วันที่ : 22 ธันวาคม 2550
ชื่อตอน (chapter) : H&H : บทที่ 7 สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าเดอร์ลุกซ์

Heaven and Hell

บทที่ 7 สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าเดอร์ลุกซ์

            ราตรีที่แสนยาวนานเคลื่อนผ่านไปช้า ๆ กว่าทุกคืน แม้ว่าตอนนี้จะล่วงเลยเที่ยงคืนมานานแล้วก็ตาม ชายสองคนที่เสมือนคนแปลกหน้าสำหรับดินแดนมนุษย์กลับข่มตาให้หลับไม่ลง

            เขาสองคนทำพลาดมากกว่าที่คิด ผลพวงจากความผิดพลาดคงไม่ต้องจินตนาการถึง หากถูกจับได้ว่าความลับถูกเปิดเผย และยิ่งเป็นการถูกเปิดเผยต่อหน้าศัตรูฝ่ายตน เขาทั้งสองคนคงถูกลงโทษอย่างหนักแน่นอน

            ยิ่งคิดก็ยิ่งกลุ้ม!

            บางทีเขาทั้งคู่อาจจะต้องตัดสินใจทำอะไรสักอย่างเสียที ก่อนที่ศัตรูจะไหวตัวทัน หรือไม่ก็โดนแม่จิ้งจอกสาวมากเล่ห์ขุดคุ้ยให้คายความลับจนหมดเปลือก

            หลายแผนการที่แล่นเข้าหัวของชายสองคน แต่ดูเหมือนว่าไม่มีวิธีการไหนเลยที่จะลอบเข้าอาคารเรียนวิทยาศาสตร์โดยไม่ให้ใครจับได้

คิดไปคิดมา สมองที่เคยกระชับกระเฉงก็ชักล้า สติที่มีก็ค่อย ๆ ดับวูบ ดำดิ่งเข้าสู้

ห้วงนิทราในค่ำคืนอันยาวนาน  

            “ตื่น!!”

            “ฉันบอกให้ตื่น ได้ยินม้ายยยยย ตื่นว๊อย

            เสียงแปดหลอดแว๊ดเข้ามาในโสตประสาทยามเช้า พนันได้เลยว่าไม่มีใครอยากลืมตาขึ้นมาพบกับเรื่องชวนปวดหัวของแม่คุณในเช้านี้เลยสักคน เนื่องจากเมื่อคืนกว่าทั้งคู่จะหลับได้ ก็เกือบเห็นแสงตะวันแรกยามเช้าแล้ว การมารบกวนในเช้าวันหยุดเรียนของคริสตัลจึงไม่ใช่เรื่องที่สองคนพิสมัยนัก

            เมื่อเห็นทีท่าว่าคงไม่มีใครขยับ คริสตัลจึงเปลี่ยนแผนใหม่

            เจ้าหล่อนมองไปยังเจ้าคนผมสีเงินที่นอนบนเปลยวนริมหน้าต่าง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุยพรายบนมุมปากบาง สาวผมเปียกระโดดขึ้นไปบนเปลยวน หน้าที่มีแว่นตาอันใหญ่พร้อมด้วยเหล็กดันฟันสีชมพูยื่นเข้ามาใกล้กับหน้าตาคมคายของเอริออสมากขึ้นทุกที ตาสีฟ้าคู่สวยเบิกโพลงอย่างตกใจ ทำเอาเปลหมุนกลางอากาศและเหวียงเอาร่างทั้งของคนทั้งคู่ลงมากองกับพื้นไม้กระต๊อบ

            เบเซนลืมตาขึ้นมามองเสียงโครมคราม

            “ว๊ากกกกกก”

นัยน์ตาสีน้ำเงินตื่นตะลึงกับภาพชวนสยองตรงหน้า เมื่อทูตสวรรค์ผู้มีหน้าตาหล่อเหลากำลังทาบอยู่เหนือร่างยัยสัตว์ประหลาดเหล็กดัดฟันที่นอนแยกเขี้ยวรอกินเหยื่ออยู่ตรงหน้า

            “ตกลงจะตื่นได้หรือยังละจ๊ะ” สายตาหวานจ๋อยส่งมายังทูตสวรรค์ผู้ตกเป็นเหยื่อ มือของเจ้าหล่อนเอื้อมมายังไหล่กว้างหวังจะให้เหยื่อผู้อ่อนหันโน้มลงมา

            สุดสยอง !

