วันที่ : 20 มีนาคม 2553
ชื่อเรื่อง : Naughty_Girl : แสนซนคนสวย
ชื่อตอน (chapter) : Cardio : บทที่ 15 ดอกแรกหิมะ

บทที่ 15

ดอกแรกหิมะ

            เอพิลยืนตัวสั่นสะท้านเหนือความสูงกว่าหลายเมตร

            ปุยเมฆสีขาวลอยเฉียดไปมาราวทักทายแขกผู้มาเยือนทั้งสามคน ที่กล่าวว่าสามเพราะอาจารย์เครฟผู้เป็นตำนานแห่งศาสตร์การปรุงยาไม่ได้พาสังขารตัวเองขึ้นมาทรมานดังเช่นคนหนุ่มสาวด้วย

            อาจารย์ชรามาแล้ว ศิษย์รักยังจะให้อาจารย์ปีนเข้าไปด้วยหรือ

            นั่นคือข้ออ้างในการส่งพวกเขาทั้งสามขึ้นมา

            ชรา!!

            ได้ยินเอพิลถึงอยากจะลมจับ อาจารย์เครฟถึงภายนอกจะดูเหี่ยวย่นสภาพโรยรา คนที่ไม่รู้จักคุ้นเคยจริง ๆ จะกล่าวได้ว่าเขาเป็นเพียงชายแก่ที่มากด้วยประสบการณ์ แต่สำหรับเอพิลแล้วเขาคือตาเฒ่าเจ้าเล่ห์ที่มีกำลังวังชามากกว่าโคถึกเสียอีก

            ครั้งหนึ่งเธอเคยเห็นเขาแบกโอ่งใหญ่ท่วมหัวที่เอาไว้สำหรับหมักสมุนไพรราวกับว่ามันคือถังไม้เล็ก ๆ แต่พอหันมาเห็นลูกศิษย์ยืนตะลึงพรึงเพลิดก็แสร้งทำโอ่งตกพื้น ร้องโอดโอยว่าปวดหลังอย่างนู้นอย่างนี้

            หึ! มีหรือที่เธอจะไม่รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของอาจารย์ ทำเป็นอ้างนู้นอ้างนี่ ที่แท้ก็แค่คร้านจะมาปีนเขาสูง ๆ ด้วยเท่านั้นแหละ

            เห็นหนทางข้างหน้าอีกยาวไกลนักเอพิลก็อดร้องครางในใจไม่ได้ แต่ครั้นจะให้เธอปริปากบ่นต่อหน้าพลเอกคีย์ไลท์นะหรือ ไม่มีทางเสียหรอก

            ฟริกก์หันมาเห็นใบหน้านวลเริ่มซีดลงก็อดสงสารไม่ได้ เขากระซิบเบา ๆ จากบ่าของคีย์ไลท์ ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจก่อนลอบมองมาเห็นหญิงสาวมีท่าทางอิดโรยดังคำว่า จังหวะเดียวกับที่เอพิลหันขึ้นมาสบตาพอดี

            หญิงสาวส่งสายตายโสมาให้ เธอไม่มีวันร้องขอความเห็นใจจากเขาหรอก เช่นเดียวกับชายหนุ่มที่ก็ไม่คิดจะแยแสเธอเช่นกัน ทั้งคู่สบตาเพียงชั่วเสี้ยวนาทีก็ผินหน้าหนีกันประหนึ่งคืออริที่เกลียดกันมาสิบชาติ

            ฟริกก์ส่ายหัวน้อย ๆ อย่างระอา เขาพอรู้มาบ้างว่าสองคนนี้ไม่ถูกชะตากันเท่าไรนัก แต่ไม่ทราบสาเหตุจริง ๆ เสียทีว่าเหตุใดคนที่มีรั่วบ้านติดกันแถมมีสายสัมพันธ์ค่อนข้างใกล้ชิดกลับกลายเป็นศัตรูคู่อริ มีเอพิลที่ไหนจะต้องไม่มีคีย์ไลท์ที่นั่น แต่ก็น่าขำนักที่ทั้งคู่ต้องมาเดินทางร่วมกันอย่างช่วยไม่ได้

            “อีกไกลไหม” ฟริกก์มองเห็นทางชันข้างหน้าก็อดเป็นห่วงหญิงสาวไม่ได้ จึงถามขึ้น

            “พ้นเขาลูกหน้าไปก็จะพบโขดผาที่ท่านตาว่าครับ”

            พ้นเขาลูกหน้า!!

