วันที่ : 5 กรกฎาคม 2551
ชื่อตอน (chapter) : no fake my love 1

no fake my love 1

“เหงาๆ คนรักไม่มีอย่างเขา” สวัสดีทุกๆคน  ฉันชื่อ นับหนึ่ง สิงห์ปัญโญ ชื่อเล่นหรอก็นับหนึ่งอ่ะแหละหรือเรียกง่ายๆว่า หนึ่ง ก็ได้ ฉันไม่ซีเรียสหรอก ฉันอายุ 18 สูง 178 มันอาจดูสูงมากสำหรับผู้หญิงทั่วไป แต่ฉันก็ทำให้มันเตี้ยลงไม่ได้อ่ะน่ะ  ฉันหนัก 55 สัดส่วนก็ 36 24 (จะบอกทำด๋อยไรว้า) คุนๆอาจจะสงสัยว่าทำไมฉันถึงแนะนำตัวไม่ค่อยไพเราะเท่าไหร่ แถมยังกวนตรีนส์ซะอีก แหะๆๆ อยากจะบอกว่า นี้แหละ ตัวตนที่แท้จิงของฉันเองค่ะ  ฉันเป็นลูกคนโตของบ้าน มีน้องสาวหนึ่งคน ใครๆก้อว่า เราหน้าเหมือนกันมาก ซึ่งทุกครั้งที่มีคนทักแบบนี้ ฉันก็จะสวนกลับทันทีว่า “เกิดมาจากท้องแม่น่ะ ไม่ใช่กระบอกไม่ไผ่ที่หน้าจะไม่เหมือนกันอ่ะ” แต่น้องสาวของฉัน มีอะไรหลายๆอย่างที่ต่างกับฉันสุดขั้วโลกเหนือและใต้เลย ได้แก่ ส่วนสูง น้องฉัน สูง 165  นิสัย ค่อนข้างเรียบร้อย ซึ่งฉันไม่ใช่เลย น้องฉันเป็นดั่งนางฟ้านางสวรรค์ แต่ฉันมันซาตานมาเกิดขนานแท้เลยหละคุน อ้อ! ลืมบอกไป น้องสาวฉันชื่อ น้ำนิ่ง สิงห์ปัญโญ อายุ 16 บ้านของเราติดอันดับต้นๆของคนมีฐานะในอเมริกา แต่เราสองพี่น้องอันที่จิงก็ฉันคนเดียวมากกว่า ที่ขอแยกตัวออกมาใช้ชีวิตที่เมืองไทย ซึ่งเป็นบ้านเกิดของแม่ที่เสียชีวิตจากไปแล้ว น้ำนิ่งค่อนข้างติดฉันพอควร เลยขอป๋าตามฉันมาด้วย เรา 2 พี่น้อง อยู่กันลำพัง โดยมีเพียงพี่เลี้ยงและแม่บ้านเท่านั้นที่อยู่ด้วย (ป๋าส่งมา)  อ้อ และที่สำคัญฉันเป็นประธานนักเรียนสุดโหดและเหี้ยบของโรงเรียนไทรเซอร์อินเตอร์ (T.C)ด้วยหละ

“คุนหนูหนึ่งค่ะคุนหนูน้ำ ไปรอที่ฟอร์ยแล้วคะ” พี่ส้ม ส่งกระเป๋าพร้อมกับกุญแจรถมาให้ ฟอร์ยที่พี่ส้มว่านั้นก้อคือรถเครื่องคู่ใจของฉันเอง และเราสองพี่น้องจะไปด้วยเจ้าฟอร์ยทุกวัน  คือฉันไม่ชอบความฟุ่มเฟื่อยอ่ะน่ะ

“พร้อมยังน้องสาว ^^” ฉันส่งหมวกกันน็อคให้น้ำก่อนบิดเจ้าฟอร์ยเต็มที่  อยากจะบอกว่าตอนแรกๆที่เข้ามาในโรงเรียนนี้ นักเรียนในโรงเรียนคิดว่าฉันกับน้ำเป็นแฟนกันด้วยซ้ำ เพราะฉันซอยผมยาวแค่ปรกๆบ่าแค่นั้น แถมทำสีเป็นสีควันบุหรี่อีตะหาก อิอิ  แต่พอมารู้ทีหลังว่าเป็นพี่น้องกัน ฉันก้อกลายเป็นสาวป็อปไปในทันตา

