร้องไห้ไป ในใจมันทั้งเจ็บที่อยู่ ๆ คนที่เรากำลังจะลืม ๆ ไป ก็กลับมา
แม่ตอบซามาซิคะ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น
ซาหริ่ม ฟังที่แม่จะพูดนะ แม่จับแขนทั้งสองข้างของชั้นไว้ เพื่อให้ตั้งสติฟังคำพูดของแม่ ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้ชั้นไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น
ซาหริ่ม ลูกก็รู้ใช่ไหม ที่แม่ต้องย้ายบ้านมาตลอด 17 ปี ก็เพราะว่าแม่ไม่อยากเจอหน้าพ่อของลูก ชั้นได้แต่พยักหน้ารับรู้
แล้วทำไม ชั้นหันไปมองหน้าผู้ชายใจร้าย ที่ไม่เคยใส่ใจเราสองคน
เพราะว่าตอนนี้แม่เข้าใจแล้วไง ว่าเหตุผลมันคืออะไร น้ำเสียงของแม่ดูอ่อนลง
แล้วแม่เชื่อเหตุผลบ้า ๆ ที่เค้ามาหลอกให้ไว้ใจเหรอคะ ทั้ง ๆ ที่ เราก็อยู่กันมาได้นี่คะ แล้วทำไม ซาหริ่มจะยังต้องการผู้ชายคนนั้นอีก แม้ว่าเสียงที่พูดออกมาจะยังคงสะอึกสะอื้น แต่ชั้นก็ยังพูดออกไป
ซาหริ่ม ฟังที่พ่อจะอธิบายได้ไหม
คุณไม่ใช่พ่อของชั้น ออกไปจากบ้านของชั้นเดี๋ยวนี้เลย ออกไป เพี๊ยะ!
แม่ ToT ชั้นวิ่งออกไปนอกบ้าน โดยไม่หันกลับมามองใครเลย แม่ไม่เคยตีเราเลยซักครั้งเดียว แต่วันนี้ ฮือ ๆๆๆๆ แม่ ....แม่ตบหน้าซาหริ่ม
นี่ซาหริ่ม แกจะมาหลบอยู่ที่บ้านชั้นอย่างนี้ไม่ได้นะ โรงเรียนแกก็ไม่ยอมไป จะบ้าเหรอไง ไอ้เด็กเกรด A แกมาทำตัวอย่างนี้ได้ไง แล้วชั้นจะแก้ตัวกับคุณน้าไปได้ซักกี่น้ำกัน ยัยปลาดาว ยืนบ่นชั้นมา หลายนาทีแล้ว ทั้งฉุด กระชาก ให้ลุกขึ้นไปอาบน้ำ แต่ชั้นก็ยังนอนคลุมโปง อยู่บนเตียงไม่ยอมไปไหน
แกไม่รักชั้นแล้วเหรอ ไล่กันจังเลย ชั้นพูดทั้งน้ำตา ที่ยังคงไหล ตาบวม จมูกแดง จนไม่อยากจะลุกไปไหนทั้งนั้น
ถ้าชั้นไม่เห็นว่าแกเป็นเพื่อน ชั้นโทรไปบอกแม่แกตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วแล้ว ไอ้เพื่อนบ้า
โอ๊ย ...แกพูดดี ๆ ก็ได้ ไม่ต้องมาเขกกะโหลกหรอกน่า
เออ...ซาหริ่ม อาจารย์แก๊กสุดหล่อของชั้นอะนะ เค้าถามหาถึงแกทุกวันเลย แล้วก็ชั้นสังเกตว่า อาจารย์จะตามชั้นกลับบ้านมาทุกวันเลยนะ แต่ชั้นก็หลอกให้อาจารย์หลงไปได้ คิดแล้วยังกลัว ๆ ว่าแกจะตามมาเจอซักวัน นั่นสินะ อาทิตย์นึงแล้ว ที่ชั้นไม่ได้ติดต่อกับเค้าเลย
