วันที่ : 20 ธันวาคม 2550
ชื่อตอน (chapter) : H&H : บทที่ 4 สายพิเศษ

Heaven and Hell

บทที่ 4 สายพิเศษ

            ทั้งเอริออสและเบเซนตกอยู่ในสถานการณ์ที่ชวนอึดอัดชอบกล ความเงียบโรยตัวอยู่พักใหญ่เมื่อยัยเฉิ่มหายเข้าไปนานสองนาน

            เบเซนกระวนกระวาย ชะเง้อมองหายัยผมเปียที่หายไปนานเกินเหตุ ตรงข้ามกับอีกคนที่ดูจะวางมาดเท่ๆ นั่งเก็กอย่างไม่สะทกสะท้านอะไร

            ไม่กี่อึดใจต่อมา แว่นหนา ก็ปรากฏขึ้นไกล ๆ เธอวิ่งตัวปลิวเข้ามายังมาหินอ่อนตัวเดิม

            “ห้องพิเศษทั้งคู่เลย” ว่าไปพลางหายใจหอบๆ

            เอริออสหันมามองโดยไม่มีสีหน้าแสดงความแปลกใจนัก

            “อะไรคือห้องพิเศษ อธิบายดิ” เจ้าคนที่ดูจะสมองช้ากว่าใครเพื่อนเอ่ยถามในที่สุด

            แม่สาวแว่นหนาโปรยยิ้มที่ชวนสยองมายังเบเซน เธอเริ่มอธิบายช้า ๆราวกับว่าเขาเป็นคนสมองนิ่มที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย

            “โรงเรียนมัธยมปลายดิออร์แบ่งการศึกษาออกเป็น3ระดับ ทุกคนจะต้องสอบเข้าในปีแรกด้วยข้อสอบมหาหิน...”

            เบเซนพยักหน้าเห็นด้วยว่าข้อสอบมันมหาหินจริง ๆ “ว่าต่อดิ” เจ้าของตาสีน้ำเงินพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าผู้รู้หยุดพูด

            “โรงเรียนนี้ต่างจากโรงเรียนอื่นตรงที่ มีทั้งสายวิทย์ สายศิลป์ และสายพิเศษ” 

            ถึงตรงนี้คิ้วของเบเซนหมุนเข้าหากัน เขายิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่ เพราะว่าจากข้อมูลโลกมนุษย์ที่เคยได้ยินมาตอนอยู่ในนรก ก็พอจะเคยได้ยินมาบ้างว่า สายวิทย์กับสายศิลป์มันคืออะไร แต่ว่า...ไอ้สายพิเศษนี่สิ มันยังไงอะไรกันแน่

            “เขาคัดคนจากข้อสอบถ้าทำคะแนนวิทยาศาสตร์ได้มากก็ไปอยู่สายวิทย์ ถ้าทำพวกสังคม ภาษาได้เยอะหน่อยก็ไปอยู่สายศิลป์” เจ้าคนมาดมากเอ่ยในที่สุด

            “แล้วสายพิเศษล่ะ คัดคนด้วยอะไร” เจ้าคนขี้สงสัยยังซักต่อ

            “...” ไม่มีคำตอบมาจากเจ้าคนตาสีฟ้า

            “นั่นสินะ...เดียวตอนบ่ายเราก็คงจะรู้เองแหละ” แม่สาวสุดเฉิ่ม ฉีกยิ้มกว้างชวนขนลุก ทำเอาความสงสัยที่มีอยู่ของเบเซนหายไปในพริบตา

            เบเซนกวาดสายตาไปรอบห้องเรียนที่ตอนนี้มีนักเรียนอยู่เพียง11คน ซึ่งในนั้นก็รวมถึงเขาที่กำลังง่วงสุด ๆ และเอริออสที่นั่งหลับอยู่ริมหน้าต่างหลังห้องอย่างไม่เกรงกลัวอาจารย์แก่ ๆ เลยแม้แต่น้อย

การปฐมนิเทศตลอดบ่ายด้วยน้ำเสียงเนิบนาบชวนง่วงเป็นที่สุด ทำเอานักเรียนพากันหลับไปตาม ๆ กัน

