วันที่ : 18 กรกฎาคม 2550
ชื่อตอน (chapter) : เดบูตอง~ลองรักเธอ # 13 เรื่องวุ่นวายของความรัก

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

               

               ชั้นเปิดถุงออกมา พบว่าเป็นกุญแจพวงที่ตกลงไปในช่องระบายน้ำ ชั้นไม่เข้าใจว่าทำไม ? และอะไร ? ผู้ชายคนนั้นต้องการอะไรกันแน่ นอกจากนั้นยังมี ซีดีเพลง ที่ใช้ในการเต้นลีลาศซะด้วย ยิ่งทำให้ไม่เข้าใจไปกันใหญ่ ชั้นเก็บกุญแจใส่ในกระเป๋าสะพาย แต่ซีดีเพลงนั่น ชั้นยังคงถือและเปิดด้านในดู

                “อ๊ะ ...” มีกระดาษโน้ตแผ่นเล็ก ๆ ปลิวหล่นมาที่พื้น ชั้นหยิบดู แต่ก็ยังไม่เข้าใจ เพราะข้อความที่เขียนเอาไว้ เป็นภาษาญี่ปุ่นซะด้วย 

ฉันได้แต่เก็บกระดาษแผ่นนั้นไว้ รอให้ถึงวันพรุ่งนี้ จะได้ถามความหมายจากปิโระคุง การเดินซื้อของครั้งนี้เป็นครั้งที่ระแวงมากที่สุดเลย เพราะกลัวจะเจอคนแปลกหน้าคนนั้นอีก ไม่เข้าใจเลย ว่าทำไมต้องไปเก็บกุญแจทั้ง ๆ ที่มันหล่นลงไปแล้ว  เค้ายังอุตส่าห์เก็บขึ้นมาให้ ท่าทางของเค้าดูแปลก ๆ เสียด้วย รึว่ามีคนมาแอบชอบเราอีก ไม่นะ ชั้นยังไม่พร้อม >O<

                ติ๊ด....ติ๊ด..... เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น

                “ฮัลโหล” ฉันไม่ได้ยินเสียงจากปลายสาย  ชั้นพูด ฮัลโหล อยู่หลายรอบ ก็ไม่มีใครตอบรับ แต่เสียงปลายสาย ค่อนข้างดัง แต่ไม่ยักกะมีใครพูดตอบเลย

                “ฮัลโหล ๆ ถ้าไม่มีใครพูดจะวางสายแล้วนะ” 

                “คิดถึง” อ๊ะ!! เสียงนั่น พี่แก๊ก .........พี่แก๊กใช่ไหม

                “ใครคะ ต้องการพูดกับใคร” ชั้นแกล้งพูดไปอย่างนั้น ในใจเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะซะแล้ว ต้องใช่แน่ ๆ ทำไงดี ความรู้สึกที่คิดถึงเค้ามากมาย มันเริ่มจะทำให้ใจสั่น ๆ แล้วสิ

                “...........พี่ขอโทษนะ” ใช่จริง ๆ ด้วย พี่แก๊ก!!!

                “โทรมาทำไม” ปากหนอปาก พูดอะไรออกไปอย่างนั้น ทำไงดี ถ้าพี่เค้าไม่ง้อเราจะทำไงดี แล้วพวกผู้หญิงพวกนั้นล่ะ ไม่นะ  >O<   ชั้นไม่อยากทนคิดถึงคนที่ชอบอีกต่อไปแล้ว ชั้นนี่แหละจะสู้กับนางมารร้ายพวกนั้นเอง

                “พี่คิดถึงซาหริ่มมากนะ เมื่อไหร่ซาหริ่มจะหายโกรธ แล้วกลับเมืองไทยซะที”  

                (หายตั้งแต่ที่พี่โทรมาแล้ว)

                “ยังไม่อยากจะกลับ แล้วพี่แก๊กรู้ตัวเหรอคะ ว่ามีคนโกรธ ใครเล่าอะไรให้ฟังอีกล่ะ อย่าไปเชื่อใครเค้าเลยว่าซาหริ่มโกรธ ไม่จริงหรอกค่ะ” ชั้นพูดประชดประชัน กลับไป

                “พี่ขอโทษ ที่พี่ตัดสินอะไรเร็วเกินไป พี่เข้าใจซาหริ่มตั้งนานแล้วนะ ยกโทษให้พี่เถอะนะ” พี่แก๊กพูดเหมือนรู้สึกผิดจริง ๆ ทำให้น้ำเสียงของชั้นอ่อนลงเช่นกัน นี่เราจะหายโกรธง่ายไปหน่อยรึเปล่านะ

                “ช่างมันเถอะค่ะ ซาหริ่มผิดเอง”

                “.............”

