วันที่ : 20 ธันวาคม 2550
ชื่อตอน (chapter) : H&H : บทที่ 6 โฉมหน้าที่แท้จริง

Heaven and Hell

บทที่ 6 โฉมหน้าที่แท้จริง

หลังจากที่คริสตัลได้แสดงความเป็นมหาปราชญ์ออกไป ทำให้อาจารย์มิเรนด้าดูจะชื่นชอบเธอเป็นพิเศษ ทุกครั้งเมื่อถูกอาจารย์มิเรนด้าเรียกไปพบก็มักจะได้รับตำราเก่าหนา ๆ กลับมาด้วย ทำให้คริสตัลรู้สึกพออกพอใจอยู่ไม่น้อย

แต่...ก็ไม่ใช่จะมีแต่สิ่งดี ๆ เพียงอย่างเดียว ความตั้งใจที่เธอจะเป็นเพียงเด็กนักเรียนธรรมดาคนหนึ่ง กลับต้องพังลงไป เธอถูกเพ่งเล็งมากยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อนเป็นสิบเท่า มีเสียงวิภาควิจารณ์หนาหูเกี่ยวกับเรื่องนี้ 

ไม่ว่าจะเดินไปทางไหน คริสตัลก็ได้ยินเสียงกรี๊ดกราดของสาวมัธยมที่ตั้งชมรม คนรักเอริออส และคนรักเบเซน ดังอยู่เป็นนิจ

และยิ่งไปกว่านั้น ในตอนพักกลางวัน บรรดาแฟนคลับของสองหนุ่มก็ตั้งแง่รังเกียจเธอขึ้นมา ต่างพากับจับกลุ่มซุบซิบนินทาจนดูน่ารำคาญ

“สวยก็ไม่สวย ริอาจมาเดินกับเอริออสของฉัน”

“นั่นสิเธอ ขี้เหล่มั่กๆ เบเซนกล้าเดินด้วยได้ยังไงกันเนี่ย”

“แต่ได้ข่าวว่า หล่อนเก่งเข้าขั้นมหาปราชญ์เลยนะตะเอง”

“เก่งหรอ หน้าอย่างนั้นอะนะ ฟลุ๊กละไม่ว่า”

“เด็กห้องพิเศษคงต้องมีอะไรดีๆบ้างแหละ”

“เล่นเส้นหรือเปล่าก็ไม่รู้ ดูดิท่าทางเซ่อๆซ่าๆ อยู่ห้องพิเศษได้ไง”

“...”

ถ้าเป็นไปได้คริสตัลอยากจะตัดหูของเธอทิ้งซะ วัน ๆ เธอแทบจะเดินเอานิ้วอุดหูตัวเองตลอดเวลาอยู่แล้ว นับวันความรำคาญก็ยิ่งทวีมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้อารมณ์ในช่วงนี้เธอบูดง่ายกว่าแต่ก่อนเยอะ เธอหัวเสียเดินลุกพรวดพลาดออกจากกลุ่ม ทิ้งให้เพื่อนหนุ่มสองคนที่เหลือมองตามกันตาปริบ ๆ

“นายว่าไหมเอริออส พวกเด็กสายศิลป์เขาก็พูดถูกนะ” เบเซนเริ่มบทสนทนาขึ้นเมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวผู้ตกเป็นกระทู้ของสาวมัธยมปากหอยปากปูเดินไปไกลแล้ว

“หือ...เรื่องอะไร” ตาสีฟ้ามีแววสงสัย

“ก็เรื่องที่บอกว่ายัยคริสตัลขี้เหล่นะสิ” เจ้าคนตาสีน้ำเงินตอบ

เอริออสพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย แต่ก็ขัดขึ้นมา “แต่เรื่องความสามารถ คงไม่ได้ฟลุ๊กหรอก...มั้ง” ถึงตรงนี้เขาเริ่มไม่ค่อยแน่ใจ

“ไม่หรอก ยัยนี่น่ะ คมในฝักของแท้ มีดีให้อวดไม่อวด แค่มองก็รู้แล้ว”

“นายรู้ได้ไง”

เบเซนตบมือผางอย่างถูกใจ “ปัดโถ่...มารยาหญิงร้อยเล่มเกวียน คนมากประสบการณ์อย่างฉันมีหรือจะดูไม่ออก”

