วันที่ : 20 ธันวาคม 2550
ชื่อตอน (chapter) : H&H : บทที่ 5 หอพักสายพิเศษ

Heaven and Hell

บทที่ 5 หอพักสายพิเศษ

            ไอ้หอพักที่จัดไว้สำหรับนักเรียนสายพิเศษนั้น มันช่างห่างไกลกับคำว่าหอพักโดยสิ้นเชิง

            คริสตัลหยุดตรงหน้าทางเข้าป่าทึบหลังโรงเรียน มีป้ายใหญ่ติดว่า ‘หอพักสายพิเศษ’ มีตัวหนังสือสีแดงเขียนติดข้างๆกัน ‘ผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตห้ามเข้า’ 

            ตาคู่สีน้ำตาลเพ่งมองเข้าไปในป่าที่ดูไม่น่าจะมีวี่แววของหอพักเลยสักนิด ต้นไม้ต้นใหญ่เบียดเสียดกันอย่างหนาแน่น มีเพียงทางเดินแคบ ๆ ที่มีตะเกียงเจ้าพายุนำสู่ป่ามืด ป้ายเอียงเก่าคร่ำครึเขียนไว้ว่า ‘ปี1’ ถัดกันนั้นก็ดูไม่แตกต่างกันเท่าไรนักป้าย ‘ปี2’ และ ‘ปี3’ ห้อยต่องแต่งอยู่ ณ ทางเดินใกล้ๆ เสียงนกร้องชวนน่าขนลุกขนพอง แวบหนึ่งที่เธอเห็นเงาไว ๆ ในป่า แต่หากจ้องดีๆกลับกลายเป็นเพียงกิ่งไม้แห่งที่ถูกลมพัด

            “ไหนละ...หอพัก” เจ้าคนมากเรื่องโวยวาย

            “ก็นี่ไง พักกันตามสบายเลย ตรงไหนก็ได้ของป่า เพียงแต่ขออย่าแตกกลุ่มกันก็พอ” อาจารย์ผายมือเหี่ยว ๆ ออกเป็นการเชื้อเชิญสู่ที่พักสุดหรู

            คริสตัลมองภาพป่าทึบตรงหน้าอย่างละเหี่ยใจ นี่มันแย่กว่าที่เธอคาดเอาไว้เยอะ

            “บ้านเด็กกำพร้ายังดีกว่านี้เสียอีก” คริสตัลเบ้หน้า

            “นรกยังน่าอยู่กว่านี้เยอะ” เบเซนพยักหน้าออกความเห็นเช่นกัน

            “สวรรค์ชัดๆ” สองคนหันมาทางเอริออสที่ดูเหมือนมีความคิดสวนกระแสเพียงคนเดียว ไม่ว่าเปล่าเจ้าชายมาดมากก็หอบกระเป๋าเดินตัวปลิวเข้าป่า ทิ้งให้สองคนมองตามตาปริบ ๆ

           

            “เอ้า!! สุดท้ายแล้วนะ” เบเซนบ่นอุบเมื่อเจ้าคนที่ดูเหมือนพลังเยอะที่สุดในกลุ่มจะต้องกลายมาเป็นกรรมกรตัดไม้เอามาซ่อมแซมกระต๊อบที่ค้างเติ่งบนต้นไม้ใหญ่ มีทีท่าจะพังแหล่มิพังแหล่

            “ขอบคุณน้า…” คริสตัลลากเสียงหวาน ๆ ส่งสายตาซึ้งชวนขนลุก ทำเอาเจ้าคนที่เคยแต่ก่อกวนคนอื่นถึงกับถอดกรูด ไม่อยากยุ่งเมื่อมองมายังเหล็กดัดฟันสีชมพูแปร๋น

            ถ้าไม่ใช่ว่าเป็นภารกิจแห่งศักดิ์ศรีแล้วละก็ ไอ้คำสั่งที่ให้รวมกลุ่มห้ามแยก และต้องมาอยู่ในหอพักสุดหรู(กระต๊อบบนต้นไม้)กลางป่าหลังโรงเรียน อาจทำให้เบเซนต้องแหกกฎตั้งแต่วันแรกที่ต้องหลวมตัวมาเข้าโรงเรียนมัธยมบ้าๆ แห่งนี้เป็นแน่