                “แค่นี้นะคะ ซาหริ่มมีธุระ” ชั้นพูดตัดบท เพราะในใจลึก ๆ ยังคงเสียใจอยู่มาก

                “ซาหริ่ม กลับมาเร็ว ๆ นะ จะได้ไปงานเดบูตอง ด้วยกัน” 

                “ซาหริ่มไม่สนใจงานแบบนั้นหรอกค่ะ” ใจจริงอยากจะไปจะตาย แต่ทำไงได้ เต้นลีลาศไม่เป็น เอ๊ะ.....วันนี้เราเพิ่งได้ ซีดีการเต้นลีลาศนี่นา ทำไมบังเอิญจัง

                “ก็ได้ แล้วแต่ซาหริ่ม งั้นพี่ไม่กวนแล้ว” ระหว่างที่เดินคุยกันกับพี่แก๊กทางมือถือ ชั้นได้ยินเสียงปลายสายของพี่แก๊ก เสียงดังมาก  เหมือนตอนที่ชั้นเดินผ่านร้านคาราโอเกะ เมื่อกี๊เลย  เพลงเดียวกันเลย

                “พี่แก๊ก เดี๋ยวก่อน ๆ” 

                “ตื๊ด ...ตื๊ด...ตื้ด” โธ่เอ๊ย...วางหูไปซะและ กำลังจะถามอะไรซะหน่อย 

                วันนี้ช็อปปิ้งไปเยอะเลย ดีใจที่พี่แก๊กโผล่มาซะที ก็เลยอารมณ์ดี นั่งรถไปที่ฮาราจูกุ เพื่อไปซื้อเสื้อผ้าให้พี่แก๊ก และก็ของขวัญขอบคุณปิโระคุง แต่รู้สึกว่าการเดินทางในวันนี้เหมือนจะมีใครตามมา อย่างตอนนี้รู้สึกว่ามีใครมองมาที่ฉันตลอด ทำไงดี พวกโรคจิตแน่ ๆ เลย เห็นว่าเราเป็นคนต่างชาติ ....เดินไปตรงนั้นดีกว่า คนเยอะดี

                “นี่แน่ะ ๆ” ชั้นหลบอยู่หลังกำแพง เห็นผู้ชายคนนึงเดินตามมาแถมมาหยุดเดินตรงชั้น หันซ้ายหันขวาทำตัวมีพิรุธ ชั้นก็เลยจัดการ เอากระเป๋าฟาดหัวไปหลายที จนแว่นที่ใส่อยู่หลุดกระเด็นไปไกล

                “โอ๊ย!!!  เจ็บนะ” เสียงเหมือนคนไทยเลยแฮะ

                “เงยหน้ามาทางนี้เดี๋ยวนี้นะ” ชั้นลองพูดภาษาไทยออกไป จริง ๆ แล้ว ภาษาญี่ปุ่น พูดไม่ได้ตางหาก อิอิ

                “บอกให้หันมาไง ไม่หันใช่ไหม” ชั้นเงื้อมือขึ้นจะเอากระเป๋าตีซ้ำ ผู้ชายคนนั้นจึงยอมหันมา

                “อิอิ Konnichiwa”  ผู้ชายคนนั้น หันมายิ้มและกล่าวทักทาย เป็นภาษาญี่ปุ่น

                “มาได้ไง ไม่จริง” ชั้นพูดออกมาอย่างตกใจ

                “ขอโทษนะที่ทำให้ตกใจ”

                “พี่แก๊ก” เหตุการณ์ตอนนี้ชั้นพูดได้แค่นี้จริง ๆ

                “เป็นไรมากเปล่า ยืนตัวแข็งทื่อเลย ซาหริ่ม” 

