
หรือรักนี้จะมีแค่เธอ
ตอนที่ 13
เป็นยังไงบ้างครับ อาหารร้านนี้ใช้ได้ไหมครับ ผมถามคุณเอ๋ยระหว่างทางกลับบ้าน
อร่อยมากเลยค่ะ บรรยากาศก็ดีนะคะ ขอบคุณที่พาเอ๋ยมาเลี้ยงข้าวนะคะ โอกาสหน้าเอ๋ยจะเลี้ยงคืนนะคะ
ไม่ต้องหรอกครับ คุณเอ๋ย ให้ผมเลี้ยงคุณเอ๋ยน่ะดีแล้ว ผมหันไปยิ้มให้กับคุณ
คุณศินทร์คะ แล้วอย่างนี้คุณศินทร์จะไปอเมริกาเมื่อไหร่คะ เอ๋ยจะได้ไปส่งที่สนามบิน
ยังไม่ทราบเลยครับ ผมไม่รู้จะตอบออกไปว่ายังไงดี
เหรอคะ งั้น ถ้าคุณศินทร์ยังไม่ไปอเมริกา เอ่อ..... เหมือนคุณเอ๋ยอยากจะพูดอะไรต่อ แต่เธอก็เงียบไป
มีอะไรรึเปล่าครับ คุณเอ๋ยอยากจะไปเที่ยวไหนต่อก็บอกได้นะครับ ผมไม่รู้ว่าสิ่งที่ผมถามออกไป จะตรงกับที่ใจคุณเอ๋ยต้องการรึเปล่า
คุณศินทร์ว่าง ไปได้เหรอคะ? ผมคิดว่าสิ่งที่ผมถามไปจะตรงใจคุณเอ๋ยแน่นอน เพราะดูอาการเธอแล้ว จะดีใจอยู่ไม่น้อย คงเป็นเพราะเบื่อการอยู่เฉย ๆ ก็นอนอยู่โรงพยาบาลมาตั้งเป็นเดือน เป็นผม ผมก็เบื่อ
งั้นคุณเอ๋ยอยากไปที่ไหนดีครับ ผมจะพาไป ผมหันไปมองหน้าที่มีแต่รอยยิ้มของคุณเอ๋ย
ไปคืนนี้เลยได้ไหมคะ เอ๋ยอยากไปต่างจังหวัด คำตอบของคุณ
ว่าไงนะครับ คืนนี้ แล้วเสื้อผ้าละครับ ไม่กลับไปเก็บของก่อนเหรอครับ ผมตกใจกับคำพูดของคุณเอ๋ยเธอจริง ๆ
อืม.....จริง ๆ ด้วย งั้นแวะไปที่บ้านเอ๋ยก่อนนะคะ
ได้ครับ
.........................................
ตอนนี้ฉันคิดอะไรอยู่กันแน่ ฉันก็ไม่แน่ใจตัวเองเลย อยู่ดี ๆ ก็เอ่ยปากชวนผู้ชายไปเที่ยวต่างจังหวัด มันจะผิดมากไหมเนี่ย แล้วจะต้องทำตัวยังไงดี
ผมนั่งรอหน้าห้องนะครับ ค่อย ๆ เดินนะครับคุณเอ๋ย คุณศินทร์ปล่อยมือจากฉัน แล้วนั่งรอที่โซฟาหน้าห้อง ฉันก็ค่อย ๆ เดินไปที่ตู้เสื้อผ้า เตรียมเสื้อผ้า ไป 4-5 ชุด ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ว่าเราจะไปไหนกัน รู้เพียงแต่ว่าอยากอยู่ใกล้ ๆ คุณศินทร์ให้ได้มากที่สุด ฉันถึงยอมทำตัวอย่างนี้
จะง่ายไปไหม? ฉันบ่นกับตัวเอง
และสิ่งที่ฉันหยิบมันใส่กระเป๋าเดินทางมาด้วย ก็คือ กระดาษแผ่นนั้น .....
เรียบร้อยแล้วค่ะ ว่าแต่ว่าคุณศินทร์มีสถานที่แนะนำรึเปล่าคะ.....โทษทีนะคะ ที่อยากไปแบบกะทันหัน ฉันรีบขอโทษคุณศินทร์
ไม่เป็นไรครับ ยังไงซะ วันนี้ผมก็มีเสื้อผ้ามาเต็มกระเป๋าเดินทางอยู่แล้ว
(ขอบคุณนะคะ) ฉันได้แต่ยิ้มกลับไป เพราะไม่รู้จะพูดยังไงดี แต่มีอาการบางอย่างที่ทำให้ฉันต้องร้องออกมา....
