วันที่ : 29 กุมภาพันธ์ 2551
ชื่อตอน (chapter) : H&H : บทที่ 27 ตัวตน

Heaven and Hell

บทที่ 27 ตัวตน

            ราวตีห้าของค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาน คริสตัล เบเซน เอริออส พร้อมด้วยทารกน้อยที่กำลังนิทราอย่างเป็นสุข ยืนเกาหัวแกรก ๆ ด้วยความแปลกใจต่อภาพอาคารหลังใหญ่เบื้องหน้า

            ป้ายเหล็กที่ระบายสีสันสวยงามบอกหลาว่าอาคารหลังใหญ่ที่พวกเขามาเยือนคือ ‘สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าเดอร์ลุกซ์’

            ภาพอาคารหลังเก่าโทรม ๆ ที่พวกเขาเคยไปเยี่ยมเยียนเมื่อคราวก่อนได้หายไปเป็นปลิดทิ้ง เรียกได้ว่าเหมือนกับอาคารหลังนี้เพิ่งสร้างเสร็จเมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง แม้จะอยู่ภายใต้เงามืดของราตรีกาลแต่กลับรู้สึกได้เลยว่าที่นี่ใหม่หมดจดตั้งแต่หน้าประตู ยันท้ายกำแพง มีกลิ่นสีทาบ้านลอยมาอ่อน ๆ เป็นพยานยืนยัน

            “เอ...ที่นี่บูรณะใหม่หรอ” คริสตัลแหงนมองอาคารตรงหน้าด้วยความแปลกใจ เธอเอื้อมมือไปกดกริ่งที่อยู่ข้าง ๆ เพื่อเรียกให้ซิสเตอร์เมท ผู้ซึ่งเป็นผู้ดูแลที่นี่ออกมาเปิดประตูให้ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ ทั้งสิ้นภายในอาคาร

            ดูจากประตูบานใหญ่ที่ล็อคแม่กุญแจไว้อย่างดี สงสัยจะไม่มีใครอยู่ บางทีซิสเตอร์เมทอาจจะออกไปดูอุกาบาตรที่พวกเธอสร้างไว้กลางเมืองก็เป็นได้

            เบเซนหันมามองทางคริสตัลอย่างเซ็งจิต

            “อย่าบอกนะว่าต้องปีนเข้าไป”

            คริสตัลยิ้มเจื่อน ๆ พยักหน้ารับ

            เขาจัดแจงกระโดดขึ้นไปบนกำแพงสูงอย่างง่ายดาย แล้วหันกลับมารับเอาทารกน้อยตามเขาไปอีกคน

            “เฮ้! เร็วหน่อยสิ” เบเซนร้องมาจากอีกฝั่งของกำแพง

            เอริออสไม่รอช้า เขาปีนตามขึ้นไปนั่งบนนั้นอีกคนราวกับว่ามันเป็นเรื่องง่าย ๆ            คริสตัลมองกำแพงสูงตรงหน้าอย่างชั่งใจ เธอหันหาเอริออส ส่งสายตาอ้อน ๆ เพื่อขอความช่วยเหลือ

            เอริออสกรอกตาขึ้นฟ้า แล้วยืนมือออกมาฉุดเธอให้ขึ้นตามไป คริสตัลตะเกียดตะกายขึ้นไปตามแรงฉุดอย่างทุลักทุเล เมื่อมืออีกข้างเกาะได้กับขอบของกำแพง เธอจึงเหวี่ยงตัวขึ้นมา

            ด้วยความเหนื่อยล้าจากการใช้พลังเวทย์ติด ๆ กัน ทำให้ขาของคริสตัลเกิดอ่อนเปลี้ยไปเสียเฉย ๆ ร่างเล็ก โซซัดโซเซบนกำแพงสูงอย่างหาที่ยึดไม่ได้

            “กรี๊ด เธอหงายหลังลงมาจากกำแพงสูงอย่างน่าหวาดเสียว

            เอริออสเห็นท่าไม่ดี จึงรีบกระโดดตามลงมาคว้าเอวของเธอได้ทัน แต่ด้วยความฉุกละหุก ทำให้เขาเสียการทรงตัว หลังกระแทกเข้ากับพื้นเข้าอย่างจัง แขนซ้ายถูกเศษไม้ปักเข้าไป เลือดสีแดงสด ๆ ไหลออกมาเป็นทาง

            คริสตัลเห็นดังนั้นจึงรีบผละจากร่างที่นอนทับอยู่ เธอมองดูเลือดที่ไหลซึมด้วยความตกใจ    

