วันที่ : 20 มกราคม 2551
ชื่อตอน (chapter) : ตอนที่ 7 ป่าวงกต

เพียงแค่เซนขยับกายชายนิรนามผู้นั้นก็ย้ายร่างด้วยความเร็วสูงดึงเซนไปไว้ในอ้อมแขนแล้วพลิกมือที่ถือดาบออกอย่างง่ายดายพลันแนบแก้มของตนเข้ากับพวงแก้มนวลเนียนของเซนเบาๆดั่งจะยั่วโมโห เซนหน้าแดงด้วยโกรธจัดจนพลังโมโหถึงขีดสุด แต่ชายนิรนามตรงหน้าก็เริ่มซุกหน้าที่คอเหมือนจะยั่วโมโหยิ่งขึ้น
"เจ้าจะแกล้งพอรึยัง ข้าไม่มีเวลาดูละครสดกับเจ้าหรอกนะ โรล" เดสกล่าวเสียบเรียบพลันให้บุรุษตรงหน้าที่ถูกเอ่ยนามว่าโร
ลหัวเราะเบาๆ
"อ้าว ใครจะรู้ เล่นซะเสียอารมณ์หมด" โรลพูดอย่างเสียอารมณ์เซนได้จังหวะจึงผละออกแล้วสวนหมัดไปหนึ่งยก
"ไอ้คนลามก ไม่ให้เกียรติผู้หญิง มันน่าแล่เนื้อแล้วทาเกลือยังไม่สาสมเอาไปบดแล้วโยนให้ไก่จิกกินซะ" เซนระเบิดอารมณ์
ออกมาอย่างหมดความอดทน ไม่เคยมีชายใดแตะต้องเนื้อตัวเธอได้แม้เพียงปลายผม แม้แต่บิดาบังเกิดเกล้ายังไม่ให้กอด
ใบหนาแดงกล่ำบ่งชัดถึงความโกรธ
"เย็นไว้เซน อย่างน้อยมันก็ทำได้เพียงแค่นั้น และตราบที่เจ้ายังมีข้า จะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก" ไวท์พูดด้วยน้ำเสียงเย็น
เหมือนทุกทีแต่แฝงด้วยความอ่อนโยนที่เซนจับได้ ไอร้อนระอุของโทสะพลันเบาบางลง เพราะมีเพียงไวท์ที่สามารถทำให้เธอ
รู้สึกดี เธอจึงส่งยิ้มบางเบามาให้เป็นคำขอบคุณ แต่ไม่วายจ้องบุรุษนามโรลด้วยความเคียดแค้น
"เอาหล่ะ อธิบายซิ เดส" เซนถามเดสด้วยความสงสัยเช่นเดียวกับไวท์
"จัดการสิ" เดสกล่าวลอยๆกับเพื่อนผู้รู้ใจ โรลยืดอกแล้วกล่าวแนะนำตัว
"ข้าชื่อโรล เป็นปีศาจประเภทซาตาน เป็นเพื่อนเดส แล..."
"เข้าใจแล้ว" ไวท์พูดขัดคอโรลจนเจ้าตัวสะอึกด้วยความงงกับไวท์อย่างมาก
"เฮ้ แม่สาวน้ำแข็ง อย่าขัดข้าสิ ยังแนะนำไม่จบเลยนะ" หลังจากตั้งตัวได้ก็ทักท้วงทันที เซนก็พยักหน้าเห็นด้วยเพราะเธอยัง
งงอยู่
"เสียเวลา ข้ากำลังรีบถ้าไม่เข้าใจก็ไว้ทีหลัง ขึ้นรถ" ไวท์ยังคงน้ำเสียงเย็นชาเช่นเดิมแล้วเดินเข้าเกวียนไป เซนรีบมุดเข้า
เกวียนไปอย่างรวดเร็วเดสจับเชือกบังคับม้า โรลกระโดดขึ้นนั่งข้างๆ แล้วทั้งหมดก็ออกเดินทางอีกครั้ง
"อะไรของแม่นั่น ข้าหล่ะงง" โรลพูดกับเดสเบาๆด้วยความงงบวกความเซ็ง
"ช่างเถอะ ยัยนั่นก็เป็นแบบนี้แหละ ว่าแต่เจ้านึกไงท้าประลองเซนเพื่อของไร้ประโยชน์" เดสถามกลับ
"ก็ไม่มีอะไร เจ้าก็รู้ข้าเร่ร่อนไปเรื่อยๆ บังเอิญนางผ่านมาเห็นปากดีเลยทำอะไรแก้เซ็งซะหน่อย" โรลยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ
ภายในเกวียนก็ตกอยู่ในความสงบบ่งบอกถึงทั้งสองได้เข้าสู่นิทราอีกครั้ง เดสสัมผัสได้ถึงเสียงลมหายใจไวท์แล้วเปลี่ยนเวรให้
โรลเป็นคนขับแทน
"ข้าจะไปกับเจ้าด้วยเดส มีบางอย่างบอกข้า" โรลพูดทำลายความเงียบขณะบังคับม้ามุ่งไปยังใจกลางเมืองเอลฟ์
"หรือเจ้าติดใจเซนกันแน่" เดสพูดดักอย่างรู้ทัน
"นั่นก็มีส่วน" โรลยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างเคย
เกวียนเลื่อนล้อจนมาหยุด ณ ป่าเอลฟ์ที่ดูเหมือนจะเวียนไปมาที่เดิม
"ป่าวงกต" เดสปรายออกมาเมื่อเห็นรอยเกวียนที่อยู่ข้างหน้า
"ข้าก็นึกเช่นนั้น ป่าเอลฟ์อันตรายนัก หากไม่เห็นกำแพงเมืองภายใน2วันเราคงต้องกลายเป็นภูตน้อยในป่าใหญ่แหง" โรลพูด
ด้วยน้ำเสียงวิตกแต่ยังคงเล่นอยู่
สวบ!!!
มีดบินที่ทำมีไอภูตแหวกอากาศเฉียดใบหน้าราบเรียบเดสไปอย่างเฉียดฉิว "สงสัยจะต้องออกกำลังกันหน่อยแล้ว หึหึ" เดสหัวเราะแล้วลงจากที่นั่งข้างส่วนโรลยิ้มอย่างพอใจ

เขียนโดย PrincessVampire : 2008-01-20 00:29:56
วันที่ : 8 ธันวาคม 2550
ชื่อเรื่อง : ไม่มีเรื่องเรื่องสั้น :
ชื่อตอน (chapter) : ขอร้องนะเจ้าค่ะท่านผู้อ่าน

สวัสดีนะเจ้าค่ะ วันนี้ข้าพเจ้ามีเรื่องจะมาคุยเล็กน้อยกับทุกท่านเจ้าค่ะ เนื่องจากข้าเองก็ไม่แน่ใจในการแต่งนิยายที่ข้าจินตนาการนัก จึงใคร่รู้ว่าทุกท่านชอบกันและอยากติดตามนิยายของข้าหรือไม่เจ้าค่ะ หลายครั้งที่ข้าได้เริ่มแต่งบทเพิ่มและเฝ้าสังเกตการณ์มาในระยะแรก ก็มีเพี่ยงผู้แวะเข้ามาแต่หามีผู้เม้นไม่ ข้าจึงกังวลตลอดมาว่าทุกท่านผ่านมาเพียงผ่านหรือชอบนิยายข้า เพียงอยากรู้ว่ามีท่านใดชื่นชอบนิยายข้าบ้างเท่านั้น โปรดเม้นกันเยอะๆนะเจ้าค่ะ หากผลตอบรับมีเพียงน้อย ข้าก็จะพิจารณานิยายที่ข้าแต่งเองว่าสมควรหยุดลงแค่นี้หรือไม่ ขอท่านช่วยตอบข้อสงสัยนี้ด้วยนะเจ้าค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าเจ้าค่ะ

ปล.หวังเหลือเกินว่ามีผู้ชื่นชอบนิยายเรื่องนี้ได้โปรดเม้นข้อสงสัยของเราด้วยนะค่ะ ขอบคุณ

เขียนโดย PrincessVampire : 2007-12-08 21:02:54
วันที่ : 10 พฤศจิกายน 2550
ชื่อตอน (chapter) : ตอนที่ 6 แอบมอง

แสงแดดรำไรต้อนรับวันใหม่ส่องแสงอุ่นๆลอดหน้าต่างเข้ามาขณะที่รถม้าจอดสนิดข้างน้ำตกที่เดสได้จอดก่อนค่ำเพื่อนอนพักเอาแรงและเผื่อรุ่งเช้าจะได้ล้างหน้า เซนทราเวนิสตื่นขึ้นแล้วปลุกให้ไวท์ตื่น