นั่นสินะ ชั้นลืมไปเลย อยู่ดี ๆ น้ำตาก็เริ่มไหลออกมาอีกแล้ว ใจมันหวิว ๆ ยังไงไม่รู้
ปลาดาว ฮือ ๆๆๆๆๆๆๆ ชั้นร้องไห้ไม่ยอมหยุด
ยัยซาหริ่ม แกเล่นอะไรของแก แกร้องไห้อีกทำไม เมื่อกี๊ยังดี ๆ อยู่เลย ไอ้บ้า เป็นไรของแก อย่าร้องดิ เดี๋ยวชั้นก็ร้องตามไปด้วยหรอก คิดถึงแม่แกมากใช่ไหม
ฮือ ๆๆ ชั้นร้องไห้ จนน้ำมูกไหลตามมา แล้วมันก็หยุดร้องไม่ได้
ปลา ...ดาว ขอชั้น...ยืม..มะ..มือถือ...หน่อย ฮือ ๆ เสียงชั้นทำไมมันตลกจัง อยากจะหยุดร้อง แต่มันก็ยังไม่ยอมหยุด
แกนี่น้า ..ตลกจริง ๆ ดู ๆ มาทำเป็นสะอึกสะอื้น 555 เอา...เดี๋ยวกดเบอร์แม่แกให้นะ
ไม่ต้อง ...ชั้นจะกดเอง ชั้นรีบแย่งมือถือมากดเบอร์ของนายแก๊ก
แกไม่ได้จะโทรหาแม่ใช่ไหม บอกมา ยัยซาหริ่ม ตาโปน
ยัยปลาดาว ไปยืนตรงโน่นเลยไป แกจะไปเรียนไม่ใช่เหรอ ไปเลย เดี๋ยวสาย
เออ ๆ จริงด้วย 7 โมงแล้วนี่นา เฮ้ย! แต่ชั้นจะไปได้ไงกันเล่า ก็มือถือยังอยู่กับแก โทรเร็ว ๆ
งั้นแกลงไปรอข้างล่าง เดี๋ยวตามไป
ก็ได้ เร็ว ๆ นะ พอยัยปลาดาว ปิดประตูห้อง ชั้นก็รีบกดเบอร์โทรศัพท์ แต่ว่า พอกดโทรออก ก็ต้องรีบตัดสายทิ้ง เพราะจำเบอร์ไม่ได้ ไม่แน่ใจว่าใช่เบอร์นั้นรึเปล่า มือถือ วันนั้นก็ลืมไว้ที่บ้าน ดีนะที่ยังมีตังค์หลงเหลือมาถึงบ้านยัยปลาดาว
ยัยปลาดาว เอา...มือถือ ยังไม่ได้โทรหรอกนะ ชั้นยื่นมือถือคืนให้ไป
อ้าวไมล่ะ
ก็จำเบอร์ไม่ได้ แกรีบ ๆ ไปเรียนเถอะไป เดี๋ยวพรุ่งนี้ชั้นก็คงไปเรียนแล้ว เบื่อบ้านแกเต็มทีแล้ว ไม่มีอะไรกินเลย
นี่มาอยู่ฟรี แล้วยังบ่นอีกนะแก หิวก็ไปซื้อที่ร้านเจ๊ ปากซอยดิ ยัยปลาดาว บ่นไม่ยอมหยุดตั้งแต่ในครัว ยันหน้าบ้านเลย
แหะ ๆ ปลาดาวจ๋า ขอตังค์หน่อยจิ วันนี้เค้าจะแวะไปเอากระเป๋าตังค์ที่บ้านอะ น้ำเสียงออดอ้อน สามารถทำให้เพื่อนที่น่ารักที่ซู้ดดด ยอมใจอ่อนควักแบงค์ 100 มาให้ ตั้ง 1 ใบ
เอาไปแค่นั้นพอ นะจ๊ะ คุณ
ค่า.....คุณแม่ ตั้งใจเรียนนะคะ บ๊ายยย บาย ชั้นก็เพิ่งจะยิ้มออกก็ตอนนี้แหละนะ ฮึ...