            เอริออสกัดฟันดึงเศษไม้ออกจากแขน อาจเพราะเศษไม้ปักโดนเข้ากับหลอดเลือดแดงบริเวณแขนเลยทำให้เลือดยิ่งไหลกระฉูดออกมาใหญ่ไม่ยอมหยุด เขาตั้งสติ เพื่อจะใช้เวทย์รักษาบาดแผล แต่ไม่ทันที่จะได้ทำอะไร ก็มีหมอคนเก่งอาสามาทำแทนเสียก่อน

            “รักษา 

            คริสตัลร่ายเวทย์รักษาก้นหีบของตนไปที่แผลนั้น เกิดแสงสว่างสีขาวเป็นยวงไหลออกจากมือของเธอ มาวนเหนือปากแผลอยู่ชั่วครู่ เลือดที่เคยไหล ก็หยุดสนิท คราบเลือดไหลย้อนกลับเข้าสู่ผิวหนัง ปากแผลที่เปิดอ้าก็ปิดสนิท ผิวค่อย ๆ สมานตัวเรียงเป็นเนื้อเดียวกัน จนไม่เหลือร่องรอยเดิม

            เอริออส และเบเซน เฝ้ามองดูเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความตระหนก

            สิ่งที่เกิดขึ้น มันไม่น่าจะเรียกว่าการใช้เวทย์รักษา เพราะว่าเวทย์รักษาโดยทั่วไปแล้วมีอำนาจในการเร่งการฟื้นฟูสภาพความผิดปกติของร่างกาย ถึงจำให้มีพลังเวทย์มากแค่ไหน ก็ต้องหลงเหลือแผลเอาไว้บ้าง แต่สิ่งที่เธอทำนั้นมันไม่ใช่ มันเป็นการแก้ไขความผิดปกติที่เกิดขึ้น หรือถ้าจะมองอีกแบบ มันเป็นการย้อนกลับไปสู่สภาพสมบูรณ์ของร่างกายก่อนหน้านี้มากกว่า

            คริสตัลที่สังเกตเห็นสีหน้าตระหนกของเพื่อนทั้งสอง ถึงกับยิ้มกว้างด้วยความภาคภูมิใจ

            “เป็นไงล่ะ บอกแล้วว่าฝีมือมันคนละชั้น” เธอหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี

            เอริออสและเบเซนหันไปสบตากันเพียงชั่วครู่ เหมือนกับว่าเขาสองคนจะมีความคิดบางอย่างที่ตรงกันเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ แต่ไม่ทันที่เขาจะได้คาดคั้นอะไร

เสียงเปิดประตูเหล็กก็ดังขึ้น

            หญิงวัยกลางคนอายุราวสี่สิบปี ในชุดนักบวชหญิงสีดำขาว เปิดประตูเหล็กออก ท่าทางเธอเพิ่งกลับมาจากข้างนอกด้วยท่าทีอิดโรยเล็ก ๆ จากการอดหลับอดนอน เพราะถูกปลุกจากเสียงดังสนั่นในยามค่ำคืน

            พลันสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นเด็กสามคนที่ยืนอยู่บริเวณสนามหน้าอาคาร

            “พวกเธอ...มาทำอะไรกันตรงนี้?”

            ซิสเตอร์เมทหมุนคิ้วด้วยท่าทางสงสัย แต่แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นทารกน้อยที่อยู่ในห่อผ้า ทำให้เธอพยักหน้าเนิบ ๆ อย่างนึกเข้าใจอะไรบางอย่าง

            “พวกเธอคงจะเป็นคนของมูลนิธิ...เข้ามาข้างในก่อนสิ” ซิสเตอร์เมทยิ้มด้วยท่าทีเป็นมิตร ก่อนที่จะเปิดประตูเชิญแขกจากมูลนิธิเข้าไปข้างใน

            คริสตัลมองตามหลังของซิสเตอร์เมทด้วยความงุนงง

            “ทำไมซิสเตอร์เมทถึงจำฉันไม่ได้

----

            น้ำชาสี่ที่ถูกยกมาเสิร์ฟที่ห้องรับรองแขก ที่ถูกตกแต่งใหม่ด้วยฟอร์นิเจอร์เรียบง่าย

            “ขอโทษด้วยที่ฉันไม่อยู่ พอดีมีอุกาบาตรมาตกแถวสวนสาธารณะน่ะ ก็เลยออกไปดู เห็นมูลนิธิโทรมาเหมือนกันว่าจะมีเจ้าหน้าที่มาส่งเด็กในตอนเช้า ไม่คิดเลยว่าจะมาเร็วขนาดนี้”

