วันที่ : 3 มกราคม 2551
ชื่อตอน (chapter) : H&H : บทที่ 14 ตามล่าดวงวิญญาณ

Heaven and Hell

บทที่ 14 ตามล่าดวงวิญญาณ

            วันหยุดเทศกาลสำคัญของชาวเมือง ‘วิหารศักดิ์สิทธิ์’ สถานที่บูชากราบไหว้ฟ้าดินตามความเชื่อของชาวบ้านเนื่องแน่นไปด้วยผู้คนมากมาย พวกเขาเดินเป็นระเบียบทยอยกันเข้าไปในตัวอาคาร ไม่มีการยื้อยุดชุดกระชาก หรือแสดงความหยาบคายออกมา ใบหน้ายิ้มแย้ม ร่าเริงของชาวบ้าน ทำให้สาวน้อยที่แอบเฝ้ามองอยู่บนหลังคาของวิหารรู้สึกสะท้อนใจเป็นยิ่งนัก หากบ้านเมืองที่เธอเคยอยู่เป็นแบบนี้ก็คงจะดี

            เอริออส และเบเซนเล่าให้คริสตัลฟังถึงความผิดปกติเมื่อพวกเขาตกจากฟ้า มาถึงที่นี่ ผู้คน และบ้านเรือน ที่ย้อนยุค มันเป็นสถาปัตยกรรมสมัยเก่า บ้านส่วนมากสร้างด้วยไม้ หิน และดินเหนียว มีหลังคาที่มุงด้วยตับจาก หรือดีหน่อยก็เป็นกระเบื้องดินเผา ส่วนผู้คนก็แต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่ถักทอจากผ้าฝ้าย ส่วนใหญ่เป็นสีเขียวหรือน้ำตาลตามสีของเปลือกไม้ที่นิยมใช้ย้อม รอบหมู่บ้านเป็นป่าไม้เขียวขจีอุดมสมบูรณ์ ที่นี่ไม่มีแม้แต่เสาไฟฟ้า รถยนต์ ถนนลาดยาง และเซเว่น ??

            “นายรู้ได้ไงว่าเราย้อนยุคมาตั้ง สามพันปี” คิ้วเรียว ๆ ของคริสตัลหมุนขึ้น “ดูจากยมทูตเซรอส กับทูตสวรรค์กาเบลียน ก็ไม่ได้อายุต่างจากที่ฉันเคยเจอตอนนั้นเท่าไรเลยนี่” 

            “ยมทูตกับทูตสวรรค์มีอายุยืนยาวอยู่ได้ถึงห้าพันปีถึงจะหมดอายุขัย และต้องไปเกิดใหม่ตามวัฏจักร” เอริออสอธิบาย

            “แล้วยืนยันได้ไงว่านี่มันสามพันปีที่แล้ว ไม่ใช่ร้อย-สองร้อยปีก่อน” เธอยังคงแย้ง

            “ท่านหญิงไลล่า” เบเซนกล่าว ใบหน้าที่เคยขี้เล่นกลับฉายแววชวนหดหู่ชอบกล

            “ผู้หญิงคนนั้นหรอ” 

            “ใช่...ท่านหญิงไลล่าถูกสาปให้เป็นหิน หลับใหลอยู่ในแดนนรกในยุคที่เราจากมา แสดงว่าตอนนี้ต้องเป็นเมื่อสามพันปีที่แล้ว ก่อนที่ท่านหญิงไลล่าจะโดนคำสาป”

            คริสตัลเอามือทาบหน้าอกสีหน้าของเธอตกใจสุดขีด  ผู้หญิงคนนั้นต้องถูกสาปให้เป็นหินใครสาปเธอ?” 

            เบเซนเม้มปาก ไม่ได้พูดอะไรออกมา เขาก้มหน้ากำหมัดแน่น ผมสีดำสลวยลงมาปิดหน้าของเขาไว้ไม่ให้เห็นว่าเขาแสดงความรู้สึกอย่างไรอยู่ ความเงียบโรยตัวอยู่นานเมื่อไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมา

จนในที่สุด...