และแล้วบรรยากาศชวนง่วงนั้นก็ถูกทำลายลง เมื่อเสียงประตูห้องเปิด ตามมาด้วยแว่นหนา ผมเปียสีน้ำตาล และเหล็กดัดฟันสีชมพู ยื่นหน้าเข้ามาชวนสยอง

“โอว์...ห้องพิเศษอยู่นี่เอง” มีเสียงหอบดังมาราวกับเสแสร้ง

อาจารย์ละสายตาจากกระดาษในมือมายังเธอ “สายตั้งแต่วันแรกเลยนะ คริสตัล ชายน์”

เธอก้าวเข้ามาขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่

“ห..หนูหลงคะอ..อาจารย์” เสียงสั่นเครือ พลันน้ำใส ๆ ก็เอ่อล้นมาที่ตาสีน้ำตาลราวกับสำนึกผิด ทำให้ผู้เป็นอาจารย์ใจอ่อนยอมให้เธอเข้าไปนั่งได้

คริสตัลเดินเข้ามาจ๋อง ๆ เลือกนั่งเก้าอี้ตัวที่ใกล้กับเอริออสทางด้านหลังห้อง โดยที่อยู่ด้านหลังเบเซน

เบเซนกระซิบถามเมื่อคริสตัลนั่งลงเรียบร้อย “แน่ใจหรือว่าหลง ไม่ใช่รู้ตั้งแต่แรกว่ามีรายการบรรยายน่าเบื่อเลยหลบไปหลับหรอกนะ” เขาเดาอย่างรู้เท่าทัน

คริสตัลหัวเราะหึในลำคอเบาๆ “ฉันหลงจริงๆน้า...” เธอยังคงตีหน้าใสซื่อ

“...” เอริออสลอบมองคนเจ้าเล่ห์สองคน แอบบอกกับตัวเองว่า ถ้าเป็นไปได้ เขาขอไม่ยุ่งเกี่ยวกับสองคนนี้เด็ดขาด

ดีที่คริสตัลมาทันการปฐมนิเทศในช่วงสุดท้าย เธอจึงรู้ว่า จริง ๆ แล้วคะแนนสอบ 50 คะแนนที่เธอพยายามทำให้ผ่านอย่างเฉียดฉิวเข้ามาได้กลับไม่ได้มีผลอะไรเลย ข้อสอบในการคัดเลือก นักเรียนสายพิเศษนั้นได้ถูกลงอาคมว่าหากนักเรียนที่มาสอบเข้าคนไหนเป็นคนมีสัมผัสวิเศษ พวกซิกเซนต์หรือพวกมีของมีวิชาทั้งหลาย ข้อสอบก็จะแสดงรอยขีดสีแดง ๆ ที่ท้ายกระดาษคำตอบ ส่วนพวกไม่มีพลังแปลกประหลาด ก็จะถูกส่งเข้าสายวิทย์ สายศิลป์ ตามปกติ ซึ่งปีนี้ก็มีนักเรียนสายพิเศษที่เข้ามาได้เพียง12คนเท่านั้น

คริสตัลมองไปยังเจ้าคนผมดำข้างหน้าเธออย่างนึกสังสัยว่า เจ้าคนตรงหน้ามันมีพลังวิเศษอะไรนักหนาถึงได้สอบเข้าได้ ยิ่งคิดก็ยิ่งสงสัยหนักเข้าไปอีก เธอละสายตาจากเจ้าคนตรงหน้ามามองคนข้างๆ ที่วางมาดเก็กอย่างกับตัวเองเจ้าชายบ้าง

ราวกับรู้ทัน ตาสีฟ้าเบื้อนมองมาทางเธอ เอริออสส่งสายตาดุมายังแม่สาวสุดเฉิ่ม จนทำให้เธอต้องรีบหลบตา กลับมาตั้งอกตั้งใจฟังอาจารย์ที่กำลังบรรยายต่อ

           

กว่าการบรรยายจะจบ ก็ปาเข้าไปเกือบได้เวลาเลิกเรียน

เข็มกลัดสีเงินในกล่องกำมะหยี่ถูกโยนใส่มือแต่ละคน

คริสตัลมองดูเข็มกลัดในมือด้วยความสงสัย แล้วแทบจะในทันที เข็มกลัดก็เรืองแสงสีทองขึ้น อัญมณีตรงกลางแปรเปลี่ยนเป็นสีเหลืองบุษราคัม