            ให้ตายเถอะ...แค่เดินอีกสิบเก้าเธอก็จะขาหลุดแล้วนะ

            เอพิลชักสีหน้าหงุดหงิดทันที แต่ทำว่าดอกแรกหิมะนี่สิมันทำให้เธอกัดฟัน

            “แล้วจะมัวชักช้าอยู่ทำไมล่ะ” กล่าวเสร็จก็ทำท่าทางฮึดฮัดราวกับทั้งฟริกก์และคีย์ไลท์คือตัวถ่วงก็ไม่ปาน

            แต่แล้ว...ขาเจ้ากรรมมันก็ไม่ได้ให้ความร่วมมือนัก

            ขณะที่กำลังจะปีนป่ายขึ้นไปนั้น เข่าเกิดอ่อนแรงกะทันหัน ร่างทั้งร่างจึงผละลงมา

            ว๊าย!!

            หลับตาปี๋เตรียมรับความเจ็บปวด แต่แล้วสิ่งที่สัมผัสได้คือความนุ่มนวลพร้อมกับกลิ่นกายอ่อน ๆ ของ ‘เบาะ’ รองรับ

            ดวงตาประสานกันอย่างยากจะถอดถอน

            ครั้งแรกที่คีย์ไลท์ถึงกับทำอะไรไม่ถูก ดวงตากลมโตสีมรกตได้ตรึงร่างเขาไว้นิ่งไม่ไหวติง นี่นะหรือมนต์เสน่ห์ที่เล่าลือไปทั่วทั้งแคว้น มนตร์เสน่ห์ของนางฟ้าอสรพิษ ยิ่งได้สัมผัสร่างอ่อนนุ่ม ใจของเขาก็ราวกับถูกไฟฟ้าช็อตให้รู้สึกทำอะไรไม่ถูก

            “ออกไปห่าง ๆ เลย” ว่าด้วยท่าทางรังเกลียดก่อนออกแรงผลักให้ร่างสูงกระเด็นไปอีกทาง

            นั่นทำให้คีย์ไลท์ได้สติ

            หนอย...ยัยนี่นอกจากไม่สำนึกบุญคุณแล้วยังวางท่าโอหังใส่อีก

            คีย์ไลท์มองมาด้วยสายตาดูแคลนไม่แพ้กัน เขาคร้านที่จะใส่ใจอารมณ์ขึ้นๆ ล่อง ๆ ของเอพิลอีกแล้ว ต่อให้คราวนี้จะเป็นจะตายเขาก็ไม่สนใจ

            แต่แล้ว...

            “โอ๊ย!! เจ็บ”

            เรียกร้องแผ่วเบาของร่างบางที่กองอยู่บนพื้นทำให้เขาอดที่จะหันกลับไปมองไม่ได้ เห็นน้ำใส ๆ คลออยู่ในตากับข้อเท้าข้างหนึ่งที่บวมแดง ความรู้สึกสงสารก็ก่อตะกอนขึ้นในใจ

            ไม่ต้องรอให้ฟริกก์บอกหรือรับคำร้องขอของหญิงสาว เขาเดินเข้าไปนั่งยอง ๆ ตรงหน้า มือหน้าเอื้อมมาจับข้อเท้าบวมเบ่งอย่างเบามือ

            “เจ็บมากไหม” คิ้วเข้มขมวดขึ้นเล็กน้อยแต่สายตาที่เอ่ยถามช่างแฝงไปด้วยความอ่อนโยน

            “เจ็บสิ เอพิลนิ่วหน้า เธอเจ็บจะตายอยู่แล้วยังมีหน้ามาถามคำถามโง่ ๆ อยู่อีก นี่เธอไม่ใช่เด็ก ๆ แล้วนะ

            “อย่างนี้คงไปต่อไม่ไหว” ฟริกก์ก็เป็นห่วงไม่แพ้กัน

            “ไม่ ๆ ฉันไปไหว” ทำทีฝืนลุกขึ้นแต่ความเจ็บที่ปลายเท้าก็แล่นผ่าน แปล๊บ! ขยับตัวไม่ได้ เอพิลร้องเบา ๆ น้ำตาจากไหนไม่ทราบเริ่มเอ่อคลออีกครา

            “อวดเก่ง”

            “นาย!!” เอพิลถลึงตาใส่ แต่พอเห็นปฏิกิริยาที่เขาปฏิบัติก็ทำเอาพูดไม่ออก

            “ขึ้นมาสิ”

            เอพิลเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ ลังเลไม่รู้ว่าคนตรงหน้าจะมาไม้ไหนอีก พลเอกคีย์ไลท์ชักสีหน้าหงุดหงิด หันมาเอ็ด

            “รีบขึ้นมา

            “อ๊ะ!!!”