                “...( . .)….(. . )….ToT…>>o<หน้าตาที่เป็นอยู่ตอนนี้ มันหลายอารมณ์มากเลย ทั้งดีใจที่ได้เจอ ทั้งเศร้าเมื่อเห็นหน้าและนึกถึงภาพผู้หญิงที่วนเวียน ไม่ยอมไปผุดไปเกิดเสียที

                “ยังไม่หายโกรธพี่เหรอคะ”  อย่านะ อย่ามาพูดแบบนี้ เดี๋ยวนี้ชักจะทำตัวน่ารักเกินเหตุแล้วนะ มีคะมีขา

                “ซาหริ่มไม่ได้ต้องการให้พี่แก๊กมาพูดดีเหมือนผู้หญิงคนอื่น ๆ นะ” งอน ๆๆๆๆ นี่แหละเริ่มงอนแล้ว

                “เปล่าซะหน่อย ...พี่นั่งเครื่องบินตามมาเหนื่อยมากเลย ไปหาร้านเบเกอรี่นั่งพักหน่อยนะ”   เปลี่ยนเรื่องเร็วจริงนะ

                “นั่งมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วรู้ได้ไงว่าซาหริ่มมาอยู่ที่นี่” ชั้นถามไปเป็นชุด มองดูหน้าพี่แก๊กเริ่มมีพิรุธมากยิ่งขึ้น

                “ก็.......เออ.....เมื่อเดือนที่แล้วได้”

                “ฮะ...ว่าไงนะ แล้วพี่ยังจะเหนื่อยกับการนั่งเครื่องบินอีกเหรอ” ชั้นเริ่มสับสน

                “ฮึ ฮึ พี่ล้อเล่น พี่เหนื่อยตอนที่ต้องเดินหลบซ้ายหลบขวา ไม่ให้ซาหริ่มเจอตางหาก”

                “แสดงว่า......ไหนพี่แก๊กลองใส่แว่นดิ”

                “ไมละ ไม่ต้องก็ได้ พี่อยากมองหน้าซาหริ่มตรง ๆ”

                “พี่แก๊ก” ชั้นปรับวอลลุ่มเสียงให้ดังขึ้น หรือเรียกอีกอย่าง ขู่ นั่นเอง  พี่แก๊กจึงยอมใส่แว่น

                “นั่นไง ว่าแล้ว ว่าหน้าคุ้น ๆ มาก พี่แก๊กตามซาหริ่มไปไหนมาไหน ตั้งนานแล้วใช่ไหม นอกจากที่เจอบนรถเมลล์วันก่อน”  ก็เล่นแต่งตัวเป็นเด็กแนวซะอย่างนี้  ใส่แว่นตาดำอีกตางหากเราจำไม่ได้เลย โง่จริง ๆ เลยเราทั้งที่พี่เค้าก็อยู่ใกล้กับเราตลอดเวลา  แถมยังพูดญี่ปุ่นเก่งมาก ๆ เลย

                “ก็ตั้งแต่ไปเที่ยวกับ....ใครนะ ปีโป้ หรืออะไรนะ” น่าตีจริง ๆ เชียว เราไปเที่ยวกับปิโระคุงตั้งหลายรอบ

                “ปิโระคุง ตางหาก ปิโระคุงน่ารักจะตาย พี่แก๊กน่าจะเห็นตอนที่เราไปเที่ยวดิสนีย์กันนะ” ชั้นกำลังชื่นชมปิโระคุง ต่อหน้าพี่แก๊ก โดยไม่ทันระวังตัว

                “อุ๊บ”  นั่นแหละ เสียงสุดท้ายที่ออกจากปากมาได้

                (พี่แก๊กปล่อยซาหริ่มได้แล้วนะ)

                ชั้นได้แต่ผลักให้พี่แก๊กออกไปจากชั้น ดีนะเนี่ยที่ตอนนี้ไม่มีใครเดินผ่านมาทางนี้ หรือสังเกตุเห็นว่ามีใครสองคนยืนจูบกันอยู่หลังกำแพงนี้ 

                “ทีหลัง อย่าพูดถึงคนอื่นต่อหน้าพี่แบบนี้อีกนะ นี่คือการลงโทษ”

