วันที่ : 24 ตุลาคม 2550
ชื่อตอน (chapter) : หรือรักนี้จะมีแค่เธอ # 14 ได้อย่างเสียอย่าง

ขอเกริ่นนิดนึงก่อนนะ

            อดีตที่จำได้คือเกลียดผู้ชายอยู่คนนึง  แต่ปัจจุบัน ความรักกำลังจะเบ่งบาน กับผู้ชายคนนึงคนนั้น “ฉันมันโง่จริง ๆ ที่จำนายไม่ได้” ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้า คือคนเดียวกันที่ทำให้แค้นใจมาตลอด 10 ปี จะทำไงดีกับความรักที่เพิ่งจะจำกันได้ว่าเกลียด !

หรือรักนี้จะมีแค่เธอ

ตอนที่ 14

            “ยัยเอ๋ย!!!!” เสียงของยัยน้ำค้างมันดังจนแสบแก้วหูเลย

            “แกจะตะโกนให้มันได้อะไรขึ้นมา” ฉันก็ตะโกนกลับไปในระดับเสียงที่เท่ากัน

            “พอแล้ว ๆ เมื่อไหร่ที่ความจำแกคืนมา แกก็จะเข้าใจมันเอง” ยัยน้ำค้าง หันหลังให้ฉันแล้วเดินเปิดประตูออกไป

            “นี่แกจะปล่อยให้ชั้น นั่งงงอยู่อย่างนี้รึไง กลับมาก่อนดิ มาเล่าก่อน” ฉันตะโกนร้องเรียกให้ยัยน้ำค้างเดินกลับมา แต่มันก็เป็นการสูญเสียพลังงานไปโดยเปล่าประโยชน์

มอง ๆ รูปนี้แล้ว มันเป็นรูปเดียวกันกับที่ฉันเห็นเวลาที่ปวดหัว รูปผู้ชายคนนี้ ....กับคำพูดที่ฉันพูดไปในวันนั้น “ไม่ใช่ มันต้องไม่ใช่ อีตาบ้านี่ไม่ใช่”  มันเรื่องอะไรกันนะ?  แล้วม. ต้น ฉันเกลียดใคร ใคร?.....

            “โอ๊ย!! ปวดหัวอีกแล้ว น้ำค้าง!  น้ำค้าง ฉันกุมขมับเอาไว้แน่น และภาพต่าง ๆ ก็พรั่งพรูเข้ามาเป็นฉาก ๆ เหมือนกำลังฉายสไลด์เลย  และไม่ทันจะได้ปวดหัว ความรู้สึกของฉัน ค่อย ๆ หายไป...............

.........................................

            “ยัยเอ๋ย แกเป็นอะไรไป ยัยเอ๋ย” เสียงน้ำค้างดังอยู่ใกล้ ๆ หูของฉัน

            “น้ำค้าง น้ำค้าง!! ฮือ ๆๆๆๆ” 

            “ยัยเอ๋ยแกร้องไห้ทำไม เป็นไรมากรึเปล่า ปวดหัวมากเลยเหรอ” น้ำค้างทำสีหน้าไม่ค่อยสู่ดีนัก คงเป็นเพราะเป็นห่วงฉันมาก

            “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรจริง ๆ .....มันไม่จริงใช่ไหมน้ำค้าง ฮือ ๆๆ” ฉันร้องไห้อีกครั้งอย่างไม่หยุด และโผเข้ากอดน้ำค้างไว้แน่น

            “กะ กะ แก เป็นอะไรไป ชั้นอยู่นี่แล้วนะ โอ๋ ๆๆ ไม่เป็นไร ๆ อย่าบอกนะว่า ที่แกสลบไปเมื่อกี๊ แกจำอะไรได้แล้ว” น้ำค้างจับไหล่ของฉันไว้ และพยายามมองหาคำตอบจากสายตาของฉัน

            “ชั้น...ไม่รู้ว่าที่ชั้นเห็นมันเป็นเรื่องจริงหรือความฝัน ตัวตนที่ชั้นเป็นอยู่ตอนนี้ มันเป็นเรื่องจริง  จริง ๆ ใช่ไหม?” ฉันพยายามเรียบเรียงภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ เพื่อให้แน่ใจ ว่าอะไรเป็นเรื่องจริง

