วันที่ : 11 มกราคม 2551
ชื่อตอน (chapter) : H&H : บทที่ 17 จับตัว

Heaven and Hell

บทที่ 17 จับตัว

            ผงสีทองปลิวว่อนท่ามกลางสายลม ปรากฏให้เห็นร่างของผู้มาใหม่ ชุดสีดำเช่นเดียวกับสีนัยน์ตาและผมที่ตั้งชี้ดูยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง หน้าตาคมคายยามนี้ดูหงุดหงิดและวิตกกังวล ยมทูตชุดดำมุ่งตรงมาทางทูตสวรรค์ร่างสูงที่นั่งชมธรรมชาติอย่างสบายใจ

            “กาเบลียน!...บอกมากว่านาล์ฟเอาท่านหญิงไลล่าไปซ่อนไว้ที่ไหน” เซรอสโวยขึ้น มือหนากระแทกต้นไม้ใหญ่จนใบร่วงกราว

            ทูตสวรรค์แสนอารมณ์ดีหันมายิ้มยียวน “เรื่องนั้นข้าไม่รู้...ถ้าจะถามก็ไปถามนาล์ฟเองสิ”

            เซรอสถอนหายใจ พรืด! 

เขาไม่ค่อยชอบท่าทางใจเย็น แถมมีรอยยิ้มยียวนกวนประสาทของทูตสวรรค์คนนี้เอาซะเลย เห็นทีไรแล้วรู้สึกหงุดหงิดทุกที

“อย่ามาเล่นลิ้นดีกว่า...ตอนนี้นายท่านสั่งให้ตามล่านาล์ฟทั่วไปหมดแล้ว ดีไม่ดี ถ้านายท่านเจอก่อนมีหวังหมอนั่นไม่ตายก็เลี้ยงไม่โตแน่” 

กาเบลียนหัวเราะ หึ หึ ในลำคอ ท่าทางไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก

“ข้าไม่รู้จริง ๆ ว่านาล์ฟพาไลล่าไปไว้ไหน แต่ข้าว่าเจ้าเด็กพวกนั้นคงจะรู้”

“เด็กพวกนั้น?.....อ๋อ!เจ้าพวกที่ตกมาจากฟ้าน่ะหรอ จริงสิ! มันใช้ผงทองหายตัวจากนรกมาพร้อม ๆ กับนาล์ฟนี่นา พวกมันคงจะรู้ไม่มากก็น้อย” เซรอสยิ้มอย่างมีหวัง

“ใช่ ๆ เจ้าก็ไปหาเจ้าพวกนั้นซะ อย่ามายุ่งกับข้าเลย” กาเบลียนรีบไล่ส่ง

เซรอสหัน ควับ! มาหาทูตสวรรค์ตัวดีที่พยายามหลบเลี่ยงความรับผิดชอบ “เจ้าต้องไปกับข้าด้วย” 

“ข้า?” กาเบลียนชักสีหน้าปุเลี่ยน ๆ “ทำไมข้าต้องไปด้วย”

“เอ้า! ก็นาล์ฟมันเป็นเพื่อนเจ้าไม่ใช่รึ เจ้าต้องรับผิดชอบการกระทำโง่ ๆ ของมันด้วยสิ” 

กาเบลียนตีสีหน้าไม่ถูกเมื่อถูกมัดมือชก ซ้ำร้ายเจ้าเพื่อนตัวดีของเขาดันทำพิษเข้าให้ ไปลักพาตัวลูกสาวบ้านไหนไม่ทำ ดันไปลักพาตัวลูกสาวสุดหวงของลูซิเฟอร์ผู้ปกครองดินแดนนรกเสียอีกนี่สิ  มีหวังงานนี้ได้เห็นนรกแตกแน่

