วันที่ : 2 พฤศจิกายน 2550
ชื่อตอน (chapter) : หรือรักนี้จะมีแค่เธอ # 15 ผู้ชายเย็นชา

ขอเกริ่นนิดนึงก่อนนะ

            อดีตที่จำได้คือเกลียดผู้ชายอยู่คนนึง  แต่ปัจจุบัน ความรักกำลังจะเบ่งบาน กับผู้ชายคนนึงคนนั้น “ฉันมันโง่จริง ๆ ที่จำนายไม่ได้” ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้า คือคนเดียวกันที่ทำให้แค้นใจมาตลอด 10 ปี จะทำไงดีกับความรักที่เพิ่งจะจำกันได้ว่าเกลียด !

หรือรักนี้จะมีแค่เธอ

ตอนที่ 15

 

            “ตื่น ๆ ยัยเอ๋ย วันนี้แกมีงานเปิดตัวนะ” เสียงของยัยน้ำค้างดังจนแสบแก้วหู

            “อือ ๆ รู้แล้ว ได้ยินแล้ว ลุกเดี๋ยวนี้แหละแม่” 

            “นี่แน่ะ แม่เหรอ ชั้นยังไม่แก่นะ”

            “ชั้นไม่ได้ว่าแกแก่ แค่จู้จี้ ขี้บ่น แบร่” ฉันลุกจากที่นอนได้ ก็รีบวิ่งไปปิดประตูห้องน้ำ ไม่ให้ยัยน้ำค้างจับได้ทัน

            “แกอย่าออกมานะ ไม่งั้นแกโดนชั้นหยิกเนื้อเขียวแน่” เสียงของยัยน้ำค้าง บ่นงึมงำอยู่หน้าห้องน้ำ  เฮ้อ ...วิ่งมาแค่นี้ก็เหนื่อยแล้ว

 

 

หน้างานแฟชั่นโชว์ ฤดูหนาว…

            “โห คนเยอะผิดคาดแฮะ” ฉันพูดขึ้นมาเพื่อที่จะบอกให้ยัยน้ำค้างได้รู้ แต่....พอหันมาอีกที ยัยเพื่อนตัวแสบก็หายหัวไปไหนก็ไม่รู้

            “เออ ดี...ชั้นเลยบ้าพูดอยู่คนเดียว” ฉันก้มหน้าบ่นพึมพำ กับมือถือ และกำลังจะบ่นให้คนที่อยู่ปลายสายได้ยินด้วย

            “ยัยตัวแสบ แกหายหัวไปไหนยะ”

            “แหะ ๆ คือว่าเจอเพื่อนเก่า ก็เลยแว๊บไปคุยกันซะหน่อย” 

            “ไม่ต้องมาทำเป็นสำนึกผิดเลยนะแก นี่ถ้างานนี้ไม่เกี่ยวกะชั้น ชั้นกลับไปเป็นชาติแล้ว”

            “โอ๋ ๆๆๆ เดี๋ยวรีบไปนะ ถ้าแกไม่อยู่ งานของชั้นก็พังอะดิ” 

            “รีบกลับเชียวนะแก ชั้นจะฟ้องบอสแก ว่าแกไม่เทคแคร์ชั้นเลย หึหึ” ตอนนี้ชั้นถือไพ่เหนือกว่ายัยน้ำค้าง ก็เพราะว่า งานแฟชั่นโชว์ที่จัดอยู่ บริษัทของยัยน้ำค้างมารับจัดงานอีเวนท์ ไม่งั้นชั้นไม่ออกงานพร่ำเพื่อหรอก เห็นเป็นเพื่อนซี้น่ะเนี่ย เลยมาให้

            “เอาเชียว ๆ เจ้าแม่ดีไซเนอร์ อิชั้นขออภัย 5 นาทีเจอกัน อ๊าย !!!” อยู่ดี ๆ เสียงของน้ำค้างก็เงียบหายไป พร้อมเสียงตกใจเสียงสุดท้ายที่ชั้นได้ยิน

            “ฮัลโหล ๆ แก เป็นไรไป ฮัลโหล ได้ยินไหม? เงียบ.........” ชั้นพยายามติดต่อกลับไปอีกหลายครั้งก็ไม่ติด มือถือปิดไปเลย

            “โทษนะคะ คุณณัฐฌาวีย์ คะ ได้เวลาเริ่มงานแล้วค่ะ เชิญทางด้านนี้ค่ะ” แล้วกัน ฉันกำลังจะออกไปหายัยน้ำค้าง แต่ดันมีเจ้าหน้าที่มาเรียกซะก่อน แย่จัง

            “เอ่อ...ค่ะ ๆ ไปค่ะ” ฉันก็เลยต้องเลยตามเลย

 

.........................................