"ไปเล่นน้ำกันเถอะ" เซนกระซิบแผ่วเบาขณะที่ไวท์ยังกึ่งหลับกึ่งตื่น
"อืม ขอข้านอนอีกนิดเถอะยังเช้าอยู่เลย" ไวท์พูดด้วยเสียงงัวเงีย เธอไม่เคยถูกเร่งให้ตื่นเลย
"ไม่ได้ เช้าๆแบบนี้แหละดี หรือเจ้าจะไม่ไปก็ตามใจนะข้าไปก่อน" เซนพูดด้วยเสียงงอนจนไวท์ต้องลุกขึ้นมาง้อ เซนมีนิสัยขี้งอน
เสมอเมื่อถูกขัดใจแต่ไม่เคยงอนกับไวท์บ่อยๆเพราะไวท์เป็นผู้หญิงเย็นชาไม่ชอบง้อใคร
"เย่ งั้นไปกันเงียบๆนะ" เซนกระซิบอีกครั้งแล้วเปิดผ้าคลุมเกวียนออกอย่างเบามือ ทั้งคู่ย่องออกมาจากเกวียนแล้วตรงไปที่
น้ำตก โดยหารู้ไม่ว่าเดสที่นอนพิงต้นไม้ใกล้ๆเกวียนนั้นตื่นตั้งแต่เซนคุยกับไวท์ในเกวียนแล้ว
"คิดว่าข้าไม่ได้ยินรึไง หึๆ" เดสพูดในใจแล้วเผลอยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาด้วยสัญชาตญาณของผู้ชายที่เนื้อหอมในบรรดาเหล่าแวมไพร์
ทั้งคู่เปลื้องผ้าแล้วลงเล่นน้ำในสระใกล้น้ำตก สายน้ำที่เย็นฉ่ำทำให้ทั้งสองสดชื่นและตื่นตัว ฝูงปลาน้อยใหญ่แหวก
ว่ายในธารที่ใสสะอาด แสงแดดอ่อนๆต้องผืนน้ำจนเป็นประกายไปทั่วทำให้ทั้งคู่เหมือนเจ้าหญิงทรงสง่ากำลังสรงน้ำ นกน้อยต่างๆพากันบรรเลงเพลงอย่างไพเราะเพื่อปลุกสรรพสัตว์ต่างๆให้ตื่นรับวันใหม่และประสานเสียงดั่งดนตรีแดนศักสิทธิ์ที่ขับกล่อมให้ทั้งคู่ตกอยู่ในความสุข ดอกไม้ริมสระหลากสีสันบานสะพรั่งและส่งกลิ่นหอมอบอวลทั่วบริเวณ มวลผีเสื้อต่างบินล้อดอกไม้ไปทั่วจากดอกนั้นไปดอกนี้ช่างสวยงามดั่งสวรรค์ประทานให้ก็ไม่ปาน ทั้งคู่เล่นน้ำอย่างสนุกสนานสาดน้ำใส่กันจนไม่สังเกตชายผู้หนึ่งที่พรางกายอยู่ใกล้ๆ แวมไพร์หนุ่มอดไม่ได้ที่จะแอบตามมาดู
ไวท์อาบน้ำ
"ช่างเป็นหญิงที่งามที่สุดเท่าที่ข้าเคยพบมา" เดสพินิจในความงามของไวท์อยู่นานทั้งที่เซนทราเวนิสก็งามไม่แพ้ไวท์แต่ดู
เหมือนเธอจะไม่อยู่ในสายตาเดสซะเลย ไวท์มีผิวขาวนวลผุดผ่องรับกับเรือนร่างที่บอบบางทำให้เซนอดไม่ได้ที่จะแซวไวท์
"แหม เจ้านี่ขาวสมชื่อจริงๆแถมหุ่นก็ดีแบบนี้น่าจะไปฝึกเป็นนางระบำมากกว่านะ" เซนหยอกไวท์พร้อมสายตาเจ้าเล่ห์
"ไม่มีทาง ข้าหนะจะเป็นปีศาจที่เก่งเวทย์ให้ได้ ว่าแต่เจ้าเถอะรูปร่างเซ็กซี่ปานนั้นไม่ไปฝึกเป็นนางระบำรึไง" ไวท์พูดขึ้นบ้าง
แล้วทั้งคู่ก็ทำสงครามสาดน้ำกันอีกครั้งโดยไม่รู้เลยว่าที่เซนพูดมาทำให้แวมไพร์หนุ่มมีสีหน้าครุ่นคิดในคำถามของเซน
"งามปานเจ้าหญิงน่าจะหัดเรียนกุลสตรีหรือไม่ก็ฝึกระบำมากกว่า ช่างเหอะไม่เกี่ยวกับข้า" เดสคิดในใจดังนั้นก็รีบออกมา
