วันที่ : 3 สิงหาคม 2550
ชื่อตอน (chapter) : เดบูตอง~ลองรักเธอ # 17 ลักพาตัว....ตัวปลอม

เดบูตอง ลองรักเธอ

17

            เมื่อคืนได้ยินพ่อกับแม่คุยกันด้วยแหละ....ว่าเหตุผลอะไรที่พ่อต้องไปเมืองนอกกะทันหันโดยที่ไม่บอกใครไว้เลย ก็ไม่อยากจะเชื่อเลยนะ ว่าพ่อจะมีศัตรูกับใครที่ไหน พ่อบอกกับแม่ว่าตอนแรกพ่อจะบินไปเยี่ยมชั้นที่ญี่ปุ่น แต่มีคนโทรมาขู่ว่าถ้ายังไม่อยากให้แม่ตาย ให้ไปจากประเทศไทยซะ พ่อกระซิบที่ข้างหูแม่ ทำให้ชั้นไม่ได้ยินว่าคน ๆ นั้นเป็นใคร รู้เพียงแต่ว่า เป็นคนใกล้ตัว

            “แม่คะ พ่อคะ ซาหริ่มออกไปข้างนอกนะคะ”

            “ไปเที่ยวกับตาแก๊กใช่ไหมละ” แม่ถามอย่างรู้ทัน ก็ใช่จริง ๆ ตอนเช้าพอเปิดมือถือ ก็มีข้อความล้นทะลักมาเกือบสิบข้อความ มีแต่ของพี่แก๊ก อ้อ ...มีของยัยปลาดาวด้วย

            “ค่ะ” 

            “กลับกี่โมง วันนี้แม่จะออกจากโรงพยาบาลแล้วนะ” พ่อหันมาถาม

            “ก็คิดว่าจะกลับตอนเย็น ๆ แต่ถ้า....แม่จะออกจากโรงพยาบาลแล้ว งั้น...ซาหริ่มกลับตอนบ่ายโมงแล้วกันค่ะ”

            “ไม่เป็นไร พ่อไม่ได้ว่าอะไร เอาเป็นว่าซาหริ่มก็ไปเที่ยวแล้วกลับบ้าน ไปเจอกันที่บ้านก็แล้วกันนะ” พ่อพูดพร้อมยื่นเงินมาให้ พ่อนี่ช่างรู้ใจลูกจริง ๆ เลย อิอิ

            “ไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะพ่อ สวัสดีค่ะแม่ เจอกันตอนเย็นที่บ้านนะคะ” 

            ระหว่างเดินทาง (วันนี้พี่แก๊กนัดไว้ว่าจะไปเที่ยวสวนสนุก) ยังไม่ทันที่จะขึ้นรถแท็กซี่ ก็มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นกับชั้น

            “หวัดดีจ๊ะ ซาหริ่ม” ยัยเม็ดถั่วเขียวโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ ท่าทางเหมือนกับวิ่งมาจากไหน และดูยัยนั่นใส่เสื้อผ้าสิ เหมือนกับชั้นเลย

            “อะ อะ เอ่อ ...หวัดดี มีไรเหรอ??” ชั้นถามด้วยความแปลกใจ

            “จะไปไหนเหรอ? ไปกับชั้นเถอะนะ” ยัยนั่นพูดจาเริ่มไม่รู้เรื่อง แถมยังมาดึงแขนอีก

            “ชั้นมีนัดกับพี่แก๊ก”

            “ไปกับชั้นก่อนเถอะนะ ขอร้อง...นะ นะ ซาหริ่ม”

            “เธอมีแผนอะไรกันแน่” ชั้นปัดมือของยัยนั่นออก

            “ว๊าย !!!????” ชั้นร้องขึ้นด้วยความตกใจ เพราะมีคนเอาถุง เอ๊ะ ไม่ใช่สิ กระสอบมากกว่า เพราะมันคันไปทั้งแขนแล้วตอนนี้ ....ชั้นโดนลักพาตัวเหรอนี้

            “เงียบ ๆ อย่าร้อง ถ้าไม่อยากตาย” เสียงผู้ชายดังขึ้น ชั้นโดนลากขึ้นรถ แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าที่ไหน

            “ช่วยด้วย ๆๆๆๆ “ ชั้นได้แต่ตะโกนร้องเรียก

            “เอ๊ะ!  บอกว่าให้เงียบ  เสียงตะหวาดดังขึ้น ชั้นจึงเงียบเสียงลง ตอนนี้ก็ได้แต่คิดว่าจะติดต่อกับใครยังไงดี  มือถืออยู่ในกระเป๋ากางเกง แต่ไอ้กระสอบที่มันครอบหัวอยู่เนี่ยมันไม่คลุมมาถึงเอว  ไม่มีอะไรบังไว้เลย  แถมมือก็โดนมัดไขว้หลังไว้อย่างนี้จะทำไงดี?