            คราวนี้ไม่ได้รอให้หญิงสาวได้ตอบรับหรือปฏิเสธ เขาดึงร่างทั้งร่างขึ้นหลังจัดแจงท่าทางให้เรียบร้อยแล้วออกเดินทันที

            กลิ่นกายอ่อน ๆ เหมือนกลิ่นของไอแดดชวนให้ใจเต้นแรงโดยไม่ทราบสาเหตุ เอพิลเกร็งตัวนิ่งไม่กล้าแม้แต่จะขยับซ้ายขวา ใบหน้านวลเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อจากการใกล้ชิดเกินขอบเขต

            “ไม่สบายหรือเปล่า” ฟริกก์ซึ่งนั่งอยู่บนบ่าของคีย์ไลท์อดหันมาถามไม่ได้

            “เงียบไปเลยฟริกก์”

            “เอ้า!!” ตุ๊กตาหมีเกาหัวแกรกๆ ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าเขาพูดอะไรผิด

            คีย์ไลท์อาศัยพละกำลังมหาศาลพาร่างบางและตุ๊กตาหมีปีนป่ายหน้าผ่าอย่างคล่องแคล่ว ความเร็วเหลือเชื่อทำให้เอพิลอดคิดไม่ได้ว่าก่อนหน้านี้เป็นเพราะเธอหรือเปล่าที่ถ่วงให้การเดินทางชักช้า ด้วยความรู้สึกผิดเอพิลจึงได้แต่เกาะแผ่นหลังกว้างอย่างเงียบ ๆ โดยไม่ปริปากอีกตลอดเส้นทาง

            “ถึงแล้ว ฟริกก์เอ่ยขึ้นเป็นคนแรก คำบอกเล่าถึงลักษณะเชิงผาซึ่งเป็นแหล่งของดอกแรกหิมะตรงกับสิ่งที่ตระหง่านอยู่ตรงหน้า

            “สูงใช่เล่นนะนี่” เอพิลมองไล่ระดับความสูงเสียดฟ้าขึ้นไป กำแพงหินสูงชันสีขาวอยู่ตรงหน้า แต่กลับไร้วี่แววของดอกแรกหิมะให้ได้เห็น

            “คงต้องรอกันนานทีเดียว ถ้างั้นคงต้องพักกันที่นี่แหละ” ฟริกก์ออกความเห็นก่อนกระโดดลงจากบ่าของคีย์ไลท์

            “วางฉันลงได้แล้ว” 

            ตามคำขอเลย

            ตุ๊บ!

            “โอ๊ย!! คีย์ ไลท์” เธอกัดฟันเอ่ยชื่อเขาอย่างยากเย็น จะต่อว่าก็สำนึกบุญคุณที่เขาแบกมา แต่จะให้ปล่อยเลยตามเลยก็ขัดกับนิสัย ดังนั้นเธอจึงทำได้แต่มองเขาราวกับกำลังสาปแช่งให้คนตรงหน้ามอดไหม้เป็นจุล

            คืนนั้นพวกเขาทั้งสามก่อกองไฟข้างหน้าผาสูงชัน รอคอยการผลิดอกออกใบของดอกแรกหิมะ

            แน่นอนว่าชื่อดอกแรกหิมะนั้นไม่ได้มาเพราะใครมั่วซั่วไปตั้งให้ แต่ดอกแรกหิมะจะเบ่งบานก็ต่อเมื่อก่อนเวลาที่หิมะจะตกเพียงหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น แล้วพอหิมะแรกตกกระทบลงบนแผ่นดินดอกไม้แสนสวยก็จะเหี่ยวเฉาลงทันที

            ด้วยความมหัศจรรย์นี้ทำให้เชื่อกันว่าดอกแรกหิมะมีสรรพคุณแสนเลอค่าในการปรุงยาวิเศษ แต่จำเป็นต้องเก็บเกี่ยวอย่างถูกวิธีไม่เช่นนั้นพิษจากยางทำให้ผิวหนังผุผองได้เลยทีเดียว และสิ่งสำคัญที่สุดเวลาก่อนเก็บเกี่ยวนั้นมีเพียงแค่หนึ่งชั่วโมง...ช่วงเวลามีค่าจึงแสนสั้นนัก

