วันที่ : 19 ธันวาคม 2550
ชื่อตอน (chapter) : H&H : บทที่ 2 ภารกิจ

Heaven and Hell

บทที่ 2 ภารกิจ

            “ย๊าก !!!” 

            เสียงกู่ร้องของชายในชุดสีดำตะโกนเอาฤกษ์เอาชัยก่อนการต่อสู้จะเริ่ม เขากระชับดาบในมือให้แน่นขึ้น พลันกระโดดเข้ามาหมายจะแทงคู่ต่อสู้ที่ยืนนิ่งๆด้วยท่าทางยียวนกวนเท้า

            อีกฝ่ายหาวหวอด เอี้ยวตัวหลับดาบสองสามกระบวนท่าอย่างเบื่อหน่าย

            “ให้มันน่าตื่นเต้นกว่านี้ไม่ได้หรืองาย..” เบเซนลากเสียง เขาลอบถอนหายใจเป็นหนที่สามหลังจากผ่านคู่ต่อสู้ที่น่าเบื่อแบบนี้มาราว ๆ สามสิบคน

            ไม่ใช่ว่าคู่ต่อสู้ของเบเซนจะกระจอกอ่อนหัดกว่าแต่อย่างใด เพียงแต่ว่าความเร็วในการหลบหลีกของเขา รวมถึงฝีมืออันลำเลิศเป็นต่อใคร ๆ ทั้งหมด ณ ที่นี้

            เบเซนหมดอารมณ์ที่จะเล่นต่อไปอีก เขาสบัดมือข้างขวาออกไปแล้วฟาดไปที่ท้ายทอยอีกฝ่ายเพียงทีเดียวเท่านั้น คู่ต่อสู้ก็ล้มลงตรงหน้าในแทบจะทันที

            “ข้าเบื่อจะแย่แล้วนายท่าน หนุกๆกว่านี้ไม่มีหรอ” เจ้าหนุ่มเอามือเท้าเอวโดยที่มืออีกข้างพิงกับดาบอันใหญ่ไว้ อย่างไม่เกรงกลัวว่าใครใหญ่กว่าใคร

            ผู้ที่ถูกเรียกว่านายท่านก็ไม่แพ้กัน หาวปากกว้างอย่างเบื่อหน่าย

            “ถ้ามี ข้าคงไม่หาวอย่างนี้หรอก” ไม่ว่าเปล่า นายท่านที่นั่งบนบัลลังค์ประทับ ณ ลานประลองก็ลุกบิดขี้เกียจไล่ความง่วง

            เบเซนยิ้มร่า อย่างขำๆในท่าทางผู้สูงศักดิ์ ในขณะที่คนอื่น ๆ กลับหัวหด ก้มหน้าก้มตาอย่างหวาดกลัว 

            เจ้าหนุ่มจอมอวดดีเดินเข้าไปที่ขั้นบันไดตรงสู่บัลลังค์ เขาโยนดาบทิ้งไปข้าง ๆ ก่อนที่จะเอนตัวลงอย่างสบาย ๆ

            แต่ไม่ทันที่จะได้เอาหัวพิงกับบัลลังค์ของนายท่าน เสียงหนึ่งก็ดังมาแต่ไกล

            “ไอ้เจ้าเบเซน 

            เสียงตะหวาดที่คุ้นหูดังมาจากหน้าประตูใหญ่ เบเซนชะงักไปเล็กน้อย เขาหันไปยิ้มแหย ๆ ให้

“ใครสั่งใครสอนให้ตีตนเสมอนายท่าน ห๊า!!” ไม่ว่าเปล่าเซรอสก็เดินเข้ามาอาด ๆ ยกดาบขึ้นจะไล่ฟันเอาเลือดชั่ว ๆ ออกจากหัวขี้เลื้อยที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง

เบเซนลุกขึ้นทำท่าจะหนี เขาหลบไปหลังบัลลังค์

“นายท่านไม่เห็นจะว่าอะไรเลย อาจารย์จะเดือดร้อนทำไมกันเล่า เน๊าะนายท่านเน๊าะ” เจ้าหนุ่มน้อยทำตัวน่าถีบนัก เมื่อมันพยายามทำตัวให้น่าเอ็นดูเหมือนลูกแมวเชื่องๆ

