ขอเกริ่นนิดนึงก่อนนะ 
อดีตที่จำได้คือเกลียดผู้ชายอยู่คนนึง แต่ปัจจุบัน ความรักกำลังจะเบ่งบาน กับผู้ชายคนนึงคนนั้น ฉันมันโง่จริง ๆ ที่จำนายไม่ได้ ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้า คือคนเดียวกันที่ทำให้แค้นใจมาตลอด 10 ปี จะทำไงดีกับความรักที่เพิ่งจะจำกันได้ว่าเกลียด !

หรือรักนี้จะมีแค่เธอ
ตอนที่ 8
ชั้นได้แต่เดินไปตามทาง เดินไปตามร่างที่นอนไม่ได้สติของน้องสา โรงพยาบาลยามค่ำคืนมันน่ากลัวอย่างนี้นี่เอง หนังผีที่ถ่ายจากโรงพยาบาล มันถึงได้น่ากลัว ชั้นไม่ชอบอย่างนี้เลย ชั้นไม่สามารถพูดคุยกับใครได้ ไม่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกที่มีให้กับใครได้เลย
ดีนะเนี่ย ที่ตอนกลางคืน โรงพยาบาลไม่มีความมืด เหมือนในหนัง ค่อยยังชั่วหน่อย เฮ้อ
เป็นไง
ฮะ ใคร ใคร สงสัยหูแว่วไปเอง ชั้นมองไปรอบ ๆ ก็มีเพียงพยาบาลคนเดียวที่ยืนเช็คเอกสารอยู่ที่เคาน์เตอร์
ถามว่าเป็นไง เหงาเหมือนกันไหม
เหงาดิ เย้ย ใครกัน ชั้นเริ่มกลัวขึ้นมาจับใจ ความเงียบของทางเดิน และการยืนอยู่คนเดียวที่ไม่มีใครเห็น มันทำให้หนาวใจขึ้นมาทันที
ไม่ต้องกลัวหรอก เราก็เหมือนกัน
ใคร ออกมานะ ชั้นก็ดันกล้าไปพูดอย่างนั้น ตบปากตัวเองซักทีดีไหม ยังอยากจะไปเห็นเค้าอีก อย่ามาเลยนะ ในใจก็ภาวนาว่าอย่าได้เห็นใครนอกจากพยาบาลที่เป็นคนเลย ถึงชั้นจะตายไปแล้ว แต่ชั้นก็ยังกลัวผีเป็นเหมือนกัน ว๊าก !!!!! เหมือนมีใครมาผลักกันเลย
จะมากลัวกันเองทำไม
แนะ!! ยังจะมาพูดงี้อีก ใจมันเต้นตูม ๆ ยังไงไม่รู้ ชั้นรีบเดินไปยืนใกล้ ๆ พี่พยาบาลคนนั้น เฮ้อ... แค่เดินมาไม่กี่ก้าว ทำไมมันดูไกลกันจังเลย
อ๊าย !!!!!! ปล่อยมือชั้นนะ บอกให้ปล่อย ชั้นพยายามสะบัดมือให้หลุดจากมือใครบางคน โดยที่ชั้นไม่หันไปมองหน้าเลย แล้วก็หลับตาปี๋ ชั้นจะตายลงไปตรงนี้ (อีกรอบ) ให้ได้เลย มือเย็นเฉียบค่อย ๆ คลายมือปล่อยมือชั้นตามสิ่งที่ชั้นขอร้อง (ดูเหมือนจะเป็นการตะคอกมากกว่า) แล้วชั้นก็ค่อย ๆ หันหน้าไป
ทะ ทะ เธอ ปะ ปะ เป็น ผี ช่าย ปะ เปล่า โอ๊ย อยากจะบ้าตาย พูดติด ๆ ขัด ๆ ทำไมก็ไม่รู้ นี่ชั้นพูดกับผีเหรอนี่ไม่อยากจะเชื่อตาตัวเองเลย เด็กผู้หญิงอายุราว ๆ 18 ปี หน้าตาธรรมดา ยืนอยู่ตรงหน้าชั้น หน้าตาของเด็กคนนี้ดูเศร้าจังเลย
ใช่
ซะงั้น ชั้นก็พูดกลับไป เหมือนเป็นเพื่อนกันเลย
กลัวเหรอ
เออดิ แต่ยังดีที่มาในสภาพที่ดี ๆ ไม่มาแบบเละ ๆ ไม่งั้น คงจะโกยเถอะโยมไปนานแล้ว เออแน่ะ ชั้นยังมีเวลามานั่งนึกถึงหนังอีก
งั้น เราไปก็ได้นะ
อะ ....ดะ...เดี๋ยวดิ ชั้นก็ดันไปเหนี่ยวรั้งไว้อีกครั้ง เพราะตอนนี้ ชั้นคิดแค่ว่าดีแค่ไหนแล้วที่เรายังได้คุยกับคน(ผี)อื่น
ก็พี่สาวกลัวเรา เราไปที่อื่นก็ได้
มันก็ต้องกลัวดิ ก็เพิ่งเคยตายนี่นา
เราก็กลัวเหมือนกัน
แล้วมันเป็นยังไงเหรอ
อะไรยังไง?? เราไม่เข้าใจที่เธอถาม
ก็เราตายกันแล้ว เราต้องไปไหน
เราก็ไม่รู้ พี่สาวเพิ่งตายใช่ไหม
อืม ชั้นเกิดอุบัติเหตุ
พี่สาวที่ยังนอนอยู่ในห้อง ไอ ซี ยู ใช่ไหม
อืม น้องอีกคนเค้าปลอดภัยแล้ว
พี่สาวแค่เข้าร่างไม่ได้ ไม่ได้ตายอย่างเราซะหน่อย
เธอรู้ได้ยังไง ?