โอ๊ย!! ปวดหัวมาก ๆ เลยค่ะ ฉันปล่อยมือจากกระเป๋าเดินทาง และรู้สึกเคว้งคว้างเหมือนจะล้มลงไปที่พื้น
...ไม่ใช่ มันต้องไม่ใช่ อีตาบ้านี่ไม่ใช่
ซวยแล้ว ยัยเอ๋ย.... เจอเจ้ากรรมนายเวร ...............
ภาพตรงหน้า คือฉัน กับน้ำค้าง เราพูดถึงเรื่องอะไรกัน ฉันเป็นอะไรไป ฉันโมโหโกรธใครขนาดนั้น นั่นน้องสานี่นา รูปใบนั้น ผู้ชายคนนั้น ใครกัน
คุณเอ๋ยครับ คุณเอ๋ย เป็นอะไรมากรึเปล่าครับ เสียงคุณศินทร์ดังอยู่ข้าง ๆ แต่ฉันก็ไม่สามารถที่จะลืมตาไปมองหน้าเขาได้ ตอนนี้ฉันปวดหัวเหลือเกิน
คุณ
ใจเย็น ๆ นะครับ ไปหาหมอไหมครับคุณ
ไม่ต้องหรอกคะ เดี๋ยวมันก็หายไปเอง เพียงแค่ต้องใช้เวลา เอ๋ยเคยเป็น แต่ไม่เข้าใจทำไมช่วงนี้มันเป็นบ่อยจังเลย ฉันพยายามนึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ใจจะได้สงบ ๆ ลงบ้าง
ผมว่าวันนี้คุณเอ๋ยนอนพักผ่อนที่บ้านก่อนแล้วกันนะครับ เอาไว้....พรุ่งนี้เช้าค่อยเดินทางกันใหม่ คุณศินทร์ เปิดประตูห้องและพาฉันไปนั่งบนเตียง คำพูดของคุณศินทร์ ทำให้ฉันนึกไปไกลว่าฉันจะต้องเดินได้ วิ่งได้ซะเดี๋ยวนี้ ฉันจะได้ไปเที่ยวกับคุณศินทร์ได้เลย
แล้วคุณศินทร์ละคะ ฉันค่อย ๆ ลืมตามองหน้าของเขา
ผมว่า ผมขับรถกลับไปนอนที่บ้านดีกว่าครับ
(นอนค้างที่นี่ได้ไหม?)
แล้ว ไม่เหนื่อยแย่เหรอคะ ขับรถไป แล้วก็ต้องมาพรุ่งนี้อีก มันไกลนะคะ ฉันพยายามหาข้ออ้าง แต่ไม่รู้จะได้ผลแค่ไหน เอ๊ะ!! นี่ฉันเป็นผู้หญิงยังไงกันเนี่ย
ไม่เป็นไรครับ คุณเอ๋ยนอนพักดีกว่านะครับ ขับรถแป๊ปเดียวก็ถึงบ้านแล้ว
(ใจร้ายจังเลย TToTT)
เอาอย่างนั้นเหรอคะ เอ๋ยว่า คุณศินทร์นอนที่ห้องข้าง ๆ ก็ได้นะคะ ห้องว่างอยู่ ยัยน้ำค้างยังมานอนค้างบ่อย ๆ คุณศินทร์จะได้ไม่ต้องเหนื่อยด้วย
เอ่อ..... คุณ
ไม่เป็นไรค่ะ แล้วแต่คุณศินทร์นะคะ ฉันก็หมดปัญญาที่จะเหนี่ยวรั้งเค้าไว้แล้ว
ติ๊ด..................ติ๊ด.............................. ยัยน้ำค้างโทรมาทำไมตอนนี้ก็ไม่รู้
ฮัลโหล ว่าไง
แกอยู่บ้านเปล่า? น้ำค้างถามกลับมา
เออ ....อยู่ดิ จะให้ไปไหนละ
งั้นก็...เดี๋ยวเจอกันนะ ใกล้ถึงบ้านแกและ
เฮ้ย ...ว่าไงนะ มาไม มีไร ฉันถามกลับไปเป็นชุด
อะไรของเธอยะ ยัยเอ๋ย ก็ฉันไปหาแกประจำ แค่นี้ต้องถามด้วย มีไรรึเปล่าเนี่ย!!!! ตาย ตาย ฉันเลยกลายเป็นจำเลยให้ยัยน้ำค้าง มาซักฟอกซะแล้ว