ระหว่างที่อาบน้ำแต่งตัว อยู่ในห้อง ก็เปิดทีวีมาดูข่าว ตอนนั้นก็มีรายงานข่าวของวงการไฮโซ เรื่องงาน เดบูตอง ที่จะจัดขึ้น ใน อีก 2 เดือนข้างหน้า อยากไปงานในฝันแบบนี้จัง แต่ตัดใจ ไม่ดูแล้วเปลี่ยนช่องดีกว่า
รายงานข่าวสดตอนนี้นะคะ กำลังเป็นที่สนใจในวงการไฮโซ ว่าทายาท 1,000 ล้าน ของคุณหญิง ดิสินีย์ ยศวนันทร์ จะเป็นใคร เนื่องจากเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา คุณหญิง ดิสินีย์ ยศวนันทร์ ได้สิ้นใจไป ด้วยโรคชรา ซึ่งทางแพทย์เจ้าของไข้ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า เนื่องจาก ระยะหลังมานี้ คุณหญิง ดิสินีย์ ได้มีอาการซึมเศร้า เหม่อลอย มาตลอด 3 อาทิตย์ และไม่รับประทานอาหารและยา ตามที่แพทย์สั่ง ..... ข่าวน่าเศร้าแต่เช้าเลย ไม่ดูดีกว่า เฮ้อ...ไม่มีการ์ตูนหรืออะไรหนุก ๆ กว่านี้รึไงกันนะ
ช่องนี้มีโฆษณา ก็ยังดีกว่าดูข่าว อะนะ
คุณอดิศร มีความคิดเห็นยังไงเหรอคะ เกี่ยวกับพินัยกรรมของคุณหญิงที่จะให้เปิดในวันมะรืนนี้ ให้ตายเถอะ มีแต่ข่าว นั่นมัน พ่อ ..แม่ด้วยเหรอ เข้าไปอยู่อะไรในนั้น
ไม่ได้แล้ว ต้องรีบไปถามให้มันรู้เรื่องกันไปเลย ชั้นรีบแต่งตัว แล้วก็รีบออกไป
ทำไมวันนี้รถในซอยเยอะจังเลยนะคะพี่ ชั้นพูดกับพี่วิน (วินมอเตอร์ไซค์)
ไม่รู้เหมือนกันครับ เห็นมีแต่รถนักข่าวทั้งนั้นเลย
คงมีใครแต่งงานมั้งคะ แถวนี้มีแต่คนรวย ๆ ชั้นพูดไปโดยไม่ได้คิดอะไร
พี่ ๆ เลี้ยวซ้าย ซอยหน้าค่ะ
โห...คนเยอะเลย มีงานอะไรกันนะ ซอยเดียวกัน ไม่รู้เรื่องเหรอครับ นั่นสินะ
ไม่รู้เหมือนกัน ไม่ได้กลับบ้านมาหลายวันแล้ว พี่จอดตรงถังขยะข้างหน้าก็ได้คะ เดี๋ยวเดินต่อไปเอง
ตรงนี้นะครับ
ค่ะ เท่าไหร่คะ ชั้นถามพี่วิน พลางมองไปข้างหน้า ตรงนั้นมันบ้านเราพอดีนี่นา นักข่าวมาทำอะไรกัน
15 บาทครับ
นี่คะ
ซาหริ่ม เอ๊ะ ...เสียงนั่นมัน ...พี่แก๊ก
พี่แก๊ก ซาหริ่ม คิดถึงจังเลยคะ ชั้นวิ่งเข้าไปกอดพี่แก๊ก อย่างลืมตัว
ซาหริ่ม ไปไหนทำไมไม่บอกพี่ซักคำ เป็นห่วงรู้ไหม
เอ่อ..ขอโทษนะคะ น้ำตาของชั้นมันเริ่มเอ่อล้นออกมาอีกแล้ว
พี่ว่า เราไปที่อื่นกันก่อนดีกว่านะ ชั้นเดินตามไปอย่างงง ๆ
แล้วมันเกิดอะไรขึ้นเหรอคะ ทำไม มีแต่รถนักข่าวเต็มไปหมดเลย
นักข่าวพวกนั้น กำลังรอซาหริ่มอยู่
หา...รอซาหริ่มนี่นะ รอทำไม แล้วพ่อกับแม่ล่ะ เอ่อ ไม่ใช่ ๆ แล้วแม่ละคะ ชั้นเริ่มใจไม่ดี
เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ ชั้นถามกลับไปอีกรอบ
ซาหริ่มอย่าร้องไห้สิ พี่แก๊ก พลางเอามือมาปาดน้ำตาที่ไหลลงมาอาบสองแก้มของฉัน
พี่ว่าซาหริ่มไปที่รถก่อนดีกว่านะ พี่จอดไว้ตรงนั้น พี่แก๊กจับมือชั้นไว้แน่น
แล้วจะไปไหน ซาหริ่มอยากกลับบ้าน อยากหาแม่ ชั้นเริ่มคิดถึงแม่ขึ้นมา เพราะเราไม่เคยจากกันเลย เป็นเพราะชั้นทำตัวไม่ดีเอง แม่... แม่จ๋า....ซาหริ่มขอโทษ ซาหริ่มจะไม่ดื้อกับแม่อีกแล้ว