            ดีที่คุณชายจอมเก็กมันหากระต๊อบได้ ไม่อย่างนั้นคงต้องเริ่มสร้างกันใหม่เหมือนกับกลุ่มอื่น ๆ ที่ไม่มีทีท่าว่าจะเสร็จง่าย ๆ

และก็ด้วยข้ออ้างที่ว่าเอริออสเป็นคนเจอกระต๊อบ และคริสตัลก็เป็นผู้หญิงบอบบาง ที่แม่คุณเกิดเป็นลมบ่อยจนเกินเหตุเมื่อต้องมาแบกไม้หนัก ๆ ในการบูรณะที่พัก ทำให้ภาระทั้งหมดต้องตกมาอยู่ที่นักรบผู้มีพลังวังชาเป็นเลิศ

            ถึงจะให้มีแรงช้างแรงม้าขนาดไหน นักรบก็เหนื่อยเป็นเหมือนกันนะ

            เบเซนทิ้งตัวอย่างอ่อนล้า เมื่อไม้ซุกท่อนใหญ่ท่อนสุดท้ายถูกผ่าออกเป็นแผ่นเรียบร้อย

            เอริออสจัดแจงร่ายเวทย์ ประกอบไม้ที่หามาใหม่เข้ากับส่วนที่ผุพัง จนในที่สุดที่พักก็เสร็จก่อนค่ำ

            หอพักสายพิเศษของกลุ่ม เป็นกระต๊อบไม้อยู่บนต้นไม้ใหญ่ใกล้สระน้ำกว้างของโรงเรียน มีบันไดไม้ติดอยู่กับต้นไม้ราวกับมันคือส่วนเดียวกัน มันวนขึ้นพาไปสู่ตัวกระต๊อบไม้ที่ขนาดไม่ใหญ่นัก ด้านบนก่อนเข้าไปข้างใน เป็นระเบียงไม่กว้างมาก มีคบเพลิงสองอันผูกติดไว้นำแสง ภายในกระต๊อบไม่มีอะไรเลยนอกจากกลางห้องที่ดูเหมือนจะมีเตาอันเล็ก และตะเกียงเจ้าพายุอีก 2 อันที่แขวนอยู่กับหน้าต่าง

            เอริออสลื้อของในกระเป๋าอยู่ครู่หนึ่ง เขาหยิบเปลเชือกสีขาวดูนุ่มสบาย นำไปแขวนไว้กับคานด้านบนสองด้าน เขาเลือกที่จะนอนใกล้ริมหน้าต่างที่ใกล้กับตะเกียงเจ้าพายุซึ่งดูจะเป็นทำเลที่ดีที่สุด

            เบเซนโยนสัมภาระที่ติดตัวไปกับพื้นแข็ง ๆ เขาไปเก็บเศษฟางมาหอบใหญ่ เพื่อมาปูเป็นที่นอนนุ่ม

            ส่วนคริสตัลนั้น เธอเอาที่นอนปิ๊กนิกที่เตรียมไว้ ออกมาปู มันเป็นสีชมพูอ่อนประดับด้วยลายกลีบกุหลาบ อีกทั้งระบายลูกไม้สีขาวตามขอบ ช่างดูสมเป็นผู้หญิงเสียนี่กระไร 

เย็นวันนั้นคริสตัลรับอาสาเป็นคนไปหาอาหารกลับมาพร้อมด้วยอาหารสำเร็จรูปมากมาย โดยเฉพาะบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป พร้อมด้วยน้ำอัดลมอีก3กระป๋อง

            ความหิวไม่เข้าใครออกใคร หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน เอริออสจึงเริ่มแกะซองบะหมี่ออกเป็นคนแรก เขากินมันทั้งดิบ ๆ เบเซนเห็นดังนั้นจึงทำตามบ้าง