อืม มาก็มาดิ ไม่ได้มีไรซะหน่อย
ได้ ๆ อีก 5 นาที เจอกันนะ บาย ยัยน้ำค้างพูดจบก็ตัดสายไปเลย
คุณน้ำค้างจะมาที่นี่เหรอครับ คุณศินทร์ถาม
ใช่ค่ะ อีกสักพักก็ถึงแล้ว
งั้นผมขอตัวกลับบ้านก่อนแล้วกันนะครับ
(อ้าว ๆๆๆๆ ซะงั้นแหละนะ จะรีบกลับเลยเหรอ)
ไม่อยู่เจอน้ำค้างก่อนเหรอคะ ฉันก็พยายามอีกเป็นครั้งที่ร้อย เฮ้อ การเป็นผู้หญิงนี่มันก็ยากนะ ทำไมไม่เหมือนผู้ชาย ที่สามารถคิดอะไร ก็บอกอย่างนั้นออกไปได้ มารยาทของผู้หญิงนี่ขัดใจฉันชะมัดเลย
ไม่เป็นไรครับ พรุ่งนี้เจอกันนะครับ
อะ อะ เออ....ค่ะ ได้ค่ะ พรุ่งนี้เจอกันนะคะ เฮ้อ....ที่จริง ก็แค่อยากให้อยู่ด้วยใกล้ ๆ ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยจริง ๆ แต่ก็นะ คุณศินทร์ไม่อยู่ก็ดีเหมือนกัน จะได้คุย จะได้ปรึกษากับน้ำค้างได้ง่าย ๆ
.........................................
พอผมกลับมาถึงบ้าน ก็ล้มตัวลงนอนบนที่นอน ...ใจจริงผมก็คิดว่าอยากจะนอนค้างที่บ้านของคุณเอ๋ย แต่ผมก็ยังไม่อยากจะเข้าไปผูกพันอะไรอีกมากมาย ผมอยากที่จะเล่าความจริงให้คุณเอ๋ยได้รู้ แต่เธอก็คงจะรับไม่ได้อีกเป็นครั้งที่สอง ผมจึงขอมาเตรียมใจอีกสักรอบ
~เพราะเธอคือคนแรกที่ฉันให้ความรัก และยังปักใจ...~ มืดแล้วใครนะยังโทรมาอีก
อ้าว คุณ
สวัสดีครับ คุณน้ำค้าง
คุณศินทร์ คุณมาหายัยเอ๋ยเหรอคะ น้ำเสียงของคุณน้ำค้างดูไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่เลย
ครับ ผมพาคุณเอ๋ยไปทานข้าวมา ผมก็ตอบออกไปตามตรง และก็เข้าใจว่าทำไมคุณน้ำค้างถึงพูดไม่ค่อยดี
คุณก็รู้ไม่ใช่เหรอคะ ว่าอะไรเป็นอะไร ที่ชั้นพูดก็เพราะไม่อยากให้คุณกับยัยเอ๋ยเข้าหน้ากันไม่ติดอีกเป็นครั้งที่ สาม
ครับ ผมเข้าใจ และผมก็กำลังพยายามตัดใจจากคุณเอ๋ย
ไม่ใช่ว่าน้ำค้างจะไม่เชียร์คุณศินทร์กับยัยเอ๋ยนะคะ แต่เป็นเพราะยัยเอ๋ยเองตางหากที่ไม่รับรักคุณ
พอเถอะครับ ผมเข้าใจทุก ๆ อย่าง ผมเสียมารยาทกับคุณน้ำค้าง ที่วางสายโดยไม่บอกกล่าว
แล้วคืนนี้ผมจะนอนหลับไหม ? แล้วพรุ่งนี้ล่ะ ผมจะไปหาคุณดีไหม ? ถึงจะไม่มีใครรับฟังคำพูดของผมในตอนนี้ แต่มันก็เป็นสิ่งเดียวที่สามารถระบายความอึดอัดในใจผมได้ พูดกับตัวเองหน้ากระจกแบบนี้ ผมคงยังไม่บ้าไปใช่ไหม
.........................................
