Heaven and Hell
บทที่ 22 เกาะลอยน้ำ
ถังบรรจุน้ำจืดสะอาดถูกลำเลียงขึ้นเรือเป็นอย่างสุดท้ายโดยผู้โดยสารทั้งห้าคน ทำให้ห้องนอนใต้ท้องเรือต้องกลายไปเป็นห้องเก็บเสบียงจำนวนมหาศาลที่สามารถหล่อเลี้ยงพวกเขาไปได้เกือบสามเดือนไปโดยปริยาย เหล่าผู้เดินทางเลยจำใจต้องยัดตัวเองลงไปนอนในห้องใต้ท้องเรือร่วมกับเสบียง
เที่ยงวันกัปตันสวอนและเรฟก็กลับมาพร้อมด้วยเข็มทิศเก่า ๆ ดูเขาตกใจอยู่ไม่น้อยที่เห็นเสบียงขนาดมหาศาล แต่ก็ต้องจำใจให้ขนขึ้นเรือเพราะอย่างน้อยมีกินย่อมดีกว่าอดตาย
กัปตันสวอนใช้เวลาครึ่งวันที่เสียไปแลกมาด้วยเข็มทิศสนิมจับหนึ่งอัน
ไลล่ามองเจ้าเข็มทิศสนิมจับในมือกัปตันสวอนอย่างชั่งใจ มันยังใช้งานได้แน่หรอ
ได้สิ ข้าได้มาจากเพื่อนเก่า มันเป็นของในตำนานเลยนะ
หรอ...แล้วเข็มทิศในตำนานเนี่ย มันจะบอกทางไปเกาะลอยน้ำงั้นสิ
ก็ไม่ขนาดนั้น...มันแค่บอกทิศเหนือใต้ออกตก
อ้าว! ทุกคนทำหน้าผิดหวัง
โถ ๆ ไม่ต้องกังวลหรอก เพื่อนข้าบอกวิธีไปเกาะมาแล้ว แต่เรื่องนี้ต้องอาศัยดวง กัปตันลูปเคราอย่างเผลอไผล
คำถามมากมายปรากฏบนหน้าของเหล่านักเดินทาง แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้ถาม กัปตันก็ชิงบอกเสียก่อน
ว่ากันว่าเกาะลอยน้ำมันจะลอยไปเรื่อย ๆ ไม่มีหลักแหล่งแน่นอน ถ้าคิดจะไปก็ต้องล่องเรือลงใต้ไปเรื่อย ๆ ประมาณครึ่งเดือน ถ้าเราโชคดีเจอกลุ่มหมอกแถว ๆ นั้นก็แปลว่าเราเจอเกาะ
แล้วไงต่อ คริสตัลเกาหัวแกรก ๆ
แล้วไงต่อน่ะหรอ อันนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับดวงของพวกเจ้า...ข้าว่าอย่าเพิ่งกังวลอะไรให้มากนักเลย หากลุ่มหมอกปากทางเข้าเกาะให้เจอเสียก่อนเถอะ
ทำไมหนทางมันยุ่งยากอย่างนี้ฟะ เบเซนบ่นอุบตามนิสัย
นาล์ฟตบไหล่เขาเบา ๆ ด้วยท่าทียิ้มแย้ม ถ้ามันไปง่าย ๆ ใคร ๆ ก็ไปถึงสิ
---------
เรือเก่าลำเล็กบรรทุกผู้โดยสารมาทั้งหมด 7 คน โดยหนึ่งในนั้นมีกัปตันสวอนเป็นผู้บัญชาการเรือ ที่เขาปลื้มอกปลื้มใจหนักหนาว่าเรือลำเล็กโทรม ๆ ลำนี้เป็นเรือในตำนานที่มีประวัติอันน่าทึ่ง
ผ่านมาร่วม ๆ ครึ่งเดือนแล้วที่พวกเขาต้องติดอยู่บนเรือเล็ก ๆ ลำนี้ วัน ๆ ไม่ได้ทำอะไรมากนักนอกจากมองท้องฟ้า ผืนน้ำ และนกนางนวล เวลากลางวันทะเลช่างสงบเงียบอากาศสดใส แต่ว่าในช่วงยามราตรี เมื่ออาทิตย์ลาลับที่ปลายขอบฟ้า ทุกคนรู้ดีว่าพายุลูกใหญ่กำลังจะมา ทะเลที่เคยสวยใสกลับกลายเป็นดั่งขุมนรก คลื่นใหญ่ถาโถมปะทะเข้ากับเรือลำเก่าด้วยความบ้าคลั่ง มันไม่ยอมหยุดจนกว่าจะใกล้รุ่งสาง กัปตันสวอน และเรฟต้องทำงานหนักทุกคืนเพื่อที่จะประคองเรือให้รอดปลอดภัยจนกว่าจะถึงยามเช้า