                “ถ้าจะลงโทษ ทำอย่างอื่นก็ได้ ทำไมต้อง……….”  ชั้นเขินจนหน้าแดง ใจเต้นแรงไม่ยอมหยุด

                “งั้นพี่จะลงโทษด้วยวิธีนี้ก็แล้วกันนะ”

                “ไม่เล่นด้วยแล้ว” ยังไม่ทันที่จะได้พูด พี่แก๊กก็รวบเอวชั้นเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนเขาซะแล้ว แล้วอย่างนี้ชั้นจะไปไหนรอด

                “โทษฐานที่ทำให้พี่คิดถึงซาหริ่มมาก”

                “ซาหริ่มหายใจไม่ออก” ชั้นไม่ปล่อยให้พี่แก๊กกอดไว้ได้นาน จึงผลักออกไป

                “พี่คิดถึงซาหริ่มแทบบ้า กว่าจะได้มา ก็ต้องฝึกสอนให้ครบ ซาหริ่มไม่คิดถึงพี่บ้างหรือไง” ทำไงได้ ก็ตอนนี้ใจของซาหริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ เรื่องไร ซาหริ่มต้องให้พี่แก๊กมารับรู้จังหวะการเต้นของหัวใจซาหริ่มด้วยล่ะ  ขอซาหริ่มตั้งสติก่อนแล้วกันนะคะ

                “ไหนบอกว่า ไม่ชอบมาเดินฮาราจูกุไง”  เสียงใครบางคนดังมาจากด้านหลัง

                “เพื่อนซาหริ่มแน่ะ” ชั้นหันกลับไปมองข้างหลังตามที่พี่แก๊กพูด เห็นปิโระคุงยืนมองเราสองคนอยู่ตรงถนนคนเดินด้านนอกกำแพง

                “อ...อ้าว...หวัดดีปิโระคุง” คำว่าหวัดดีของชั้นถ้าจะตีความหมายแล้ว จะได้อีกหลายความหมายเลย ตั้งแต่ มาได้ไง ไปไหนมา มาตั้งแต่เมื่อไหร่ และเห็นอะไรตอนไหนบ้าง

                “.....” พี่แก๊กยืนมองหน้า ปิโระคุง

                “.....” ปิโระคุงก็ยืนมองหน้าพี่แก๊ก

                ส่วนฉัน ยืนงง ๆ แบบว่าทำไรไม่ถูก เหมือนจะเป็นสาวฮอต พวกผู้ชายเค้าเป็นอะไรกันนะ จะยืนมองหน้ากันไปถึงไหน บรรยากาศก็แบบว่า มาคุ มาคุ  ‘ToT’

                “ปิโระคุง ซาหริ่ม ขอตัวก่อนนะ”  คงไม่ต้องมาแนะนำตัวให้ฟังกันหรอกนะ สถานการณ์แบบนี้  ตอนนี้ชั้นพยายามดึงมือพี่แก๊กให้ออกมาจากสงครามเย็นเสียก่อน ก่อนที่อะไร ๆ จะแย่มากกว่านี้ ชั้นได้แต่ภาวนาอย่าให้พี่แก๊กเข้าใจชั้นผิด ว่าชั้นคบกับปิโระคุง และก็ภาวนาให้ปิโระคุงตัดใจไปจากชั้นเสียที

                หลังจากที่เดินหนีปิโระคุงมาแล้ว  พี่แก๊กก็พาชั้นมาที่ห้องพัก ซึ่งมันอยู่ใกล้กับห้องของฉันเลย ....พี่แก๊กเนี่ย เป็นเจ้าตัวแสบของฉันจริง ๆ เลย ถึงว่าเหมือนมี คนคอยมอง คอยตามอยู่ตลอดเวลา แสบจริง ๆ คิดแล้วหมั่นเขี้ยว ฮึม..