            “ต...ตื่น..น ตื่นแล้ว” เอริออสรีบผละตัวออกมา ใบหน้าที่เคยเฉยชากลับรักษาให้เรียบดังเช่นเคยได้ยาก

            เมื่อเหยื่อไหวตัวทัน ผู้ล่าอย่างเธอจึงเล็งมาที่เป้าหมายใหม่

            “แล้วนายล่ะ อยากจะตื่นหรือยัง หรือจะได้ให้ไปปลุกอีกคน” ไม่ว่าเปล่า เจ้าหล่อนทำท่าว่าจะเข้ามาจริง ๆ

            เบเซนถอยชิดผนัง “เฮ้ย! อย่าเข้ามานะเฟ้ย ฉันตื่นแล้ว” 

            รอยยิ้มฉายวาบโชว์เหล็กดัดฟันสวย “ก็ดี...ถ้าตื่นแล้วก็กรุณาแต่งตัวภายใน 15 นาที ฉันจะลงไปรอข้างล่าง”

            “จะให้ไปไหนอะ”

            “ไปเปิดหูเปิดตาสิจ๊ะ” รอยยิ้มแสนอ่อนโยนเคลือบไปด้วยพิษร้ายหลายชนิดโปรยมายังชายสองคน “ถ้าใครปฏิเสธ...คงไม่ต้องบอกนะว่าจะเป็นอย่างไร” 

            ทูตสวรรค์ผู้น่าสงสารและยมทูตผู้น่าเวทนา ถอนหายใจแทบจะพร้อมกัน สายตาสองคู่หันมาสบกันราวกับเห็นใจในชะตากรรมซึ่งกันและกันอยู่เพียงชั่วครู่ ก่อนที่จะคิดได้ว่าเขาอยู่กันคนละฝ่าย จึงผละแยกย้ายไปแต่งตัวอย่างที่แม่จิ้งจอกมากเล่ห์สั่ง

            แดนมนุษย์มีอะไรมากกว่าที่สวรรค์และนรกมากมาย มีผู้คนแต่งตัวแปลก ๆ เดินกันให้ขวักไขว่ มีทั้งแต่งตัวแฟนซี เปิดตรงนู้น โชว์ตรงนี้ แต่งหน้าแต่งตาราวกับสัตว์ประหลาดไม่ได้นอนก็มี แต่งตัวเหมือนกับตัวเองโรยกากเพชรมาทั้งหน้าก็มี ร้านค้ารายทางตกแต่งแปลกตามากมาย ของเล่นมากมายถูกนำมาตั้งโชว์ที่หน้าร้าน มีทั้งหุ่นยนต์สมองกลที่ขยับเองได้ มีปืนเด็กเล่นที่มีแสงเลเซอร์อยู่ในตัว

            ร้านถัดไปไม่ไกลกันนัก เบเซนเห็นเด็กหลายคนนั่งอยู่หน้าจอสี่เหลี่ยมอย่างไม่กระพริบตา ดูมีสมาธิราวกับเข้าฌานบำเพ็ญตบะพันปี เขาหยุดมองเด็กเหล่านั้นด้วยความสงสัย

            “นั่นเขาเรียกว่าคอมพิวเตอร์”

            ตาสีน้ำเงินหันกลับมามองยังไกด์ทัวร์แว่นหนา “แล้วมีไว้ทำอะไร”

            “เล่นเกมส์ พิมพ์งาน ออกแบบ สร้างสรรค์ วาดรูป ควบคุมเครื่องจักร โอ๊ย!สาระพัดสาระเพแล้วแต่จะใช้ ส่วนเด็กพวกนั้น ก็คงจะเล่นเกมส์กันอยู่ละมั้ง”

            “แล้วอันนี้ล่ะ..คืออะไร” เอริออสถามขึ้นมาบ้าง

            “เขาเรียกว่าสเกตบอร์ด เอาไว้เล่นผาดโผน อา...เอาไว้ยืนบนนั้นแล้วใช้เท้าบังคับให้มันเคลื่อนที่น่ะ”