เซรอส ส่งสายตาขอความเห็นไปทางนายท่านที่กำลังลูบหัวของไอ้ลูกแมวอย่างนึกเอ็นดู

“ช่างเถอะเซรอส” มีเสียงหัวเราะในลำคอ อย่างมีความสุข

เซรอสมองดูภาพตรงหน้าอย่างปิติ นานแล้วที่เขาไม่ได้เห็นนายท่านตรงหน้าหัวเราะ

หากวันนั้นเมื่อ17ปีก่อนเขาไม่ได้นำเบเซนมาด้วย ทุกอย่างในนรกนี้คงดูมืดมนเหมือนเช่นที่เป็นมาตลอด3000ปี ไม่มีเสียงหัวเราะจากนายท่าน ไม่มีความผ่อนคลายในแดนอเวจี และคงไม่มีลูกศิษย์ที่เป็นที่โปรดปรานยิ่งของเขาขนาดนี้

เบเซน เป็นเด็กหนุ่มผมสีดำขลับ ดวงตามีสีน้ำเงินเข้ม ผิวขาว ใบหน้าคมคาย จัดได้ว่าหล่อระเบิด เสียแต่ว่า...

“นายท่าน พุ่งออกหรือเปล่าเนี่ย” เจ้าหนุ่มใช้นิ้วจิ้ม ๆ ไปที่เอวสองสามที

โป๊ก !!

มะเหงกก็ลอยมาลงกะบาลเจ้าลูกแมวที่เคยน่าเอ็นดู ที่ตอนนี้มันกลับน่ากระทืบให้ตายคาเท้านัก

เซรอสถอนหายใจอย่างอนิจจัง

ใช่! ไอ้หนุ่มตรงหน้ามันมีดีทุกอย่างทั้งหน้าตาและฝีมือ เสียแต่...

อวดดี

ปากหมา

บ้าดีเดือด

เซรอสแอบลุ้นในใจให้นายท่านลงโทษมันหนักกว่านี้อีกนิดให้หลาบจำ แต่ว่าก็ถูกโยงกลับเข้าประเด็นถึงการปรากฏตัวของเขา

“มีเรื่องอะไรหรือเปล่าเซรอส ถึงมาพบข้า” 

เซรอสเกือบลืมไปสนิทถึงสาเหตุที่มาเข้าพบนายท่าน เพราะมัวแต่ไปวุ่นวายกับไอ้ตัวกวนที่ยังคงนั่งป่วนเปี้ยนใกล้ๆบัลลังค์

เซรอสดีดนิ้ว ทันใด!ลานประลองเมื่อสักครู่ก็ถูกแทนที่ด้วยกระจกบานใหญ่ เขาดีดนิ้วอีกที แล้วภาพเพลิงไหม้ที่กำลังถาโถมชั้นบนสุดของอาคารหลังใหญ่แห่งหนึ่งก็ปรากฏขึ้น

คิ้วของเบเซนขมวดเข้าหากัน

“อะไรหว่า ท่านอาจารย์”

เซรอสส่งสายตาดุๆมายังเจ้าคนช่างสงสัย ว่าจะมาแส่อะไรตอนนี้

เซรอสหยุดภาพบนกระจกให้นิ่ง แล้วชี้ไปยังแสงสีขาวสว่างที่เกิดขึ้นจากๆบริเวณชั้นบนของอาคาร ทำให้เจ้าคนช่างสงสัย ถึงบางอ้อ

“เวทย์สวรรค์” เบเซนทำเสียงจิ๊กจั๊กในลำคอราวกับผู้รู้ ทำเอาต่อมหมั่นไส้ศิษย์รักของเซรอสกระตุกวาบ ๆ

“พวกสวรรค์มันเข้ามายุ่ง แสดงว่าต้องมีอะไรในอาคารหลังนี้” เบเซนยังคงออกความเห็น ก่อนจะดีดนิ้วราวกับคิดอะไรออกมาได้

“หรือจะเป็นเวทย์ย้อนเวลาที่ตามหากัน”

“...”