แต่ในรุ่งสางวันนี้กลับหาเป็นดังเช่นทุกวันไม่ พายุที่จู่โจมเรือเมื่อค่ำคืนใกล้สลายตัวไปแล้ว แต่ว่าในเช้านี้แสงอรุณรุ่งกลับหดหายไม่ขึ้นมาทักทาย บรรยากาศโดยรอบดูอึมคึม ไม่สดใสเหมือนทุกวัน
เอริออสมักเป็นคนแรกที่ตื่นขึ้นในตอนเช้า เขาขึ้นมาทักทายกัปตันสวอนบนดาดฟ้าเรือดั่งเช่นเคย
อรุณสวัสดิ์...ทำไมวันนี้พระอาทิตย์ไม่ทำงานเลยกัปตัน ตาสีฟ้าแหงนมองบนฟากฟ้า
ข้าว่าเราคงเข้าเขตหมอกหน้าเกาะลอยน้ำแล้วล่ะ
เอริออสพยักหน้าเป็นเชิงรับ อีกนานไหมกว่าจะผ่านเขตหมอก
ข้าไม่แน่ใจ แต่...มีเรื่องหนึ่งที่พวกเจ้าควรจะรู้ไว้ก่อน
คิ้วของทูตสวรรค์ขมวดเป็นปมด้วยความสงสัย เรื่อง?
อืม...ม...ข้ายังไม่ได้บอกว่า เกาะลอยน้ำถูกลงอาคมไว้ ไม่มีเรือลำไหนเทียบท่าได้นอกจากเรือของพวกเซนเทอร์ ดังนั้นถ้าเห็นเกาะเมื่อไร ทางเดียวที่จะขึ้นเกาะได้ก็คือว่ายน้ำไปเอง
...
หา!!!! พูดจริงดิ
คริสตัลหน้าเหวอทันทีที่ได้รับข่าวดีจากเอริออส เธอไม่อยากคิดสภาพตัวเองเลยว่าจะลำบากลำบนแค่ไหนที่ต้องหอบหิ้วสังขารว่ายน้ำไปเกาะ แล้วด้วยแรงของเธอจะไปถึงเกาะนั้นได้อย่างไรกัน ในเมื่อเธอเองก็ไม่ใช่นักว่ายน้ำทีมชาติสักหน่อย
กลัวหรือไง เบเซนชะโงกหน้ามายิ้มเยาะ
คริสตัลเชิดหน้าหวาน ๆ ขึ้นด้วยความอวดดี ใครบอก แค่นี้สบายมาก
เออ ๆ จะคอยดู อย่าหมดแรงกลางทางก็แล้วกัน ระวังฉลามมันจะคาบไปกิน ยมทูตตัวดีขู่เธออย่างนึกสนุก
คริสตัลยังคงรักษามาดไว้ เธอหลบมาทางด้านท้ายเรือ ตาคู่สวยสีน้ำตาลมองทะเลด้วยความวิตก เสียงถอนหายใจเบา ๆ ดังมาจากในลำคอ
ถ้าเธอหมดแรงกลางทาง ฉันจะหิ้วเธอเข้าฝั่งเอง
สาวน้อยหันมาหาเจ้าของเสียงที่คุ้นเคย เธอจ้องไปที่ใบหน้าที่แสนเย็นชาราวรูปสลักของเอริออส
รอยยิ้มเล็ก ๆ ปรากฏบนมุมปากของหน้าหวาน ๆ ขอบคุณที่เป็นห่วงนะ เธอขยับเข้ามาใกล้ ๆ แล้วจ้องกลับมาที่เขา หวังที่จะหาความจริงบางอย่างจากดวงตาสีฟ้า
ไม่เป็นไร...ฉันแค่ทำตามหน้าที่สุภาพบุรุษ เขาตอบเรียบ ๆ
หรอ! เธอพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
งั้นก็ขอบคุณในความเป็นสุภาพบุรุษแล้วกัน...แต่พอดีฉันไม่ใช่สุภาพสตรีที่จะต้องมาคอยให้ดูแล ดังนั้น ไม่ต้อง!