            “แล้วตาลุงคนนี้ล่ะ ไม่เห็นขยับเลย โดนสาปหรอ” เบเซนชี้ไปทางผู้พันเซนเดอร์ หุ่นรูปชายอ้วนในชุดขาวหน้าร้านเคเอฟซี

            คริสตัลกรอกตาขึ้นฟ้า

            ถูกสาปบ้านแกสิ

            นี่เธอคิดถูกหรือเปล่าที่ดันพาบ้านนอกคอกตื้อสองคนนี้มารับรู้ความเจริญของอารยธรรม

            “หุ่นย่ะ...เป็นการโฆษณาเชิญชวนให้ลูกค้าเข้าร้าน”

            การเป็นไกด์ทัวร์ให้สำหรับผู้ห่างไกลอารยธรรมอย่างสองคนนี้ช่างเป็นงานที่แสนเหน็ดเหนื่อยยิ่งนัก เดินมาตั้งนานแต่ก็ยังไปได้ไม่ถึงไหนสักที

            คริสตัลตัดสินใจลากสองคนขึ้นรถเมล์เพื่อให้ถึงจุดหมายปลายทางเร็วขึ้น  ก่อนที่คำถามที่วิ่งพล่านในหัวของสองคนนี้จะพลั่งพลูออกมาเหมือนพลุแตก แต่ก็ดูเหมือนว่าพวกเขาดูจะตื่นเต้นมากกว่าเดิม ยิ่งเบเซนด้วยแล้ว ดูอย่างกับเจ๊กตื่นไฟ เขาลุกลี้ลุกลนจนน่ารำคาญ ยังดีที่เอริออสไม่เป็นไปกับเขาด้วย ทูตสวรรค์ที่ตีหน้าขรึมก็เอาแต่ถาม ๆ ๆ เจออะไรก็ถามราวกับฟองน้ำแห้ง ๆ ที่กำลังซึมซับข้อมูลให้มากที่สุด

           

รถเมล์จอด ณ สถานที่แห่งหนึ่ง มันเป็นตึกใหญ่ที่ดูโทรม ๆ มีเสียงจ๊อกแจ๊กจอแจของเด็กดังมาจากในนั้น

เอริออสและเบเซนแหงนมองป้ายที่มีทีท่าว่าจะพังแหล่มิพังแหล่ มันห้อยเอียงกระเท่เร่บนหัวสองคน ‘สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าเดอร์ลุกซ์’ 

“ที่ไหนละเนี่ย” เบเซนถามเบื่อ ๆ มองดูแล้วไม่น่าจะมีอะไรน่าตื่นเต้นมากนัก

“ป้ายบนหัว หัดอ่านสิคะ” น้ำเสียงประชดประชันเจืออยู่ในคำพูดที่ทิ้งท้ายอย่างอ่อนหวาน

“ฉันเคยอยู่ที่นี่มาก่อน” คริสตัลพูดไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก เธอเปิดประตูรั้วเหล็กสีดำที่มีคราบสนิมเก่า ๆ เกาะออก เสียงมันดังเอี๊ยดอ๊าด น่าหนกหู

“แล้วมาทำไมที่นี่ละ” เบเซนยังซักไซ้ไม่เลิก

เหล็กดัดฟันสีชมพูแปร๋นถูกอวดโฉมอีกครั้ง

“เดี๋ยวก็รู้

ถ้าเลือกได้ สองทูตจากต่างแดนคงไม่อยากรู้ ตามคำบอกของคริสตัลเท่าไรนัก เนื่องจากตลอดช่วงเช้าสองหนุ่มถูกทิ้งให้ต้องมารบราฆ่าฟันอยู่กับเจ้าพวกลิงทโมนของบ้านเด็กกำพร้าเดอร์ลุกซ์ ที่ทั้งแสบ ซน ดื้อ งอแง เอาแต่ใจ โวยวาย ชอบแกล้ง ... สารพัดรูปแบบที่จะหาเจอได้ในสุดยอดเด็กแสบ ที่ล้วนแล้วแต่เลือกสรรค์เอาไว้ที่นี่ที่เดียวจริงๆ

และในที่สุด...

