บทที่ 15
ดอกแรกหิมะ
เอพิลยืนตัวสั่นสะท้านเหนือความสูงกว่าหลายเมตร
ปุยเมฆสีขาวลอยเฉียดไปมาราวทักทายแขกผู้มาเยือนทั้งสามคน ที่กล่าวว่าสามเพราะอาจารย์เครฟผู้เป็นตำนานแห่งศาสตร์การปรุงยาไม่ได้พาสังขารตัวเองขึ้นมาทรมานดังเช่นคนหนุ่มสาวด้วย
อาจารย์ชรามาแล้ว ศิษย์รักยังจะให้อาจารย์ปีนเข้าไปด้วยหรือ
นั่นคือข้ออ้างในการส่งพวกเขาทั้งสามขึ้นมา
ชรา!!
ได้ยินเอพิลถึงอยากจะลมจับ อาจารย์เครฟถึงภายนอกจะดูเหี่ยวย่นสภาพโรยรา คนที่ไม่รู้จักคุ้นเคยจริง ๆ จะกล่าวได้ว่าเขาเป็นเพียงชายแก่ที่มากด้วยประสบการณ์ แต่สำหรับเอพิลแล้วเขาคือตาเฒ่าเจ้าเล่ห์ที่มีกำลังวังชามากกว่าโคถึกเสียอีก
ครั้งหนึ่งเธอเคยเห็นเขาแบกโอ่งใหญ่ท่วมหัวที่เอาไว้สำหรับหมักสมุนไพรราวกับว่ามันคือถังไม้เล็ก ๆ แต่พอหันมาเห็นลูกศิษย์ยืนตะลึงพรึงเพลิดก็แสร้งทำโอ่งตกพื้น ร้องโอดโอยว่าปวดหลังอย่างนู้นอย่างนี้
หึ! มีหรือที่เธอจะไม่รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของอาจารย์ ทำเป็นอ้างนู้นอ้างนี่ ที่แท้ก็แค่คร้านจะมาปีนเขาสูง ๆ ด้วยเท่านั้นแหละ
เห็นหนทางข้างหน้าอีกยาวไกลนักเอพิลก็อดร้องครางในใจไม่ได้ แต่ครั้นจะให้เธอปริปากบ่นต่อหน้าพลเอกคีย์ไลท์นะหรือ ไม่มีทางเสียหรอก
ฟริกก์หันมาเห็นใบหน้านวลเริ่มซีดลงก็อดสงสารไม่ได้ เขากระซิบเบา ๆ จากบ่าของคีย์ไลท์ ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจก่อนลอบมองมาเห็นหญิงสาวมีท่าทางอิดโรยดังคำว่า จังหวะเดียวกับที่เอพิลหันขึ้นมาสบตาพอดี
หญิงสาวส่งสายตายโสมาให้ เธอไม่มีวันร้องขอความเห็นใจจากเขาหรอก เช่นเดียวกับชายหนุ่มที่ก็ไม่คิดจะแยแสเธอเช่นกัน ทั้งคู่สบตาเพียงชั่วเสี้ยวนาทีก็ผินหน้าหนีกันประหนึ่งคืออริที่เกลียดกันมาสิบชาติ
ฟริกก์ส่ายหัวน้อย ๆ อย่างระอา เขาพอรู้มาบ้างว่าสองคนนี้ไม่ถูกชะตากันเท่าไรนัก แต่ไม่ทราบสาเหตุจริง ๆ เสียทีว่าเหตุใดคนที่มีรั่วบ้านติดกันแถมมีสายสัมพันธ์ค่อนข้างใกล้ชิดกลับกลายเป็นศัตรูคู่อริ มีเอพิลที่ไหนจะต้องไม่มีคีย์ไลท์ที่นั่น แต่ก็น่าขำนักที่ทั้งคู่ต้องมาเดินทางร่วมกันอย่างช่วยไม่ได้
อีกไกลไหม ฟริกก์มองเห็นทางชันข้างหน้าก็อดเป็นห่วงหญิงสาวไม่ได้ จึงถามขึ้น
พ้นเขาลูกหน้าไปก็จะพบโขดผาที่ท่านตาว่าครับ
พ้นเขาลูกหน้า!!