คริสตัลตัดสินใจจะพูดอะไรออกไปบางอย่างแต่ก็ถูกขัดจังหวะขึ้นมา

            “เรื่องมันตั้งสามพันปีก่อน จะรื้อฟื้นอีกทำไม” สีหน้าของเอริออสเฉยชายิ่งกว่าเดิม ตาสีฟ้าคู่สวยส่งสายตาดุ ๆ เป็นการปรามไม่ให้พูดถึงเรื่องนี้เป็นหนที่สอง แม้คริสตัลจะไม่เข้าใจอะไรมาก แต่เธอก็ยอมสงบปากสงบคำแต่โดยดี และไม่คิดจะขุดคุ้ยถึงเรื่องนี้อีก

            “อา~...ฉันว่า เรารีบไปหาดวงวิญญาณให้ครบ ๆ กันเถอะ แล้วเรื่องกลับบ้านค่อยหาทางอีกที” คริสตัลยิ้มร่า ทำลายบรรยากาศชวนอึดอัด เธอคว้าคอเพื่อนทั้งสองเอามากอดไว้แน่น

            “หวังว่า...พวกนายคงไม่อยากเห็นวิญญาณฉันต้องไปชดใช้แทนหรอกนะ”

            “ถ้าเธอยอมฉันก็ไม่ขัดข้อง” สาวน้อยแยกเขี้ยวใส่เจ้าเพื่อนยมทูตปากดี ถึงเขาจะพูดอย่างนั้น แต่จริง ๆ ก็คงเป็นห่วงเธออยู่ไม่น้อย ไม่อยากนั้น พวกเขาทั้งสองคน คงจับวิญญาณเธอถวายพานส่งให้ไลล่าตั้งแต่ตอนที่เธอหลับเมื่อคืนไปแล้ว

คริสตัลนั่งมอง เอริออส และเบเซนที่นำหนังสือส่งวิญญาณออกมาพลิกดูสองสามหน้าอย่างเบื่อๆ พวกเธอนั่งมองชาวบ้านอยู่บนหลังคาวิหารศักดิ์สิทธิ์อยู่นานแล้ว อากาศสบาย ๆ ของสายวันนี้ทำให้จิตใจของทั้งสามปลอดโปร่งแม้จะกังวลอยู่บ้างว่าการตามล่าหาดวงวิญญาณที่เหลืออีกสี่ดวงจะทันเวลาสองวันตามกำหนดหรือไม่

“เมื่อไรจะได้วิญญาณเสียที” เธอบ่นอย่างหงุดหงิด

“รอประเดี๋ยว” 

คริสตัลหน้ามุ่ย เธอเบื่อกับคำว่ารอประเดี๋ยวของเบเซนที่บอกเธอมาหลายรอบแล้ว แต่ดูเหมือนว่ามันไม่ได้ ประเดี๋ยว แบบที่เบเซนพูดเลยสักนิด

แล้ว...เวลา ประเดี๋ยว ที่เบเซนพูดก็มาถึง คริสตัลมองไปในฝูงชนเบื้องล่าง แต่แล้ว อยู่ ๆ ผู้คนแถวนั้นก็แตกฮือ มีเสียงแซงแซ่ของผู้คนร้องขึ้น หญิงชราคนหนึ่งล้มลมนอนแน่นิ่งอยู่ในอ้อมแขนของผู้เป็นลูกสาว เธอร้องเรียกแม่ของเธอให้ลืมตาตื่นขึ้น แต่ก็ไร้ผล หญิงชรายังคงนอนไม่ไหวติง ราวกับร่างนั้นไร้วิญญาณ

เบเซนรีบคว้าหนังสือส่งวิญญาณปกสีดำออกมา

“วิญญาณเอย จงไปกับข้า ยมทูตนำพาสู่แดนนรก” 

คริสตัลเห็นร่างโปรงใสของหญิงชราลอยออกจากร่างช้า ๆ วิญญาณนั้นลอยตรงมายังพวกเธอ และถูกดูดเข้าไปในหนังสือส่งวิญญาณปกสีดำ

“เสร็จ! หนึ่งวิญญาณ” เบเซนยิ้มกว้าง หนังสือสีดำถูกยัดลงในกระเป๋าลวก ๆ

“แค่นี่หรอ...” เธอมองตาปริบ ๆ ทำไมมันง่ายกว่าที่เธอคิดไว้ตั้งเยอะ

เอริออสละสายตาจากหนังสือส่งวิญญาณปกสีขาวในมือ “มีอีกสองดวงที่ถึงฆาต ชะตาไปนรก” 

“ที่ไหน” เบเซนเขยิบเข้ามาใกล้ ท่าทางตื่นเต้น

“บ้านหลังไม้หลังนู้น” เอริออสชี้ไปยังบ้านไม้ใหญ่ ขึ้นป้ายว่า ‘โรงหมอ’ เบเซนเห็นดังนั้นจึงรีบกระโดดข้ามหลังคาไปยังเป้าหมายทันทีโดยไม่รีรอ