            เอพิลลอบมองหน้าผาสูงชัน ขณะที่มือบอบบางกำลังประคบสมุนไพรไปที่ข้อเท้า ตอนนี้ขาที่บวมแดงดีขึ้นมาไม่รู้สึกเจ็บอีกเลยแถมขยับได้คล่องราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น

            “นอนได้แล้ว มองทั้งคืนมันก็ไม่งอกเงยขึ้นมาหรอก”

            เสียงทุ่มเรียกความสนใจให้กลับมา เอพิลอดค้อนขวับให้ไม่ได้ เธอไม่ได้สนใจจะต่อล้อต่อเถียงกับคีย์ไลท์ยังคงดื้อดึงรอคอยดอกไม้แสนล้ำค่า

            ชายหนุ่มยักไหล่ ในเมื่อคนดื้อยืนกรานจะเฝ้า เขาก็คงต้องขอนอน ฟริกก์นั้นล้มตัวนอนไปนานแล้ว คงเพราะอยู่ในร่างตุ๊กตาแหล่งพลังงานจึงมีไม่มาก คีย์ไลท์จับฟริกก์เข้ามาใกล้ ๆ หากปฐมกษัตริย์เป็นอะไรไปบรรพบุรุษคงต้องสาปแช่งเขาไปอีกนาน

            ดวงจันทร์กลมโตเคลื่อนคล้อยผ่านกลางศีรษะไปนานแล้ว คาดว่าคงใกล้รุ่งสางเต็มที คาดว่าวันนี้ดอกแรกหิมะคงไม่ยังไม่เบ่งบาน หากต้องรอต่อไปอีกเธอคงประสาทกินตาย

            มือข้างหนึ่งเติมเชื้อไฟให้ลุกโชน แสงไฟอ่อน ๆ ยามค่ำคืนส่องประกายกระทบร่างสูงโปรงที่นอนหลับปุ๋ยไม่ห่างนัก

            อืมแหะ...จะว่าไปตานี่ก็น่าตาดีไม่ใช่เล่น

            มองเคร้าหน้าหล่อเหลาเพลิน ๆ ก็อดชื่นชมไม่ได้ แต่แล้วเอพิลก็ต้องตกใจในความคิดของตัวเอง

            นี่เธอคงไม่ได้หลงเสน่ห์ตาจอมเก็กหรอกนะ..ไม่ ๆ เธอไม่อยากเป็นเหมือนแม่สาว ๆ ทั่วเมืองหลวงที่คอยส่งจดหมายหรือทำทีกระดี้กระด้าเวลาพลเอกมาดมากปรากฏกาย

            บรื้อ!! แค่คิดก็ขนลุกแล้ว

            “ทำหน้าแบบนั้นเวลาแอบมองคนอื่นหมายความว่ายังไง”

            พลันคีย์ไลท์ก็ลืมตาขึ้น ราวกับว่าเขารู้อยู่นานแล้วว่าเธอแอบมอง

            โดนจับได้คาหนังคาเขา แต่จำเลยก็แถไปเรื่องอื่น

            “อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย ชิ ว่าพลางสะบัดหน้าไปทางอื่น คราวนี้เธอหันไปมองหน้าผาอย่างเอาเป็นเอาตาย โดยไม่มีโอกาสได้รู้เลยว่าเขาลอบมองเธอด้วยสายตาพราวระยับแฝงไปด้วยรอยยิ้มขบขัน

            “อ๊ะ!!” เสียงอุทานไพเราะดังพิณแก้วทำให้คีย์ไลท์ตื่นจากภวังค์อีกครั้ง เอพิลลุกขึ้นด้วยความตื่นเต้นดวงตาสีมรกตเปล่งประกายสุกใส ก่อนโผใส่เขาเขย่าด้วยท่าทางออดอ้อนอย่างลืมตัว

            “นายเห็นนั่นไหม”

            คีย์ไลท์เลิกคิ้วขึ้นมองไปยังปลายจุดหมายที่นิ้วเรียวยาวชี้ไป พลอยปลุกให้ฟริกก์ตื่นขึ้นมาด้วย

            “อารายยยย” ฟริกก์งัวเงียขึ้นมา

            “ดอกแรกหิมะไง เห็นไหม ๆ” 

            “ดอกแรกหิมะ!!”

-----------------------------------

เสาร์ ขึ้นห้าค่ำ เดือนห้า...วันดี ๆ แบบนี้ ขอให้ทุกคนมีความสุขมาก ๆ นะคะ

ขอบคุณทุกคอมเม้นท์และโหวตจ้า

Mulie           

           

 

 

 

เขียนโดย Mulie : 2010-03-20 08:07:31

/85