Heaven and Hell
บทที่ 5 หอพักสายพิเศษ
ไอ้หอพักที่จัดไว้สำหรับนักเรียนสายพิเศษนั้น มันช่างห่างไกลกับคำว่าหอพักโดยสิ้นเชิง
คริสตัลหยุดตรงหน้าทางเข้าป่าทึบหลังโรงเรียน มีป้ายใหญ่ติดว่า หอพักสายพิเศษ มีตัวหนังสือสีแดงเขียนติดข้างๆกัน ผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตห้ามเข้า
ตาคู่สีน้ำตาลเพ่งมองเข้าไปในป่าที่ดูไม่น่าจะมีวี่แววของหอพักเลยสักนิด ต้นไม้ต้นใหญ่เบียดเสียดกันอย่างหนาแน่น มีเพียงทางเดินแคบ ๆ ที่มีตะเกียงเจ้าพายุนำสู่ป่ามืด ป้ายเอียงเก่าคร่ำครึเขียนไว้ว่า ปี1 ถัดกันนั้นก็ดูไม่แตกต่างกันเท่าไรนักป้าย ปี2 และ ปี3 ห้อยต่องแต่งอยู่ ณ ทางเดินใกล้ๆ เสียงนกร้องชวนน่าขนลุกขนพอง แวบหนึ่งที่เธอเห็นเงาไว ๆ ในป่า แต่หากจ้องดีๆกลับกลายเป็นเพียงกิ่งไม้แห่งที่ถูกลมพัด
ไหนละ...หอพัก เจ้าคนมากเรื่องโวยวาย
ก็นี่ไง พักกันตามสบายเลย ตรงไหนก็ได้ของป่า เพียงแต่ขออย่าแตกกลุ่มกันก็พอ อาจารย์ผายมือเหี่ยว ๆ ออกเป็นการเชื้อเชิญสู่ที่พักสุดหรู
คริสตัลมองภาพป่าทึบตรงหน้าอย่างละเหี่ยใจ นี่มันแย่กว่าที่เธอคาดเอาไว้เยอะ
บ้านเด็กกำพร้ายังดีกว่านี้เสียอีก คริสตัลเบ้หน้า
นรกยังน่าอยู่กว่านี้เยอะ เบเซนพยักหน้าออกความเห็นเช่นกัน
สวรรค์ชัดๆ สองคนหันมาทางเอริออสที่ดูเหมือนมีความคิดสวนกระแสเพียงคนเดียว ไม่ว่าเปล่าเจ้าชายมาดมากก็หอบกระเป๋าเดินตัวปลิวเข้าป่า ทิ้งให้สองคนมองตามตาปริบ ๆ
เอ้า!! สุดท้ายแล้วนะ เบเซนบ่นอุบเมื่อเจ้าคนที่ดูเหมือนพลังเยอะที่สุดในกลุ่มจะต้องกลายมาเป็นกรรมกรตัดไม้เอามาซ่อมแซมกระต๊อบที่ค้างเติ่งบนต้นไม้ใหญ่ มีทีท่าจะพังแหล่มิพังแหล่
ขอบคุณน้า คริสตัลลากเสียงหวาน ๆ ส่งสายตาซึ้งชวนขนลุก ทำเอาเจ้าคนที่เคยแต่ก่อกวนคนอื่นถึงกับถอดกรูด ไม่อยากยุ่งเมื่อมองมายังเหล็กดัดฟันสีชมพูแปร๋น
ถ้าไม่ใช่ว่าเป็นภารกิจแห่งศักดิ์ศรีแล้วละก็ ไอ้คำสั่งที่ให้รวมกลุ่มห้ามแยก และต้องมาอยู่ในหอพักสุดหรู(กระต๊อบบนต้นไม้)กลางป่าหลังโรงเรียน อาจทำให้เบเซนต้องแหกกฎตั้งแต่วันแรกที่ต้องหลวมตัวมาเข้าโรงเรียนมัธยมบ้าๆ แห่งนี้เป็นแน่
ดีที่คุณชายจอมเก็กมันหากระต๊อบได้ ไม่อย่างนั้นคงต้องเริ่มสร้างกันใหม่เหมือนกับกลุ่มอื่น ๆ ที่ไม่มีทีท่าว่าจะเสร็จง่าย ๆ