คริสตัลทำหน้าเหวอ เธอมองลงไปข้างล่าง ตอนนี้เธออยู่บนหลังคาสูง ขืนกระโดดตามเจ้ายมทูตตัวดีไปมีหวังตกลงไปตาย กลายเป็นวิญญาณสังเวยอีกดวงแน่ เธอหันไปทางเอริออสที่ดูเหมือนจะรู้ดี เขารวบเอวบาง ๆ ของเธอเอาแล้ว แล้วพากระโจนตามเบเซนที่ล่วงหน้าไปโดยไม่ต้องบอก

“ทีนี้ก็เหลือวิญญาณอีกดวงเดียว” เบเซนยิ้มกว้าง งานนี้ง่ายกว่าที่เขาคิด ดีที่ดวงวิญญาณที่ตายช่วงนี้ต้องมีชะตาที่จะต้องไปนรก หากว่าวิญญาณพวกนี้ต้องไปสวรรค์แล้วละก็ พวกเขาคงต้องยุ่งยากกว่านี้อีกหลายเท่า

เบเซนพลิกหนังสือส่งวิญญาณเพื่อดูรายชื่อคนที่ชะตาถึงฆาตอีกครั้ง “ใกล้ ๆ นี้มีอีกดวงหนึ่งที่ถึงฆาต แต่...” ตาสีน้ำเงินมีแววกังวลบางอย่างสื่อออกมา เช่นเดียวกับเอริออส คริสตัลมองพวกเขาอย่างสงสัย

“มีปัญหาอะไรหรอ” คอขาว ๆ เอียงเล็กน้อย ด้วยท่าทีน่าเอ็นดู

“วิญญาณนั่นเป็นเซนเทอร์น่ะสิ” 

คริสตัลได้ฟังถึงกับอุทานออกมาเบา ๆ เธอตื่นเต้นมากที่จะได้เห็นเซนเทอร์ตัวเป็น ๆ ที่เธอเคยคิดมาเสมอว่า พวกคนครึ่งม้า เป็นเพียงเรื่องเล่าในนิทานก่อนนอนเท่านั้นเอง

“งั้นเรารีบไปรับวิญญาณดวงนั้นกันเถอะ เดี๋ยวเขาจะรอนาน” คริสตัลยื้อยุดชุดกระชากเพื่อนทั้งสอง แต่เบเซนกลับดึงดันยังไม่ยอมไป

“ปัญหามันอยู่ตรงที่ เซนเทอร์เป็นวิญญาณเพียงชนิดเดียวที่สามารถเลือกได้ว่าจะพอใจไปอยู่นรกหรือสวรรค์อะดิ” 

ตาสีน้ำตาลของคริสตัลฉายแววสงสัย เอริออสจึงอาสาตอบข้อข้องใจแทน

“มันเป็นค่าตอบแทนสำหรับพวกเซนเทอร์ที่ทำหน้าที่ทำนายชะตาฟ้าดิน”

“งั้นงานนี้ก็ต้องใช้กำลังกันหน่อยแล้วสิ” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ฉีกกว้างบนใบหน้าสวยของสาวน้อย

คริสตัล เบเซน และเอริออส พากันมายังสถานที่ใหม่เพื่อมารับวิญญาณของเซนเทอร์ผู้ถึงฆาต ป่าข้างหน้าเป็นป่าโป่ง มีต้นไม้สูงขึ้นบางตา แสงแดดยามบ่ายส่องลอดผ่านลงมารำไร ข้างกันนั้นเป็นลำธารเล็ก ๆ มีฝูงปลาตัวน้อยแหวกว่ายไปมา แต่แล้วฝูงปลานั้นก็แตกฮือไปคนละทิศละทาง เมื่อคริสตัลกวักน้ำใส ๆ ขึ้นมาล้างหน้าล้างตา

ตั้งแต่เกิดมา คริสตัลยังไม่เคยได้ไปเที่ยวในป่าในเขาชมนกชมไม้ชมธรรมชาติแบบนี้มาก่อนเลย สำหรับชีวิตเด็กกำพร้าที่เช้ามาต้องมาคอยต้อนรับพวกที่มาเยี่ยมเยียนแวะเวียนมาบริจาคของใช้ ตอนบ่ายก็ต้องเรียนหนังสือที่มีพี่เลี้ยงเด็กมาสอน แถมในช่วงเย็นยังต้องช่วยทำงานในมูลนิธิซึ่งกว่าจะเสร็จก็ปาเข้าไปดึกดื่น พอได้เวลานอน หัวถึงหมอนก็หลับทันที ตลอด 17 ปีที่ผ่านมาชีวิตของเธอต้องวนเวียนแบบนี้ทุกวัน ไม่เคยมีโอกาสได้ไปเที่ยวที่ไหนมาก่อน การมาสัมผัสธรรมชาติแสนสดชื่นแบบนี้จึงเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย

“มันสนุกตรงไหน เวลาทำให้ปลามันตื่นน่ะ” เบเซนทิ้งตัวบนโขดหิน เขามองคริสตัลที่ดูร่าเริงเกินเหตุ

“ก็เหมือนกับพวกนายนั้นแหละ พาไปเที่ยวในตลาดทีนึง ก็ วู้~ว้า~ ตื่นเต้นกันจะตาย” คริสตัลย้อน เมื่อนึกถึงตอนที่เธอพาเพื่อนสองคนนี้ไปเยี่ยมสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเดอร์ลุกซ์ แล้วระหว่างทางที่ผ่านก็เป็นตลาด ซึ่งเจ้าบ้านนอกสองคนก็ตื่นเต้นไม่น้อยไปกว่าเธอในตอนนี้เลยสักนิด

“อย่ามัวแต่เล่น ได้เวลาแล้ว” เอริออสเตือน ร่างสูงในชุดขาวออกเดินนำหน้าพวกเธอหายเข้าไปในป่า ทำเอาคริสตัลทำแก้มป่องไม่พอใจ เมื่อต้องจำใจขึ้นจากลำธารใส แล้วรีบตามทูตสวรรค์จอมเย็นชาเข้าไปในป่า

ร่างสูงในชุดขาวหยุดอยู่ยืนอยู่ไม่ห่างจากเธอมากนัก เขายืนนิ่งแอบดูอะไรบางอย่างเบื้องหน้า

“ข้าคงต้องฝากหลานชายไว้กับเจ้าด้วยนะซาร์” เซนเทอร์เฒ่าผู้อ่อนแรงเอ่ยเบา ๆ เพียงเสียงกระซิบ ฝากฝังหลานชายไว้กับเพื่อนสนิท เขารู้ตัวดีว่านี่เป็นวาระสุดท้ายของเขาแล้ว

“ฮือ~อ...อย่าพูดอย่างนั้นท่านปู่ ข้าไม่ยอมให้ท่านไปไหน ฮือ~อ...” เซนเทอร์วัยเยาว์ร้องห่มร้องไห้สะอึกสะอื้น เขากุมมือของผู้เป็นปู่ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

ซาร์รับรู้ถึงผู้ที่มาใหม่ มือเหี่ยว ๆ ของเซนเทอร์ตบบ่าหลานชายของเพื่อนรักเบาๆ “ได้เวลาแล้วหลานชาย พวกเขามารับปู่ของเจ้าแล้ว”

เมื่อโดนจับได้ แขกผู้ไม่ได้รับเชิญสามคนที่หลบอยู่ตรงพุ่มไม้ก็ทยอยกันออกมา ร่างสูงในชุดขาวเดินเข้าไปหาเซนเทอร์เป็นคนแรก

“เลือกมาว่าท่านประสงค์จะไปที่ไหน” น้ำเสียงเย็นชาแต่แฝงด้วยความอ่อนน้อม

“ให้ปู่ข้าไปสวรรค์ เจ้าเซนเทอร์ผู้อ่อนเยาว์ตะโกนออกมาทั้ง ๆ น้ำตานองหน้า

คริสตัลหันมาทางเบเซน กะแล้วเชียวว่าต้องเจอปัญหาแบบนี้ ใคร ๆ ก็อยากจะไปสวรรค์แสนโสภา คนโง่เท่านั้นแหละที่จะเลือกไปนรก

“ได้ ถ้าท่านประสงค์จะไป” เอริออสหยิบหนังสือส่งวิญญาณปกสีขาวออกมา เพื่อสวดส่งวิญญาณ

เสียงระโหยโรยแรงดังมาจากเซนเทอร์เฒ่าที่นอนอยู่ “ช้าก่อนท่านเทวทูต...ข้าไม่ได้ประสงค์จะไปสวรรค์ตามที่หลานชายข้ากล่าวอ้าง” 