T.C  School

ถึงโรงเรียนฉันก้อทำหน้าที่พี่ที่แสนดี เดินไปส่งน้ำนิ่งถึงที่ประจำที่เทอและเพื่อนๆรวมทั้งหวานใจจะรออยู่  หวานใจของน้ำนิ่งจิงๆก้อเพื่อนฉันนี้แหละมันเป็นเด็กที่มีพฤติกรรมดีมาก ตอนจีบน้ำแรกๆฉันก้อไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่หรอก แต่พอนานๆไป ชักเริ่มเห็นข้อดี เลยยอมให้คบซะเลย มันชื่อว่า ทาม รูปร่างดี เพราะมันเล่นกีฬาซึ่งฉันก้อด้วย  มันเคยช่วยชีวิตฉันไว้ตอนทำรายงานวิทยาศาสตร์ส่งอาจารย์จนไม่ได้หลับไม่ได้นอน แล้วก้อตัวเกร็งขึ้นมา  ก้อได้มันนี้แหละ คอยดูแลอยู่อ่ะ

“ไปก่อนน่ะพี่หนึ่ง” ฉันพยักหน้านิดหน่อย ก่อนหันหลังกลับ เพื่อไปตรวจโรงเรียนตามหน้าที่เวรของวันศุกร์  พวกเราสภานักเรียนจะมีกันแค่ 3 คนเท่านั้นรับหน้าที่ทุกอย่างที่ได้รับมอบหมายกันคนละงานตามความถนัด แต่ตามความจิงแล้ว สภานักเรียนต้องมีขั้น 10 คนขึ้นไปซะส่วนใหญ่  แต่ฉันมันรุ่นปฏิวัตรอ่ะน่ะ 3 คนที่ว่าก้อเพื่อนๆของฉันเองแหละจะแนะนำให้รู้จัก 1.เมษาสาวน้อยผิวสีน้ำผึ้ง  นิสัยก๋ากั่น มือหนักสุดๆ เจ้าแม่แห่งความเนียบเลยมีแฟนแล้ว อยู่ห้อง 1 ชื่อ กาว เรียบร้อยใจเย็น(รึป่าว) รักกันขนาดน้ำตาลยังอาย (เวอร์)  2.มีนา สาวจีนหมวยอึ่ม แสบได้เรื่อง ลองได้กัดกับใครแล้วก้อไม่ปล่อยไว้แน่ๆ แต่ก้อกัดจนได้ใจมาแล้วคนหนึ่ง อยู่ห้อง 4 ชื่อ นิค กัดกันไปกัดกันมา จนตกหลุมกันเองซะงั้น สรุปแล้ว ฉันคนเดียวไง ที่โสดสนิท ฮือๆๆๆ (ทั้งโหดทั้งแสบแบบแก ไม่มีใครเอาไปทำแม่ของลูกหรอกยัยหนึ่ง) แต่ถึงพวกเราจะเนียบและโหด แต่อยากจะบอกว่า พวกเราก้อผิดกฎอยู่บ่อยๆ เพราะพวกเราก้อเคยเกเรขนาดนักเลงหมอบมาก่อนไง 555+  (พวกนางเอกมันเป็นโรคจิตอ่อนๆ) (เด๋วศพไม่สวยหรอก E_Ser : นับหนึ่ง,มีนา,เมษา)

 

 

ระหว่างที่กำลังเดินตรวจพื้นที่อยู่มิสเอฝ่ายปกครองและกิจกรรมก้อเดินเข้ามาหาฉัน

“นับหนึ่งๆ เจอตัวพอดีเลย มานี้หน่อยสิ” มิสเอเป็นบุคคลเดียวในบรรดาอาจารย์ทั้งหลาย ที่นักเรียนแสบๆกลัวกันขนหัวลุกเลย (ก้อแกอยู่ฝ่ายปกครองอ่ะ) ฉันเดินเข้าไปหามิสเอ ที่ยืนอยู่บนบันไดขั้นที่สาม ก้อยังสูงแค่ไหล่ฉันเองอ่ะ

“มิสเอมีอะไรหรอ” เหอะๆอาจารย์ทุกคนเริ่มชินกับนิสัยของฉันแล้วแหละ  ตอนแรกที่ฉันลงสมัครประธานพร้อมกับเพื่อนทั้ง 3 พวกอาจารย์แกยังไม่อยากให้ลงสมัครเลย  เพราะพวกเรามีนิสัยที่โคตะระรับไหวอ่ะน่ะ  แต่พอได้เป็นแล้ว อะไรๆก้อเปลี่ยนเจ้าค่ะ อิอิ