และก็ด้วยข้ออ้างที่ว่าเอริออสเป็นคนเจอกระต๊อบ และคริสตัลก็เป็นผู้หญิงบอบบาง ที่แม่คุณเกิดเป็นลมบ่อยจนเกินเหตุเมื่อต้องมาแบกไม้หนัก ๆ ในการบูรณะที่พัก ทำให้ภาระทั้งหมดต้องตกมาอยู่ที่นักรบผู้มีพลังวังชาเป็นเลิศ
ถึงจะให้มีแรงช้างแรงม้าขนาดไหน นักรบก็เหนื่อยเป็นเหมือนกันนะ
เบเซนทิ้งตัวอย่างอ่อนล้า เมื่อไม้ซุกท่อนใหญ่ท่อนสุดท้ายถูกผ่าออกเป็นแผ่นเรียบร้อย
เอริออสจัดแจงร่ายเวทย์ ประกอบไม้ที่หามาใหม่เข้ากับส่วนที่ผุพัง จนในที่สุดที่พักก็เสร็จก่อนค่ำ
หอพักสายพิเศษของกลุ่ม เป็นกระต๊อบไม้อยู่บนต้นไม้ใหญ่ใกล้สระน้ำกว้างของโรงเรียน มีบันไดไม้ติดอยู่กับต้นไม้ราวกับมันคือส่วนเดียวกัน มันวนขึ้นพาไปสู่ตัวกระต๊อบไม้ที่ขนาดไม่ใหญ่นัก ด้านบนก่อนเข้าไปข้างใน เป็นระเบียงไม่กว้างมาก มีคบเพลิงสองอันผูกติดไว้นำแสง ภายในกระต๊อบไม่มีอะไรเลยนอกจากกลางห้องที่ดูเหมือนจะมีเตาอันเล็ก และตะเกียงเจ้าพายุอีก 2 อันที่แขวนอยู่กับหน้าต่าง
เอริออสลื้อของในกระเป๋าอยู่ครู่หนึ่ง เขาหยิบเปลเชือกสีขาวดูนุ่มสบาย นำไปแขวนไว้กับคานด้านบนสองด้าน เขาเลือกที่จะนอนใกล้ริมหน้าต่างที่ใกล้กับตะเกียงเจ้าพายุซึ่งดูจะเป็นทำเลที่ดีที่สุด
เบเซนโยนสัมภาระที่ติดตัวไปกับพื้นแข็ง ๆ เขาไปเก็บเศษฟางมาหอบใหญ่ เพื่อมาปูเป็นที่นอนนุ่ม
ส่วนคริสตัลนั้น เธอเอาที่นอนปิ๊กนิกที่เตรียมไว้ ออกมาปู มันเป็นสีชมพูอ่อนประดับด้วยลายกลีบกุหลาบ อีกทั้งระบายลูกไม้สีขาวตามขอบ ช่างดูสมเป็นผู้หญิงเสียนี่กระไร
เย็นวันนั้นคริสตัลรับอาสาเป็นคนไปหาอาหารกลับมาพร้อมด้วยอาหารสำเร็จรูปมากมาย โดยเฉพาะบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป พร้อมด้วยน้ำอัดลมอีก3กระป๋อง
ความหิวไม่เข้าใครออกใคร หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน เอริออสจึงเริ่มแกะซองบะหมี่ออกเป็นคนแรก เขากินมันทั้งดิบ ๆ เบเซนเห็นดังนั้นจึงทำตามบ้าง
นี่!! เดี๋ยวก็ปวดท้องหรอก คริสตัลรีบฉวยซองบะหมี่ที่กำลังจะถูกกรอกเข้าปากคนทั้งคู่มาไว้ในมือ
ต้องต้มก่อนสิ ว่าแล้วก็เทบะหมี่ลงไปในหม้อที่ต้มน้ำไว้อยู่ เธอใส่เครื่องปรุง และผักที่หามาได้ลงไป สักครู่บะหมี่ก็ถูกเสิร์ฟโดยเชฟสาว
คริสตัลจ้องมองเจ้าเพื่อนสองคนตรงหน้าอย่างขำขันเมื่อบะหมี่ในชามหมดเกลี้ยงลงอย่างรวดเร็ว โดยไม่เหลือแม้แต่น้ำสักหยด
อร่อยหรอ?