            “ครับ ขอโทษด้วยที่เรามาเร็วกว่ากำหนด” เอริออสตีหน้าตาย เล่นเอาคริสตัลเลิกคิ้วอย่างสงสัย เธอทำท่าจะถามอะไรออกมาแต่ก็ถูกเบเซนที่นั่งไม่ห่างกันนัก เหยียบเท้าเป็นการส่งสัญญาณปรามมาเข้าเต็มรัก

            “แหม...ไม่เป็นอะไรหรอก ดีเสียอีกที่พวกเธอขยันขันแข็งอาสามาเป็นเจ้าหน้าที่ตั้งแต่อายุยังน้อย ฉันปลื้มใจจริง ๆ เวลาเห็นคนดี ๆ ทำงานเพื่อสังคม” ซิสเตอร์ยิ้มอย่างจริงใจ

            “อ๋อ แล้วไหนล่ะเด็กที่มาใหม่ ขอดูหน่อยสิ” เธอเอื้อมมือไปรับห่อผ้ามาจากเบเซน

            ซิสเตอร์เมทก้มมองเด็กทารกในห่อผ้าด้วยความเอ็นดู “แหม...เด็กผู้หญิงคนนี้น่ารักจริง ๆ ... แล้วไม่ทราบเด็กคนนี้ชื่ออะไรหรือคะ” เธอละสายตาจากทารกน้อยมาหาทางพวกเขา

            คริสตัลส่งสายตาเชิงตำหนิไปทางเอริออส ที่เป็นตัวต้นเรื่อง

            เอาแล้วสิ จะโกหกอะไรออกไปอีกละทีนี้

            เอริออสตีหน้าเรียบเฉย ก่อนตอบอย่างวางมาด “เธอยังไม่มีชื่อหรอกครับ ซิสเตอร์ช่วยตั้งให้ทีสิครับ”

            เบเซนหันมาทางเอริออส ราวกับรู้อะไรกันอยู่แค่สองคนในใจ พวกเขารอคำตอบที่ค้างคาในใจ จากปากของซิสเตอร์เมทเพื่อเป็นการยืนยันในสมมติฐานแอบตั้งขึ้นกันเอง คริสตัลตวัดหางตามองเพื่อนทั้งสองอย่างหน่าย ๆ

            พวกนี้มันคิดจะมีลับลมคมในกับเธออีกแล้ว!

            ซิสเตอร์เมท จ้องมองทารกน้อยอย่างนึกชั่งใจอยู่นาน ก่อนที่ความคิดแวบหนึ่งจะแล่นเข้ามาในหัว   

            “ฉันคิดออกแล้ว...ที่ก้นหลุมอุกาบาตรมันมีผลึกแก้วอยู่ในนั้น ส่องแสงแวววับเชียวล่ะ ฉันว่า...เด็กคนนี้น่าจะชื่อ...”

            “ชื่อ...” 

            เบเซนและเอริออสใจจดใจจ่อกับคำพูดตรงหน้าจนลืมหายใจไปชั่วขณะ

            แล้วในที่สุดซิสเตอร์เมทก็หลุดประโยคหนึ่งที่ให้ทุกคนถึงกับช็อค

            “ชื่อ... คริสตัล ชายน์” เธอเอ่ยออกมาอย่างชอบใจ “ชื่อคริสตัล ชายน์นี่แหละ เพราะว่าเธอมาที่นี่พร้อมกับวันที่เกิดอุกาบาตร ทุกคนจะได้จดจำเธอได้ด้วย” 

            ซิสเตอร์เมทโยนตัวกล่อมทารกน้อยด้วยความชอบอกชอบใจ โดยหารู้ไม่ว่า เจ้าของชื่อคริสตัล ชายน์ กำลังนั่งตัวแข็งทืออยู่อีกฝากหนึ่งของโซฟา

            ซิสเตอร์เมท เหลือบมองนาฬิกาบนผนังที่บอกเวลาว่าตอนนี้ 6 โมงกว่าแล้ว ตะวันก็เริ่มที่จะโผล่ขึ้นมาทักทานในอรุณรุ่งของวันใหม่ “พวกเธอนั่งจิบชากันตามสบายนะ เห็นทีฉันต้องขอตัวก่อน อีกเดี๋ยวเด็ก ๆ คงจะตื่นกันแล้วล่ะ” ว่าแล้วเธอก็ลุกออกไป ทิ้งให้ความเงียบกัดกินทั้งสามคนอย่างช้า ๆ ด้วยความทรมาน

            ตอนนี้ในหัวของเธอมึนตึบไปหมด สมองที่เคยปราดเปรื่อง กลับสับสนวุ่นวายจนจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

            ทำไมซิสเตอร์เมทถึงจำเธอไม่ได้ แล้ว ลูกของไลล่าก็ถูกตั้งชื่อว่าคริสตัล ชายน์เหมือนเธอ แถมยังต้องถูกส่งตัวให้กับสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอีก แล้วที่สำคัญ...ตกลง ตอนนี้เธอกลับมาในปัจจุบันแน่แล้วหรอ