คริสตัลเดินกระทืบเท้าปึงปัง วิ่งกลับไปในห้องเสบียงด้านล่างด้วยความหงุดหงิด โดยที่เธอก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องรู้สึกไม่พอใจขนาดนี้ด้วย
ร่างบางชนเข้ากับเบเซนที่สวนออกมาด้วยความไม่ตั้งใจ เธอลมลงนั่งจ่ำเบ้ากับพื้น
เอ้า!! เป็นไรหรือเปล่า เบเซนยื่นมือออกมาฉุดเธอขึ้น
คริสตัลปัดมือออก หน้าหวาน ๆ งอง้ำด้วยความไม่สบอารมณ์
ไม่ต้อง! ฉันลุกเองได้ ร่างบางยันตัวขึ้น ใบหน้าเชิดขึ้นอย่างยโส ไม่ต้องมาเป็นสุภาพบุรุษ ฮึ! สาวน้อยเดินจ่ำ ๆ ลงไปข้างล่างทิ้งให้เบเซนผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร ยืนเกาหัวแกรก ๆ
เป็นอะไรของเขาฟะ...ผู้หญิงเข้าใจยากเจง ๆ วุ้ย เบเซนพูดอย่างเซ็ง ๆ พรางหันมาทางเอริออส
ทูตสวรรค์แสนเย็นชาไหวไหล่เป็นเชิงเห็นด้วย
เบเซนเดินเข้ามาพิงกับราวกั้นของเรือ ตาคู่สีน้ำเงินเพิ่งมองผ่ากลุ่มหมอกหนาที่โอบล้อมเรือไว้ทุกทิศทาง ยามนี้บรรยากาศชวนให้ขนลุกชอบกล ทั้ง ๆ ที่เป็นเวลาเช้าแล้วก็ตาม แต่กลับไร้ซึ่งแสงอาทิตย์ เขาถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย
นายว่าเราจะติดอยู่ที่นี่อีกนานไหม
... เอริออสไม่ตอบอะไร ตาคู่สวยสีฟ้ากำลังใช้สมาธิเพื่อสังเกตอะไรบางอย่างที่อยู่ริบ ๆ ในสุดสายตา เพียงอึดใจ เขาก็สะกิดให้เบเซนมองอะไรบางอย่างที่ปรากฏอยู่หลังม่านหมอก
เกาะ!! เบเซนอุทานด้วยความดีใจ เฮ้!! เจอเกาะแล้วทุกคน
เหล่าผู้โดยสารต่างกรูกันออกมาที่ดาดฟ้า หมอกหนาเริ่มจางลง เผยให้เห็นแสงอาทิตย์ในยามสายที่สาดส่องเข้ามา ภาพจาง ๆ ของเกาะในม่านหมอกเริ่มเด่นชัดขึ้นเรื่อย ๆ
กัปตันสวอนพยายามพาเรือลำเล็กแล่นเทียบท่าที่เกาะอยู่หลายรอบแต่ก็ไร้ผล พวกเขาวนรอบเกาะอยู่นาน จนกัปตันสวอนถึงกับถอดใจ
ข้าว่า...พวกเจ้าต้องโดด
คริสตัลมองลงไปในน้ำทะเลใสอย่างช่างใจ เธอแอบกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ลงลำคอ โดดก็โดดสิ สาวน้อยตัดสินใจเด็ดเดี่ยว
ถ้างั้นเธอก็ไปก่อนดิ
กรี๊ด!