น้ำค้าง .............แกพูดกับใคร ฉันรู้และได้ยินทุกคำที่น้ำค้างพูดกับคุณศินทร์ รู้ทั้งรู้แต่ก็ยังอยากจะถามให้แน่ใจ
เฮ้ย....เอ่อ....อ่า.....กะ กะ แก มาตอนไหนเนี่ย สีหน้าของยัยน้ำค้างดูซีดลงไปทันที
อย่ามาเอ่ออ่า ตอบคำถามของฉันมา ถ้าแกคิดว่าเรายังเป็นเพื่อนกันอยู่
ขะ ขะ ...คุยกับคุณศินทร์
คุยทำไม เรื่องไร? ฉันพยายามซักไซ้ และเอาไม้ยันขวางทางยัยน้ำค้างไว้ ไม่ให้หนีไปไหนได้ ฉันก็เพิ่งจะเห็นประโยชน์อีกอย่างของไม้ยัน
เฮ้ย ไม่เอาน่า นอนได้แล้ว ดึกมากแล้วนะ แกไม่ง่วงเหรอ
แกจะไม่เล่าใช่ไหม? ก็ได้ ฉันโทรถามคุณศินทร์คงง่ายกว่าคุยกะแก ฉันหันหลังจะไปหยิบมือถือมาโทร แต่ก็โดนยัยน้ำค้างจับแขนเอาไว้
เล่าก็ได้ ไม่ต้องโทรหรอกนะ แล้วน้ำค้างก็เปิดกระเป๋าหยิบอะไรบางอย่างออกมาให้ดู
อะไร รูปใคร ฉันรับรูปภาพใบนึงมาดู เป็นภาพเด็กผู้ชาย อายุราว ๆ 18 19
นี่แหละ คุณศินทร์
แล้วไง ก็ดูดีนี่นา ฉันก็มองอย่างงง ๆ ว่าน้ำค้างจะเอาภาพนี้มาให้ดูทำไม
แกจำไม่ได้รึไง ว่าเด็กผู้ชายคนนี้คือใคร? น้ำค้างถามย้ำ
หึ เอ๊ะ!! อ้าว ....แกจะให้ชั้นจำว่าอะไร ก็แกเพิ่งบอกว่าคุณศินทร์ ฉันส่ายหน้าไม่เข้าใจว่าน้ำค้างมันต้องการจะบอกอะไรกันแน่
ไม่รู้จะเวร หรือ กรรมดี นี่แกไม่คิดจะจำอะไรได้เลยรึไงกัน ฮะ!! น้ำค้างเริ่มพูดอย่างมีอารมณ์
ช่างมันเถอะ รูปคุณศินทร์เหรอ งั้นชั้นขอเก็บไว้นะ อุ๊บอิบ แหะ ๆ
เอ๋ย พอได้แล้ว เลิกเล่น แกฟังชั้นนะ นั่งลงเลย นั่งตรงนี้แหละ ฉันโดนยัยน้ำค้าง บังคับให้นั่งลงบนเตียง
อืม ว่ามาสิ แต่อย่าเล่านานนะ ชั้นง่วงนอนแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องไปเที่ยวกับคุณศินทร์อีก ฉันบอกให้ยัยน้ำค้างได้รู้ แต่ดูท่าแล้ว ยัยน้ำค้างไม่ตื่นเต้นกับสิ่งที่ฉันบอกเลยสักนิดเดียว
แกจำผู้ชายที่แกไม่ชอบหน้าตอน ม. ต้นได้ไหม ?
ใครเหรอ มีด้วยเหรอ? คำตอบของฉันทำให้น้ำค้างตกใจ จะตกใจทำไม ไม่เข้าใจยัยเพื่อนคนนี้เลยจริง ๆ

ปล. 1 มาอัพให้อย่างไวเลยนะ ตอนนี้ไม่ได้ดองเลย ของร้อน ร้อน
ปล. 2 คิดถึงทุกคนเลย ...... อย่าลืมติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ
ปล. 3 เม้นท์กะโหวต ให้กำลังใจคนแต่งด้วยน้า~~~~