            “ปล่อยซาหริ่มนะ จับซาหริ่มมาทำไม ซาหริ่มจะฟ้องพ่อ ฮือ ๆๆๆ” เอ๊ะ! เสียงนั่นมัน ยัยเม็ดถั่วเขียวนี่นา  โดนจับตัวมาเหมือนกันเหรอ?? แต่ทำไมถึงเอาชื่อเราไปพูดอย่างนั้น

            “เฮ้ย !!!  มึงจับมาทำไมสองคนวะ แล้วดูดิ มันโวยวายกันไม่หยุด น่ารำคาญจริง ๆ “ มีเสียงผู้ชายเหมือนจะอยู่ด้านหน้าของชั้นอีกคน พูดขึ้นมาอย่างหงุดหงิด คนแรกที่พูดคงเป็นลูกน้องของมันอีกที

            “แกจับพวกชั้นมาทำไม” ชั้นพูดขึ้นมา แต่ก็ไม่มีใครตอบอะไรเลย มันน่าโมโหนักเชียว

            “ซาหริ่มอยากกลับบ้าน” ยัยเม็ดถั่วเขียวยังคงพูดต่อไป

            สักพักนึง ก็มีคนมาเอากระสอบที่ครอบหัวไว้ออก เพราะยัยจ๊ะจ๋าเอะอะโวยวายบอกว่าหายใจไม่ออก เราสองคนก็เลยได้หายใจกันโล่งขึ้น พอมองไปรอบ ๆ ก็พบว่าในรถตู้มันไม่มีหน้าต่างเลยสักบานเดียว มันทึบไปหมด จะมีแสงก็แค่ที่ลอดผ่านทางด้านหน้าคนขับเข้ามาเท่านั้น

            “เฮ้ย! มึงอะ  เอาอีนี่ไปทิ้งข้างทางไป!” อีนี่ที่แกหมายถึง คือใคร?

            “คนนี้เหรอพี่” ไอ้คนที่เป็นลูกน้อง มันหันมาที่ชั้น

            “เออ เหลือแค่อีคนที่ชื่อซาหริ่มไว้คนเดียว เจ้านายสั่งมา” ฮะ!  ว่าไงนะ แกจะเอาชั้นไปทิ้งข้างทาง แต่แกก็บอกว่าจะเอาชั้นไว้ ตกลงพวกแกเมากันรึเปล่าเนี่ย??

            “เก้าะ!!”   

            “ซาหริ่มจะกลับบ้าน แง ๆๆๆ”  ชั้นล่ะ ไม่เข้าใจยัยนี่จริง ๆ เลย อยากจะมาเป็นชั้นอะไรตอนนี้ ดูเค้าทำ  และแล้วชั้นก็โดนทิ้งไว้บนทางด่วนจริง ๆ ด้วย จะทิ้งไว้ที่ ๆ มันหารถให้ง่ายกว่านี้ก็ไม่ได้

            “ทำไงดีละที่นี้”  ชั้นนึกถึงเบอร์ใครไม่ออกเลยจริง ๆ มือไม้สั่นไปหมดแล้ว ไอ้พวกนั้นมันเตรียมตัวกันมา มันจะพาชั้นไปไหนกันแน่ นึกว่าจะได้เห็นหน้า แต่พวกมันดันใส่หมวกไอ้โม่งกันไว้ทุกคน ป่านนี้ยัยจ๊ะจ๋าจะเป็นยังไงบ้างนะ

            “โทรศัพท์ !! ใช่ ๆ โทรศัพท์ ต้องโทรไปบอกตำรวจ แล้วเบอร์ตำรวจ?? 191 ดีไหม” ชั้นกำลังเล็งที่มือถือ จะกดเบอร์ตำรวจ แต่ก็ต้องมาตกใจ กับมือถือที่ตั้งสั่นเอาไว้ ทำให้มือถือตกไปที่พื้น

            “ตายแล้ว หน้าจอแตกเลย ฮือ ๆๆ จะทำไงดี ยังใช้ได้อีกรึเปล่าเนี่ย??” ชั้นยืนร้องไห้ให้กับตัวเอง และมือถือที่ตกไป

            “ฮัลโหล ๆๆ” ชั้นลองพูดกลับไป

            “ซาหริ่มเหรอ”

            “พี่แก๊ก ๆ ช่วยซาหริ่มด้วย”

            “เป็นไรไป ซาหริ่มอยู่ที่ไหน?”

            “ไม่รู้”

            “อ้าว ไมไม่รู้ล่ะ พี่รอซาหริ่มที่หน้าดรีมเวิลด์แล้วนะ”

            “ช่วยด้วย ซาหริ่มกลัว”

            “เป็นไร ซาหริ่ม เกิดอะไรขึ้นกันแน่?!!”

