วันที่ : 12 กรกฎาคม 2550
ชื่อตอน (chapter) : เดบูตอง~ลองรักเธอ # 11 ลาก่อนรักครั้งแรก
 

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

วันเปิดพินัยกรรม....

                “เป็นไปตามคาดหมายนะคะ ท่านผู้ชม พินัยกรรม ของตระกูล ยศวนันทร์ ได้ถูกเปิดอ่านกันไปแล้ว เมื่อครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา  ผู้ที่ได้ครอบครองมรดกอีกครึ่งหนึ่ง ที่เมื่อก่อน จะถูกยกไปเข้ามูลนิธิ เพื่อการกุศล ได้ถูกเขียนพินัยกรรมขึ้นใหม่ และได้มอบมรดกส่วนนั้นให้กับ คุณ อดิศร  ยศวนันทร์ ลูกชายคนเดียวของตระกูล ยศวนันทร์  และนี่คือภาพเหตุการณ์ ด้านหน้า บ้านยศวนันทร์ ค่ะ  ดิชั้น ปรางพร  กล่ำน้อย รายงาน”  ชั้นนั่งมองภาพเหตุการณ์ ที่ถ่ายทอดสด อยู่ในบ้าน ทั้ง ๆ ที่ ก็ได้เปิดพินัยกรรมไปตั้งนานแล้ว แต่พวกนักข่าว ยังคงเกาะติดสถานการณ์ อยู่ด้านหน้า  จนชั้นไม่สามารถออกไปไหนได้เลย  

                พวกนักข่าว ก็คงจะตกใจ กับพินัยกรรม ของคุณย่า ที่เล่นตลก คืนมรดกที่เคยยึดไป กลับมาให้พ่อ เพื่อชดใช้ความผิด ชั้นก็ดีใจอยู่หรอกนะ ที่ได้ทั้งพ่อ ได้ทั้งทรัพย์สินอีกมากมาย แต่ดูเหมือนว่า ศัตรู ....ก็ได้มาเพิ่มเช่นกัน

                คุณป้า กับ คุณลุง คงจะไม่ชอบหน้าชั้นแน่ ๆ เลย ที่เป็นต้นเหตุ ให้คุณย่า ต้องเปลี่ยนพินัยกรรม แล้วที่สำคัญ ชั้นดันไปได้ยินสิ่งที่ไม่ควรได้ยินมาด้วย

                ‘นี่คุณ คุณยอมได้ไง ที่ให้นายอดิศร กลับมาได้มรดก ของคุณแม่ ผมล่ะไม่เข้าใจคุณเลยนะ’

                ‘คุณก็น่าจะเข้าใจดิชั้นบ้างนะคะ อดิศร เค้าเป็นน้องชายแท้ ๆ ของชั้นนะ’

                ‘ก็ไหนคุณบอกไง ว่ามรดกทั้งหมด จะเป็นของเรา นายอดิศร ไม่สนใจมรดกของคุณแม่คุณ ไม่ใช่เหรอ?’

                ‘นั่นมันอดีตไปแล้ว แล้วอีกอย่าง ดิชั้นก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าทำไม คุณแม่ถึงกลับเปลี่ยนใจ ทั้ง ๆ ที่เคยตัดอดิศร ออกจากกองมรดกไปแล้ว’

                ‘ผมไม่น่าเลย ไม่น่าทำพลาดเลย’

                นึก ๆ แล้วก็ใจหวั่น ๆ ถ้าตอนนี้มีพี่แก๊ก อยู่ด้วยก็คงจะดีกว่านี้ เฮ้อ....