            “นี่!! เดี๋ยวก็ปวดท้องหรอก” คริสตัลรีบฉวยซองบะหมี่ที่กำลังจะถูกกรอกเข้าปากคนทั้งคู่มาไว้ในมือ

            “ต้องต้มก่อนสิ” ว่าแล้วก็เทบะหมี่ลงไปในหม้อที่ต้มน้ำไว้อยู่ เธอใส่เครื่องปรุง และผักที่หามาได้ลงไป สักครู่บะหมี่ก็ถูกเสิร์ฟโดยเชฟสาว

            คริสตัลจ้องมองเจ้าเพื่อนสองคนตรงหน้าอย่างขำขันเมื่อบะหมี่ในชามหมดเกลี้ยงลงอย่างรวดเร็ว โดยไม่เหลือแม้แต่น้ำสักหยด

            “อร่อยหรอ

            ศีรษะพยักรับแทบจะในทันที

            คริสตัลมองสองคนตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตาเมื่อพวกเขาพากันกินบะหมี่เป็นชามที่4อย่างเอร็ดอร่อย ราวกับว่าเป็นคืออาหารพระราชาที่สามัญชนทั่วไปไม่เคยได้ลิ้มลอง

            ในขณะที่ทั้งสามคนกำลังดื่มดำกับอาหารค่ำนั้นเอง อีก9คนที่เหลือกลับยังคงพยายามสร้างที่พักอาศัยของตัวเอง โดยไม่มีทีท่าว่าจะสำเร็จภายในคืนเดียว หลายคนเริ่มหาที่พักพิงอย่างอ่อนล้า มีเพียงแสงตะเกียงเจ้าพายุจากต้นไม้ใหญ่ที่ยังคงสาดส่องในป่าทึบยามราตรี เสียงพูดคุยระคนหัวเราะครื้นเครงยังดังจากบนต้นไม้ใหญ่

            “ฉันว่ามันก็ดูจะเป็นสวรรค์เหมือนที่เอริออสว่าแล้วล่ะ” คริสตัลกล่าว ขณะที่มือเอื้อมไปจับหิ่งห้อยนับสิบตัวที่บินเวียนใกล้ๆเธอ

            “สวรรค์จริงๆสวยกว่านี้เยอะ” เอริออสว่า

            “หือ...เคยไปหรือไง” เบเซนกระเซ้ากลับ

            “...” เอริออสส่งสายตาดุมายังเจ้าคนช่างซัก

            “บนสวรรค์คงมีนางฟ้าสวย ๆ มีเทวดาหล่อ ๆ บินไปบินมาเน๊าะ” คริสตัลทำหน้าตาชวนฝัน ราวกับตัวเองเป็นเทพธิดาตัวน้อยๆ แต่ภาพกลับทำให้สองหนุ่มรู้สึกขนแขนลุกชันมากขึ้นเมื่อแม่เทพธิดาตรงหน้ามีแว่นหนา ผมเปียยุ่ง ๆ ไม่เป็นทรง และเหล็กดัดฟันสีชมพูแปร๋นที่พร้อมใจอวดโชว์สีสันกันอย่างพร้อมเพียง

            “งั้น...ฉันว่าที่นี่คงไม่ใช่สวรรค์แล้วล่ะ” เอริออสขัดทำลายบรรยากาศฝันกลางวันของแม่เทพธิดาน้อย

            คริสตัลเลิกคิ้วงุนงง เอียงคอไร้เดียงสา ทำให้เบเซนที่ทนดูภาพสยองต่อไปไม่ไหวรีบเฉลย

            “ก็ที่นี่มันไม่มีนางฟ้าน่ะสิ มีแต่เนี่ย...สัตว์ประหลาด” เขาบุ่ยหน้ามาทางเธอแล้วก็หัวเราะชอบใจ ไม่เว้นแม้แต่คนยิ้มยากอย่างเอริออสที่หัวเราะไปกับเขาด้วย