“ของฉันเป็นทับทิมแหะ” เบเซนกล่าวขณะแอบดูเข็มกลัดในมือของเธอ แล้วเจ้ามือบอนก็โฉบไปคว้าเข็มกลัดในมือของเอริออสอย่างรวดเร็ว

            “ไพลินหรอกหรอ” เขาส่องเข็มกลัดที่จิ๊กมาขึ้นกับแสงไฟ เอริออสแย่งคืนกลับมาแล้วส่งสายตาดุๆไปยังเจ้าหัวขโมย

            “ขี้งก เบเซนว่า

            มีแสงวิพากวิจารย์ดังแซงแซ่ถึงอัญมณีของแต่ละคน อัญมณีที่ได้มีอยู่3แบบคือ ทับทิมสีแดงสด ไพลินสีน้ำเงิน และบุษราคัมสีเหลือง ซึ่งแต่ละอัญมณีก็มีคนที่ครอบครองอยู่อัญมณีละ4คน

            “สงสัยจะให้แบ่งกลุ่ม” เบเซนออกความเห็นแล้วเดินไปรวมกลุ่มกับคนที่ได้เข็มกลัดทับทิมเหมือนกับเขา

            มีเสียงกระแอมดังขึ้นกลบเสียงแซงแซ่ของบรรดานกกระจอก12ตัว ที่พยายามเข้าพวกหารังตามสีอัญมณีอยู่

            “ทุกคนฟังๆ...แบ่งกลุ่มโดยให้สมาชิกในกลุ่มตัวเองมีอัญมณีต่างสีกัน” เป็นคำสั่งแบ่งกลุ่มที่ฟังดูแปลกๆ เพราะปกติการแบ่งกลุ่มก็ต้องให้คนที่ได้อัญมณีเหมือนกันอยู่ด้วยกันสิ ถึงจะถูก แต่นี่กลับให้แยกกัน!!

            “เร็วสิ เวลาไม่คอยท่า” เสียงอาจารย์ปรบมือเรียกสติเมื่อแต่ละคนมีสีหน้าบอกชัดว่าไม่เข้าใจ

            การจับกลุ่มใหม่ค่อนข้างจะชุลมุนกว่าเดิม แต่ละคนดูเหมือนจะคัดเลือกคนเข้ากลุ่มกันพอสมควร พวกที่ดูเฉิ่ม ๆ เฉย ๆแบบคริสตัลดูไม่เป็นที่หมายปองเท่าไรนัก

ส่วนเอริออสที่ตีมาดครึมจนน่ากลัว ทำให้ตอนแรกที่ใคร ๆ ต่างพากันเล็งกันว่าจะเป็นหมายเลขหนึ่งในการชวนเป็นสมาชิกในกลุ่ม ต้องตกไปเมื่อไอ้ตาสีฟ้ามันส่งประกายเหี้ยมโหด ว่าอย่ามายุ่งกับข้า

ที่ดูจะมีคนมาชวนเข้ากลุ่มมากที่สุดก็คงจะเป็นเบเซน ที่ยิ้มกว้างต้อนรับทุกคนอย่างเป็นมิตร แต่ด้วยปากที่เรียกได้ว่า หะ-มา สุด ๆ ทำให้หลายคนต้องเปลี่ยนใจ

“แน่ใจหรอว่าเธอจะไม่เป็นตัวถ่วงฉัน” คารมคมคายที่เฉือดเฉือนน้ำใจ ทำเอาแม่สาวหน้าผมทองหน้าตาดีที่แอบเล็งเบเซนแต่แรกไว้ถึงกับทำหน้างอง้ำ แล้วเปลี่ยนใจไปชวนคนอื่นแทน

จนทำให้ในที่สุด ก็เหลือเพียงแต่พวกเขา 3 คนที่ต้องมาจับกลุ่มกันเอง

หน้าของคริสตัลบอกชัดเลยว่าลำบากใจเป็นที่สุด เธอไม่อยากจะเด่นเลย ขออยู่เงียบๆ ทำตัวสงบ ๆ ไม่ตกเป็นเป้าสายตา นั่นเป็นสิ่งเดียวที่เธอปรารถนามากที่สุดในชีวิต แต่นี่กลับไม่เป็นตามนั้น เธอต้องมาอยู่กลุ่มไอ้สองคนที่เจิดจรัสแสงทุกแห่งหนในโรงเรียน แค่คิดถึงอนาคตอันวุ่นวายที่กำลังจะตามมา เธอก็อยากจะกรี๊ดสลบ