ในป่าทึบไม่ไกลจากหมู่บ้านมากนัก คริสตัลกำลังภาคภูมิใจกับเวทย์รักษาก้นหีบของตนที่ทำให้รอยแผลที่ถูกนางมารเลือดเย็นเฟย่าทำร้ายนั้นหายเป็นปลิดทิ้ง โดยหารู้ไม่ว่ามีใครบางคนที่กำลังตามหาตัวเธออยู่

“คอยดูนะ พวกนั้นเห็นแล้วจะต้องตกตะลึง” เธอหัวเราะคิกคักอย่างมีความสุข แต่แล้วคริสตัลก็รู้สึกสังหรณ์ใจแปลก ๆ เหมือนมีสายตากำลังจับจ้องมาที่เธอ และไม่ทันที่เธอจะได้หันไปมอง

“เถาวัลย์เวทย์สายดินถูกร่ายขึ้น เถาวัลย์จำนวนมากโผล่พ้นมาจากพื้นดิน มันเลื้อยอย่างรวดเร็วมามัดแขนขาของสาวน้อยไว้โดยไม่ทันตั้งตัว คริสตัลมองเถาวัลย์ด้วยความงุนงง ร่างบางพยายามดิ้นให้หลุดจากพันธนาการนั้น แต่ก็ไร้ผล ยิ่งดิ้นรนเท่าไรมันยิ่งรัดเธอแน่นขึ้นทุกที ๆ

ร่างสูงสองร่างกาวออกมาจากเงาไม้ เสียงทุ้มกังวานจากบุรุษในชุดขาวเอ่ยขึ้น

“เพื่อนเจ้าอีกสองคนหายไปไหน”

“ช่างพวกนั้นเถอะกาเบลียน...” เซรอสกรอกตาขึ้นฟ้า “เข้าเรื่องๆ...บอกมาว่านาล์ฟเอาท่าหญิงไลล่าไปซ่อนไว้ที่ไหน”

“หา... ตาสีน้ำตาลฉายแววงุนงง

“ไม่ต้องมาตีหน้าซื่อ เจ้าจะบอกดี ๆ หรือต้องให้ใช้กำลัง” เซรอสหักนิ้วกรุบกรับวางท่าเอาจริงเอาจัง

“โหย! แม๊นแมนนะพวกนายเนี่ย รังแกผู้หญิง” คริสตัลแขวะ แต่ดูเหมือนเซรอสจะไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านอะไรด้วย

“เจ้ารู้อะไรก็บอกมาเถอะสาวน้อย ไม่อย่างนั้นข้าเกรงว่านาล์ฟจะมีอันตรายนะ” เสียงทุ้มของทูตสรรค์เอ่ยสบาย ๆ ไม่ได้มีทีท่าว่าจะเป็นห่วงเพื่อนแต่อย่างใด

ตาสีน้ำตาลกรอกขึ้นฟ้าอย่างระอา “ไม่รู้ย่ะ...เรื่องศึกชิงนาง พ่อตารบกับลูกเขย หรือเรื่องตำนานรักหวานแหววข้ามภพน่ะ ข้าไม่เกี่ยวด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์” คริสตัลส่ายหัวดิก “ปล่อยฉันสักทีสิ เถาวัลย์มันเจ็บนะ เดียวฉันก็เป็นแผลอีกหรอก” สาวน้อยเริ่มดิ้นอีกครั้ง

“ข้าไม่เชื่อ ก็พวกเจ้าใช้ผงทองหายตัวมาพร้อม ๆ กับนาล์ฟ ยังไงก็ต้องเจอกันสิ” เซรอสค้าน

คริสตัลถอนหายใจพรืด ไม่สบอารมณ์

“ฉันใช้ผงทองถุงของเบเซน ไม่ใช่ถุงเดียวกับนาล์ฟสักหน่อย” 