อย่างรวดเร็วและไร้เสียงจึงไม่เป็นจุดสนใจซักเท่าไหร่
เมื่อเซนและไวท์อาบน้ำเสร็จก็เปลี่ยนชุดใหม่แล้วกลับไปที่เกวียน ทั้งคู่เห็นของกินที่เดสหามาให้ก็ตาโตทันทีเพราะท้องเริ่ม
เรียกร้องจะกินอาหารขึ้นมา
"พวกเจ้านี่อาบน้ำนานจริงๆข้าหละเบื่อนัก" เดสพูดน้ำเสียงกวนโทสะไวท์ทันทีที่เธอนั่งลง
"เงียบไปเหอะหน่าเราอาบน้ำนานเป็นเรื่องธรรมดา" เซนเห็นท่าไม่ดีจึงพูดขึ้นก่อนที่ไวท์จะพูดอะไร
"เหอะ ถ้ารอไม่ได้ก็ไม่ต้องรอ" ไวท์กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาแล้วกัดแอปเปิ้ลอย่างโมโห
"ว่าแต่เรามาถึงไหนกันแล้ว" เซนถามเดสเพื่อเบี่ยงเบนไม่ให้ทั้งคู่ทะเลาะกัน
"ข้ามภูเขาอีกลูกก็จะถึงดินแดนเอลฟ์ ข้าว่าเราเริ่มออกเดินทางกันได้แล้วเพราะอีก5วันก็จะมีการรับสมัครที่รร.เวท" เดสพูด
แค่นั้นแล้วเดินไปนั่งที่บังเหียนเตรียมออกเดินทาง
ไวท์เชิดใส่เดสแล้วช่วยเก็บผลไม้ขึ้นเกวียนไปกินต่อ เซนและไวท์นั่งบนเกวียนพร้อมเกวียนออกเดินทางต่อ
"ข้าว่าเราน่าจะถึงเมจิเคิลก่อน2วันนะจะได้เตรียมตัว" เซนพูดกับไวท์ขณะเคี้ยวราสเบอร์รี่
"ข้าก็ว่างั้น" ไวท์ตอบสั้นๆแค่นั้นแล้วหยิบบลูเบอร์รี่ของโปรดขึ้นมากิน
ทั้งคู่คุยกันเรื่อยเปื่อยขณะที่เดสสั่งให้ม้าขับไปเรื่อยๆแล้วตัวเองนั่งจิบเลือดในแก้วพลางนึกถึงดวงหน้าที่เปี่ยมยิ้มขณะเล่นน้ำ
"ทำไมข้าต้องคิดถึงนาง เฮอะก็แค่ผู้หญิงอวดดี" เดสพูดในใจแล้วเบือนหน้ามองข้างทางแต่มิวายเหลียวหลังมองผ้าคลุมเกวียน
เกวียนเคลื่อนไปเรื่อยๆจนข้ามภูเขาเข้าแดนเอลฟ์แล้วเกวียนก็หยุดนิ่งพร้อมกับชายลึกลับร่อนลงมาจากฟ้าแล้วหยุดตรงหน้า
เกวียน เซนเห็นว่าผิดสังเกตจึงลงมาพร้อมไวท์ตามมาติดๆ
"เจ้าเป็นใคร" เซนและไวท์ลงมาจากเกวียนแล้วถามชายตรงหน้าพร้อมตั้งท่าเตรียมสู้พลางเซนนึกสงสัยชายผู้มีปีกกาสีเทา
เหมือนจะรู้ทันบุรุษตรงหน้าคนนั้นยิ้มมุมปากพร้อมหรี่สายตาคมกริบไปที่เซน
"เจอกันอีกแล้วนะ อย่าคิดจะสู้กับข้าจะดีกว่าสาวน้อย" เสียงทุ้มเจ้าเล่ห์ของบุรุษคนนี้ทำให้เซนนึกขึ้นได้ว่ารู้จักได้อย่างไร เซน
โกรธจัดจนดึงดาบออกมาจากข้างเอวเตรียมสู้
"เจ้านี่เองฮึ่ม ข้าจะไม่แพ้เจ้าอีก ตายซะ"

เขียนโดย PrincessVampire : 2007-11-10 22:06:56
วันที่ : 8 พฤศจิกายน 2550
ชื่อตอน (chapter) : ตอนที่ 5 ปราสาทรัตติกาล