            แม่คนที่ถูกว่าหน้างอง้ำ ชวนขนลุกเข้าไปใหญ่ ทำเอาหนุ่ม ๆ รีบขอตัวไปนอนเอาแรงกันแทบไม่ทั่วไม่ทัน

            “ถ้าฉันสวยขึ้นมาเมื่อไรละก็...อย่ามาง้อก็แล้วกัน” เธอตะโกนส่งเจ้าสองคนเป็นการทิ้งท้าย

            คริสตัลเหมือนจะได้ยินเสียงหัวเราะดังจากเอริออสอยู่ชั่วครู แต่แล้วก็ถูกกลบไปด้วยคำพูดกวนเท้าของเบเซน

            “สวยสยองอย่างเธอเนี่ย! จ้างให้ฉันก็ไม่สน” เบเซนตะโกนกลับมา แล้วซุกตัวนอนอยู่มุมหนึ่งของกระต๊อบ

            คอยดูก็แล้วกัน !! 

แม่คนสวยสยองกำมือแน่ อย่างเคียดแค้น

วันแรกสำหรับการเรียนในแดนมนุษย์ของเบเซน ช่างเป็นอะไรที่สุดแสนจะน่าเบื่อ ทั้ง ๆ ที่ได้อยู่สายพิเศษแท้ ๆ กลับไม่ได้มีอะไรพิเศษน่าตื่นเต้นอย่างที่เขาคิดไว้เลยแม้แต่น้อย

ห้องเรียนวงกลมมีขนาดใหญ่มาก เมื่อเทียบกันนักเรียนเพียงสิบสองคนเท่านั้น หน้าต่างอยู่รอบด้านแทบทุกทิศทางถูกเปิดเพื่อรับแสงในยามเช้า ภาพเขียนบนเพดานบอกเล่าเรื่องราวบนสวงสวรรค์แสนวิจิตรงดงาม เทวดาตัวน้อยน่าเอ็นดูรายล้อมเทพผู้เป็นใหญ่ที่อยู่ตรงกลาง แขนสองข้างอ้าออกเปิดรับเทวดาน้อยผู้ไร้เดียงสาด้วยท่าทีอบอุ่น

นักเรียนสายพิเศษทั้งสิบสองคนถูกจัดกลุ่มให้นั่งรวมกันอยู่ที่โต๊ะวงกลมไม้โอ๊คสีดำ แต่ละกลุ่มแบ่งออกเป็นสามคนตามความแตกต่างของเข็มกลัดที่ได้รับ และด้วยเหตุนี้เองทำให้ เบเซน เอริออส และคริสตัล ต้องมานั่งแข่งกันเล่นเกมส์ซ่อนตาในยามเช้าของคาบเรียนแรก

บนกระดานหน้าห้องมีตัวเลข และสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ ตีกันให้วุ่นวาย ยิ่งฟังก็ยิ่งปวดหัว ยิ่งปวดหัวก็พาให้ยิ่งมึน และเมื่อยิ่งมึนหนังตาที่เปิดอยู่ก็ค่อย ๆ โรยตัวลงมาช้า ๆ

เบเซนหันกลับมามองสมาชิกร่วมโต๊ะ ที่นั่งจมกองหนังสืออยู่ด้วยกันมาร่วม 3 ชั่วโมงเศษ ที่ต่างคนก็ต่างถูกความง่วงเข้าครอบงำ มีสภาพไม่ต่างไปจากเขาเท่าไรนัก

หนังตาปรือลงมาปิดตาคู่สีน้ำเงินช้า ๆ แม้เขาพยายามจะขัดขืนสักเพียงใด แต่ความง่วงกลับมีชัยชนะเหนือเขา

โป๊ก!