            “ซาหริ่มโดนลักพาตัว แต่ตอนนี้จ๊ะจ๋าโดนจับไปแทน”

            “ซาหริ่ม ซาหริ่มฟังพี่นะ ตั้งสติให้ดี ตอนนี้ซาหริ่มอยู่ที่ไหน มองเห็นป้ายอะไรไหม?”

            “คล้าย ๆ กับ ถนนวงแหวน ที่จะไปอยุธยา”

            “โอเค ๆ อยู่ตรงนั้นนะ เปิดเครื่องเอาไว้ พี่จะลองขับรถไปดูนะ”

            “ค่ะ  รีบ ๆ มานะพี่แก๊ก ซาหริ่มกลัว”

            เกือบจะสองชั่วโมงแล้วที่ชั้นนั่งรออย่างหวาดกลัวอยู่ริมถนน คนที่ขับรถผ่านไปมา ต่างพากันมองด้วยความสงสัย สายตาที่มองมา และคำที่ตะโกนมาแซว ...มันน่านักเชียว แต่เราก็ยังดีกว่ายัยเม็ดถั่วเขียวนั่น ยัยนั่นคิดอะไรของเขานะ  ทำไมถึงเอาชื่อเราไปใช้ ชักเป็นห่วงแล้วสิ ยัยนั่นไม่มีสมองจริง ๆ เลย คิดอะไรอยู่กันแน่??  ไม่ได้เล่นขายของนะ เม็ดถั่วเขียวจริง ๆ สมแล้วที่ตั้งฉายาให้

            ตื๊ด..........ตื๊ด................... มือถือสั่นอีกแล้ว

            “ซาหริ่ม”

            “ค่ะ พี่แก๊กใช่ไหม” 

            “ซาหริ่ม วันนี้ใส่เสื้อสีอะไร”

            “ก็ใส่เสื้อยืดสีขาว กับกางเกงขาสั้น” ชั้นก้มมองดูตัวเอง

            “อืม เงยหน้าขึ้นมาได้แล้ว ขึ้นรถ” ฮะ?? อ้าว ...มาจอดตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ตกใจหมดเลย

            “พี่แก๊ก ดีใจจังเลย พี่แก๊กหาซาหริ่มเจอด้วย”

            “เป็นไงบ้าง ยังอยู่ครบ 32 รึเปล่า”

            “ครบสิคะ แต่ว่าจ๊ะจ๋า....”

            “อืม พี่คุยกับตำรวจที่รู้จักแล้ว ซาหริ่มพอจะจำอะไรได้บ้างรึเปล่า”

            “หึ  ซาหริ่มกำลังคุยกับจ๊ะจ๋าอยู่ริมถนน แล้วก็โดนกระสอบครอบหัว จากนั้นมันคิดว่าจ๊ะจ๋าเป็นซาหริ่ม มันเลยทิ้งซาหริ่มไว้ข้างทาง” 

            “พี่ว่า....ต้องเป็นหนุ่ม ๆ ที่ชอบซาหริ่มแน่เลย” พี่แก๊กพูดแล้วยังจะทำท่าคิดอีกนะ มันน่าตีนักเชียว กำลังหน้าสิ่วหน้าขวานอยู่แท้ ๆ ยังทำเป็นเล่นอีก

            “อืม....คงใช่”

            “ฮะ!!!  ว่าไงนะ พี่พูดเล่นนะ”

            “อ้าวเหรอคะ ซาหริ่มคิดว่าจริงนะ” ชั้นแกล้งพูดแหย่ไปบ้าง พี่แก๊กเลยอึ้งไปเลย ฮา ๆๆ เราก็เลยหัวเราะกันได้อีกนิดนึง

            “พี่ว่า เรากลับไปบ้านกันก่อนดีกว่านะ”

            “ค่ะ ซาหริ่มก็อยากกลับบ้าน”

            พอกลับมาถึงบ้าน พ่อกับแม่ก็ตกใจที่เห็นเราสองคนกลับมาบ้านกันเร็ว พี่แก๊กกำชับบอกกับชั้นว่า อย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้ให้ใครรู้ ชั้นก็เลยฟอร์มกับพ่อและแม่ว่า เปลี่ยนใจไม่ได้ไปเที่ยวสวนสนุกแล้ว กะว่าเดี๋ยวค่อยไปดูหนังกันตอนเย็น ๆ  พ่อกับแม่ก็ไม่ได้ว่าอะไร

*** เป็นยังไงบ้างคะ ถ้าสนุกก็เม้นท์กันเยอะ ๆ เลยนะ แบบว่าคนแต่งขอกำลังใจ  โหวตด้วยก็ดี อิอิ

เขียนโดย CeZaa : 2007-08-03 14:59:11

/1