ดินแดนอาทิตย์หลังเมฆาสรรพสิ่งทั้งหลายอยู่ในความสงบสิงห์สาราสัตว์ดำเนินชีวิตแบบโซ่อาหาร ชาวประชาแข็งขันทำงานกลางวันและหลับไหลในราตรี มีสถานบันเทิงเป็นแห่งๆไว้ประเทืองอารมณ์ สวรรค์แห่งความบันเทิงในแดนมืดขึ้นชื่อเลื่องลือทั่วทุกแห่งหน จึงไม่แปลกที่จะพบสถานบันเทิงมากมาย ผู้คนไม่ว่าจะเป็นปีศาจ แม่มด เอลฟ์ คนแคระ แวมไพร์ หรือมนุษย์ ก็ท่องเที่ยวมาเพื่อใช้บริการสถานบันเทิงเหล่านี้ แต่ใครจะรู้ว่าปราสาทรัตติกาลที่ตั้งตระหง่านเด่นสง่าของดินแดนแห่งนี้จะไม่ได้ครึกครื้นเหมือนชาวเมืองเลย ตั้งแต่ราชาองค์ก่อนสววรคตโดยทิ้งภาระไว้กับว่าที่ราชาองค์ปัจจุบัน
"อีกไม่นานปีศาจในตำนานจะตื่นขึ้นโดยสมบูรณ์ มันมีอำนาจโค่นจักรวรรดิเราได้อย่างน่ากลัวเจ้าจงหามันและสังหารซะเพื่อ
ความมั่นคงแห่งราชวงศ์และเจ้าจะเป็นกษัตริย์ที่ใครๆต้องสยบ" สุรเสียงสุดท้ายที่ดำรัสจากพระโอษฐ์ราชาองค์ก่อนยังคง
ก่องอยู่ในหัวของดิเวนาปว่าที่ราชาองค์ใหม่อย่างหนักแน่นและเนิ่นนาน
"ข้าจะไปหามันได้ที่ไหนกัน" ดิเวนาปครุ่นคิดในใจอยู่อย่างนั้นขณะมองนอกเมืองที่มีหมู่บ้านมากมายในแผ่นดินปีศาจ ดิน
แดนปีศาจเป็นแดนที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาแผ่นดินอื่น การตามหาปีศาจในตำนานนั้นยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร
"ไม่ต้องกังวลใจหรอกเจ้าพี่ หากยังมีท่านใครก็ทำร้ายอะไรไม่ได้ทั้งนั้" สุรเสียงแหลมเล็กบ่งบอกความอ่อนเยาว์ของเจ้าหญิง
ปีศาจครึ่งเอลฟ์องค์น้อยเดินเข้ามากอดเอวดิเวนาปแบบที่ทำประจำ
"เจ้าพูดเจ้าอะไรเด็กน้อย" ดิเวนาปถามน้องสาวต่างมารดาที่แสนซนด้วยความอ่อนโยนและรักใคร่
"เจ้าพี่หนะกังวลใจอยู่ข้าอ่านใจท่านได้นะ แล้วอีกอย่างข้าไม่เด็กแล้วนะ อย่าพูดแบบนี้" เจ้าหญิงองค์น้อยผลักดิเวนาปผู้พี่
อย่างไม่พอใจ เพราะเธอเป็นลูกครึ่งเอลฟ์จึงตัวเล็กและเธอถูกมองว่าเด็กเสมอในสายตาทุกตน
"ก็จริงมั้ยหละเจ้าเพิ่งจะครบ100ปี แถมยังสูงแค่เอวข้าเท่านั้นยังแบเบาะนักแองจี้น้อย" ดิเวนาปพูดกลั้วหัวเราะในท่างอน
ของน้องสาว แล้วขยี้ผมลอนสวยด้วยความเอ็นดู แต่แองจี้กลับฉุนกึกจึงกางเล็บเตรียมสู้กับปีศาจเลือดแท้ผู้พี่
"วันนี้ข้าจะเอาเลือดของเจ้าพี่ออกมาให้ได้ ดูถูกกันนัก ย้ากกก" แล้วสงครามเล็กๆระหว่างว่าที่ราชากับเจ้าหญิงองค์จิ๋วก็เกิด
ขึ้นในห้องบรรทม ทุกอย่างในห้องเต็มไปด้วยปุยนุ่นที่ถูกยกขึ้นมารับมือแองจี้ ทั้งคู่สนุกสนานกันและนอนพักลงบนเตียงพร้อม
เสียงหัวเราะอย่างสุขสม แต่ความสุขก็ต้องมลายสิ้นเมื่อมีเสียงจากแขกไม่รับเชิญ
ปัง!!