“มิสเอาประวัติเด็กเข้าใหม่มาให้หน่ะ  อ้อ! แล้วก้อจะมาบอกให้เตรียมกิจกรรมพันธนาการพี่กับน้องม.5 ด้วยน่ะ” นี้เป็นกิจกรรมประจำของโรงเรียนเราอยู่แล้วค่ะ เป็นกิจกรรมสำหรับพี่ม. 6 กับน้องม.5 เท่านั้น เป็นการสานสัมพันที่ดีต่อกัน และถ่ายทอดความรู้และก้อประสบการณ์ที่เคยผ่านกันมาให้น้องฟัง เพื่อที่ปีหน้าพวกน้องๆจะเอาไปถ่ายทอดให้น้องต่อไป  เหมือนกับที่ฉันเคยได้รับมาจากพี่ๆรุ่นที่แล้วเหมือนกัน

“งั้นวันนี้ครึ่งวันบ่ายสภานักเรียนขอเรียกประชุมม.5-6 น่ะมิส” ฉันรับแฟ้มประวัติเด็กเข้าใหม่ก่อนเดินตรวจโรงเรียนต่อไป  จนถึงเวลาที่นักเรียนทุกๆคนตั้งแต่ม.ต้นยันม.ปลาย จะได้พบปะกับโฉมหน้าสภานักเรียนทั้ง 3 ที่การันตีได้ว่าโหดกว่านักเลงซะอีก

“แซ่ดๆๆๆ  บลาๆๆๆๆๆๆๆ” เสียงนักเรียนคุยกันเหมือนนกแตกรังในที่ประชุม (แทนการเคารพธงชาติอ่ะ  เพราะที่ T.C มีหลายชาติเลยเคารพไม่ถูก)  ขณะที่ฟาเทอร์ (ผอ.) กำลังพูดเรื่องความเป็นอยู่ของนักเรียนม.6  ที่ต้องตั้งใจเรียนหนัก  ทำให้นักเรียนไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ ซึ่งพวกเราชาวสภารับไม่ได้เจ้าค่ะ   เลยต้องเป็นหน้าที่ฉันนี้ไง  นักเรียนในโรงเรียนตั้งฉายาให้ฉันว่า น้ำแข็งโซดาเพียวๆ   ฉันสกิดฟาเทอร์เพื่อขอไมโครโฟนแล้วค่อยๆกรอกเสียงลงไป

“หุบปากซะ!!!”  ได้ผล สิ่งมีชีวิตทั้งหมดรูดซิบปากกันสนิทดีมาก  ฉันหันไปมองบรรดามิส และมิสเตอร์ทั้งหลาย ว่าจะมีใครมากล่าวต่ออีกมั้ย แต่ถึงมีก้อไม่ให้พูดหรอก อิอิ (กวนส้น) ฉันยกหน้าที่การประชาสัมพันเรื่องกิจกรรมให้กับยัยสองเดือนไป

“สวัสดีค่ะทุกๆคน ฉันเมษาคะ  ขอแสดงความยินดีกับนักเรียนม.5-6 ด้วยน่ะค่ะ เพราะอาทิตย์หน้า พวกเราจะได้ไปพันธนาการกันที่เชียงใหม่ เป็นเวลา 1อาทิตย์เต็มๆ” ยัยเมพูดจบเสียงเด็กม.5กับม.6ก้อเฮร้องกันยกใหญ่  พวกม.6 จะมีอยู่ทั้งหมด 10ห้อง ส่วนม.5 จะมีอยู่ 8 ห้อง  พวกเราทั้ง 3 อยู่ห้อง 10ค่ะและในห้อง10ก้อมีนักเรียนอยู่ เอ่อ.. 3 คน แหะๆๆ  เนื่องจากพวกเราเป็นเด็กพิเศษเลยเรียนแยกจากชาวบ้าน ก้ออย่างที่บอกแหละ ว่าธรรมดา พวกสภามีไม่ต่ำกว่า10 หรอก แต่พวกเรามันเทพไง หุหุ (หลงตัวมากเกินไปแล้วยัยนับหนึ่ง) และทุกๆปี พี่ม.6 จะต้องดูแลน้องม.5 เหมือนเป็นคู่หูกันในกิจกรรมตลอด จำนวนจะเป็น 1-1  ซึ่งปีนี้ก้อพอดีอีกเช่นกัน เหลือแค่เรา 3 คนเท่านั้นที่ไม่มีน้อง อิอิ กับห้อง 9 ที่ต้องจัดฐานให้น้องๆเล่นเกมกัน