 

            “อะ อ้าว พี่เอ๋ย สวัสดีค่ะ” เสียงใครคนนึง เรียกฉันเอาไว้ก่อนจะก้าวเข้าไปในห้องแต่งตัว

            “อ้าว น้องสา สบายดีไหมจ๊ะ ไม่เจอกันนานเลยนะ แล้วมางานนี้ด้วยเหรอ” ฉันเอ่ยถามน้องสา แต่ในใจของฉัน ก็อยากจะถามถึงพี่ของเค้าด้วย

            “กะ ก็พี่ศินทร์ก็มางานนี้นี่คะ พี่เอ๋ยไม่ทราบเหรอ สานึกว่านัดกันมาซะอีก” งง สิ งง วันนี้ฉันจะได้พบหน้าของเขาแล้วใช่ไหม คิดถึงจังเลย แต่ท่าทีของฉันก็ยังต้องทำเป็นนิ่ง ๆ เอาไว้ก่อน

            “เหรอคะ พี่ไม่ทราบเลย (จริง ๆ เหรอ วู้ ๆๆๆๆ) “ ฉันทำหน้าตาที่ขัดแย้งกับความคิดเอามาก ๆ เหมือนคนเก็บกดเลยเรา

            “งั้นเดี๋ยวสาไปลากตัวมาให้นะคะ” พูดจบ น้องสาก็เดินออกไปอย่างไว ฉันละดีใจที่น้องสาชอบฉัน

            อีก 10 นาทีต่อมา น้องสาก็พาคุณศินทร์มาหาฉันจริง ๆ แต่ดูหน้าตาของคุณศินทร์แล้ว เขาไม่อยากที่จะมาเลย ทำให้ฉันเสียความรู้สึกมาก ๆ รึว่าเขาตัดฉันออกไปจากใจแล้ว

            “อะ เอ่อ ...สวัสดีค่ะคุณศินทร์ ไม่เจอกันซะนานเลยนะคะ” ฉันพูดได้แค่นั้นจริง ๆ น้ำตามันอยากจะไหลออกมา ทำไมนะ ท่าทีของเขาถึงได้นิ่งจนหน้ากลัวขนาดนี้ ฉันได้แต่มองหน้าเขาสลับกับหน้าของน้องสา เพราะเขานิ่งเสียจนฉันต้องมองหาตัวช่วย

            “พี่ศินทร์ พี่ศินทร์ ยืนเหม่ออะไรอยู่คะ พี่เอ๋ยเขาทักน่ะ ไม่ได้ยินรึไงกัน?” น้องสากระตุกแขนเสื้อของคุณศินทร์

            “ครับ สวัสดีครับ” เท่านั้นแหละ ที่หลุดออกมาจากปากคุณศินทร์ แล้วก็เดินกลับหันหลังไปอย่างไรเยื่อใย นี่เป็นสัญญาณเตือนภัยรึเปล่า ว่าเขาตัดฉันไปแล้ว

            “พี่เอ๋ย อย่าคิดมากนะคะ สาก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าพักนี้พี่ศินทร์เป็นอะไร เหม่อลอยบ่อย ๆ สงสัยคงจะเครียดเรื่องงานน่ะคะ”

            “.............”