หัวสีดำคำนับลงกับโต๊ะกลม เบเซนสะดุ้งตื่น ลุกขึ้นยืนแทบจะในทันที

สายตาสิบเอ็ดคู่ของเพื่อนร่วมชั้นหันกลับมามองที่เขาเป็นตาเดียว รวมถึงสายตาดุ ๆ อีกหนึ่งคู่จากอาจารย์มิเรนด้าที่ต้องละสายตาจากตำราโกงโตหลายกองหน้าชั้นเรียนที่แทบจะสูงกว่าเธอเสียด้วยซ้ำ

“มีอะไรหรือเบเซน หรือว่าอยากแก้โจทย์นี้เองจ๊ะ” อาจารย์มิเรนด้า อาจารย์สอนวิชาการคิดปรัชญา และการใช้มันสมอง ถามเขา

“เปล่าครับ แต่...” เบเซนอ้ำอึ่ง ลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่จะโบ่ยไปทางยัยเฉิ่มที่นั่งทำตากลมโตหลังแว่นหนาอยู่ข้างๆ

“อา...คริสตัลครับ เขาอยากทดสอบฝีมือ” มือของคนข้าง ๆ ถูกจับชูขึ้น คริสตัลหันกลับมาทำตาถลนใส่อย่างไม่พอใจ

“ห...หนู...ไม่มั่นใจว่าจะทำได้..มันยากจังคะ อาจารย์” คริสตัลมีหน้าหวาดหวั่นกับโจทย์บนกระดาน

อาจารย์มิเรนด้าเหลือบเห็นเข็มกลัดสีทองที่ติดอยู่บนหน้าอกของเธอ ก็หัวเราะเบา ๆ อย่างคนรู้ทัน

“ถ้าอย่างนั้น เราลองมาทดสอบฝีมือกันหน่อยสิ ว่านักปราชญ์กลุ่มไหนจะทำได้”

อาจารย์มิเรนด้าลบโจทย์บนกระดานออก

“คงต้องเป็นโจทย์ที่ยากกว่านี้สักหน่อย จริงไหมจ๊ะ” รอยยิ้มพุดพลายบนมุมปาก มือเอื้อมไปเปิดหนังสือหนาฝุ่นเคลอะเล่มหนึ่งที่กองรวมอยู่กับกองภูเขาหนังสือหน้าห้อง เธอพลิกไปมาสองสามหน้าจนถูกใจ จึงหันมายิ้มกับลูกศิษย์ทั้ง12คน

อาจารย์มิเรนด้าขีดเขียนตัวอักษรบนกระดาน มันไม่ใช่โจทย์คณิตศาสตร์ แต่มันเป็นคำหนึ่งประโยค

เธอจะไปไหน

ข้อความที่นักเรียนทั้งห้องต่างพากันสงสัย ฝูงนกกระจอกสายพิเศษเริ่มแตกรัง ส่งเสียงแซงแซ่

อาจารย์มิเรนด้าก้มมองดูนาฬิกาบนข้อมือ “ให้เวลา3นาที แล้วเอามาส่งที่หน้าชั้นเรียนนะคะ…อ่อ...กลุ่มไหนตอบผิด กลุ่มนั้นต้องโดนทำโทษด้วยการขัดห้องน้ำโรงเรียนนะ”

เอริออสส่งสายตาพิฆาตมายังเจ้าตัวต้นเหตุอย่างคาดโทษ 

“ถ้างานนี้โดนลงโทษ นายต้องไปขัดห้องน้ำคนเดียว” เอริออสเสียงเข้ม บอกถึงพูดจริงทำจริง ทำเอาเบเซนรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ

“ขอร้องละคริสตัล ช่วยแสดงความสามารถมหาปราชญ์ที ฉันรู้ว่าอย่างเธอน่ะ โจทย์แค่นี้สบายมาก” เบเซนหันไปอ้อนวอนแม่สาวผมเปีย ที่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวด

“ถ้าฉันไม่รู้ แล้วเกิดตอบผิดขึ้นมาล่ะ” แววตาของสาวน้อยฉายแววใสซื่อไม่รู้เรื่องรู้ราว

“เจ้าเล่ห์อย่างเธอมันตอบได้อยู่แล้ว...แต่ถ้าเกิดตอบผิดล่ะก็ ฉันจะจับเธอไปทำเป็นแปรงขัดห้องน้ำ” นิ้วถูกหักกรอบ ๆ เป็นการขู่ว่าเอาจริงแน่ ถ้าไม่ทำตาม