“สวัสดีค่ะฉันมีนา  วันนี้ช่วงบ่าย เราจะเรียกประชุมม.5-6 ที่นี้ เวลา13.30 ขอให้ทุกคนตรงเวลา  ไม่เช่นนั้น คงรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับทุกคนน่ะค่ะ” มีนาพูดก่อนแสยะยิ้มให้ทุกคน ฉันหละสงสารไอนิคจิงๆเลย

หลังประชุมเสร็จพวกเราก้อแยกย้ายกันเข้าๆเรียนเป็นที่เรียบร้อย  แต่พอดี วันนี้ ม.6ทั้ง 10ห้อง มีเรียนกันแค่คาบเดียวในตอนเช้า เราทั้ง 5 คน (รวมไอนิคกับไอกาวด้วย) เลยไปอยู่ที่ห้องของสภา ฉันต้องทนดูไอพวกนี้นั่งจีบกันจนทั้งห้องมีแต่มดหมดแล้วเนี่ย

“โอ้ย!!!! หยุดจีบกันสี่ชั่วโมงได้มั้ยพวกแกอ่ะ” ฉันแว็ดใส่ไอสี่คนนี้จนนั่งหน้าเหว่อเลย

“แกจะมาโทดพวกเราไม่ได้น่ะเว้ยไอนับหนึ่ง  แกออกจะป็อป แต่แกไม่ปลื้มใครเองนี้หว่า จะมาโทดพวกเราไม่ได้เว้ย” ไอนิค แกไม่มาเป็นฉันมั้งก้อแล้วไป

“ไอนิค แกว่าฉันเป็นแบบนี้ ทำไมแกไม่ลองมาให้ไอ้พวกกระทิงพวกนั้นวิ่งตื้อดูมั้งจะได้รู้ว่ามันเป็นไง” ไอนิคทำท่าทางขนลุก

“อย่าคิดมากน่าแก ของงี้ ถ้าถึงเวลาเด๋วมันก้อมาเองแหละ” ไอกาวพูดเหมือนจะให้กำลังใจ ถ้าไม่มียัยนากับยัยเมเสริมขึ้นมา

“แต่ของแก คงมาช้าหว่ะ 5555+” แล้วพวกมันก้อระเบิดเสียงหัวเราะออกมาลั่นห้องเลย  ฉันเลยหันความสนใจไปอย่างอื่นปล่อยให้มันจีบกันไปดีกว่า จนสายตาไปสดุดเข้ากับแฟ้มประวัติที่มิสเอเอามาให้   ฉันเลยเปิดดู  เด็กใหม่เป็นเด็กม. 5 ชื่อจินฐพัธ  สิริโสดา  อืม... หน้าตาหล่อใช่ย่อยน่ะเนี่ย สูง 180 ใช้ได้ๆ แต่ถ้ามีเด็กเพิ่ม งั้นก้อเหลือไอเด็กคนนี้คนเดียวที่ไม่มีพี่  ฉะนั้น 1ใน 3 ของพวกเรา ก้อต้องมีใครคนหนึ่งต้องไปเป็นพี่เลี้ยงอ่ะดิ สาธุๆๆ ขอให้เป็นไอเมกับไอนา  แต่เรียกมาทำความรู้จักหน่อยดีกว่า

“มีนา แกประกาศเรียกเด็กใหม่ให้หน่อยดิ” ฉันส่งแฟ้มชื่อให้ไอมีนาดู

“อ้าว มีเด็กเข้าใหม่ด้วยหรอหว่ะ งั้นก้อต้องมีพี่เลี้ยงเพิ่มอีกคนอ่ะดิ”ไอเมษา ร้องออกมาพลางทำท่าคิด  ก่อนที่สายตาทั้ง 4 คู่จะโฟกัสมาที่ฉันเป็นจุดเดียว

“ไม่ๆๆ ฉันเป็นประธานนะเว้ย  พวกแกสองคนอะแหละ” ยัยสองเดือนนั้นส่ายหน้ายิกก่อนพูดออกมาว่า

“แฟนฉันหึง/แฟนฉันหวง” จบ ฉันเลยต้องรับภาระซะงั้น ตายๆๆๆ  เอาว่ะ ลองคุยด้วยสักหน่อย เผื่อจะนิสัยดี  รอประมาณ 10 นาที ก้อมีคนมาเคาะประตู

 