            “แล้วไอ้เรื่องที่แกว่าจริง คือเรื่องอะไร?” น้ำค้างถามออกมาอย่างจริงจัง

            “ฉันรักคุณศินทร์ นั่นแหละที่ชั้นรู้สึกว่ามันชัดเจน” ฉันมองหน้าน้ำค้างกลับไป แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบอะไรกลับมา น้ำค้างเงียบไปสักพัก

            “แล้วอย่างอื่นที่แกเห็น ....ความรู้สึกอื่นที่แกมีกับคุณศินทร์ มีเกลียดบ้างไหม?” น้ำค้างถามกลับมา

            “ก็มี แต่มันเป็นอดีตไปแล้ว ชั้นก็ไม่เข้าใจตัวเองเลย ทำไมต้องปฏิเสธความรักของคุณศินทร์ ซ้ำแล้วซ้ำอีก.....ชั้นไม่รู้จะต้องทำตัวยังไง ตอนนี้ ชั้นรักเขาไปเต็ม ๆ แต่ชั้นกลัวเข้าหน้า คุณศินทร์ เค้าไม่ติด เพราะคำพูดต่าง ๆ ที่ฉันเคยพูดไว้กับเค้า ฉันว่ามันแรงเกินไป” โป๊ก!! อยู่ดี ๆ กำปั้นของยัยน้ำค้างก็มาหล่นใส่บนหัวของฉัน

            “แกน่ะนะ ทำอะไรก็ไม่เคยยั้งไว้เลย เป็นไงล่ะ ชั้นละก็ลุ้นตัวโก่งอยู่ทุกวี่ทุกวัน รัก ๆ เค้าไปตั้งแต่แรกก็จบไปนานแล้ว มัวแต่ทิฐิกันอยู่ได้ ไปเลยนะ ไปเลย ในเมื่อแกแน่ใจตัวแกเองดีแล้ว ก็ไปรับรักเค้าได้แล้ว”

            “ก็อยากรับรักอยู่นะ แต่สิ่งที่ชั้นทำลงไปนี่สิ ชั้นร้ายกะเค้าไว้ตั้งเยอะ เท่าที่จำได้นะ แหะ ๆ” 

            “ใช่!! แกน่ะนะ มันนางมารร้ายชัด ๆ ใจร้ายจริง ๆ ไม่น่าให้อภัยเลย ยัยเป๋เลือกได้” เสียงประโยคสุดท้ายของยัยน้ำค้าง รู้สึกว่ามันจะใส่เอฟเฟ็คต์เข้าไปมาก เสียงนิ กวนอารมณ์ดีจริง ๆ

            “ฮะ!! แกว่าไรนะ เป๋เหรอ เดี๋ยวเหอะนะ ชั้นมันสวยเลือกได้ย่ะ”  

            “หยุดได้แล้ว เลิกเล่นฟาดหมอนเป็นเด็ก ๆ ได้แล้ว ...สรุปว่าแกจะเอายังไง” ยัยน้ำค้างยกมือเบรกฉันเอาไว้

            “ชั้นคิดว่า พรุ่งนี้ชั้นจะรอคุณศินทร์มารับไปเที่ยว เพราะนัดกันไว้แล้ว แต่....ชั้นอยากให้แกเก็บความลับเรื่องที่ชั้นจำอะไร อะไรได้แล้วเอาไว้ก่อน”  ฉันหยิบหมอนข้างอันเดียวกันกับที่ฟาดไปที่ยัยน้ำค้างมากอดไว้  และพาลคิดไปว่าเป็นคุณศินทร์ อุ่นจังเลย ....

            “แกจะเล่นไรอีกเนี่ย ....หัดสงสารคุณศินทร์เค้าบ้างเถอะแก” 

            “บ้าเหรอ ชั้นไม่ได้เล่นนะ น้ำค้าง ชั้นแค่ทำตัวไม่ถูกตางหาก ชั้นอยากทำตัวปกติ อย่างตอนที่จำอะไรไม่ได้ เพราะชั้นยังกล้าที่จะแสดงความรู้สึกของตัวเอง ก็คนมันเขิลนี่นาแก เข้าใจกันบ้างปะเนี่ย?”  ยัยน้ำค้างได้แต่พยักหน้า หงึก หงึก

.........................................