สีหน้าแสดงความงุนงง ปรากฏบนใบหน้าของทั้งสามคน

“ข้าอยากไปนรกเช่นเดียวกับคนรักของข้า นางรอข้าอยู่ในนั้นนานแล้ว” รอยยิ้มแสนสุขระบายบนใบหน้าซีดเซียวของเซนเทอร์ชรา คนรักของเขาเลือกที่จะไปอยู่ในนรก นางบอกว่าใคร ๆต่างก็เลือกไปสวรรค์ ทั้ง ๆ ที่นรกก็น่าอยู่ไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเลือกไปอยู่ที่ไหน เซนเทอร์ทั้งหลายก็ไม่ต้องรับโทษอะไร ในทางกลับกัน พวกเขาจะได้รับการยกย่องเทิดทูลจากพวกในดินแดนเหล่านั้นด้วยซ้ำ

เบเซนและคริสตัลได้ยินถึงกับลิงโลด

“ดีเลย...ถ้าไม่ขัดข้องเดี๋ยวฉันจัดให้ แถมบริการพิเศษส่งท่านไปหาคนรักถึงที่ด้วย” คริสตัลรีบเสนอตัว ทั้ง ๆ ที่ตัวเองไม่ได้มีหน้าที่ส่งวิญญาณเลยสักนิด เอริออส กรอกตาขึ้นฟ้า มือเอื้อมไปแตะบ่าเบเซนเป็นสัญญาณให้รีบจัดการซะ ก่อนที่จะมีรายการโฆษณาชวนเชื่อมากกว่านี้

หนังสือส่งวิญญาณปกสีดำถูกหยิบขึ้นมาอีกครั้ง บทสวดส่งวิญญาณถูกร่ายขึ้น

“วิญญาณเอย จงไปกับข้า ยมทูตนำพาสู่แดนนรก” 

ร่างของเซนเทอร์ที่อ่อนระโหยโรยแรง ก็แน่นิ่ง วิญญาณใส่ ๆ สีขาวยวงลอยออกจากร่างเข้ามาสู่หนังสือส่งวิญญาณในมือของเบเซน

“หากท่านนำเพื่อนข้าไปส่งหาคนรักของเขาถึงที่ ข้าจะขอบคุณมาก” เซนเทอร์ ชราอีกตัวหนึ่งกว่าด้วยน้ำเสียงทุ่มต่ำ ขาหน้าย่อต่ำเป็นเชิงขอบคุณในความกรุณาของพวกเขาทั้งสาม

“แน่นอน...ท่านไม่ต้องห่วง” คริสตัลยิ้มร่า ร่างบางขยับเข้ามาใกล้เซนเทอร์เฒ่า เธอตื่นเต้นเหลือเกินที่ได้อยู่ใกล้กับสัตว์ในตำนานขนาดนี้ ถ้าเกิดเธอพกกล้องถ่ายรูปมา คงจะขอถ่ายรูปคู่เอาไว้อวดพวกเด็ก ๆ ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเป็นแน่

“ฉันชื่อ คริสตัล เป็นแฟนคลับของคุณคนหนึ่งค่ะ” มือเรียวยื่นไปข้างหน้าเป็นการทักทาย เซนเทอร์ชรามองการกระทำแปลกประหลาดอย่างนึกสงสัย ทั้งกิริยาท่าทาง การพูดจา รวมถึงการแต่งตัว ดูไม่เหมือนมนุษย์เผ่าไหน ๆ ที่เขาเคยรู้จัก เซนเทอร์เฒ่ามองเข้าไปในตาสีน้ำตาลสวยของคริสตัลหวังจะค้นหาอะไรบางอย่างจากในนั้น แล้วมุมปากเหี่ยว ๆ ของเขาปรากฏรอยยิ้มบาง ๆ

“ข้าชื่อซาร์ ความกรุณาของพวกเจ้าในวันนี้ วันหน้าข้าคงได้ตอบแทน” ซาร์ค้อมอย่างนอบน้อมอีกครั้ง

“เราคงต้องไปกันแล้ว ขอตัวก่อน” เบเซนดึงคริสตัลออกมา ก่อนที่แม่คุณจะแสดงอาการกะดี๊กระด๊าออกนอกหน้ามากไปกว่านี้

“ลาก่อนเช่นกัน...พวกท่านมีสัมผัสแห่งโชคชะตา...สักวันเราคงได้พบกัน” ซาร์

พูดทิ้งท้ายไว้

ตาสีฟ้าคู่สวยแสนเฉยชามองตาร่างของซาร์ที่พาร่างของเซนเทอร์เพื่อนรัก และเซนเทอร์วัยเยาว์ควบหายเข้าไปในป่า

ทูตสวรรค์กระซิบกับตัวเองอย่างนึกสงสัย

“สัมผัสแห่งโชคชะตาหรือ?” 

 

 

 

 

เขียนโดย Mulie : 2008-01-03 08:25:34

/1