อย่างเราเรียกว่าตายไปแล้ว ไม่มีแม้ลมหายใจ และไม่เหลือร่างกายที่จะให้กลับไป เราถึงยังได้วนเวียนอยู่ที่นี่
เธอเป็นอะไรตายเหรอ ชั้นถามเด็กคนนั้น
เรากินยาฆ่าตัวตาย
ทำไมต้องทำร้ายตัวเอง ไม่ดีเลยนะ
ใช่ มันสายไปแล้วละนะ เรารู้ว่ามันไม่ดี แต่มันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เค้าได้รู้ว่าความรักที่มีให้ มันมีอยู่จริง ใบหน้าของเด็กสาวคนนั้นเริ่มเศร้าหมองอีกครั้ง และมีน้ำตาไหลรินออกมา เมื่อพูดถึงสิ่งที่ทำไปในอดีต
ความรักเหรอ? ชั้นเอ่ยขึ้น และคนเดียวที่นึกถึงก็คือ อีตาบ้านั่น
อย่างพี่สาว ยังมีร่างกายที่นอนรออยู่ และบางสิ่งก็คงช่วยพี่สาวกลับไปได้
ถ้าเป็นจริง แล้วเมื่อไหร่กันล่ะ ที่จะได้กลับไป
พี่สาวชื่ออะไรเหรอ? เด็กคนนั้นเปลี่ยนเรื่องพูดเฉยเลย
ชื่อเอ๋ย เธอชื่ออะไร?
ชื่อแพร ไปก่อนนะ
อ้าว จะรีบไปไหนละ ไม่อยู่เป็นเพื่อนกันก่อนล่ะ
พี่สาวไม่ต้องกลัวนะ เป็นวิญญาณที่ล่องลอยสนุกกว่าที่คิดนะ จบคำของแพร ร่างที่ยืนอยู่ตรงหน้าก็หายไป
แล้วหายตัวไปได้ยังไง? มาสอนกันก่อนดิ ชั้นก็พูดติดตลกไปได้ ชั้นจะเชื่อแพรดีหรือเปล่าเรื่องที่ว่าชั้นยังไม่ตาย แล้วด้วยวิธีไหน ใครกันที่จะช่วยส่งเรากลับเข้าร่างได้ ชั้นมัวแต่ยืนพูดพร่ำไปเรื่อย จนลืมไปเสียสนิทเลยว่า จะต้องเดินไปที่ห้องพิเศษของน้องสา
เช้าวันรุ่งขึ้น...............ห้องพิเศษ
ผมและคุณน้ำค้างเดินทางมาถึงโรงพยาบาลแต่เช้า และเตรียมตัวมานอนเฝ้ายัยสาด้วย ยัยสายังไม่ฟื้นเลย แต่คุณหมอก็บอกว่าปลอดภัยแล้ว ผมก็โล่งอก แต่ถึงยังไงผมก็ยังไม่แน่ใจ จนกว่าน้องของผมจะตื่นขึ้นมาบ่นผมเหมือนเดิม
คุณศินทร์ ทานอะไรดีคะ เดี๋ยวน้ำค้างลงไปซื้อมาให้
ขอบคุณครับ แต่ผมยังไม่หิวเลย
งั้น เดี๋ยวน้ำค้างมานะคะ
ครับ แล้วคุณน้ำค้างเดินเปิดประตูออกไป