สาวน้อยหัวดีอย่างเธอเคยอ่านเจอเกี่ยวกับการใช้ผงทองผงเงินของยมทูตและทูตสวรรค์ในหนังสือเก่าของอาจารย์มิเรนด้า ว่าถ้าหากใช้ผงทองหรือผงเงินถุงเดียวกันผู้ใช้จะปรากฏตัวในอีกภพหนึ่งในที่ที่เดียวกัน แต่หากเป็นคนละถุงก็จะปรากฏตัวกันคนละที ขึ้นอยู่กับว่าผงทองนั้นได้ลงอาคมให้ไปปรากฏตัวที่ใด ซึ่งแต่ละถุงก็ไม่ซ้ำกัน

“ข้าขี้เกียจเสียเวลากับเจ้าแล้ว รีบบอก ๆ มาข้าจะได้รีบไป” ยมทูตกล่าวอย่างหงุดหงิด

หน้าหวาน ๆ มุ่ยแก้มป่อง “ฉันก็ขี้เกียจเสียเวลาแล้วเหมือนกัน” ตาสีน้ำตาลหลับพริ้มลง เธอตั้งสมาธิอยู่ชั่วครู่และแล้ว....

แว๊บ!

สาวน้อยที่เคยตกอยู่ในพันธนาการเถาวัลย์ไม้ก็หายไปเสียดื้อ ๆ เถาวัลย์ร่วงลงพื้นในฉันพลัน สร้างความงุนงงให้แก่สายตาสองคู่เป็นอย่างยิ่ง

“เฮ้ย! หายไปไหนแล้ว” ยมทูตมีท่าทีเลิกลักกับปรากฏการณ์ตรงหน้า

รอยยิ้มบางระบายบนใบหน้าของทูตสวรรค์แสนอารมณ์ดี “งานนี้คว้าน้ำเหลวอีกแล้วสิเน๊าะ”

---------

ทั่ก ทั่ก ทั่ก !

เสียงฝีเท้าเล็กของคริสตัลกระทบกับใบไม้แห้ง หลังจากที่เธอใช้คาถาล่องหนเพื่อหนีจากพันธนาการเถาวัลย์มาได้ คริสตัสก็ออกวิ่งสุดชีวิต จนมาพ้นได้สักระยะหนึ่ง ฝีเท้าก็เริ่มชะลอลง จนเป็นการหยุดเดินในที่สุด ตาสีน้ำตาลคู่สวยหันซ้ายหันขวาอย่างระแวดระวัง มารู้ตัวอีกทีสาวน้อยก็รู้สึกว่าหลงเข้ามาในกลางใจป่าเสียแล้ว มองไปทางไหนก็เห็นเพียงต้นไม้สูงใหญ่เหมือน ๆ กันแทบจะทั้งนั้น

“เฮ้!!!!.........เอริออส เบเซน” 

เสียงหวานตะโกนก้องเรียกหาเพื่อนสองคนที่ไม่รู้ว่าหายไปไหน คริสตัลตะโกนเรียกอยู่หลายครั้งแต่เสียงที่ตอบกลับมากลับเป็นเพียงเสียงสะท้อนของตัวเอง สาวน้อยเริ่มหมดแรงเพราะยังไม่มีอะไรตกถึงท้องมาตั้งแต่เมื่อวาน มือเรียวเล็กลูบท้องที่กิ่วไปมา ร่างบางทิ้งตัวลงใกล้ต้นไม้ใหญ่ไม่ไกลนัก หัวสมองที่เคยปราดเปรื่องตอนนี้มันมึนคิดอะไรไม่ออก อาจเพราะน้ำตาลในเลือดต่ำจากการขาดอาหาร หรือเพราะการที่ต้องโดนทิ้งให้อยู่คนเดียวในป่าซึ่งตัวเธอเองก็ไม่เคยมีประสบการณ์เดินป่ามาก่อน ในหัวร้องเรียกแค่ชื่อเพื่อนทั้งสองที่หายหน้าไป

“พวกนายอยู่ที่ไหนกันนะ” เสียงหวานกระซิบกับตัวเองเบา ๆ

ทันใดนั้น! 