“เข้ามาได้เลย”ฉันตะโกนออกไปสุดเสียง แล้วพวกเราทุกคนก้อต้องสำรวมกิริยากันเล็กน้อย  ทันที ที่ไอเด็กคนนี้เดินเข้ามา มันทำให้ฉันอึ้งไปได้แว๊ปหนึ่งทันทีเลย แว๊ปเดียวจิงๆ  ฉันสำรวจด้วยสายตาตั้งแต่หัวจรดๆเท้า แล้วก้อเปรี้ยๆ!!  สายตาฉันสะดุดเข้ากับรองเท้าผ้าใบที่ไอเด็กหัวสีถั่วแดงนี้ใส่  มันเหยียบส้นเข้ามาค่ะ ปี๊ดเลย

“นี้นายชื่อ จินฐพัธ ใช่มั้ย” ไอหัวถั่วแดงมองหน้าฉันนิ่งๆก่อนพยักหน้า แล้วทำท่าจะหย่อนก้นลงนั่ง  แต่ฉันจับไหล่มันไว้ได้ก่อน มันเลยมองหน้าฉันงงๆ ไม่แพ้ไอสี่คนที่นั่งอยู่เลย  อยากจะบอกว่า ฉันสูงเท่าๆมันเลยอ่ะ ก้อฉันเตี้ยกว่ามัน 2 เซนเอง  ฉันก้มมองที่รองเท้าของไอถั่วแดง ไอ 4 คนเลยหายงงกันไปได้

“มีไรอีกหละเจ้โซดา เมื่อยอ่ะ จะนั่ง  คนอะไรสูงเป็นบ้า”ประโยคหลังมันพูดคนเดียวค่ะ  แต่ฉันก้อกระแดะได้ยินไง รวมทั้งชื่อฉัน มันเรียกฉันว่า “เจ้โซดา” ว้ากกกกกกกกกกกก

“ไอถั่วแดง ฉันไม่ใช่เจ้แก แล้วฉันก้อชื่อนับหนึ่ง แล้วที่ฉันไม่ให้แกนั่งก้อเพราะว่าแกแต่งตัวได้ห่วยบรรลัย”ด้วยความที่ฉันสูงเทียบเท่า เลยจัดการสะกิดหัวไอถั่วแดงไปทีหนึ่ง เรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากไอ 4 คนนั้นได้อย่างดีเลย

“ผมชื่อเจ้าคับเจ้  แล้วมาตบหัวไมเนี่ย เจ็บน่ะเว้ย” ชิส์ ไอเด็กบ้านี้ เรียกเจ้อีกแล้ว ใครไปเป็นเจ้แกฟ่ะ

“ใส่รองเท้าให้ดีซะ” ไอถั่วแดงก้มมองที่รองเท้าก่อนเงยหน้าขึ้นหาฉัน

“ไมอ่ะ ใส่แบบนี้ก้อเท่ห์ดีออกน่ะเจ้โซดา” พลั่วๆ!! เสียงมือฟาดเข้ากับศีรษะของบุรุษหัวถั่วแดงสองที่รวดเจ้าค่ะ

“จะใส่ดีๆ หรือจะต้องให้ใส่ให้ห๊า!!!  แล้วฉันก้อชื่อนับหนึ่ง ไม่ใช่โซดาเว้ย ไอถั่วแดง”ฉันปรับเสียงเป็นโหมดเย็นเยือก จนทำให้ไอถั่วแดงมองหน้าไอ 4คนเพื่อหาตัวช่วย  ไอ 4 คนนั้นเลยพยักเพยิดให้ไอถั่วแดงทำตามที่ฉันบอก  แล้วมันก้อยอมทำดีๆซะด้วย

“อ่ะ  พอใจยังเจ้หนึ่ง”เห้อ~ อย่างน้อยมันก้อยังเรียกชื่อวุ้ย  ฉันซักนู่นนี่ไปพักหนึ่ง พร้อมกับบอกว่าฉันเป็นพี่เลี้ยงของมัน ก่อนไล่ให้มันกลับไปเรียนแล้วค่อยมาเจอกันตอนประชุมอีกที

 

“5555+ เจ้โซดา เป็นไงมั้ง เจอน้องเจ้าเล่นเอาหวั่นไหวเลยอ่ะดิ”ฉันเกลียดคนรู้ทันง่ะ  ยอมรับว่าหวั่นไหว  แต่ฉันไม่กล้า...มีหรอก ความรักหน่ะ ฉันเคยเจ็บเกือบตายเพราะมันมาแล้วนี้หน่า หึหึ นึกๆแล้วก้อสมเพชตัวเองเนอะ  เหมือนไอพวกนี้จะนึกขึ้นได้ ถึงปมเก่าของฉัน