เอริออสมองเจ้าคนตรงหน้าด้วยสายตา บอกยี่ห้อเลยว่าไอ้นี่มันขี้โม้ สุดๆ

เบเซนอ้อมมาตบไหล่กว้างของเอริออสเบาๆ “แล้วนายจะรู้ว่า คนอ่อนโลกอย่างนายน่ะ มันตามยัยนั่นไม่ทันหรอก” 

แล้วก็หัวเราะชอบใจ

เอริออสถึงกับส่งสายตาดุมาปรามเมื่อเสียงมันชักจะดังมากขึ้น จนเป็นจุดสนใจ

กริ๊ง.....

เสียงสัญญาณเวลาเข้าเรียนดังขึ้น

“ไปเรียนได้แล้ว ชักช้าเดี๋ยวก็โดนทำโทษหรอก” เอริออสว่า

“เออๆ..” เบเซนกรอกตาขึ้นฟ้าอย่างเบื่อหน่าย

เบเซนติดอยู่ที่นี่มาเกือบ 2 สัปดาห์แล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ข่าวคืบหน้าเรื่องภารกิจลับที่จะสืบเลยแม้แต่น้อยอะไรเลย หลังจากที่เขาติดต่อกลับไปยังนรก ก็ไม่ได้มีใครใส่ใจอะไรมากนัก มีเพียงเซรอสที่ต่อว่า

”วัน ๆ เอาแต่เที่ยวเล่นละสิ หาแต่เรื่องสนุกใส่ตัว”

เบเซนประท้วงในใจ เขาไม่ได้เที่ยวเล่นแสนสนุกในแดนมนุษย์สักหน่อย นี่เขาต้องมาติดอยู่ในโรงเรียนมัธยมบ้าๆ และต้องทนฟังบรรยาย แสนหน้าเบื่อ แก้โจทย์แสนยาก และปริศนาที่สร้างความงุนงงในทุกเช้า ดีที่ช่วงบ่ายเป็นวิชาการต่อสู้และการป้องกันตัว พอจะมีกิจกรรมให้ยืดเส้นยืดสายหน่อย แต่ถึงกระนั้นก็ยังน่าเบื่ออยู่ดี เนื่องจากแต่ละคนฝีมืออ่อนหัด อย่างกับเด็กเล่นต่อสู้ ฟาดไม้กันเป๊าะแป๊ะ น่ารำคาญ

ยิ่งเป็นยัยเฉิ่มคริสตัลด้วยแล้ว โลกแห่งความสนุกของเขาที่เหลืออยู่น้อยนิดก็ถึงจุดจบ เพราะว่าเมื่อเบเซนลงดาบไม้ในมือแรงไปหน่อย แม่คุณก็ร้องกรี๊ดกร๊าดเกินเหตุ บางทีก็สลบเมือดลงไปดื้อ ๆ เดือดร้อนให้เขากับเอริออสต้องพาเจ้าหล่อนไปห้องพยาบาลบ่อยๆ

ที่ดูเข้าท่าเข้าทางกว่าใครเพื่อนก็เห็นจะเป็นเอริออส ที่ฝีไม้ลายมือพอจะเข้าขั้น น่าประลองด้วย เสียอย่างเดียวก็คือ..เจ้าหมอนี่ขี้ใจอ่อน ไม่กล้าลงไม้ลงมือ เลยทำให้ความสนุกในการต่อสู้ลดลงไปเยอะ

ช่วงเย็นที่เด็กสายวิทย์และสายศิลป์กลับกันหมด พวกนักเรียนสายพิเศษก็ต้องอัปเปหิตัวเองมายังห้องมายา เพื่อมาเรียนรู้พลังเวทย์มนต์ กว่าฝึกเวทย์จะเสร็จก็ค่ำมืดดึกดื่น เรี่ยวแรงทั้งหมดก็หายเกลี้ยง หัวถึงหมอนก็พากันหลับเป็นตาย

การฝึกใช้เวทย์ก็เป็นไปตามที่คาดไว้เอริออสดูจะทำได้ดีกว่าใครเพื่อน เขาใช้คาถาทุกธาตุอย่างชำชอง ไม่ว่าจะเป็นดิน น้ำ ลม ไฟ เพียงแค่วาดมือออกไปเบาๆ ทุกอย่างก็ได้ดั่งใจปรารถนา เรียกลมได้ลม เรียกฝนได้ฝน