อึดใจที่ไม่มีใครพูดอะไรออกมา

“เวทย์ย้อนเวลาคงไม่โผล่ออกมาง่ายขนาดนี้หรอกเบเซน ข้าตามหามันมา3000ปี ยังไม่พบเลย” นายท่านหันกลับไปมองหินสลักรูปหญิงสาวด้านข้างด้วยแววตาที่เศร้าสร้อย
           
“ไม่พบวันนี้ พรุ่งนี้ก็พบ อย่าเพิ่งหมดหวังนะนายท่าน สักวันก็ต้องเจอ แล้ววันนั้นท่านหญิงจะได้เป็นอิสระเสียที” 

นายท่านละสายตาจากหินสลักของลูกสาวอันเป็นที่รักกลับมามองเบเซน รอยยิ้มกว้างระบายบนใบหน้าของเจ้าหนุ่มจอมกวน ทำให้รู้สึกโล่งใจอย่างประหลาด

“กระหม่อมว่าจะส่งเจ้าเบเซนขึ้นไปสังเกตการณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ขอรับ” 

ผู้สูงศักดิ์พยักหน้ารับ แต่ก็มองไปยังไอ้จอมยุ่งที่ดูชอบอกชอบใจกับภารกิจที่ได้รับมอบหมายอย่างเป็นห่วง

“ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกคร้าบ...นายท่าน ถึงข้าไม่เคยไปแดนมนุษย์ แต่รับรองว่าปลอดภัยกลับมาแน่นอน” เบเซนตอบราวนกรู้ แถมยิ้มกว้าง ส่งสายตาระริกไปยังผู้นายท่าน

“ไม่มีใครเขาห่วงเจ้าหรอก...ห่วงแต่ว่าจะเสียผงเวทย์มนต์ไปเปล่า ๆ หากเจ้าปฏิบัติภารกิจล้มเหลว” เซรอสแย้งขึ้น

เจ้าจอมกวน วางท่ายกนิ้วชี้ส่ายไปมา ปากที่คาบใบไม้เบ้ออกน้อยๆ

“พอดีข้าสะกดคำว่า ‘ล้มเหลว’ ไม่เป็นเสียด้วยคร้าบ อาจารย์”

            เซรอสว่าแผนการในภารกิจบุกแดนมนุษย์แบบเดี่ยว ๆ ให้เบเซนฟัง ซึ่งเจ้าคนฟังก็ดูจะไม่รับรู้เท่าไรนัก นาน ๆ พยักหน้ารับสักครั้ง แถมท้ายด้วยหาวกว้าง ๆ จนในที่สุดความอดทนก็มาถึงขีดสุด

            “ให้มันตั้งใจหน่อยไม่ได้หรือไง” เซรอสทุบโต๊ะอย่างหมดความอดทน

            “รู้แล้ว ๆ ก็แค่ไปสืบหาว่าเกิดอะไรขึ้นโดยไม่ให้พวกสวรรค์เฮงซวยมันจับได้ใช่ปะ”

            “แล้วอย่าใช้พลังมืดด้วย! เดี่ยวงูจะตื่นหมด” เซรอสย่ำหนักแน่น

            “คร้าบ ๆ ไม่ต้องห่วงข้ามันพวกนิยมใช้กำลัง เวทย์มนต์ถาคาดีแต่สิ้นเปลืองพลังงานข้าไม่ใช้หรอกน่า”

            เจ้าเด็กหนุ่ม คว้าถุงสีดำที่ภายในบรรจุผงสีทองไว้ แล้วลุกพรวดเดินออกไป

            “ข้าว่าจะอยู่เที่ยวเปิดหูเปิดตาสักหน่อยด้วย” เสียงหัวเราะกวนๆดังขึ้น ไม่ทันที่เซรอสจะแย้งอะไรออกไปร่างนั้นก็หายวับไป เมื่อผงสีทองถูกสาดเข้าตัว

            เซรอสส่ายหัวอย่างระอา ถ้าไม่กลัวว่าพวกสวรรค์มันจับสัมผัสนรกได้ เซรอสไม่ส่งเจ้าเสือจอมกวนอย่างเบเซนเข้าป่าไปเที่ยวเล่นหรอก

           

 

 สำหรับ Heaven and Hell ตอนที่ขาดหายไป ตามอ่านได้ที่ Link ข้าง ๆ ค่ะ

<<<<<

เขียนโดย Mulie : 2007-12-19 12:31:34

/3