“ฉันขอย้ายกลุ่ม” เอริออสพูดในทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของสมาชิก

“ไม่ต้อง ๆ...ฉันไปเอง” คริสตัลรีบแทรกในทันที

“ฉันก็ไม่เอา อยู่กับไอ้ขี้เก็กกับยัยเฉิ่ม มีหวังอนาคตคงไม่รุ่ง” เบเซนประท้วงบ้าง

อาจารย์มองยังเจ้าเด็กเรื่องมากสามคน ก็กุมขมับ เส้นประสาทกระตุ๊กวาบบอกว่าหากยังไม่หยุดรายการนกกระจอกตีกัน เส้นความอดทนคงขาดเป็นแน่

“เงียบ 

เสียงคำรามดังลั่นจากผู้เป็นอาจารย์

“ห้ามเปลี่ยนห้ามย้าย นี่เป็นคำสั่ง เขาตะโกนเน้นจนสุดเสียง ทำเอาเด็กเรื่องมาก3คนหน้างอหงิกเพราะถูกขัดใจ

หลังจากไล่ตอนเจ้าพวกนกกระจอกให้นั่งประจำแต่ละกลุ่มอาจารย์ก็บรรยายต่อ

“อัญมณีแต่ละสีที่เธอถืออยู่มีความหมายในตัวของมัน ทับทิมหมายถึงพวกที่มีแววว่าจะมีความชำนาญในเรื่องการต่อสู้ ความว่องไว และพละกำลัง”

เบเซนได้ฟังถึงกับยิ้มร่าอย่างพออกพอใจ เขาค้อมตัวน้อย ๆ เป็นเชิงว่าขอบคุณสำหรับคำชม

“ส่วนไพลินหมายถึงพวกที่มีแววในพลังอันลี้ลับ เวทย์มนต์ ถาคา อาคม” คริสตัลแอบมองเอริออสที่ตีสีหน้าเรียบอ่านยาก คิ้วของเธอหมุนเข้าหากัน

“ไอ้เจ้าคนนี่เนี่ยนะ” เจ้าคนปากมากพล่ามขัดขึ้นมา เขาปรายสายตาไปยังเอริออสอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง “จอมเวทย์…เหอะๆ”

การขัดบทสนทนาทำเอาความอดทนของผู้เป็นอาจารย์ใกล้มอดอีกหน ชายแก่พยามไม่ใส่ใจ เขายังคงพูดต่อ

“ส่วนบุษราคัมเป็นสัญลักษณ์ของนักปราชญ์ผู้มีสติปัญญาล้ำเลิศ…ฉลาด รอบ...”

“ห๊า...ยัยเฉิ่มเนี่ยนะ มหาปราชญ์ฉลาดรอบรู้” เบเซนพูดขัด คราวนี้แจกันดอกไม้ที่เคยอยู่บนโต๊ะอาจารย์ลอยละลิ่วมาทางเขา อย่างรวดเร็ว เบเซนโยกหลบแทบจะในทันทีอย่างง่ายดาย แจกันพลาดจากเขาลอยไปยังคริสตัล

เธอยังนั่งอยู่ที่เดิมไม่ได้คิดจะขยับไปไหน ราวกับจงใจเอาหน้ารับแจกัน แต่แล้วก็กลับพบว่าแจกันที่น่าจะกระแทกใส่เธอ กลับลอยคว้างอยู่ในอากาศก่อนที่มันจะลอยกลับไปยังโต๊ะอาจารย์ช้าๆ

เจ้าคนร่ายเวทย์นั่งลงตามเดิมเมื่อจัดการวางแจกันเสร็จ

เสียบปรบมือดังมาจากเจ้าคนปากพล่อยตัวก่อเรื่อง

“เยี่ยม ๆ จอมเวทย์อันดับหนึ่ง เยี่ยมจริงๆ” เบเซนส่งเสียงจิ๊กจั๊กในลำคอ

คริสตัลเอามือแนบหน้าอก มีทีท่าตกใจอย่างที่สุด

“ข..ขอบคุณนะคะ...” เธอกล่าวตะกุกตะกัก

“ไม่เป็นไร เพียงแต่ฉันไม่อยากให้...มหาปราชญ์ของกลุ่ม ตายด้วยน้ำมือไอ้นักรบปากพล่อยเสียก่อน” เอริออสจงใจเน้นคำว่ามหาปราชญ์ และนักรบปากพล่อยชัดเจน