                “พี่แก๊ก ช่วยอธิบายข้อความในกระดาษให้ซาหริ่มฟังหน่อยจิ”

                “ไม่บอก หลอกให้งง”

                “เนี่ยก็งง อยู่แล้ว งง จริง ๆ ด้วย อธิบายมาเร็ว”

                “ไม่ ซาหริ่มต้องให้พี่กอดซาหริ่มก่อน” 

                “นี่ ๆๆๆ อย่ามาทำตัวแบบนี้นะ ไปติดนิสัยแบบนี้มาจากไหนกัน”

                “พี่เป็นมาตั้งนานแล้ว 555”

                “ไม่ตลก” 

                “ก็ได้ ๆๆๆๆ จะบอกให้” 

                “อืม...เร็ว ๆ ดิ” ชั้นเร่งให้พี่แก๊กรีบ ๆ เฉลยข้อความที่เขียนไว้ในกระดาษแผ่นเล็ก ๆ เพราะว่ามันเป็นตัวคันจิ ซึ่งชั้นยังอ่านไม่ออก

                “พี่เขียนว่า คิดถึงซาหริ่มมาก ๆ และอยากให้ซาหริ่มฝึกเต้นลีลาศจากซีดี เราจะได้ไปออกงานด้วยกัน”

                “ว่าแต่ว่า พี่แก๊กพูดญี่ปุ่นได้ด้วยเหรอ ซาหริ่มไม่เคยรู้”

                “ก็ซาหริ่มไม่เคยถาม พี่ยังมีอะไรให้แปลกใจอีกเยอะ”  

                “จริงด้วย”  ชั้นไม่เคยถาม เรื่องส่วนตัวของพี่แก๊กเลย ช่วงเวลาที่เริ่มคบกัน มันก็สั้นซะเหลือเกิน

                “พี่จะรอกลับเมืองไทย พร้อมซาหริ่มนะ”

                “ค่ะ...อีกไม่กี่วันก็จะเรียนจบคอร์สนี้แล้ว” 

                “งั้นคืนนี้ซาหริ่มค้างที่นี่นะ ให้พี่อยู่กับซาหริ่มให้หายคิดถึง”

                “พอเลย ๆ” ชั้นส่ายหน้าไม่ยอมรับข้อเสนอ

                ปัง ๆๆๆ เสียงเคาะประตูห้องพี่แก๊ก ดังขึ้นมาไม่หยุด ต้องบอกว่าทุบประตูสินะ ถึงจะถูก ชั้นจึงเดินไปเปิดประตู เพราะได้จังหวะที่จะหนีจากการถูกกอด

                ฟิ้วววว ไม่ใช่เสียงลมพัดหรอกนะ มันเป็นเสียงของการวิ่งผ่าน และเสียงที่ดังตามมาก็คือ ปึ้ง !!! ไม่มีใครตาย แต่ช้านนนน เจ็บ เพราะแรงผลักของยัยนั่น หลังชั้นจึงไปกระแทกกับกำแพงอีกทีนึง

                “พี่แก๊กขา...  อย่างนี้จีน่ายอมไม่ได้นะคะ” 

                (ที่เธอกอดรัดฟัดเหวี่ยงอยู่น่ะนะ มันแฟนฉัน  ชั้นตางหากที่จะยอมไม่ได้ ควันเริ่มออกหูแล้วนะ!!)

                “อะไรกันจีน่า เราพูดกันรู้เรื่องแล้วไม่ใช่เหรอ”

                (ดีมาก พี่แก๊ก)

                “จีน่ายอมไม่ได้แล้วนะ ตั้งแต่ตามมา พี่แก๊กก็ได้แต่ตามยัยบื้อนั่นอยู่ได้น่าเบื่อ”

                (ตามมา?? โห....ยัยเจ๊คนนี้ยังอุตส่าห์บินมาญี่ปุ่น)

                “จีน่าตามพี่มาทำไม จีน่าก็รู้ว่า พ...” 