“หนึ่ง  พวกเราขอโทดน่ะเว้ย” กาวพูดพร้อมกับเขย่าแขนฉันเบาๆ  ฉันพยักหย้ายิ้มๆให้พวกมัน 

“นา เม แกไปเตรียมที่ประชุมกันก่อนน่ะ  ฝากแกสองคนด้วยน่ะ นิค กาว ฉันขอ อยู่คนเดียวพักหนึ่ง แล้วจะตามไป” พวกมันพยักหน้า แล้วเดิน กันออกไปจากห้อง

 

ภาพในอดีต 

“พี่เจ ยังรักหนึ่งเหมือนเมื่อก่อนรึป่าวค่ะ” ชายหญิงคู่หนึ่ง อายุราวๆ 16 กำลังยืนอยู่ท่ามกลางสายฝน  ถ้าหากสังเกตดีๆ น้ำตาของฝ่ายหญิงนั้นกำลังไหลปะปนกับสายฝนอยู่บนใบหน้า

“พี่  ขอโทดน่ะหนึ่ง   พี่คิดว่าเราคงเข้ากันไม่ได้  เราเป็นพี่น้องกันดีกว่าน่ะ” สิ้นสุดคำพูดนั้น ฝ่ายชายก้อเดินจากไป ทิ้งให้ฝ่ายหญิงยืนอยู่ท่ามกลางสายฝนเพียงลำพัง  

เหมือนสติของเทอหลุดลอยไปไหนต่อไหน  เทอเดินเหมือนร่างไร้วิญญาณ ไปบนถนน จนมีรถคันหนึ่งวิ่งมาด้วยความเร็วสูง และในทันทีเช่นกันมีเด็กหญิงคนหนึ่ง วิ่งเข้าไปร่างไร้สตินั้นหลบให้พ้นรถที่กำลังเข้ามาได้ทันเวลา  ทำให้สติของหญิงสาวกลับคืนมา 

 

กลับมาปัจจุบัน

เจ้า  Take:

“ฮึกๆๆ ฮือๆๆ” ผมเดินผ่านมาหน้าห้องสภานักเรียนที่เพิ่งเข้าไปเมื่อไม่นานมานี้  ก้อได้ยินเสียงเหมือนคนกำลังร้องไห้อยู่  พอดีกับที่ประตูมันแง้มอยู่พอดี  ผมเลยขอเสียมารยาทหน่อยก้อแล้วกัน    แล้วภาพที่ผมเห็นก้อคือ  หญิงผมสีควัน ที่ผมเรียกว่า เจ้โซดานั้นแหละ  ร่างของเทอกำลังสั่นระริก จากการสะอื้น  เหมือนเทอพยายามที่จะเก็บเสียงสะอื้นให้ได้มากที่สุด 

แล้วอยู่ๆเทอก้อฟุบลงไปกับโต๊ะซะเฉยๆ ผมเลยรีบวิ่งเข้าไปตามสันชาตญาณ

“เจ้ๆๆ  เจ้เป็นอะไรหน่ะ เจ้โซดา” ผมจับเทอขึ้นมา ก้อสัมผัสได้ถึงความเกร็งของเทอ  พอเห็นหน้าผมยังแทบหลุดร้องเลย เส้นเลือดบนหน้าของยัยเจ้นับหนึ่งนี้กำลังเต้นตุ้บๆเห็นได้ชัดเลย แถมตาที่แดงจากการร้องไห้ ยังเหลือกจนแทบไม่เห็นลูกตาสีน้ำตาล ที่ทำเอาผมหวั่นไหวได้เลย

“เจ้หนึ่ง  เจ้เป็นอะไรหน่ะห่ะ   พูดได้มั้ยเนี่ย  บอกกันหน่อยสิ  เห้ย!!!!” จะไม่ให้ผมตกใจได้ไงอ่ะ ก้ออยู่ดีๆพี่แกก้อเด้งแขนขึ้นมาตรงหน้าผมเหมือนบอกอะไรบางอย่าง

“บะ บะ บีบ ทะ ที” ถ้าหูผมไม่เพี้ยวพี่แกบอกให้บีบใช่ม่ะ  เอาว่ะ  ผมวางหัวพี่แกไว้ที่ตักก่อนลงมือบีบตามแขน กับขมับพี่แกไปเรื่อยๆ   จนผ่านไป ประมาณ 5 นาที พี่แกก้อดูจะอาการดีขึ้นแล้ว เลยลุกออกไปจากตักของผม