ส่วนทางด้านเบเซนก็แค่เสกประกายไฟได้วูบ ๆ วาบ ๆ เรียกสายฟ้าขนาดจิ๋วออกมา ทำให้ก้อนหินโผล่ขึ้นมาจากดิน รวมถึงทำน้ำให้เป็นน้ำแข็งได้ ดูแล้วช่างอนาจใจยิ่งนักเมื่อเทียบกับเพื่อน ถ้าเป็นเวทย์ธาตุมืดละก็ เบเซนคงไม่มีทางน้อยหน้าใครแน่ ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจ อยากจะโชว์พลังเวทย์ออกมาเต็มที ติดอยู่ที่ภารกิจลับอย่างเดียว

คริสตัล ที่ดูเหมือนว่าเธอจะยังเสกอะไรไม่ได้สักอย่าง ก็ยิ่งแย่กว่าเบเซนหนักเข้าไปอีก เธอพยายามทำตัวเฉื่อยชาให้ดูไม่เป็นที่สนใจมากขึ้น เธอแกล้งเป็นลมเพื่อหลีกเลี่ยงการแสดงฝีมือ แต่กลับถูกหาว่าสำออย ไม่ว่าจะทำอะไร ทุกย่างก้าวก็มีคนจับจ้องแทบจะทั้งนั้น

จนในที่สุด ความอดกลั้นในการทำตัวไม่ให้โดดเด่นของเธอก็ถูกทำลาย เมื่อเจ้าคนชอบแส่เรื่องของชาวบ้าน พยายามทดสอบความสามารถทางด้านเวทย์มนต์ของเธอ

“นายเชื่อไหมว่ายัยนั่นน่ะ อมภูมิ มีของแล้วไม่โชว์” เบเซนกระซิบกระซาบกับเอริออสให้เพียงแค่ได้ยินกันแค่สองคน

“ฉันว่าคงไม่หรอก” เอริออสพูดอย่างไม่ใส่ใจ เขาเบื่อกับการที่ต้องมาฟังเบเซนพูดกรอกหูว่าคริสตัลเป็นพวกคมในฝักนับสิบๆรอบในหนึ่งวัน ทั้ง ๆ ที่ดูอย่างไรผู้หญิงคนนี้ก็แค่เด็กผู้หญิงเฉิ่ม แสนจะซุ่มซามธรรมดาๆ

“นายไม่เชื่อ?” เบเซนขึ้นเสียงสูง แต่ยังคงกระซิบ แววตาบอกถึงความเจ้าเล่ห์พราวอยู่ในตาคู่สีน้ำเงิน

“พนันกันไหมล่ะ...”

“เอาอะไรมาต่อรอง” เอริออสทำหน้าเฉย แต่ในใจก็สนุกไปกับเขาด้วย

“ถ้ายัยนั่นไม่มีพลังเวทย์จริง ฉันจะยอมเป็นขี้ข้านายทั้งวันเลยเอ้า...แต่ถ้ายัยนางจิ้งจอกเก้าหางร้อยเล่ห์ ยอมโผล่หางออกมาละก็...หึ ๆ นายต้องยอมทำตามที่ฉันขอหนึ่งอย่าง ตกลงไหมละ”

เอริออสพยักหน้าตกลง “แล้วใช้อะไรพิสูจน์”

เบเซนยิ้มกว้างอย่างมีเลศนัย เขากระซิบกระซาบแผนการ เอริออสตาเบิกกว้างอย่างตระหนก มีทีท่าว่าจะปฏิเสธ แต่แล้วเบเซนก็กล่อมจนเขายอมทำตามจนได้

ลูกไฟนับร้อยลูกถูกเรียกออกมาด้วยอำนาจเวทย์ของเอริออส คริสตัลหันมามองแสงสว่างวาบที่ลอยคว้างอยู่เหนือน่านฟ้า