            “ฮัลโหล เอ่อ คุณศินทร์คะ ติดธุระ หรือว่ายุ่งอยู่คะ ถ้าไม่ว่างไปกับเอ๋ยก็ไม่เป็นไรนะคะ ช่วยโทรกลับหาเอ๋ยด้วย” ผมนั่งฟังข้อความเสียงที่คุณเอ๋ยฝากไว้ซ้ำแล้วซ้ำอีก แม้ว่าใจอยากจะกดโทรกลับ แต่อีกใจ ก็อยากที่จะหยุดไว้แค่นี้ ผมกลัวความเจ็บปวด

            “พี่คะ มานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้คะ แล้วนี่พี่มาได้ไง? น้องก็ลืมถาม ไม่ไปเมืองนอกแล้วเหรอคะ?” 

            “ไม่ไปแล้ว พี่มีเรื่องอื่นต้องทำ” ผมตอบกลับไปอย่างไร้อารมณ์ และผมก็รู้ตัวเองดีว่าพักนี้อารมณ์ของผมขึ้น ๆ ลง ๆ

            “งั้นน้องไปทำงานก่อนนะคะ” 

            “อืม....พี่ขออยู่คิดอะไรคนเดียวก่อนแล้วกันนะ” ผมรู้ว่ายัยสางอนผมเข้าแล้ว

            ผมกดมือถือส่งข้อความถึงคุณเอ๋ย บอกเธอว่าผมติดประชุมด่วน แล้วก็คงไปเที่ยวด้วยไม่ได้ และผมก็ปิดมือถือทันที มันดูเป็นการหักดิบเกินไป แต่คงไม่มีอะไรที่มันจะเจ็บไปมากกว่านี้ ยิ่งทนฝืนติดต่อ พบเจอกับคุณเอ๋ยต่อไป มีแต่ผมที่ยิ่งเจ็บปวด

            2 เดือนต่อมา......

            “ฮือ ๆๆๆ “ ฉันนั่งร้องไห้อยู่หน้าทีวี ฉันนั่งเสียใจ กับเวลาที่ผ่านมา ถ้า 2 เดือนที่แล้ว ขาของฉันมันเดินได้ดีเหมือนตอนนี้ ฉันคงได้ออกไปตามหาคุณศินทร์แล้ว และวันนี้คงไม่ต้องมานั่งร้องไห้เสียใจ

            “ยัยเอ๋ย แกเลิกร้องได้แล้ว 2 เดือนมานี่ ชั้นแทบจะไม่ได้ฟังแกพูดเลยนะ ได้ยินแต่เสียงสะอึกสะอื้น มันดูโหยหวนมากนะแก พอเถอะ ๆ คู่กันแล้วไม่แคล้วกัน” ยัยน้ำค้างพูดเหมือนจะปลอบใจกัน แล้วมันก็นอนหันหลังให้ฉันอีกครั้ง

            “ยัยน้ำค้าง ตอนนี้ขาชั้นดีแล้วนะเฟ้ย  แกอยากจะโดนถีบลงไปรึไง” ฉันสวมบทโหดทั้งน้ำตา

            “เดินได้หน่อย เชอะ !!  เดี๋ยวนี้คิดจะใช้กำลังรึไง ฮะ” ยัยน้ำค้างเงื้อมือขึ้นมาจะบีบคอฉัน

“โห ๆ แกเล่นมาโหดกว่าอย่างนี้ ชั้นก็ต้องยอมอะดิ”  ฉันเลยเปลี่ยนจากการยัน มาเป็นการดึงผ้าห่มมาห่มไว้คนเดียว  ฮะ ฮา ฮา ม้วนไว้เหมือนแหนมเนือง ยัยน้ำค้างดึงแล้วดึงอีกก็ไม่สามารถแย่งไปได้ สักพัก…. มันก็เหนื่อยไปเอง แล้วฉันก็หลับไปทั้งน้ำตา...

ปล. 1  ขออภัยเป็นอย่างมาก ที่หยุดอัพไป 1 อาทิตย์ คนแต่งกำลังเศร้า ก็เลยกลัวจะเอาความรู้สึกตัวเองมาลง

ปล. 2  ขอบคุณทุก ๆ คน ที่ติดตามนะคะ ฝากเม้นท์และโหวตกันด้วย

เขียนโดย CeZaa : 2007-10-24 10:21:15

/1