สา สาได้ยินพี่ไหม? ผมถามน้องสาวผม ทั้ง ๆ ที่เค้ายังคงนอนไม่ได้สติอยู่ ตอนนี้ผมไม่รู้ว่าต้องทำอะไรเป็นอย่างแรก ผมจะไปหาคุณเอ๋ยก่อน รึว่าผมจะต้องรอให้น้องสาวผมฟื้นขึ้นมาก่อน การที่เราจะเลือกทำอะไรสักอย่างเพื่อคนที่เรารักทั้งสองคน มันยากต่อการให้ลำดับความสำคัญจริง ๆ
พี่คะ สาขอโทษ ยัยสาละเมอพูดออกมา แต่เสียงอันแผ่วเบา ทำให้ผมได้ยินไม่ชัดเจน
สา สาพูดว่าอะไรนะ
สาขอโทษนะคะ สาทำผิดต่อพี่
อ้อ...ไม่เป็นไร เราพี่น้องกัน พี่เข้าใจ ผมพูดตอบกลับไป ไม่รู้เหมือนกันว่าสาจะรับรู้สิ่งที่ผมพูดรึเปล่านะ
พี่เอ๋ย สาขอโทษ สาขอโทษ คำ ๆ นี้ทำให้ผมเจ็บจี๊ดขึ้นมาที่ใจ ยัยสาขอโทษคุณเอ๋ยเรื่องอะไรกัน คงเป็นเรื่องที่ทำให้ต้องเกิดอุบัติเหตุ แต่น้องของผมยังไม่ฟื้นขึ้นมาเห็นสภาพของคุณเอ๋ยเลยนี่นา ทำไมถึงได้รู้กันนะ
สา สา รู้สึกตัวไหม ได้ยินเสียงพี่รึเปล่า
พี่ พี่อยู่ที่ไหนคะ ช่วยพี่เอ๋ยด้วย พี่เอ๋ยอยู่คนเดียว น้องของผมพูดอ้อนวอน ทั้งที่ไม่ลืมตาขึ้นมาเลยสักนิดเดียว
ผมนั่งรอจนกว่าคุณน้ำค้างจะกลับมา เพราะผมก็ร้อนใจเรื่องคุณเอ๋ยมาก ๆ น้องสาวของผมพูดสิ่งที่ผมเป็นกังวลไม่ยอมหยุด กว่าจะเงียบหยุดไปก็พูดซะจนผมอยากจะวิ่งไปไอ ซี ยู ให้รู้แล้วรู้รอดกันไปเลย แต่ก็ติดเพราะไม่มีใครดูแล ผมจึงนั่งรอ เวลาก็ช่างช้าจริง ๆ
มาแล้วค่า ทานอะไรดีคะคุณศินทร์ น้ำค้างซื้อมาให้เลือกเยอะแยะเลย
ผมฝากดูยัยสาด้วยนะครับ ผมขอไปดูคุณเอ๋ยก่อน
แล้วข้าวเช้าละคะ ไม่ทานก่อนเหรอ
ผมขอตัวก่อนแล้วกันนะครับ ฝากด้วยนะครับ ผมรีบหยิบเสื้อคลุมแล้วออกจากห้องพิเศษไปอย่างรวดเร็ว
หน้าห้อง ไอ ซี ยู ......
คุณ
ค่ะ ว่ายังไงคะ
ผมขอเข้าไปเยี่ยมคนป่วยในห้องได้ไหมครับ
ชื่ออะไรคะ
ชื่อ ณัฐฌาวีย์ ครับ
สักครู่ค่ะ ......................ได้ย้ายไปห้องพิเศษ ห้อง 312 แล้วค่ะ
เหรอครับ แล้วอยู่ตึกไหนเหรอครับ
ตึกใหม่ ด้านซ้ายนะคะ ขึ้นไปชั้น 3 ค่ะ
ขอบคุณมากครับ คุณพยาบาล ผมรีบเดิน ไม่ใช่สิ วิ่งตางหาก เพื่อที่จะได้ไปพบกับคุณเอ๋ย
.........................................