ประตูถูกเปิดออกด้วยแรงมหาศาลพร้อมบุรุษวัยกลางคนย่างกรายเข้ามา
"นี่หรือคือวิสัยขององค์รัชทายาทแห่งแดนรัตติกาล" ชายคนนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม
"เจ้าเป็นแค่ผู้ไว้วางใจจากเสด็จแม่ให้สำเร็จราชการแทน มิได้หมายความว่าจะมาบงการข้าได้หรอกนะ อเล็กซ์" ดิเวนาปพูด
อย่างไม่พอใจในการกระทำที่ไม่ให้เกียรติ
"งั้นท่านคงต้องถูกส่งไปเรียนดัดนิสัยที่เมจิเคิลเป็นแน่ เจ้าชาย" น้ำเสียงเจ้าเล่ห์ของอเล็กซ์กล่าวขึ้น
"ข้าจะไม่ไปไหนทั้งนั้นตราบใดที่มีผู้คิดจะทรยศแผ่นดินแห่งข้า เจ้าสุนัขไม่เจียม" ดิเวนาปตะคอกใส่หน้าอเล็กซ์ด้วยความ
สะใจ แต่หารู้ไม่ว่าราชินีผู้เป็นแม่ได้ยินทุกคำพูดอย่างชัดเจน
"งั้นข้าสั่งให้เจ้าไปเรียนก็แล้วกัน ก้าวร้าวไร้ความเป็นผู้นำ" สุรเสียงราชินีช่างเยือกเย็นจับจิต ตั้งแต่ราชาสวรรคตก็มิมีผู้ใดได้
เห็นรอยสรวลของพระนางอีกเลย
"ท่านแม่ ข้าพูดความจริงมันผู้นี้คิดการกบฏ" ดิเวนาปกล่าวน้ำเสียงอ่อนลงปนน้อยใจ หากยิ่งเพิ่มความดูแคลนและเย็นชา
จากพระมารดาเป็นทวีคูณ
"พรุ่งนี้เจ้า ดิเวนาปองค์รัชทายาทจะต้องไปเรียนอบรมที่เมจิเคิลโดยไม่มีข้อแม้ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม" สุสรเสียงดั่งนางพญา
ดังกึกก้องไปทั่วแม้แต่ทารกำนัลที่ผ่านไปมายังสะดุ้งตามๆกัน                 
"ท่านแม่ไม่จริงใช่" เจ้าชายกล่าวด้วยน้ำเสียงตกใจ                                                       
"หวังว่าเจ้าเข้าใจนะเจ้าชาย" ราชินีกล่าวแทรกขึ้นด้วยเสียงอันดังก้องในประโยคที่แสนเจ็บปวดใจแล้วจากไป
"เจ้าพี่"
"คำดำรัสของราชินีเด็ดขาดไม่ว่ายังไงก็ปฏิเสธไม่ได้ เจ้ากลับไปเถอะ" ดิเวนาปกล่าวอย่างเหม่อลอยแล้วเดินไปริมระเบียง แองจี้
ออกไปแล้วดิเวนาปยังคงยืนต้านลมที่พัดแรงขึ้นอยู่อย่างนั้น กี่ครั้งแล้วที่พระมารดาทรงตรัสด้วยน้ำเสียงไร้เยื่อใย ดวงตาสีมรกตทอดมองแสงจันทร์ด้วยความน้อยใจ ผมสีน้ำตาลเมเปิ้ลต้องลมพริ้วไหวดั่งโศกเศร้าร่วมกับเจ้าของเรือนผมงาม ผิว