            ไม่มีใครให้คำตอบเธอได้ ทุกคนต่างเงียบ เก็บงำข้อสงสัยไว้ในใจของตนเอง จนทำให้เธอรู้สึกว่าเหมือนเป็นคนโง่ที่ไม่ประสาอยู่คนเดียว

            “พวกนาย...รู้อะไรก็พูดออกมาซะที ตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” เธอตั้งท่าโวยวาย แต่เจ้าเพื่อนทั้งสองคนมันไหวตัวทันราวนกรู้ รีบเบือนหน้าหนีไปคนละทาง

            คริสตัลพ่นลมพรืดออกมาด้วยความหงุดหงิด

            “ถ้าไม่มีใครพูดอะไร ฉันก็จะไปเอาเด็กคนนั้นคืนมา แล้วก็ย้อนเวลากลับไปหาไลล่ากับนาล์ฟแล้วนะ” เธอฮึดฮัด แสดงทีท่าว่าพูดจริงทำจริงแน่นอน

            เอริออสส่ายหัววืดอย่างเซ็ง ๆ เขาเอื้อมมือไปฉุดร่างบางให้นั่งลง

            “เธอทำอย่างนั้นไม่ได้...มันจะทำให้ความมีตัวตนของเธอหายไป” เขาเอ่ยเรียบ ๆ แต่ในแววตาบอกถึงความจริงจังอย่างที่สุด

            “หมายความว่าไง” 

            คนที่ไม่ถนัดอธิบายอย่างเบเซนถึงกับตบหน้าผากตัวเอง ถึงเวลาที่ต้องใช้สมอง ยัยตัวยุ่งกลับสมองนิ่มขึ้นมาเสียเฉย ๆ จนน่ารำคาญ

            “ก็หมายความว่าเด็กคนนั้นก็คือเธอไงเล่ายัยบ๊อง!!”

            คริสตัลอ้าปากค้าง ลำคอตีบตันจนด้วยคำพูด

            “ฉ...ฉันเป็นลูกของไลล่ากับนาล์ฟอย่างนั้นหรอ..อ”

            “ก็ใช่น่ะสิ...แล้วอีกอย่างที่นี่มันก็ไม่ใช่ยุคปัจจุบันที่เราจากมาด้วย แต่ที่นี่มันคืออดีตเมื่อ 17 ปีก่อน”

            “หา!! ไหนพวกเขาส่งเรามาอีก 3000 ปีแล้วไง”

            “เธอคิดว่าไลล่ากับนาล์ฟจะรู้เวลาแน่นอนที่เราจากมาหรือไง เขาส่งพวกเรามาได้ก็เก่งแล้ว” เอริออสวางถ้วยชาอย่างช้า ๆ แล้วร่ายต่อ “ทีนี้เข้าใจหรือยัง ว่าตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้น”

            คริสตัลพยักหน้าหงึก ๆ อย่างไม่เชื่อตัวเอง เธอรวบรวมสติสตังค์ที่ถูกสถานการณ์แสนวุ่นวายตีให้แตกกระเจิง กลับมารวมกันอีกครั้ง สมองติดเครื่องประมวลเหตุการณ์ต่าง ๆ ตั้งแต่เธอตกลงมาจากฟ้า แล้วมีเด็กทารกสองคนที่ถูกลักพาตัวมาจากหัวขโมยอ้วนผอม จากนั้น เซรอสก็มาเอาตัวเด็กคนหนึ่งไป แล้วกาเบลียนก็มาเอาตัวเด็กอีกคนไป แถมเธอยังได้ยินว่า เด็กสองคนนั้นเป็นเด็กผู้ชายอีกด้วย อีกทั้งตอนที่เธอเจอเซรอสกับกาเบลียนครั้งแรก บริเวณป่าของหอพักสายพิเศษ พวกเขาก็พูดออกมาว่าจะมารับเด็กในสังกัด นั่นก็คือเบเซน กับ เอริออส

            หรือว่า!!

            คริสตัลมองสองคนตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา

            “พวกนาย...คือเด็กแฝดสองคนนั้นที่โดนขโมยมา

           


ช่วงนี้เหนื่อยจัง มีงานหลายอย่างประดังประเดเข้ามาซะวุ่นวาย

ขอบคุณผู้อ่านทุกคนที่ติดตาม

ขอบคุณทุกคอมเม้นท์และทุกโหวตที่เป็นกำลังใจให้

>Mulie<

 

เขียนโดย Mulie : 2008-02-29 18:14:54

/2