ชั้นนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่ตรงเตียงเฝ้าคนป่วย นั่งมองสายน้ำเกลือที่เสียบอยู่ที่หลังมือของฉัน น้ำเกลือที่ค่อย ๆ ไหล ต้องบอกว่ามันดูจะเป็นการหยดซะมากกว่า ทีละหยด ทีละหยด ชั้นนั่งมองอย่างไร้อารมณ์มานาน ตั้งแต่เมื่อเช้ามืดที่เค้าย้ายชั้นมานอนที่นี่ .........จริงสิ เช้าแล้ว ชั้นต้องกลัวแดดรึเปล่านะ เหมือนอย่างละครตอนเย็นที่ผีไม่สามารถออกมาตอนกลางวันได้ รึว่านี่เป็นการพิสูจน์ว่าชั้นยังไม่ตาย รึว่าคำพูดของแพรจะเป็นเรื่องจริง
เอ๊ะ!! มีคนมายืนหน้าห้อง ใครกัน ชั้นเดินออกไปยืนอยู่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ ระหว่างประตูหน้าห้อง
อีตาบ้า มาทำไมกัน ชั้นยืนพูดกรอกใส่หูอีตาบ้า เพราะนายนั่นไม่ได้ยิน ชั้นก็รู้สึกสนุกขึ้นมาทันที
แน่ะ ยังจะเข้ามาอีก คนอะไรไม่มีมารยาทเลย เข้าห้องก็ไม่เคาะประตู แถมเปิดเข้ามาเฉยเลย ชั้นค่อย ๆ เดินตามกลับเข้ามาในห้อง และมองอีตานั่น สภาพชั้นเป็นแบบนี้นายคงจะดีใจสินะ
คุณเอ๋ย สายตาที่นายนั่นมองมาที่ร่างไร้สติของชั้น มันดูอาลัยอาวรณ์จริง ๆ ผิดคาดแฮะ
มาทำไม ออกไป ชั้นไม่อยากเจอหน้าคุณ
คุณเอ๋ย คุณคงจะรู้สึกเจ็บมากใช่ไหม
ไม่เลย ไม่รู้สึกซะหน่อย
ผมผิดเองที่ทำให้คุณต้องเป็นแบบนี้
รู้ก็ดีแล้ว ชิ
ผมรักคุณ ผมรักคุณ คุณได้ยินไหม
ได้ยินแล้วจะตะโกนทำไม ฮะ ...ว่าไงนะ ชั้นไม่เคยได้ยินคำว่ารักจากปากของนายต่อหน้าชั้นเองแบบนี้เลย นายนั่นเอื้อมมือไปจับมือชั้นไว้อย่างแผ่วเบา ฮะ!!! ชั้นรู้สึกได้ยังไงกัน ชั้นมีความรู้สึก อุ่น ๆ ที่มือข้างขวา ชั้นยืนตะลึงในความรู้สึก พลิกมือไปมาเพื่อให้แน่ใจว่ารู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ
ผมคิดถึงคุณ คุณกลับมาหาผมได้ไหม
ชั้นก็อยากกลับไปจะตายอยู่แล้ว แต่ชั้นจะกลับไปยังไง ฮือ ๆๆๆ
ถ้าคุณกลับมา แล้วผมจะไปจากชีวิตคุณเอง
อะไรนะ ทำไมวันนี้ ตอนนี้ชั้นถึงรู้สึกหวั่นไหว และไม่อยากให้นายหนีหายไปจากชีวิตชั้น นายนั่นเอามือลูบผมของชั้นเบา ๆ ซึ่งชั้นก็รู้สึกรับรู้ได้ ทำไมหมอหรือพยาบาลมาจับแขนจับขา ชั้นไม่เห็นจะมีความรู้สึกอะไรเลย
ผมจะไปเอง ขอเพียงแค่คุณ
ว๊าก.....อย่านะ อย่า ....................ยะ ยะ ยู๊ด ชั้นตะโกนทั้ง ๆ ที่รู้ว่านายบ้านั่นไม่ได้ยิน แต่ไม่ทันซะแล้ว
แล้วผมจะมาเยี่ยมใหม่นะครับ ผมต้องกลับไปดูยัยสาก่อน อีตาบ้า บ้า บ้า นั่น นายถือดียังไง เห็นชั้นไม่มีสติรึไงกัน ถึงได้มาหอมแก้มชั้น ชั้นไม่ยอมนะ อย่าเพิ่งไปดิ กลับมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อนนะ
ชั้นเดินตามนายบ้านั่นไปติด ๆ ไม่ว่าจะเป็นในลิฟต์ มุมทางเดิน หรือแม้กระทั่ง ห้องพิเศษที่น้องสานอนอยู่ เฮ้อ...เหนื่อยเหมือนกันนะเนี่ย

ปล. 1 ลุ้น ลุ้นกันบ้างไหม คนแต่งก็ลุ้นอยู่ว่าจะเป็นยังไงดีนะ ถึงจะถูกใจเพื่อน ๆ
ปล. 2 รีบเอามาลงไม่ให้รอกันนาน หวังว่าคงจะถูกใจนะคะ เอาใจช่วยเอ๋ยกันด้วยนะคะ
อย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะคะ 