                “คงจะดีใจจนเนื้อเต้นสินะ”  ตกใจหมด นึกว่าใคร ยัยจ๊ะจ๋านี่เอง เมื่อไหร่เธอจะหมดเวรหมดกรรม กับชั้นซะทีนะ

                “มีไร กรวดน้ำไปให้ยังไม่ได้เหรอ ถึงยังวนเวียนอยู่แถวนี้”

                “กรี๊ดๆๆๆๆๆ นี่แก แกคิดว่าเป็นใคร ถึงได้มาว่าชั้น”  ยัยนั่นกรี๊ดซะดังลั่น ดีนะเนี่ย ตอนนี้อยู่หน้าบ้านกันหมด

                “ก็รึไม่จริง สงสัยคงได้รับแล้วมั้ง ของมันร้อนก็เงี้ยแหละนะ 555”  ชั้นขอเป็นฝ่ายลุกหนีดีกว่า ไม่อยากจะมีเรื่อง

                เดินมาอยู่ในสวนหลังบ้านแล้วนะ ยัยจ๊ะจ๋ายังจะเดินตามมาทะเลาะด้วยไม่จบไม่สิ้น จะทำยังไงดีนะ

                โอ๊ย !!  “นี่....เลิกยุ่งกับชั้นซะทีได้มั้ย”  ชั้นเริ่มจะโมโหในการกระทำของยัยนั่น จนจะทนไม่ไหวอยู่แล้วนะ ไหนจะตามมาด่า แถมยังผลักให้ล้มหัวขมำ ลงมาอย่างนี้อีก  เอาสิ ชั้นก็สู้คนเหมือนกันนะ

                “ซาหริ่ม จะทำอะไร” 

                “พี่แก๊ก ช่วยจ๊ะจ๋าด้วย ซาหริ่มเค้า เค้า.....ฮือ ๆๆๆๆ” 

                (อะไรกันยัยบ้า เธอผลักชั้นจนแขนถลอกอย่างนี้ เรียกว่าชั้นแกล้งเธอ)

                “ซาหริ่ม อยู่ ๆ จะไปตบตีใครอย่างนี้ มันไม่ดีนะ”

                “พี่แก๊ก ขอบคุณนะคะ ที่เข้ามาห้าม ไม่งั้น จ๊ะจ๋าคงจะโดนตบไปแล้ว”

                (กะอีแค่ ชั้นยกมือขึ้นจะตบเธอ เพราะเธอผลักชั้นก่อน ยั่วโมโหกันก่อน ....ได้...ก็เข้าใจอยู่แล้ว ชั้นมันมารยา ได้ไม่เท่าเธอจริง ๆ)

                “ซาหริ่ม พี่พูดกับซาหริ่มนะ ทำไมไม่พูดกับพี่”

                “ก็เพราะว่าพี่แก๊ก พูดเอง เออเอง เหมือนยัยงี่เง่า เม็ดถั่วเขียวนี่ไง ดูซะนะ ว่าแผลที่เลือดมันกำลังไหลเนี่ย ....เนี่ย เห็นไหม ซาหริ่มคงทำตัวเอง พอแล้ว .....มีแต่เรื่องให้ซาหริ่ม”  ชั้นวิ่งหนีความวุ่นวายออกมา ทั้ง ๆ ที่ พี่แก๊ก คนที่ชั้นคิดถึง ก็อยู่ตรงหน้า แต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย

                ตั้งแต่เรื่องเมื่อตอนเช้า จนมืด ชั้นได้แต่นอนร้องไห้ มาทั้งวัน มีเรื่องเข้ามาตลอด แค่ไม่กี่วัน มีทั้งความดีใจ และความเสียใจ

                ก๊อก ๆๆๆ “พ่อเข้าไปได้ไหม ซาหริ่ม”  เสียงพ่อเคาะประตูอยู่ด้านนอก  ทำไมพ่อต้องมาตอนนี้ด้วยคะ ซาหริ่มยังตาบวมอยู่เลย

                “คะ  ไปเปิดเดี๋ยวนี้แล้วคะ”

                “ซาหริ่ม เป็นไรไปลูก ข้าวเย็นก็ไม่ลงมากิน”

                “ไม่มีไรคะพ่อ แล้วแม่ละคะ ไม่มาด้วยกันเหรอ”  ชั้นมองหาแม่ แต่ก็ไม่มี

                “แม่กลับไปบ้านโน้น ไปเอาของที่เหลือของลูก”

                “เหรอคะ เอ่อ....พี่....”

                “ตาแก๊กน่ะเหรอ ไปบ้านหลังใหญ่”

                “บ้านหลังใหญ่??” 