ศีรษะพยักรับแทบจะในทันที
คริสตัลมองสองคนตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตาเมื่อพวกเขาพากันกินบะหมี่เป็นชามที่4อย่างเอร็ดอร่อย ราวกับว่าเป็นคืออาหารพระราชาที่สามัญชนทั่วไปไม่เคยได้ลิ้มลอง
ในขณะที่ทั้งสามคนกำลังดื่มดำกับอาหารค่ำนั้นเอง อีก9คนที่เหลือกลับยังคงพยายามสร้างที่พักอาศัยของตัวเอง โดยไม่มีทีท่าว่าจะสำเร็จภายในคืนเดียว หลายคนเริ่มหาที่พักพิงอย่างอ่อนล้า มีเพียงแสงตะเกียงเจ้าพายุจากต้นไม้ใหญ่ที่ยังคงสาดส่องในป่าทึบยามราตรี เสียงพูดคุยระคนหัวเราะครื้นเครงยังดังจากบนต้นไม้ใหญ่
ฉันว่ามันก็ดูจะเป็นสวรรค์เหมือนที่เอริออสว่าแล้วล่ะ คริสตัลกล่าว ขณะที่มือเอื้อมไปจับหิ่งห้อยนับสิบตัวที่บินเวียนใกล้ๆเธอ
สวรรค์จริงๆสวยกว่านี้เยอะ เอริออสว่า
หือ...เคยไปหรือไง เบเซนกระเซ้ากลับ
... เอริออสส่งสายตาดุมายังเจ้าคนช่างซัก
บนสวรรค์คงมีนางฟ้าสวย ๆ มีเทวดาหล่อ ๆ บินไปบินมาเน๊าะ คริสตัลทำหน้าตาชวนฝัน ราวกับตัวเองเป็นเทพธิดาตัวน้อยๆ แต่ภาพกลับทำให้สองหนุ่มรู้สึกขนแขนลุกชันมากขึ้นเมื่อแม่เทพธิดาตรงหน้ามีแว่นหนา ผมเปียยุ่ง ๆ ไม่เป็นทรง และเหล็กดัดฟันสีชมพูแปร๋นที่พร้อมใจอวดโชว์สีสันกันอย่างพร้อมเพียง
งั้น...ฉันว่าที่นี่คงไม่ใช่สวรรค์แล้วล่ะ เอริออสขัดทำลายบรรยากาศฝันกลางวันของแม่เทพธิดาน้อย
คริสตัลเลิกคิ้วงุนงง เอียงคอไร้เดียงสา ทำให้เบเซนที่ทนดูภาพสยองต่อไปไม่ไหวรีบเฉลย
ก็ที่นี่มันไม่มีนางฟ้าน่ะสิ มีแต่เนี่ย...สัตว์ประหลาด เขาบุ่ยหน้ามาทางเธอแล้วก็หัวเราะชอบใจ ไม่เว้นแม้แต่คนยิ้มยากอย่างเอริออสที่หัวเราะไปกับเขาด้วย
แม่คนที่ถูกว่าหน้างอง้ำ ชวนขนลุกเข้าไปใหญ่ ทำเอาหนุ่ม ๆ รีบขอตัวไปนอนเอาแรงกันแทบไม่ทั่วไม่ทัน
ถ้าฉันสวยขึ้นมาเมื่อไรละก็...อย่ามาง้อก็แล้วกัน เธอตะโกนส่งเจ้าสองคนเป็นการทิ้งท้าย
คริสตัลเหมือนจะได้ยินเสียงหัวเราะดังจากเอริออสอยู่ชั่วครู แต่แล้วก็ถูกกลบไปด้วยคำพูดกวนเท้าของเบเซน
สวยสยองอย่างเธอเนี่ย! จ้างให้ฉันก็ไม่สน เบเซนตะโกนกลับมา แล้วซุกตัวนอนอยู่มุมหนึ่งของกระต๊อบ
คอยดูก็แล้วกัน !!