ให้ตายเถอะ...แค่เดินอีกสิบเก้าเธอก็จะขาหลุดแล้วนะ
เอพิลชักสีหน้าหงุดหงิดทันที แต่ทำว่าดอกแรกหิมะนี่สิมันทำให้เธอกัดฟัน
แล้วจะมัวชักช้าอยู่ทำไมล่ะ กล่าวเสร็จก็ทำท่าทางฮึดฮัดราวกับทั้งฟริกก์และคีย์ไลท์คือตัวถ่วงก็ไม่ปาน
แต่แล้ว...ขาเจ้ากรรมมันก็ไม่ได้ให้ความร่วมมือนัก
ขณะที่กำลังจะปีนป่ายขึ้นไปนั้น เข่าเกิดอ่อนแรงกะทันหัน ร่างทั้งร่างจึงผละลงมา
ว๊าย!!
หลับตาปี๋เตรียมรับความเจ็บปวด แต่แล้วสิ่งที่สัมผัสได้คือความนุ่มนวลพร้อมกับกลิ่นกายอ่อน ๆ ของ เบาะ รองรับ
ดวงตาประสานกันอย่างยากจะถอดถอน
ครั้งแรกที่คีย์ไลท์ถึงกับทำอะไรไม่ถูก ดวงตากลมโตสีมรกตได้ตรึงร่างเขาไว้นิ่งไม่ไหวติง นี่นะหรือมนต์เสน่ห์ที่เล่าลือไปทั่วทั้งแคว้น มนตร์เสน่ห์ของนางฟ้าอสรพิษ ยิ่งได้สัมผัสร่างอ่อนนุ่ม ใจของเขาก็ราวกับถูกไฟฟ้าช็อตให้รู้สึกทำอะไรไม่ถูก
ออกไปห่าง ๆ เลย ว่าด้วยท่าทางรังเกลียดก่อนออกแรงผลักให้ร่างสูงกระเด็นไปอีกทาง
นั่นทำให้คีย์ไลท์ได้สติ
หนอย...ยัยนี่นอกจากไม่สำนึกบุญคุณแล้วยังวางท่าโอหังใส่อีก
คีย์ไลท์มองมาด้วยสายตาดูแคลนไม่แพ้กัน เขาคร้านที่จะใส่ใจอารมณ์ขึ้นๆ ล่อง ๆ ของเอพิลอีกแล้ว ต่อให้คราวนี้จะเป็นจะตายเขาก็ไม่สนใจ
แต่แล้ว...
โอ๊ย!! เจ็บ
เรียกร้องแผ่วเบาของร่างบางที่กองอยู่บนพื้นทำให้เขาอดที่จะหันกลับไปมองไม่ได้ เห็นน้ำใส ๆ คลออยู่ในตากับข้อเท้าข้างหนึ่งที่บวมแดง ความรู้สึกสงสารก็ก่อตะกอนขึ้นในใจ
ไม่ต้องรอให้ฟริกก์บอกหรือรับคำร้องขอของหญิงสาว เขาเดินเข้าไปนั่งยอง ๆ ตรงหน้า มือหน้าเอื้อมมาจับข้อเท้าบวมเบ่งอย่างเบามือ
เจ็บมากไหม คิ้วเข้มขมวดขึ้นเล็กน้อยแต่สายตาที่เอ่ยถามช่างแฝงไปด้วยความอ่อนโยน
เจ็บสิ! เอพิลนิ่วหน้า เธอเจ็บจะตายอยู่แล้วยังมีหน้ามาถามคำถามโง่ ๆ อยู่อีก นี่เธอไม่ใช่เด็ก ๆ แล้วนะ
อย่างนี้คงไปต่อไม่ไหว ฟริกก์ก็เป็นห่วงไม่แพ้กัน
ไม่ ๆ ฉันไปไหว ทำทีฝืนลุกขึ้นแต่ความเจ็บที่ปลายเท้าก็แล่นผ่าน แปล๊บ! ขยับตัวไม่ได้ เอพิลร้องเบา ๆ น้ำตาจากไหนไม่ทราบเริ่มเอ่อคลออีกครา
อวดเก่ง
นาย!! เอพิลถลึงตาใส่ แต่พอเห็นปฏิกิริยาที่เขาปฏิบัติก็ทำเอาพูดไม่ออก
ขึ้นมาสิ
เอพิลเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ ลังเลไม่รู้ว่าคนตรงหน้าจะมาไม้ไหนอีก พลเอกคีย์ไลท์ชักสีหน้าหงุดหงิด หันมาเอ็ด
รีบขึ้นมา!