ไม่ทันที่จะได้ตั้งตัว ห่าลูกไฟก็พุ่งตรงลงมาที่เธอ

คริสตัลชูห้านิ้วขึ้นเป็นการห้าม แล้วลูกไฟที่ตกลงมาก็มากระทบกับเกาะกำบังบางอย่างที่ถูกสร้างขึ้น ลูกไฟทั้งหมดถูกกลืนหายเข้าไปในเกาะกำบังนั้น

เบเซนดีดนิ้วอย่างชอบใจ ที่เป็นไปตามคาด

จิ้งจอกสาวที่ยอมโผล่หางออกมาจ้องมายังเจ้าของเวทย์

“พวกนายทำบ้าอะไรมิทราบ” เธอเค้นเสียงอย่างคาดโทษ

เอริออสที่ยังตกตะลึงอยู่ รีบตีสีหน้าเก็บอาการเอาไว้ ผิดกับเบเซนที่มีสีหน้าแสดงออกชัดเลยว่าสนุกสนานราวกับเด็กได้ของเล่นใหม่

คริสตัลเดินจ้ำอ้าว หน้างอหงิกมายังสองหนุ่ม

“ต้องลงไม้ลงมือกันหน่อย ถึงยอมจะโผล่หางออกมาได้หรอจ๊ะ” เบเซนยังไม่หยุดรายการสนุก

คริสตัลกำมือแน่นอย่างอดทนเป็นที่สุด “อยากลองของหรอเบเซน” แม่สาวที่เคยเฉิ่มกลับดูน่ากลัวขึ้นมาในทันที

เบเซนโค้งตัว เป็นเชิงรับคำท้า

เขากระชับดาบในมือให้แน่น แล้วพุ่งมายังเธอ

รอยความแปลกใจฉายชัดบนแววตาสีน้ำเงิน เมื่อดาบในมือเขาฟันไปไม่ถึงเธอด้วยซ้ำ มันหยุดกลางอากาศเสียดื้อๆด้วยฝีมือของอีกคน

“เลิกเล่นซะทีได้ไหม เดี๋ยวก็ได้สร้างที่พักกันใหม่หรอก” เอริออสปรามเมื่อรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ทำเอากระต๊อบไม้จะพังได้ทุกเมื่อ

“จะลองดีอีกคนไหมละ” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบมาทางเขา

“เห็นทีจะขอผ่าน จิ้งจอกเก้าหางอย่างเธอ ฉันคงรับมือไม่ไหว” เอริออสยกมือ ยอมแพ้

“ก็เธอมันชอบทำตัวซ่อนเขี้ยวซ่อนเล็บ ฉันเลยต้องขอร้องให้เอริออสมันช่วยลงไม้ลงมือ กระตุ้นสัญชาตญาณสักหน่อย” เบเซนหัวเราะร่า ไม่มีทีท่าว่าจะสำนึกผิด

“ฉันถือคติ ทำตัวเด่นแล้วจะเป็นภัย มันผิดตรงไหนมิทราบ” คริสตัลกอดอกเอาเรื่อง

 “นายสองคนเองก็ใช่ว่าจะไม่มีเขี้ยวเล็บสักหน่อย ทำไมไม่เปิดเผยตัวจริงออกมาล่ะ”

“...” เอริออสวาดมาดครึมไม่พูดอะไรต่อ

“ถ้าขืนยังมาจุ้นจ้านเรื่องชาวบ้านคงจะรู้นะว่าผลลัพธ์ของพวกช่างแส่จะเป็นอย่างไง รับรองฉันเอาคืนพวกนายแน่”

คริสตัลหันไปเน้นกับไอ้คนต้นเรื่อง ที่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย

“หยอกนิดหยอกหน่อยอย่าทำเป็นโกรธเลยน่า มีดีก็ต้องโชว์กันหน่อย”

แม่จิ้งจอกสาวไม่มีขีดความอดทนหลงเหลืออยู่อีกแล้ว เธอต้องทำอะไรสักอย่างเป็นการสั่งสอนเจ้าปากมากคนนี้เสียบ้าง รอยยิ้มหวานชวนขนลุกปรากฏอยู่บนใบหน้า

“ฉันมีอะไรดีมากกว่าที่นายเห็นอีกเยอะ...ท่านยมทูต อุ๊ฟ...”