แม่คนสวยสยองกำมือแน่ อย่างเคียดแค้น
วันแรกสำหรับการเรียนในแดนมนุษย์ของเบเซน ช่างเป็นอะไรที่สุดแสนจะน่าเบื่อ ทั้ง ๆ ที่ได้อยู่สายพิเศษแท้ ๆ กลับไม่ได้มีอะไรพิเศษน่าตื่นเต้นอย่างที่เขาคิดไว้เลยแม้แต่น้อย
ห้องเรียนวงกลมมีขนาดใหญ่มาก เมื่อเทียบกันนักเรียนเพียงสิบสองคนเท่านั้น หน้าต่างอยู่รอบด้านแทบทุกทิศทางถูกเปิดเพื่อรับแสงในยามเช้า ภาพเขียนบนเพดานบอกเล่าเรื่องราวบนสวงสวรรค์แสนวิจิตรงดงาม เทวดาตัวน้อยน่าเอ็นดูรายล้อมเทพผู้เป็นใหญ่ที่อยู่ตรงกลาง แขนสองข้างอ้าออกเปิดรับเทวดาน้อยผู้ไร้เดียงสาด้วยท่าทีอบอุ่น
นักเรียนสายพิเศษทั้งสิบสองคนถูกจัดกลุ่มให้นั่งรวมกันอยู่ที่โต๊ะวงกลมไม้โอ๊คสีดำ แต่ละกลุ่มแบ่งออกเป็นสามคนตามความแตกต่างของเข็มกลัดที่ได้รับ และด้วยเหตุนี้เองทำให้ เบเซน เอริออส และคริสตัล ต้องมานั่งแข่งกันเล่นเกมส์ซ่อนตาในยามเช้าของคาบเรียนแรก
บนกระดานหน้าห้องมีตัวเลข และสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ ตีกันให้วุ่นวาย ยิ่งฟังก็ยิ่งปวดหัว ยิ่งปวดหัวก็พาให้ยิ่งมึน และเมื่อยิ่งมึนหนังตาที่เปิดอยู่ก็ค่อย ๆ โรยตัวลงมาช้า ๆ
เบเซนหันกลับมามองสมาชิกร่วมโต๊ะ ที่นั่งจมกองหนังสืออยู่ด้วยกันมาร่วม 3 ชั่วโมงเศษ ที่ต่างคนก็ต่างถูกความง่วงเข้าครอบงำ มีสภาพไม่ต่างไปจากเขาเท่าไรนัก
หนังตาปรือลงมาปิดตาคู่สีน้ำเงินช้า ๆ แม้เขาพยายามจะขัดขืนสักเพียงใด แต่ความง่วงกลับมีชัยชนะเหนือเขา
โป๊ก!
หัวสีดำคำนับลงกับโต๊ะกลม เบเซนสะดุ้งตื่น ลุกขึ้นยืนแทบจะในทันที
สายตาสิบเอ็ดคู่ของเพื่อนร่วมชั้นหันกลับมามองที่เขาเป็นตาเดียว รวมถึงสายตาดุ ๆ อีกหนึ่งคู่จากอาจารย์มิเรนด้าที่ต้องละสายตาจากตำราโกงโตหลายกองหน้าชั้นเรียนที่แทบจะสูงกว่าเธอเสียด้วยซ้ำ
มีอะไรหรือเบเซน หรือว่าอยากแก้โจทย์นี้เองจ๊ะ อาจารย์มิเรนด้า อาจารย์สอนวิชาการคิดปรัชญา และการใช้มันสมอง ถามเขา
เปล่าครับ แต่... เบเซนอ้ำอึ่ง ลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่จะโบ่ยไปทางยัยเฉิ่มที่นั่งทำตากลมโตหลังแว่นหนาอยู่ข้างๆ
อา...คริสตัลครับ เขาอยากทดสอบฝีมือ มือของคนข้าง ๆ ถูกจับชูขึ้น คริสตัลหันกลับมาทำตาถลนใส่อย่างไม่พอใจ
ห...หนู...ไม่มั่นใจว่าจะทำได้..มันยากจังคะ อาจารย์ คริสตัลมีหน้าหวาดหวั่นกับโจทย์บนกระดาน
อาจารย์มิเรนด้าเหลือบเห็นเข็มกลัดสีทองที่ติดอยู่บนหน้าอกของเธอ ก็หัวเราะเบา ๆ อย่างคนรู้ทัน
ถ้าอย่างนั้น เราลองมาทดสอบฝีมือกันหน่อยสิ ว่านักปราชญ์กลุ่มไหนจะทำได้
อาจารย์มิเรนด้าลบโจทย์บนกระดานออก
คงต้องเป็นโจทย์ที่ยากกว่านี้สักหน่อย จริงไหมจ๊ะ รอยยิ้มพุดพลายบนมุมปาก มือเอื้อมไปเปิดหนังสือหนาฝุ่นเคลอะเล่มหนึ่งที่กองรวมอยู่กับกองภูเขาหนังสือหน้าห้อง เธอพลิกไปมาสองสามหน้าจนถูกใจ จึงหันมายิ้มกับลูกศิษย์ทั้ง12คน
อาจารย์มิเรนด้าขีดเขียนตัวอักษรบนกระดาน มันไม่ใช่โจทย์คณิตศาสตร์ แต่มันเป็นคำหนึ่งประโยค