“ขอบใจน่ะ เออ...เจ้า ขอบใจนายน่ะ ที่มาช่วยอ่ะ แต่อย่าไปบอกใครน่ะ” ผมพยักหน้าน้อยๆ พร้อมกับมองร่างบางที่เดินไปที่โต๊ของตัวเอง พร้อมกับหยิบแฟ้มเอกสาร ที่เขียนด้านหน้าว่า กิจกรรม พร้อมกับเดินมาทางผม

“ไม่ไปเข้าประชุมหรอไงถั่วแดง” ง่ะ  เมื่อกี้ยังเรียกชื่ออยู่เลย ยัยเจ้โซดาเอ้ย  ผมเลยยอมลุกตามเจ้แกเข้าที่ประชุมไปในที่สุดอ่ะแหละ  คนเยอะอยู่เหมือนกันน่ะเนี่ย  เห้อ~ อยากจะบอกว่า  ตัวเจ้แกหอมจัง   หรือจะให้บอกตรงๆก้อคือ  ผมว่า ผมชอบยัยเจ้นี่แล้วสิ 

 

นับหนึ่ง Take:

                ตอนนี้ฉันขึ้นมาอยู่บนเวทีแล้ว  แต่เหตุการณ์เมื่อกี้มันทำให้ความรู้สึกบางอย่างของฉันปั่นป่วนไปหมดเลย  ไอหัวถั่วแดง มันทำให้ฉันหวั่นไหวอ่ะ  หยุดคิดก่อน  ทำหน้าที่ๆๆๆ

“จากรายชื่อคู่พี่น้อง ทุกคนคงทราบแล้ว ขอให้น้องๆกับพี่เลี้ยงนั่งเป็นคู่ๆด้วย”ยัยเมษา เริ่มพูดห้วนขึ้น คงเป็นเพราะไอกาว ดันได้คู่น้องเป็นผู้หญิงอ่ะมั้ง เละแน่เลยแกเอ้ย ไอกาว อมิตพุธ

“อ้อ! เนื่องจากมีน้องใหม่เข้ามาอีกหนึ่งคน ทำให้เกินจำนวนออกมา จึงได้รับอภิสิทธ ที่พิเศษมากๆก้อคือ  ได้พี่เลี้ยงเป็นประธานสุดสวยของเรานี้เอง” ยัยมีนาแย่งไมค์มาจากยัยเมษาก่อนจะสร้างเสียงฮือฮาทั่วที่ประชุมซะงั้น  ชิส์ ยัยเพื่อนบ้า

“พอๆๆ  ขอให้นั่งกันเป็นคู่น่ะๆ และขอความกรุณา พวกที่คิดไม่ซื่อทั้งหลาย ถ้าทำอะไรเกินเลย “

“พวกเราจะตีให้กะบาลแยกเลยคอยดูซิ” เรา 3 คนตะโกนขึ้นพร้อมกันเหมือนรู้งาน  แล้วฉันก้อต้องลงไปนั่งกับไอเจ้ามัน เพื่อทำความรู้จัก  แต่พออยู่ใกล้ๆแล้วรู้สึกแปลกๆแหะ  ส่วนไอเพื่อนรักทั้งสอง ก้อทำหน้าที่ แจกใบกรอกข้อมูล กันการผิดพลาด และเพื่อเป็นเครื่องยืนยันด้วยว่า พี่เลี้ยงจะต้องดูแลน้องของตนเองให้ดีที่สุด เพราะถ้าหากมีอะไรเกิดขึ้น ตัวพี่เองก้อแย่แน่

 

“เอ้า  มานั่งจ้องหน้าฉันทำด๋อยอะไรเนี่ย  กรอกเอกสารไปสิ” มันนั่งจ้องฉันเหมือนจะกินฉันเข้าไปทั้งตัวยังงั้นแหละ

“ผมชอบเจ้น่ะ” กึก!!  ทุกอย่างในที่นี้เงียบสงัดไปในพริบตา  ทุกสายตาหันมาจ้องที่ฉันกับไอถั่วแดงเป็นตาเดียวเลย  โอ้ว มายก๊อด

“พูดบ้าอะไรของแกอ่ะห่ะ!!” ฉันพยายามข่มเสียงให้เบาที่สุด แต่เนื่องจากสภาพรอบข้างมันเงียบมากจิงๆ ทำให้เสียงของฉันดังและฟังโคตรชัดเลย 