“ว๊อยยยยยยยย.....จะดังอะไรกันนักหนาฟะ อยากลงกระทะทองแดงกันนักใช่ไหม ไอ้พวกเด็กบ้า” เบเซนฟาดไม้ถูพื้นลงกับถังน้ำ

เสียงเล่นเย้ว ๆ ยังไม่มีทีท่าว่าจะเบาลงแม้แต่น้อย ซ้ำร้ายยังพากันวิ่งมาป้วนเปี้ยน จารึกรอยเท้าคราบโคลนเหนียว ๆ แถวที่เบเซนถูพื้นด้วยซ้ำ

“ฉันทนไม่ไหวแล้วนะเฟ้ย!!” ถังน้ำถูกเตะลอย ทำให้น้ำไหลเจิ่งนอง เบเซนคว้าคว้าสมุดสีดำเล่มเล็กขึ้นมา เขาบ่นพึมพำกับตัวเองอยู่ชั่วครู่อย่างอาฆาต เขากะจะเรียกวิญญาณเจ้าพวกเด็กทโมนทั้งหลายที่บังอาจมาทำให้พื้นที่เขาเสียเวลามา2ชั่วโมงกว่าจะถูกเสร็จ ให้ไปลงกระทะทองแดงซะให้รู้แล้วรู้รอด

“นายจะทำอย่างนั้นไม่ได้ มันผิดกฎ” ทูตสวรรค์เห็นเหตุการณ์ว่าชักจะไปกันใหญ่รีบเข้ามาขวาง

“กฎอะไรฉันก็ไม่สนเฟ้ย แกหลีกไป...ฉันจะสั่งสอนไอ้เด็กบ้าพวกนี้”

“เด็กพวกนี้ยังไม่ถึงฆาต 

“แบร้!!....” เจ้าพวกลิงทโมนตัวก่อปัญหาไม่ได้สะทกสะทานเลยสักนิด กลับท้าทาย แลบลิ้นปลิ้นตาใส่

“แก..เห็นไหม...เห็นที่มันทำม๊ายยย...” เบเซนโกรธจนเนื้อเต้น นิ้วชี้สั่นริก ๆ ไปยังเจ้ากลุ่มลิงโลด ที่ตอนนี้พากันเผ่นแนบ

เอริออสเอามือกุมขมับ เขาปวดหัวจนอยากจะหนีออกไปจากที่นี่เสียให้ได้

แล้วนี่...ยัยเฉิ่มจอมเจ้าเล่ห์ดันมาหายตัวไปอีก

เขาคงต้องทนเป็นกรรมการห้ามเจ้าพวกทโมนกับยมทูตสติแตกจอมงี้เง่าอีกหลายยก ไม่อย่างนั้นมีหวังได้ลงนรกกันทั้งบ้านเด็กกำพร้าแน่

และไม่ทันขาดคำ ยมทูตสติแตกก็ควบคุมตัวเองไม่อยู่ เขาวิ่งเอาไม้ถูพื้นไล่ฟาดกลุ่มเด็กทโมนที่กล้าเข้ามาเฉียดใกล้อีกเป็นครั้งที่สอง

“แกตาย..!!!!!!!”

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ เสียงหวานคุ้นหูวางอำนาจ ทำให้สถานการณ์ทุกอย่างหยุดชะงักกลับมาสงบสุข

“จะมากไปแล้วนะ กล้าดียังไงมาไล่ตีเด็กๆ แล้วนี้อีก…”ผู้ยุติสงครามสังเกตเห็นพื้นที่นองไปด้วยน้ำ และคราบโคลนตามพื้นไม้ เธอแทบจะลมจับ “รอยพวกนี้มันอะไรกัน! ...ฉันให้ทำความสะอาด ไม่ใช่ให้ทำความสกปรก”

เหมือนช่วงเวลาจะหยุดเดินเอาเสียดื้อๆ ตาสองคู่มองที่ผู้ยุติสงครามอย่างตื่นตะลึง

เสียงและท่าทางช่างเหมือนกับคริสตัล ชายน์ไม่ผิดเพี้ยน

เพียงแต่...

มีบางอย่างที่ต่างออกไป ไม่ใช่แค่ต่างธรรมดา แต่...มันต่างออกไปจากเดิมมาก

คำถามมากมายวิ่งเข้ามาปั่นป่วนในสมองของเอริออสและเบเซน

แต่คำถามเดียวที่ตรงกันก็คือ

…ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกันแน่...

           

 

 

 

 

 

 

 

เขียนโดย Mulie : 2007-12-22 11:18:07

/1