อ๊ะ!!!
คราวนี้ไม่ได้รอให้หญิงสาวได้ตอบรับหรือปฏิเสธ เขาดึงร่างทั้งร่างขึ้นหลังจัดแจงท่าทางให้เรียบร้อยแล้วออกเดินทันที
กลิ่นกายอ่อน ๆ เหมือนกลิ่นของไอแดดชวนให้ใจเต้นแรงโดยไม่ทราบสาเหตุ เอพิลเกร็งตัวนิ่งไม่กล้าแม้แต่จะขยับซ้ายขวา ใบหน้านวลเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อจากการใกล้ชิดเกินขอบเขต
ไม่สบายหรือเปล่า ฟริกก์ซึ่งนั่งอยู่บนบ่าของคีย์ไลท์อดหันมาถามไม่ได้
เงียบไปเลยฟริกก์
เอ้า!! ตุ๊กตาหมีเกาหัวแกรกๆ ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าเขาพูดอะไรผิด
คีย์ไลท์อาศัยพละกำลังมหาศาลพาร่างบางและตุ๊กตาหมีปีนป่ายหน้าผ่าอย่างคล่องแคล่ว ความเร็วเหลือเชื่อทำให้เอพิลอดคิดไม่ได้ว่าก่อนหน้านี้เป็นเพราะเธอหรือเปล่าที่ถ่วงให้การเดินทางชักช้า ด้วยความรู้สึกผิดเอพิลจึงได้แต่เกาะแผ่นหลังกว้างอย่างเงียบ ๆ โดยไม่ปริปากอีกตลอดเส้นทาง
ถึงแล้ว! ฟริกก์เอ่ยขึ้นเป็นคนแรก คำบอกเล่าถึงลักษณะเชิงผาซึ่งเป็นแหล่งของดอกแรกหิมะตรงกับสิ่งที่ตระหง่านอยู่ตรงหน้า
สูงใช่เล่นนะนี่ เอพิลมองไล่ระดับความสูงเสียดฟ้าขึ้นไป กำแพงหินสูงชันสีขาวอยู่ตรงหน้า แต่กลับไร้วี่แววของดอกแรกหิมะให้ได้เห็น
คงต้องรอกันนานทีเดียว ถ้างั้นคงต้องพักกันที่นี่แหละ ฟริกก์ออกความเห็นก่อนกระโดดลงจากบ่าของคีย์ไลท์
วางฉันลงได้แล้ว
ตามคำขอเลย
ตุ๊บ!
โอ๊ย!! คีย์ ไลท์ เธอกัดฟันเอ่ยชื่อเขาอย่างยากเย็น จะต่อว่าก็สำนึกบุญคุณที่เขาแบกมา แต่จะให้ปล่อยเลยตามเลยก็ขัดกับนิสัย ดังนั้นเธอจึงทำได้แต่มองเขาราวกับกำลังสาปแช่งให้คนตรงหน้ามอดไหม้เป็นจุล
คืนนั้นพวกเขาทั้งสามก่อกองไฟข้างหน้าผาสูงชัน รอคอยการผลิดอกออกใบของดอกแรกหิมะ
แน่นอนว่าชื่อดอกแรกหิมะนั้นไม่ได้มาเพราะใครมั่วซั่วไปตั้งให้ แต่ดอกแรกหิมะจะเบ่งบานก็ต่อเมื่อก่อนเวลาที่หิมะจะตกเพียงหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น แล้วพอหิมะแรกตกกระทบลงบนแผ่นดินดอกไม้แสนสวยก็จะเหี่ยวเฉาลงทันที
ด้วยความมหัศจรรย์นี้ทำให้เชื่อกันว่าดอกแรกหิมะมีสรรพคุณแสนเลอค่าในการปรุงยาวิเศษ แต่จำเป็นต้องเก็บเกี่ยวอย่างถูกวิธีไม่เช่นนั้นพิษจากยางทำให้ผิวหนังผุผองได้เลยทีเดียว และสิ่งสำคัญที่สุดเวลาก่อนเก็บเกี่ยวนั้นมีเพียงแค่หนึ่งชั่วโมง...ช่วงเวลามีค่าจึงแสนสั้นนัก