                “ก็บ้านคุณป้าไง” นี่พ่อว่าบ้านเรามันเล็กเหรอคะซาหริ่มว่ามันใหญ่มาก ๆ เลยนะ

                “เข้าใจแล้วค่ะ” ใช่สินะ บ้านยัยจ๊ะจ๋า

                “พ่อคะ ซาหริ่มขออะไรได้ไหมคะ”

                “ได้สิ ซาหริ่มอยากได้อะไร พ่อจะหามาให้ เพื่อชดเชยความผิดที่พ่อไม่เคยดูแลลูกเลย”

                “ซาหริ่มขอ...ขอไปเรียนเมืองนอกค่ะ”

                “อะไรนะ ซาหริ่มอย่าทำให้พ่อตกใจสิ เราเพิ่งจะได้อยู่ด้วยกันเองนะ”

                “ซาหริ่มขอไปอยู่ ญี่ปุ่นนะคะ” จริง ๆ แล้ว ชั้นอยากหนีไปไกล ๆ เพื่อลืมพี่แก๊ก เพราะดูเหมือนกับว่าจะมีแค่ชั้นคนเดียว ที่คิดถึงแต่เค้า

                “ได้...พ่อตามใจซาหริ่ม”

                “ขอบคุณค่ะ พ่อ” ชั้นร้องไห้ และเข้าไปโอบกอดพ่อเอาไว้ ความรู้สึกมากมายทะลักออกมา พร้อมน้ำตา

               

                พอพ่อออกจากห้องไป  ชั้นก็รีบกดเบอร์ยัยปลาดาว  เพราะเวลานี้ เพื่อนคงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

                “ปลาดาว ซาหริ่มเองนะ”

                “เฮ้ย...แก เป็นไร เสียงแปลก ๆ แล้วนี่เอาเบอร์ใครมาใช้”

                “มือถือพี่แก๊ก”

                “อะไรกัน กี่โมงกี่ยามแล้ว ตอนนี้แกยังอยู่ด้วยกันอีกเหรอ หุหุ”

                “ไอ้บ้า ไม่ใช่ซะหน่อย พี่เค้าให้มือถือไว้ใช้ตางหาก ส่วนตัว....”  ชั้นเริ่มร้องไห้ขึ้นมา เมื่อพูดถึงพี่แก๊ก

                “ซาหริ่ม แกเป็นไรไป ชั้นยังไม่ได้ว่าไรแกเลย ร้องทำไม มีไรบอกมา”

                “ชั้น ชั้นจะไปญี่ปุ่น สักพักนะ”

                “แกเป็นไร ถึงจะต้องไปญี่ปุ่นด้วย แล้วเรื่องเรียนที่นี่ล่ะ จะว่าไง”

                “พรุ่งนี้ชั้นจะไปลาออก”

                “มันเรื่องอะไรของแก เพิ่งจะเปิดเทอมมาได้ไม่ทำไหร่ คิดจะเล่นกลรึไงยะ” 

                “ชั้นอยากจะไปไหนก็ได้ ให้มันไกล ๆ สักพัก”

                “แกมีปัญหากับพี่แก๊กรึเปล่า เล่ามาให้หมด”

                “ชั้นก็แค่น้อยใจ ทั้ง ๆ ที่พี่แก๊ก เค้ามีผู้หญิงเยอะแยะมากมายที่เข้ามาสนใจ แต่ชั้นไม่เคยที่จะไม่เชื่อใจ แต่กับชั้น แค่ผู้หญิงพวกนั้นทำมารยาใส่ พี่แก๊ก ก็ไปเข้าข้าง ไม่ใส่ใจชั้น ไม่ถามสักคำว่ามันเกิดอะไรขึ้น ชั้นเสียใจ แกได้ยินไหมว่าชั้นเสียใจ ฮือ ๆๆๆ”

                “ใจเย็น ๆ นะ ซาหริ่ม ชั้นว่า พี่แก๊กเค้าคงมีเหตุผล ค่อย ๆ คุยกันดีกว่านะ อย่าเพิ่งไปญี่ปุ่นเลยนะ”