คริสตัลตัวสั่นเทิ่มด้วยความกลัว “จะ พ...พยายาม..ม นะ” เสียงตะกุกตะกักดังขึ้นกว่าเดิม เหมือนจะจงใจให้คนอื่นได้ยินโดยทั่ว

กระดาษคำตอบสี่แผ่นถูกส่งไปอยู่ในมืออาจารย์มิเรนด้า เธอก้มอ่านข้อความในกระดาษทีละแผ่นช้า ๆ มีตัวหนังสือเขียนหยุบหยับเต็มหน้ากระดาษ เสียงหัวเราะขำขันหลุดมาจากปากของเธอ แต่ก็ดูเหมือนเธอจะพยายามกลืนมันลงไปเพื่อเป็นการรักษาหน้าลูกศิษย์

อาจารย์มิเรนด้าหยุดอยู่ที่กระดาษแผ่นหนึ่งอยู่นาน เธอพลิกหน้าพลิกหลังกระดาษเพื่อหาคำตอบอื่น แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่เจออะไรเลย นอกจากคำว่า “รู้” เธอมองไปยังชื่อสมาชิกกลุ่ม

“คริสตัล...เธอตอบอะไรของเธอกันจ๊ะ”

คริสตัลอ่ำอึ่ง มีนัยน์ตาดุหมายจะกินเลือดกินเนื้อสองคู่เพ่งมายังเธออย่างคาดคั้นในคำตอบเช่นกัน

“ร...รู้” เธอตอบอย่างไม่แน่ใจ

เพื่อนร่วมห้องต่างมีสีหน้างุนงง เว้นแต่เพียงอาจารย์มิเรนด้าที่ยิ้มกริ่ม

“ช่วยอธิบายให้เพื่อนเข้าใจได้ไหมจ๊ะ คริสตัล”

สาวผมเปียลังเลอยู่นาน จนเอริออสต้องกระแอมเป็นการเตือน

“คือ...อ คำถามที่ว่าเธอจะไปไหน เป็นคำถามนักปราญช์โบราณ ที่หมายถึงเธอรู้ไหมว่าจะต้องตาย ห..หนู ก็เลยตอบว่า รู้ ค่ะเพราะโลกนี้ ไม่มีใครจะต้องไม่ตาย ไม่มีใครที่จะหนีความตายพ้น” ช่วงท้ายเธอตอบอย่างมั่นใจ แล้วแววตาที่เคยฉายความมั่นใจก็แปรเปลี่ยนมาเป็นใสซื่ออีกครั้ง

เสียงปรบมือดังขึ้นจากเบเซน

“เห็นไหมครับอาจารย์ อย่างมหาปราชญ์คริสตัลโจทย์แค่นี้มันยังเด็กๆไป” เขาหัวเราะชอบใจ เอริออสเพียงพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

มีเพียงคริสตัลที่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย

เด่นแล้วจะเป็นภัย

คติที่เธอยึดมั่นมาตลอด แต่หากครานี้อาจต้องถูกทำลายลงด้วยเจ้าสองคนนี้เป็นแน่

 

 

 

 

 

 

 

เขียนโดย Mulie : 2007-12-20 23:44:04
คอมเมนต์ถูกปิด หรือ คอมเมนต์ได้เฉพาะสมาชิก
สมัครสมาชิก
ความคิดเห็นที่ 5
ชอบสุดๆ

หัวหน้าพ่อครัว
lllCaK3lll : 2008-05-10 20:24:01
ความคิดเห็นที่ 4
อ่านะ

เจ้าของร้าน
Nu_MAY_Za_Jung : 2008-03-23 21:55:31
ความคิดเห็นที่ 3
GooDค่า
( guest ! ) TEDDY 2008-03-11 20:50:12
ความคิดเห็นที่ 2
- -*
( guest ! ) ........................................... 2008-03-02 23:00:01
ความคิดเห็นที่ 1
ชอบมากเลยค่ะสนุกดี
( guest ! ) ฝน 2008-02-27 18:06:26