กายสีแทนกับกล้ามเนื้อที่ดูแข็งแร็งกลับผิดจากจิตใจในตอนนี้ ดวงหน้าบิดเบี้ยวเนื่องจากกลั้นน้ำตาและฝืนสะอื้น
"ข้าจะทำตามท่านสั่ง ราชินีเอโรลาส" ดิเวนาปกล่าวกับแสงจันทร์ ก่อนจะเข้านิทราด้วยหัวใจว่างเปล่า

เขียนโดย PrincessVampire : 2007-11-08 21:02:35
วันที่ : 2 พฤศจิกายน 2550
ชื่อตอน (chapter) : ตอนที่ 4 ปะทะมือ

สายลมร้อนพัดโชยแรงขึ้นจนไวท์ไม่อาจอยู่เฉยในเกวียนได้จึงออกมาดูสถานการณ์ข้างนอก สองข้างทางปรากฏเพียงต้นไม้ไร้ใบกับอากาศอบอ้าวซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เธอชอบ
"จะออกมาตายทำไมเข้าไปในเกวียนซะ" เดสสั่งขณะงอกเล็บและเขี้ยวเตรียมรับมือ สร้างความไม่พอใจให้แก่ไวท์นัก
"หึ เจ้าก็ดีแต่ดูถูก ข้าไม่กระจอกอย่างที่เจ้าคิดหรอก" ไวท์พูดเสียงเย็นตามแบบนิสัยของเธอ
ไม่ทันที่ทั้งคู่จะโต้ตอบอะไรมากลมร้อนก็โหมกระหน่ำเข้าจนเกิดเป็นพายุขนาดย่อมภายในปรากฏหญิงนิรนามผู้สร้างข่ายเวทย์นี้
"เจ้าคลายข่ายเวทย์ซะข้าไม่อยากทำร้ายผู้หญิง" เดสพูดขณะหดเล็บและเขี้ยวที่กางออกมาแล้วกลับไปนั่งที่บังเหียน หญิงนิรนามแสยะยิ้มออกมาแล้วพูดว่า
"เจ้าคงคิดว่าเก่งนักใช่มั้ย หึไม่เป็นไรข้าจะสู้กับผู้หญิงก็ได้ หรือเจ้าจะอ่อนถึงต้องให้ผู้ชายปกป้องน่าขำนัก" หญิงนิรนามเยอะเย้ยไวท์จนใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ ไวท์เรียกพลังออกมาเตรียมสู้ตามบทเรียนที่ได้จากดราเชลผู้เป็นบิดา
"สู้ก็ได้ ตายอย่าหาว่าไม่เตือน" ไวท์พูดด้วยน้ำเสียงข่มขู่จากนั้นก็ร่ายมนต์ชั่วอึดใจเกิดเป็นฝนน้ำแข็งห่าใหญ่ตกลงมาหมายจะเรียกเลือดในกายศัตตรู แต่ฝ่ายตรงข้ามไม่ยอมแพ้สร้างบาเรียกันน้ำแข็ง จังหวะที่ไวท์อยู่ในห้วงแห่งเวทย์เธอสามารถอ่านเกมส์ทุกอย่างได้อย่างง่ายดาย เมื่ออีกฝ่ายกางบาเรียช่วงบนจะเหลือช่องว่างด้านล่าง ไวท์เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสร้างดาบน้ำแข็งหมายจะปลิดชีพหญิงผู้นั้น
แควก!!