มือหนึ่งก็เอื้อมมาสัมผัสเธอจากด้านหลัง คริสตัลสะดุ้งโหยง รีบหันกลับไปมอง ภาพตรงหน้าที่ปรากฏคือ หญิงชราในชุดคลุมหนังสัตว์สีน้ำตาล ผมของเธอมีสีขาวราวหิมะ มือข้างหนึ่งถือไม้เท้าอันใหญ่ไว้ค้ำยันร่างผอม ๆ ที่แม้จะยืนก็แทบไม่ไหว ส่วนอีกมือมีตะกร้าผลไม้ใบใหญ่หิ้วมาด้วย

“มาทำอะไรที่นี่คนเดียวจ๊ะหนู” หญิงชราถามด้วยเสียงสั่นเครือ

“หลงทางค่ะ...คุณยายช่วยพาหนูออกจากป่าได้ไหม” ตาสีน้ำตาลฉายแววแห่งความหวัง อย่างน้อยเธอก็เจอใครสักคน

ปากเหี่ยวแย้มขึ้นเล็ก ๆ ตาสีเขียวมรกตของหญิงชราสำรวจเรือนร่างของคริสตัล “ได้สิจ๊ะ ตามข้ามาทางนี้” 

คริสตัลรีบลุกขึ้นตามหญิงชรา “หนูช่วยถือตะกร้าให้นะคะ” รอยยิ้มละไมระบายบนใบหน้าหวาน ๆ ของสาวน้อย หญิงชรายิ้มให้เล็กน้อยพร้อมกับส่งตะกร้าให้ คริสตัลก้มมองในตะกร้าที่เต็มไปด้วยผลไม้สุกน่ากิน พลัน ท้องเจ้ากรรมก็ร้องขึ้นอย่างน่าไม่อาย

หญิงชราหัวเราะคิกคัก “ถ้าหิวก็กินสิ ข้ามีอีกเยอะ” มือเหี่ยว ๆ เอื้อมไปหยิบผลแอปเปิลสุกสีแดงยื่นให้คริสตัล มือเรียวรับแอปเปิลมาพินิจพิเคราะห์อยู่ชั่วครู่ มันต่างจากแอปเปิลที่เธอเคยเห็นโดยทั่วไป มันมีอะไรแปลก ๆ

ใช่! มันดูเย้ายวนเกินกว่าแอปเปิลทั่วไป

แต่แล้วกิเลสหนาในใจก็เข้าครอบงำ เมื่อความหิวมีเหนือสิ่งใด คริสตัลตัดสินใจกัดเนื้อแอปเปิลเข้าไปหนึ่งคำ

อืม!........

มันหวาน กรอบ อร่อย วิเศษยิ่งกว่าแอปเปิลสุกลูกใดที่เคยได้กิน ไม่รอช้า คริสตัลก็รีบแทะแอปเปิลลูกนั้นจนไม่เหลือหลอ และในที่สุด...ก็หมดลูกจนได้

“ขอบคุณนะคะ อร่อยมากเลย”

ทันทีที่แอปเปิลหมดลูก ตาสีเขียวมรกตของหญิงชราฉายแววเจ้าเล่ห์ขึ้นมาฉับพลัน รอยยิ้มปิศาจผุดพลายบนใบหน้าเหี่ยวย่น คาถาถูกร่ายขึ้นสั่น ๆ

“จงหลับ

ในหัวของเธอหมุนติ้ว สติที่มีอยู่น้อยนิดเริ่มพร่าเรือน จนในที่สุดร่างบางของคริสตัลก็ฟลุบลงกับพื้นแทบจะทันใด 

---------

ฝ่ายอีกฝากหนึ่งของป่า ไม่ห่างจากลำธารน้ำ เบเซนและเอริออสกำลังตามหาตัวแม่สาวน้อยจอมป่วนอย่างจ้าละหวั่น