คริสตัลจงใจตะครุบปากตัวเอง

“...” เอริออสมองมายังเบเซนที่โดนเผยไต๋หมดเปลือกอย่างไม่เชื่อสายตา

“อุ๊ยตาย! ขอโทษที ดันพลั้งปากออกไปจนได้” เธอยิ้มเยาะอย่างมีชัยเมื่อแกล้งหลุดคำว่ายมทูตออกไป เล่นเอาเบเซนถึงกับอ้าปากค้าง

ซวย!

ซวยที่สุด!

เวลานี้เขาอยากจะเอาหัวไปโขลกกับก้อนหินให้ตาย ๆ ไปนัก หมดกันกับภารกิจลับสุดยอดที่อุตส่าห์เก็บงำมานาน ดันมาโดนแม่จิ้งจอกกระฉากโฉมหน้าเสียหมดสภาพ

“ไม่ต้องกลัวหรอกนะว่าใครแถวๆนี้จะปากโป้ง เพราะใครแถวๆนี้ที่ว่าก็มีความลับไม่แพ้นายเหมือนกัน จริงไหม” คริสตัลเอียงคอราวกับเด็กน้อยไร้เดียงสา

เบเซนมองเจ้าคนที่ยังไม่ได้โดนปูดความลับ อย่างเอาเรื่อง

“ทำไมฉันโดนแฉอยู่คนเดียวฟะ เอริออสมันก็ร่วมด้วยนะคริสตัล” เบเซนประท้วง

“ก็แหม...ก็นายมันเป็นคนต้นคิด อีกอย่างเอริออสเขาก็แค่เข้าร่วมกับนายเฉย ๆ ฉันไม่คิดจะเอาเรื่องเอาราวกับพ่อเทพบุตรสุดหล่อหรอก…อุ๊ฟ”

คริสตัลตะครุบปากตัวเองอีกครั้ง เห็นชัดได้ว่าเธอจงใจหลุด คำว่า เทพบุตร ออกมาแฉเต็มที่

“ฉันพลั้งปากไป อีกแล้วสินะท่านทูตสวรรค์”

เอริออสถึงกับกุมขมับ

“ว่าไงนะ...ท...ทูตสวรรค์หรอ” เบเซนเบิกตากว้างอย่างตระหนก เขากระชับดาบในมือแน่น เช่นเดียวกับเอริออสตั้งท่าพร้อมจะจู่โจมเข้าปะทะกันได้ทุกเมื่อ

“ใจเย็นๆก็ได้พี่น้อง...ขืนยังไม่ต่างฝ่ายต่างอยู่ละก็ ฉันจะแฉมากกว่านี้แน่” คนถือไผ่เหนือกว่าวางอำนาจ

“ความลับแห่งสวรรค์กับความลับของนรกเนี่ย ความลับไหนมันท๊อปซีเคร็ดกว่ากันน๊า...” แม่จิ้งจอกสาวหัวเราะคิกคักอย่างชอบอกชอบใจ

แต่หารู้ไม่ว่า เจ้าหนุ่มสองคนนี้กลับมีความรู้สึกหวาดกลัวเธออยู่ลึก ๆ ต่างก็มีความคิดที่เหมือน ๆ กันว่า สิ่งสุดท้ายที่เขาจะไปท้าทายก็เห็นจะเป็นยัยจิ้งจอกมาเล่ห์คนนี้เป็นแน่

ขืนไปกระตุ๊กต่อมอยากแฉของเจ้าหล่อนเข้า พวกเขาสองคนอาจตายศพไม่สวยก็เป็นได้

 

 

 

 

เขียนโดย Mulie : 2007-12-20 23:50:00
คอมเมนต์ถูกปิด หรือ คอมเมนต์ได้เฉพาะสมาชิก
สมัครสมาชิก
ความคิดเห็นที่ 3
ว้าวๆๆ

เจ้าของร้าน
lllCaK3lll : 2008-05-10 20:34:43
ความคิดเห็นที่ 2
หนุกๆ

เจ้าของร้าน
Nu_MAY_Za_Jung : 2008-03-23 22:04:23
ความคิดเห็นที่ 1
ยังไงก้อฝากติดตามด้วยนะค่ะ

http://story.yenta4.com/namelove/2008/03/04/public-1

นักชิมเย็นตาโฟว์
SapeLear : 2008-03-04 19:36:44