หญิงนิรนามหลบคมดาบไวท์อย่างเฉียดฉิวแต่กระนั้นก็สามารถเรียกโลหิตแดงฉานจากแขนของฝ่ายนั้นได้ ทันทีที่นางได้รับบาดเจ็บไวท์ก็ใช้เวทเคลื่อนที่ชั่วพริบตาแล้วนำดาบน้ำแข็งพาดบ่าหญิงผู้นั้น
"ข้าชนะ จบเกมส์แล้วจะอยู่หรือตายดีนะ" ไวท์กระซิบแผ่วเบาที่แฝงด้วยน้ำเสียงน่ากลัวอย่างที่หญิงคนนั้นไม่เคยได้ยินมาก่อน เธอยิ้มก่อนที่จะคลายข่ายเวทย์พร้อมพูดกับไวท์ว่า
"ฝีมือเจ้าไม่เลว ตั้งแต่ที่ข้าปะลองกับผู้หญิงมาไม่เคยแพ้ใคร น้ำเสียงของเจ้าช่างข่มขวัญคู่ต่อสู้ได้ดีจริงๆ ข้าชื่อเซนทราเวนิสเจ้าหล่ะ" เธอชมในฝีมือและแนะนำตัวอย่างเป็นมิตร ไวท์เห็นว่าหญิงคนนี้ไม่มีพิษมีภัยจึงคุยด้วยโดยดี
"ข้าชื่อไวท์โอทิน่าเรียกไวท์เฉยๆก็ได้" ไวท์แนะนำตัวด้วยน้ำเสียงเย็นชาแต่เซนรับรู้ถึงความเป็นมิตรด้วยสัญชาตญาณ ทั้งคู่จึงคุยด้วยความสนิทสนมอย่างรวดเร็ว โดยอยู่ในสายตาแวมไพร์หนุ่มตลอดเวลา
"หึเจ้าก็ฝีมือไม่เลวสมแล้วที่เป็นปีศาจในตำนาน" เดสคิดพลันหลบสายตาลงอย่างชื่นชมลึกๆ
"เจ้าจะไปเมจิเคิลสินะ" เซนถามไวท์ขึ้นขณะที่ไวท์ใช้พลังเวทรักษาแผลบนแขนเซน
"ใช่ข้าจะไปเรียนที่โรงเรียนเมจิก เจ้าหละ" ไวท์ตอบโดยที่ยังคงรักษาบาดแผลที่เซนแค่เฉียดคมดาบเท่านั้นแต่ลึกลงไปเกือบถึงชั้นกระดูก
"ข้าก็จะไปสมัครที่โรงเรียนเมจิกเหมือนกัน หากข้าจะติดเกวียนเจ้าจะได้รึปล่าว" เซนถามอย่างมีความหวังทำให้ไวท์อดไม่ได้ที่จะอมยิ้มเย็นๆกับท่าทางของเพื่อนใหม่
"แล้วเกวียนเจ้าหละ หายไปไหน" ไวท์ถามอย่างสงสัย
"ข้าถูกท้าดวลโดยผู้เก่งกว่า ข้าแพ้จึงต้องยกเกวียนให้และเร่ร่อนแบบนี้" เซนเสียงละห้อยปนเจ็บแค้นเมื่อนึกึงชายผู้เก่งกว่าผู้ชนะขับเกวียนออกไปต่อหน้าต่อตาโดยที่ทำอะไรไม่ได้
"งั้นเจ้าก็ไปกับข้าสิ ดีซะอีกข้าจะได้มีสหายร่วมทาง" ไวท์ชวนเซนโดยติดน้ำเสียงเย็นชาตามนิสัย แต่เซนรู้ดีจึงไม่คิดอะไร
"ดีเหมือนกัน ข้าเหนื่อยจะเดิน" เซนตอบเสียงขี้เล่นแล้วจูงมือไวท์ขึ้นเกวียนดั่งเธอเป็นเจ้าของซะเอง
"ข้าตัดสินใจให้เซนไปกับข้า เพราะฉะนั้นออกเดินทางได้แล้ว" เมื่อถึงเกวียนไวท์ก็สั่งเดสทันที โดยแวมไพร์หนุ่มมีอาการกระฟัดกระเฟียดในคำสั่ง
"เจ้าเป็นใครมาสั่งข้าผู้ไม่มีใครสั่งได้" เดสถามไวท์ด้วยความไม่พอใจ แต่ไหนแต่ไรเขาได้ชื่อว่าเป็นผู้ขัดขืนคำสั่งตัวยงที่หัวหน้าสูงสุดแห่งแวมไพร์ระอานัก
"ข้าคือไวท์โอทิน่า เดวิเนสผู้ที่เจ้าต้องสยบต่อข้านะสิ" ไวท์ตอบเดสด้วยน้ำเสียงที่เหนือกว่าแล้วเข้าเกวียนไปพร้อมกับเสียงหัวเราะของเซน
การเดินทางเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น พลังที่หลับใหลในตัวเธอยังคงไม่ตื่น เราต้องเรียกพลังอันหลับใหลเพื่อสู่ความเป็นนิรันด์แห่งข้า หึหึ!!

เขียนโดย PrincessVampire : 2007-11-02 20:45:11

/2