            “พี่เอ๋ย พี่เอ๋ยอย่าบอกนะว่าเป็นโรคเหม่อลอยเหมือนกะพี่ศินทร์ พี่เอ๋ย พูดกะสาสิคะ ตาย ตาย เป็นโรคติดต่อกันใช่ไหม ไอ้โรคเหม่อลอยเนี๊ยะ เฮ้อ.....เดี๋ยวสามานะคะ จะไปจัดการกับพี่ชายตัวแสบซะหน่อย” น้องสารีบเดินตามคุณศินทร์ออกไป แต่มันคงไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้ว แค่นี้ฉันก็เสียใจมากมายแล้ว

            “.............” ฉันไม่รู้จะพูดอะไรจริง ๆ เฮ้อ.... ทำไมเขาถึงเปลี่ยนไปได้ถึงขนาดนี้ ฉันผิดเองทุก ๆ อย่าง ยัยน้ำค้างก็ไม่อยู่ แล้วฉันจะปรึกษาใครได้

            “คุณณัฐฌาวีย์ คะ” เจ้าหน้าที่มาเรียกอีกแล้ว ฉันต้องเข้มแข็งเข้าไว้ (ยัยเอ๋ย เข้มแข็ง ๆ สู้สู้) ฉันพยายามทำใจให้หนักแน่น ไม่หวั่นไหวไปกับสายตาที่เย็นชาแบบนั้น

 

.........................................

            ช็อคสิครับ ผมไม่คิดเลยว่าผมจะมาเจอกับคุณเอ๋ยที่งานในวันนี้ ก็ยัยสาบอกผมแค่ว่ามีคนอยากเจอ ซึ่งผมไม่คิดว่าจะเป็นคุณเอ๋ย ทำเอาผมอึ้งทำอะไรไม่ถูกเลย ระยะเวลาที่ผ่านมา ผมอุตส่าห์หนีไปทำใจตั้งไกล กว่าจะกลับมาทำงานได้ แต่ทุก ๆ อย่างที่ผมทำเป็นนิ่งเฉย เย็นชา มันกลับจะพังทลายไปตรงหน้าคุณเอ๋ย ผมอยากที่จะเข้าไปกอด ไปทักทายให้มากกว่านี้ด้วยซ้ำไป

            “พี่คะ ทำไมพี่ใจร้ายจัง” ยัยสาเดินตามมาต่อว่าผม

            “พี่ไม่ได้ทำอะไรซะหน่อย” ผมทำทุกอย่างให้ดูเป็นปกติ

            “คุณศินทร์คะ คิดถึงจังเลยค่ะ นึกว่าคุณศินทร์จะไม่มางานนี้ซะแล้ว” อยู่ ๆ คุณเปรี้ยว ก็เดินเข้ามาเบียดยัยสา และก็มาควงแขนผมแทน ผมเห็นหน้าน้องสาวผมตอนนี้ ผมก็รู้เลยว่า ไม่ควรจะอยู่ตรงนี้ให้นานกว่านี้ เพราะระเบิดที่อยู่ในตัวยัยสา ใกล้จะระเบิดออกมาแล้ว ผมจึงค่อย ๆ แกะมือของคุณเปรี้ยวออกอย่างช้า ๆ

            “พี่คะ ใคร” ยัยสาพูดด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน

            “สวัสดีค่ะ น้องสาเหรอคะ พี่ชื่อเปรี้ยวนะคะ เป็นแฟนกับคุณศินทร์ พี่ชายคุณน้องแหละคะ” 

            “อะ เอ่อ อะไรนะ? พี่อย่าบอกนะ ที่พี่ทำเย็นชากับพี่เอ๋ย เป็นเพราะแม่คนนี้” ยัยสาเริ่มเก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ จนผมต้องลากตัวออกมา ก่อนที่งานเค้าจะพัง

            “อะ อ้าว จะไปไหนละคะคุณศินทร์” และผมก็ปล่อยให้คุณเปรี้ยวยืนอยู่คนเดียว แม้ว่าเธอจะทำท่าทางไม่พอใจก็ตาม

 

            “เจ็บนะ พี่” ยัยสาสะบัดแขนอย่างแรง

            “ก็เรามาใส่อารมณ์แบบนั้นได้ไง” 

            “แล้วพี่ละ พี่เป็นอะไร สาไม่เข้าใจเลยจริง ๆ แต่ก่อนละก็ ทำจะเป็นจะตายเอาซะให้ได้ ถ้าไม่เจอหน้าพี่เอ๋ย แล้วไหง ตอนนี้กลับทำเย็นชาใส่พี่เอ๋ยเค้า” ยัยสาพูดใส่ผมเป็นชุด ซะผมอยากจะตะโกนกลับไปบ้าง