เอพิลลอบมองหน้าผาสูงชัน ขณะที่มือบอบบางกำลังประคบสมุนไพรไปที่ข้อเท้า ตอนนี้ขาที่บวมแดงดีขึ้นมาไม่รู้สึกเจ็บอีกเลยแถมขยับได้คล่องราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
นอนได้แล้ว มองทั้งคืนมันก็ไม่งอกเงยขึ้นมาหรอก
เสียงทุ่มเรียกความสนใจให้กลับมา เอพิลอดค้อนขวับให้ไม่ได้ เธอไม่ได้สนใจจะต่อล้อต่อเถียงกับคีย์ไลท์ยังคงดื้อดึงรอคอยดอกไม้แสนล้ำค่า
ชายหนุ่มยักไหล่ ในเมื่อคนดื้อยืนกรานจะเฝ้า เขาก็คงต้องขอนอน ฟริกก์นั้นล้มตัวนอนไปนานแล้ว คงเพราะอยู่ในร่างตุ๊กตาแหล่งพลังงานจึงมีไม่มาก คีย์ไลท์จับฟริกก์เข้ามาใกล้ ๆ หากปฐมกษัตริย์เป็นอะไรไปบรรพบุรุษคงต้องสาปแช่งเขาไปอีกนาน
ดวงจันทร์กลมโตเคลื่อนคล้อยผ่านกลางศีรษะไปนานแล้ว คาดว่าคงใกล้รุ่งสางเต็มที คาดว่าวันนี้ดอกแรกหิมะคงไม่ยังไม่เบ่งบาน หากต้องรอต่อไปอีกเธอคงประสาทกินตาย
มือข้างหนึ่งเติมเชื้อไฟให้ลุกโชน แสงไฟอ่อน ๆ ยามค่ำคืนส่องประกายกระทบร่างสูงโปรงที่นอนหลับปุ๋ยไม่ห่างนัก
อืมแหะ...จะว่าไปตานี่ก็น่าตาดีไม่ใช่เล่น
มองเคร้าหน้าหล่อเหลาเพลิน ๆ ก็อดชื่นชมไม่ได้ แต่แล้วเอพิลก็ต้องตกใจในความคิดของตัวเอง
นี่เธอคงไม่ได้หลงเสน่ห์ตาจอมเก็กหรอกนะ..ไม่ ๆ เธอไม่อยากเป็นเหมือนแม่สาว ๆ ทั่วเมืองหลวงที่คอยส่งจดหมายหรือทำทีกระดี้กระด้าเวลาพลเอกมาดมากปรากฏกาย
บรื้อ!! แค่คิดก็ขนลุกแล้ว
ทำหน้าแบบนั้นเวลาแอบมองคนอื่นหมายความว่ายังไง
พลันคีย์ไลท์ก็ลืมตาขึ้น ราวกับว่าเขารู้อยู่นานแล้วว่าเธอแอบมอง
โดนจับได้คาหนังคาเขา แต่จำเลยก็แถไปเรื่องอื่น
อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย ชิ! ว่าพลางสะบัดหน้าไปทางอื่น คราวนี้เธอหันไปมองหน้าผาอย่างเอาเป็นเอาตาย โดยไม่มีโอกาสได้รู้เลยว่าเขาลอบมองเธอด้วยสายตาพราวระยับแฝงไปด้วยรอยยิ้มขบขัน
อ๊ะ!! เสียงอุทานไพเราะดังพิณแก้วทำให้คีย์ไลท์ตื่นจากภวังค์อีกครั้ง เอพิลลุกขึ้นด้วยความตื่นเต้นดวงตาสีมรกตเปล่งประกายสุกใส ก่อนโผใส่เขาเขย่าด้วยท่าทางออดอ้อนอย่างลืมตัว
นายเห็นนั่นไหม
คีย์ไลท์เลิกคิ้วขึ้นมองไปยังปลายจุดหมายที่นิ้วเรียวยาวชี้ไป พลอยปลุกให้ฟริกก์ตื่นขึ้นมาด้วย
อารายยยย ฟริกก์งัวเงียขึ้นมา
ดอกแรกหิมะไง เห็นไหม ๆ
ดอกแรกหิมะ!!
-----------------------------------
เสาร์ ขึ้นห้าค่ำ เดือนห้า...วันดี ๆ แบบนี้ ขอให้ทุกคนมีความสุขมาก ๆ นะคะ
ขอบคุณทุกคอมเม้นท์และโหวตจ้า
Mulie