                “ปลาดาว ชั้นไม่ไหวแล้ว ร้องไห้จนปวดหัว ปวดตาไปหมดแล้ว แค่นี้ก่อนแล้วกันนะ เจอกันที่โรงเรียนนะ บาย”

                ชั้นตัดสายปลาดาวมาทั้ง ๆ ที่ยัยปลาดาวยังคงตะโกนโหวกเหวก เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมา ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้วางมือถือลงบนโต๊ะเลย

                “เอ๊ะ ....ชื่อที่ขึ้นหน้าจอ จ๊ะจ๋า สงสัยคงไม่รู้ว่ามือถือพี่แก๊กอยู่ที่เรา” จะรับดีไหมน้า ไม่รับดีกว่า

                สักพัก ก็มีเสียงข้อความดังจากมือถือ ชั้นอุตส่าห์รีบวิ่งจากเตียง ไปกดข้อความดู ทีไหนได้ เป็นของยัยจ๊ะจ๋า ++เป็นไง อยู่อย่างผู้ดีได้ไหมจ๊ะ  อย่างเธออะนะ ก็คงเป็นได้แค่ตัวสำรอง ของชั้น++

                ชั้นไม่มีเรี่ยวแรง โต้ตอบเธอจริง ๆ นะ พี่แก๊กคงจะบอกเธอแล้วสินะ ว่ามือถืออยู่กับชั้น ใช่สิ ชั้นคงเป็นตัวสำรองของเธอจริง ๆ แล้วก็มาทีหลังเธออีกตางหาก พรุ่งนี้ชั้นจะเคลียร์ทุก ๆ อย่าง

 

 

 

 

เขียนโดย CeZaa : 2007-07-12 14:36:26
ความคิดเห็นที่ 11
อ่านสนุกดีนะ แต่งอีกดิเราจะได้อ่านไง ลอกรักใครซักคนแล้วจะรู้ว่ารักนั้นมีคุณค่ามากแค่ไหน
( guest ! ) เรา G. น่ารักดี 2007-12-04 11:32:57
ความคิดเห็นที่ 10
( guest ! ) วราภรณ์ ถาชื่น 2007-12-04 11:28:00
ความคิดเห็นที่ 9
เหอๆๆๆไปต่างประเทศก้อดีเหมือนกันน่ะครับ
( guest ! ) มิวสิคหุๆๆๆ 2007-10-31 15:15:04
ความคิดเห็นที่ 8
สนุกมั๊กๆค่ะ

เจ้าของร้าน
Pl@i_Kp99 : 2007-10-19 09:14:17
ความคิดเห็นที่ 7
แต่งหนุกมาก อย่าลืม
เอามาลงต่อนะ

เจ้าของร้าน
applena : 2007-09-27 21:46:20
ความคิดเห็นที่ 6
หนุกมากเลยนะ

หัวหน้าพ่อครัว
BoA_Kimji : 2007-09-21 16:39:48
ความคิดเห็นที่ 5
แหะๆๆ เพิ่งมีเวลามาอ่าน

เจ้าของร้าน
oknarak : 2007-07-31 15:42:58
ความคิดเห็นที่ 4
หนุกจัง
แต่งเก่งนะเนี่ย
เด๋วจะแวะมาบ่อยๆนะ

หัวหน้าพ่อครัว
stawberryjung : 2007-07-14 07:33:07
ความคิดเห็นที่ 3
เอามาลงเร็วๆนะ

พ่อครัวมือใหม่
bell_name : 2007-07-13 21:52:46
ความคิดเห็นที่ 2
กำลังหนุกๆอยุ่เลย จบซะและ เอามาลงอีกนะ
อยากอ่านต่อแล้ว
( guest ! ) Bell_name 2007-07-13 18:34:45
ความคิดเห็นที่ 1
ตอนนี้เศร้าจัง สงสารซาหริ่มอ่ะ....หมั่นไส้ยายถั่วเขียวจัง เปนผมได้สมบัติแบบนี้ไม่เอาดีกว่า อยู่เหมือนเดิมสบายกว่าเยอะเลย

แฟนพันธ์แท้ ปี2
Rotary : 2007-07-12 16:03:03