เบเซนส่ายหน้าไม่เห็นด้วย “ถึงจอมเวทย์อย่างนายไม่ช่วย ก็รับรองได้ว่ามหาปราชญ์ที่จงใจยื่นหน้าออกมารับแจกันคงจะไม่เป็นอะไรหรอก ใช่ไหม?” เขาหันไปทางเธอแล้วหัวเราะอย่างรู้เท่าทัน

“...” คริสตัลไม่ได้ตอบอะไร เธอส่ายหน้าและทำท่าหวาดกลัวกับเหตุการณ์เมื่อสักครู่

ชั่วครู่ที่เอริออสที่สังเกตเห็นแววตาเจ้าเล่ห์ฉายวาบหลังแว่นตาอันใหญ่ ก่อนที่จะถูกกลืนหายไปแทนด้วยใบหน้าชวนสยองของเจ้าหล่อน

การแบ่งกลุ่มผ่านพ้นไป ก็กินเวลาจนเลิกเรียน ทำให้ต้องแยกย้ายกลับไปยังหอพักที่ถูกจัดไว้

คริสตัลใช้นิ้วเรียว มวนผมเปียไปมา นึกตำหนิตัวเองอย่างเจ็บใจที่อุตส่าห์จะสอบเข้าสายวิทย์ด้วยคะแนนต่ำ ๆ เพื่อไม่ให้โดดเด่นแท้ ๆ กลับต้องมาเป็นตกเป็นเป้าสายตาเข้าไปใหญ่ อยู่ห้องพิเศษก็เป็นที่จับจ้องพอสมควรอยู่แล้ว นี่ต้องมาติดเหง็ก เดินอยู่กับผู้ชายสองคน

คนหนึ่งก็ท่าทางยียวนกวนเท้า โปรยรอยยิ้มที่อยู่บนหน้าหล่อๆ ไปยังแม่พวกสาวๆ อย่างสบายอกสบายใจ ทำเอาสาวมัธยม กรี๊ดกร๊าด เป็นแถวๆ

ส่วนอีกคนก็ตีหน้าเก็กครึม ดุจดังเจ้าชายมาดเยอะ ที่พวกแม่สาวไฮโซทั้งหลายจับจ้องตาเป็นมันวาว ทั้งหล่อทั้งเนี๊ยบ

และเธอ...ผู้หญิงสุดเฉิ่ม ที่ถูกขนาบข้างด้วยหนุ่มหล่อขวัญใจสาวมัธยม คิดแล้วก็ยิ่งกลุ้มใจ เพราะสายตาทุกคู่ต่างก็จับจ้องมาที่เธอแทบจะทั้งนั้น

ยิ่งทำตัวไม่เด่น ก็ยิ่งเด่นเข้าไปใหญ่ วันแรกยังโดนเพ่งเล็งขนาดนี้ แล้ววันต่อๆไปจะขนาดไหนกันเนี่ย

คิดแล้วก็ยิ่งกลุ้มใจยิ่งนัก!

 

 

 

 

 

เขียนโดย Mulie : 2007-12-20 23:22:09
คอมเมนต์ถูกปิด หรือ คอมเมนต์ได้เฉพาะสมาชิก
สมัครสมาชิก
ความคิดเห็นที่ 4
ตอนที่3หายไปไหนอ่ะ

เด็กเสิร์ฟเย็นตาโฟว์
Devil_Kitty : 2008-09-23 23:22:27
ความคิดเห็นที่ 3
( member no icon )
เด็กล้างจาน
nam_9006 : 2008-07-05 12:57:19
ความคิดเห็นที่ 2
เก่งจิงๆๆๆๆๆๆ

เจ้าของร้าน
lllCaK3lll : 2008-05-10 20:08:55
ความคิดเห็นที่ 1
แต่งเก่งจังอ่ะ

นักชิมเย็นตาโฟว์
OoYakuzaAoO : 2008-03-18 20:58:22