            “(ทำใจไม่ให้เจ็บอยู่โว้ย)...ช่างเถอะ พี่จะกลับและ” 

            “ไม่ให้กลับ เคลียร์กันให้เข้าใจก่อนดิ มีอะไรก็ให้เคลียร์ มันดีกะทุก ๆ คนนะพี่” 

            “อยู่นี่เอง” เสียงใส ๆ ดังขึ้นมา พร้อมกับใบหน้าที่ยื่นเข้ามา แต่ยัยสาก็เอาตัวมาแทรกกันเอาไว้ซะก่อน น้องผมนี่ก็ร้ายใช่เล่น

            “นี่คุณ พี่น้องเค้าจะคุยกัน กรุณามีมารยาทหน่อย” 

            “ฮะ ...” คุณเปรี้ยว ทำหน้าตาสะอึกไปเลย

            “เอ่อ ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ” คำว่าขอโทษของผม...ผมไม่ได้หมายความว่าขอโทษคุณเปรี้ยวที่น้องผมพูดไม่ดีนะ แต่ผมขอโทษที่จะต้องขอตัวไปคุยกับน้องก่อนตางหาก แต่ผมก็ไม่รู้ว่าคุณเปรี้ยวเธอจะคิดว่ายังไง

            “ไปทางนู้นดีกว่า พี่เอ๋ยอยู่ทางโน้น” ยัยสาออกความคิดเห็นแล้วก็จับมือของผมไปนั่งด้านหน้าเวที

            “เชิญค่ะ” ดูจากสีหน้าแล้ว คุณเปรี้ยวเธอคงเสียหน้าเอามาก ๆ เพราะคนไฮโซอย่างคุณเปรี้ยว คงไม่มีใครกล้าที่จะพูดอะไรตรง ๆ ออกไปเหมือนกับน้องสาวของผม

 

ด้านหน้าเวที...

            “อ้าว คุณศินทร์ก็มาเหมือนกันเหรอครับ” 

            “ครับ วันนี้มาคนเดียวเหรอครับ คุณเจไม่มาด้วยเหรอครับ” ผมหันไปทักตอบต้นเสียง ทำไมนะ...วันนี้มีแต่คนที่ผมไม่อยากเจอทั้งนั้นเลย

            “ใครกันคะพี่” ยัยสาถามขึ้นมา  ทั้ง ๆ ที่ไม่น่าถามก็นายต่อเค้าเป็นถึงพระเอกชื่อดัง แต่ก็คงไม่แปลกสำหรับยัยสา เพราะน้องของผมคนนี้ไม่ค่อยจะติดละคร วัน ๆ ดูแต่ข่าวธุรกิจ

            “เอ่อ  คุณต่อครับ นี้ยัยสา น้องสาวผม ส่วนนี้ คุณต่อ พระเอกที่กำลังดังอยู่ตอนนี้” ขอย้ำนะครับ ตอนนี้ ฮะ ฮา ผมก็แกล้งพูดเน้นไปอย่างนั้นแหละ ผมก็รู้ว่าเค้าจริงใจกับคุณเอ๋ย แต่ความที่ผมก็ยังรักคุณเอ๋ย ผมก็เลยทำเป็นกันท่าไปอย่างนั้น

            “เหรอคะ สวัสดีนะคะ  คุณต่อ ........ชื่อนสานะคะ” 

            “ครับ สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ คุณสา” ผมปล่อยให้สองคนนี้ เค้าทำความรู้จักกันเอาเอง เพราะสิ่งที่ผมสนใจอยู่ตอนนี้ก็คือ ผู้หญิงที่เดินแบบอยู่บนเวที

ปล. 1 มาอัพให้แล้วนะคะ แหะ ๆ รู้ตัวว่ามาอัพช้า โปรดให้อภัย

ปล. 2 ติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ

ปล. 3 ขอบคุณทุก ๆ คอมเม้นท์ ที่ทำให้เรื่อง หรือรักนี้จะมีแค่เธอ ติดท็อปโหวตนะคะ คริ คริ

ปล. 4 อ่านแล้ว ฝาก เม้นท์กะโหวตด้วยนะ

เขียนโดย CeZaa : 2007-11-02 13:25:46

/1