                “จีน่าไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ก็จีน่ามาก่อน ยัยเด็กกะโปโลคนนี้”  ยัยเจ๊จีน่าพูดไม่ยอมหยุด

                “มาก่อนไม่ช่วยอะไรหรอกเจ๊ ในเมื่อเจ๊มาก่อน ก็ต้องไปก่อน ถูกปะเจ๊” ชั้นก็ฮึดสู้ ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ว่าจะสู้ได้มากแค่ไหน ของอย่างนี้มันขึ้นอยู่กับคนกลาง คือพี่แก๊กตางหาก  ชั้นก็ปากดีไปอย่างนั้นแหละ

                “จีน่าครับ พี่ไม่เคยให้ความหวังกับจีน่าเลยนะ จีน่าลองคิดดูสิว่าที่จีน่ามาชอบพี่ เพราะอะไร นั่นเป็นเพราะผู้ใหญ่ของเรารู้จักกัน เราเลยสนิทกัน เจอกันบ่อย ๆ  และที่สำคัญจีน่าคิดจะแก้แค้นพี่ชายของพี่ไม่ใช่เหรอครับ”

                (อะไรนะ พี่แก๊กยังมีพี่ชายอีกเหรอเนี่ย ตายแล้ว เราไปอยู่ไหนมาหว่า)

                “ไม่จริงนะ จีน่ารักพี่แก๊ก ฮือ ๆๆ” ยัยเจ๊นั่นเจอคำพูดพี่แก๊กเข้าไป ถึงกับลงไปนั่งร้องไห้  เรื่องมันชักจะไปกันใหญ่แล้วนะ แล้วอย่างนี้ชั้นจะต้องทำตัวยังไงดี

                “พี่แก๊ก ๆ จะมียัยเม็ดถั่วเขียวตามมาอีกไหมเนี่ย ชักระแวง” ฉันหันซ้าย หันขวา มองไปรอบ ๆ กลัวว่าจะมีอีกหนึ่งคนโผล่เข้ามาอีก

                “ซาหริ่มไม่เอาน่า อย่าไปเรียกจ๊ะจ๋าเค้าอย่างนั้นสิ .....เอ......แต่พี่ว่าพี่เห็นจ๊ะจ๋าเค้าแวบ ๆ นะ 555”

                (ดู ๆ ยังจะมาทำน่าทะเล้น เสน่ห์แรงจริง ๆ กลุ้มใจจัง)

 

 

 

tags : Debutante  
เขียนโดย CeZaa : 2007-07-18 09:51:19
ความคิดเห็นที่ 10
....หนุกดีครับ555

หัวหน้าพ่อครัว
sukumvit_ : 2007-11-03 13:42:14
ความคิดเห็นที่ 9
สนุกมั๊กๆ

เจ้าของร้าน
Pl@i_Kp99 : 2007-10-19 09:35:08
ความคิดเห็นที่ 8
เจอกันสักทีนะ

เจ้าของร้าน
applena : 2007-09-27 21:51:23
ความคิดเห็นที่ 7
สนุกมากๆชักเริ่มติดใจซะเเล้ว

พ่อครัวมือใหม่
creamoo : 2007-08-05 14:13:50
ความคิดเห็นที่ 6
ดีใจมาก ๆ เลย ที่ทุกคนชอบ

เจ้าของร้าน
CeZaa : 2007-07-19 11:40:51
ความคิดเห็นที่ 5
เอามาให้อ่านอีกนะ

พ่อครัวมือใหม่
bell_name : 2007-07-18 18:56:54
ความคิดเห็นที่ 4
สนุกดีอยากอ่านอีกนะ

เจ้าของร้าน
Noo_Bowzy : 2007-07-18 12:42:47
ความคิดเห็นที่ 3
สนุกดีคับ เริ่มมีเรื่องตื่นเต้นขึ้นมาแล้ว หลังจากซีเครียดมานาน แต่ซาหริ่มจะต้องออกรบกับใครอีกเนี่ยะ????ซาหริ่มสู้ๆๆ.....ตอนนี้อยากเปนพี่แก็กจังเลย อิจฉาๆๆ

แฟนพันธ์แท้ ปี2
Rotary : 2007-07-18 10:43:14
ความคิดเห็นที่ 2
Wow.....สตอรี่น่ารักจังเลย เรื่องก็หนุกด้วย ไม่พลาดตอนหน้าแน่ ๆๆๆๆ

เด็กเสิร์ฟเย็นตาโฟว์
Nan2007 : 2007-07-18 10:39:20
ความคิดเห็นที่ 1
อยากอ่านอีกจังเลย
( member no icon )
เด็กล้างจาน
lukmakna : 2007-07-18 10:28:10