“คริสตัล” เอริออสตะโกนก้องป่า

“คริสตาลลลลลลลลลล~ ยู้ฮู....อยู่หนาย.......เพื่อน ๆ ให้อภัยแล้วกลับมาเถอะ” เบเซนตะโกนบ้าง แต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับมาจากเพื่อนสาว

“หายไปไหนของเขานะ” สีหน้าเย็นชาของเอริออสชักหงุดหงิด เผลอแป๊ปเดียว แม่สาวน้อยจอมป่วนก็เล่นหายไปเสียดื้อ ๆ

“สงสัย...ถูกเสือจับไปกินแล้วมั้ง” ตาสีน้ำเงินมีประกายขบขันเห็นเป็นเรื่องสนุกจนเกินเหตุทำเอาตาสีฟ้าคู่สวยหันมาดุ ทูตสวรรค์รีบหยิบหนังสือส่งวิญญาณขึ้นมาพลิกดูหารายชื่อคนที่ชะตาถึงฆาต แต่ก็ไม่ปรากฏชื่อของคริสตัล

“ยังไม่ตาย...คงจะป่วนเปี้ยนอยู่แถว ๆ นี้แหละ รีบไปหากันเถอะ” ร่างสูงในชุดขาวรีบแยกออกไปตามหาสาวน้อย

เบเซนทำหน้าเซ็ง ๆ  “คร้าบ ๆ” เขาแยกจากเอริออสไปตามหาอีกทางหนึ่ง แต่ก็ดูจะไร้วี่แววของคริสตัล

“คริสตาลลลลลลลลลลล” เขาตะโกนอีกครั้ง แต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับ

เบเซนชักเหนื่อย ร่างสูงในชุดดำทิ้งตัวลง เขาเอนตัวพิงกับต้นไม้ใหญ่สบาย ๆ หวังจะแอบงีบสักเล็กน้อย

แต่แล้ว....

ตาสีน้ำเงินไปสะดุดกับสิ่งหนึ่งเข้า

ผ้าพันคอ! 

มันดูคุ้นตาชอบกล ๆ

เบเซนลุกพรวดไปหยิบมันขึ้นมาดู แล้วตาสีน้ำเงินก็เบิกกว้าง

“เอริออส! ทางนี้ ๆ“  เขาตะโกนเรียก ไม่นานทูตสวรรค์ก็มาปรากฏตัวข้าง ๆ เขา เบเซนยื่นผ้าพันคอที่เจอให้เอริออสดู “ของคริสตัล ฉันเจอแถว ๆ นี้พร้อมกับแอปเปิลที่ถูกลงอาคม” เขาหยิบเอเปิลที่ถูกแทะจนเหลือเพียงแกนขึ้นมาโชว์ “สงสัยยัยนั่นจะหิวจัด ดูดิแทะจนหมด ตะกะจริง ๆ”

“ฝีมือใคร” สีหน้าเย็นชาของทูตสวรรค์ฉายแววครุ่นคิด

เบเซนเกาหัวแกรกๆ สมองที่ไม่ชอบคำนวณถูกงัดขึ้นมาใช้ “เอ...เมื่อสามพันปีก่อน ใครน่าจะเป็นพวกชอบเล่นเครื่องรางของขลัง ลงอาคมลงเวทย์กันน๊า...คิดดิ คิด ๆ ๆ ๆ ใครว้า ใครว้า...”

ปิ๊ง!

สองหนุ่มดีดนิ้ว หันมาตอบพร้อมกันเป็นเสียงเดียว

“แม่มด

 

 ช่วงนี้ Cast เยอะจัง งุงิ...มะค่อยมีเวลาว่างเลย ฮือ ๆ ๆ T-T

 

 

 


เขียนโดย Mulie : 2008-01-11 19:57:25

/1