“ผมชอบเจ้จิงๆน่ะ   เป็นแฟนกับผมน่ะเจ้!!!” เห้ย 0๐0 ไอถั่วแดงตะโกนลั่นหอประชุมเสียงดังเลย  จนตอนนี้ทุกคนเริ่มยิ้มออกมาเป็นนัยน์ๆว่า รับไปเหอะ อะไรประมาณนั้น  แต่นี้มันไวไปมั้ง  เพิ่งเจอกันวันแรกก้อมาบอกชอบซะแล้วอ่ะ

“แกจะบ้าหรอไงไอถั่วแดง แกเพิ่งเจอฉันวันแรกจะชอบได้ไง” ทุกสายตาเปลี่ยนเป็นเศร้าส้อยเหมือนผิดหวัง เอ๊ะ!!!  พวกแกกำลังเชียร์บอลกันอยู่หรอไงห่ะ  ถึงได้เปลี่ยนอารมณ์ตามกันดีจิงๆเลยเนี่ย

“ก้อชอบอ่ะ  ผมชอบเจ้นับหนึ่งค้าบ  เป็นแฟนกับผมน่ะ” ง่ะ!!!  ไอถั่วแดงบ้าเอ้ย   พูดอะไรของแก๊

“รับเลยๆๆๆๆๆ” แงๆๆๆๆ  ทำไมเสียงยุยงมันดังแบบนี้ฟ่ะเนี่ย

“เห้ย!!!!  เงียบๆหน่อย............ไอถั่วแดง  ถ้าแกชอบฉันจิงๆก้อพิสูจน์มาสิ  ให้ทุกคนในนี้เป็นพยานเลยอ่ะ” ใช้แล้ว  มาวันแรก มันจะชอบปักจิตปักใจมันคงเป็นไปไม่ได้หรอก  แต่ถ้ามันยังคงตั้งมั่นอยู่จิงๆ  แล้วฉันจะทำยังไงอ่ะ

“ได้เลยคับ  จะพิสูจน์อะไรก้อช่าง  เจ้และก้อทุกคนอาจคิดว่าแค่เวลาวันเดียวมันคงเป็นไปไม่ได้ ที่คนอย่างผม จะชอบเจ้โหดคนนี้  แต่ขอให้รู้ไว้ว่า นานแค่ไหน ผมก้อยังจะชอบเจ้โซดาคนนี้  ตลอดไป” จะบ้าตายจิงๆ  ยืนยันหนักแน่นไปมั้ง   ฉันเริ่มหน้าเสียแล้วสิเห้อ~  ทำไงดีฟ่ะเนี่ยตู  พวกผู้ชายในที่นี้ส่วนใหญ่ก้อซุบซิบๆอะไรกัน ประมาณว่า “ รู้งี้กูทำมั้งก้อดีอ่ะ  แอบชอบมาตั้งนาน โดนเด็กแย่งซะงั้น เซ็ง”    หลังจากหายอึ้งกันพักใหญ่ ฉันก้อเลยต้องแยกตัวออกมาที่ห้องมิสเอ เพื่อติดต่อสถานที่กันก่อน

 

“มิสติดต่อเรื่องสถานที่ไว้ให้แล้วน่ะ  เราจะไปอยู่กันบนดอย แต่อากาศช่วงนี้ค่อนข้างหนาว มิสอยากให้เตรียมตัวกันไว้ดีๆหน่อย” มิสพูดพร้อมกับยื่นเอกสารเกี่ยวกับสถานที่มาให้

“แล้วมิสกับมิสเตอร์คนไหนไปมั้งอ่ะมิส” มันก้อเป็นปกติอยู่แล้วที่ต้องมีอาจารย์ไปคุมอ่ะน่ะ

“มีมิสไปคนเดียวจ้ะ คนอื่นๆเขาติดประชุม” เออ ดีแท้เนอะ มีจารย์ไปแค่คนเดียว

“งั้นขอตัวก่อนน่ะมิส วันนี้ต้องรีบไปส่งน้องเรียนพิเศษอ่ะ” ฉันลุกขึ้นเดินไปที่ประตู แต่พอกำลังจะเปิดมิสก้อเรียกขึ้นซะก่อน แล้วพูดคำๆนี้ ให้ฉันสะอึกเล่น

***************

บ่นหน่อย   นิยายเรื่องนี้อาจไม่ค่อยมีสาระมากมายเท่าไหร่  แต่ก้อขอให้อ่านให้สนุกน่ะค่ะ       

                        ติชม  บ่น ตามสบายเลยจ้า     

จะพัฒนาฝีมือต่อไปค่ะ  

 

 

เขียนโดย HellDeviL : 2008-07-05 15:13:56