เธอจะไปไหน
ข้อความที่นักเรียนทั้งห้องต่างพากันสงสัย ฝูงนกกระจอกสายพิเศษเริ่มแตกรัง ส่งเสียงแซงแซ่
อาจารย์มิเรนด้าก้มมองดูนาฬิกาบนข้อมือ ให้เวลา3นาที แล้วเอามาส่งที่หน้าชั้นเรียนนะคะ อ่อ...กลุ่มไหนตอบผิด กลุ่มนั้นต้องโดนทำโทษด้วยการขัดห้องน้ำโรงเรียนนะ
เอริออสส่งสายตาพิฆาตมายังเจ้าตัวต้นเหตุอย่างคาดโทษ
ถ้างานนี้โดนลงโทษ นายต้องไปขัดห้องน้ำคนเดียว เอริออสเสียงเข้ม บอกถึงพูดจริงทำจริง ทำเอาเบเซนรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ
ขอร้องละคริสตัล ช่วยแสดงความสามารถมหาปราชญ์ที ฉันรู้ว่าอย่างเธอน่ะ โจทย์แค่นี้สบายมาก เบเซนหันไปอ้อนวอนแม่สาวผมเปีย ที่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวด
ถ้าฉันไม่รู้ แล้วเกิดตอบผิดขึ้นมาล่ะ แววตาของสาวน้อยฉายแววใสซื่อไม่รู้เรื่องรู้ราว
เจ้าเล่ห์อย่างเธอมันตอบได้อยู่แล้ว...แต่ถ้าเกิดตอบผิดล่ะก็ ฉันจะจับเธอไปทำเป็นแปรงขัดห้องน้ำ นิ้วถูกหักกรอบ ๆ เป็นการขู่ว่าเอาจริงแน่ ถ้าไม่ทำตาม
คริสตัลตัวสั่นเทิ่มด้วยความกลัว จะ พ...พยายาม..ม นะ เสียงตะกุกตะกักดังขึ้นกว่าเดิม เหมือนจะจงใจให้คนอื่นได้ยินโดยทั่ว
กระดาษคำตอบสี่แผ่นถูกส่งไปอยู่ในมืออาจารย์มิเรนด้า เธอก้มอ่านข้อความในกระดาษทีละแผ่นช้า ๆ มีตัวหนังสือเขียนหยุบหยับเต็มหน้ากระดาษ เสียงหัวเราะขำขันหลุดมาจากปากของเธอ แต่ก็ดูเหมือนเธอจะพยายามกลืนมันลงไปเพื่อเป็นการรักษาหน้าลูกศิษย์
อาจารย์มิเรนด้าหยุดอยู่ที่กระดาษแผ่นหนึ่งอยู่นาน เธอพลิกหน้าพลิกหลังกระดาษเพื่อหาคำตอบอื่น แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่เจออะไรเลย นอกจากคำว่า รู้ เธอมองไปยังชื่อสมาชิกกลุ่ม
คริสตัล...เธอตอบอะไรของเธอกันจ๊ะ
คริสตัลอ่ำอึ่ง มีนัยน์ตาดุหมายจะกินเลือดกินเนื้อสองคู่เพ่งมายังเธออย่างคาดคั้นในคำตอบเช่นกัน
ร...รู้ เธอตอบอย่างไม่แน่ใจ
เพื่อนร่วมห้องต่างมีสีหน้างุนงง เว้นแต่เพียงอาจารย์มิเรนด้าที่ยิ้มกริ่ม
ช่วยอธิบายให้เพื่อนเข้าใจได้ไหมจ๊ะ คริสตัล
สาวผมเปียลังเลอยู่นาน จนเอริออสต้องกระแอมเป็นการเตือน
คือ...อ คำถามที่ว่าเธอจะไปไหน เป็นคำถามนักปราญช์โบราณ ที่หมายถึงเธอรู้ไหมว่าจะต้องตาย ห..หนู ก็เลยตอบว่า รู้ ค่ะเพราะโลกนี้ ไม่มีใครจะต้องไม่ตาย ไม่มีใครที่จะหนีความตายพ้น ช่วงท้ายเธอตอบอย่างมั่นใจ แล้วแววตาที่เคยฉายความมั่นใจก็แปรเปลี่ยนมาเป็นใสซื่ออีกครั้ง
เสียงปรบมือดังขึ้นจากเบเซน
เห็นไหมครับอาจารย์ อย่างมหาปราชญ์คริสตัลโจทย์แค่นี้มันยังเด็กๆไป เขาหัวเราะชอบใจ เอริออสเพียงพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
มีเพียงคริสตัลที่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย
เด่นแล้วจะเป็นภัย
คติที่เธอยึดมั่นมาตลอด แต่หากครานี้อาจต้องถูกทำลายลงด้วยเจ้าสองคนนี้เป็นแน่
สมัครสมาชิก