เบเซนใช้มือหนาผลักร่างบาง เสียงน้ำทะเลเบื้องล่างแตกกระเซ็นดังตูมใหญ่ตามร่างที่แหวกว่ายลงไป
คริสตัลโผล่พ้นขึ้นจากมหาสมุทรด้วยท่าทีเดือดดาน ดวงตาสีน้ำตาลจ้องมองยมทูตตัวดีที่ยืนยิ้มหน้าระรื่นด้วยความขุ่นเคือง
มันจะมากไปแล้วนะ เธอร้องตะโกนกลับ
ไม่มากหรอก แค่ว่ายน้ำเอง เขายิ้มเยาะด้วยความสะใจ แล้วโดดตามเธอลงไปอีกคน
เอริออสมองตามเจ้าเพื่อนสองคนอย่างปลงอนิจจัง เขาหันกลับมาทางกัปตันสวอน ขอบคุณที่มาส่ง แต่คงต้องลากันเพียงเท่านี้ เขายิ้มเล็ก ๆ เป็นมารยาท
ไม่เป็นไร ถือว่าเป็นค่าตอบแทนที่ช่วยข้าจากพวกราชนาวี หมวกกัปตันถูกถอดลงมา ค้อมศีรษะลงเป็นเชิงถ่อมตัว
ลาก่อน สิ้นเสียง ทูตสวรรค์ก็โดดน้ำตามเพื่อนสองคนไป ทิ้งให้นาล์ฟและไลล่ากล่าวลากัปตันสวอนและเรฟด้วยความซาบซึ้ง ไม่นานนักสองคนนั้นก็กระโจนตามลงมา
------
คริสตัลหอบหิ้วร่างบาง ๆ ที่เปียกมะลอกมะแลกไปทั้งตัวขึ้นมาบนหาดทรายสีขาวของเกาะลอยน้ำ เสียงหายใจปนหอบดังมาจากแม่สาวน้อยตัวดี เธอทิ้งร่างบนชายหาดด้วยความอ่อนล้า
แค่นี้ก็สิ้นฤทธิ์แล้วหรอ เบเซนยืนกอดอกเยาะเย้ยอยู่บนหัว
คริสตัลลุกพรวดขึ้นมาฝืนยิ้มด้วยท่าทีกระปี้กระเป้า ใครบอก ฉันยังไหวย่ะ
ถ้าไหวก็ไปกันต่อ เอริออสกล่าวเรียบ ๆ ไม่ใส่ใจอะไรมาก เขาออกเดินนำคนอื่น ๆ เข้าไปในป่าโดยไม่รีรอ ทำเอาแม่สาวน้อยถึงกับจ๋อยสนิท
ไหวไหม นาล์ฟเข้ามาถามเธอด้วยความเป็นห่วง
คริสตัลยิ้มแหย ๆ สบายมั่ก เธอกลั้นใจตอบ แล้วไลล่าล่ะ เป็นไงบ้าง ยังไหวอยู่หรือเปล่า
ข้ายังไหวอยู่ แค่นี้ยมทูตอย่างเราไม่เป็นอะไรหรอก ไลล่ายิ้มอย่างน่าเอ็นดู ถ้าเจ้าไม่ไหวบอกข้าได้นะ ข้าน่ะแบกเจ้าไปได้สบาย
คริสตัลหัวเราะ แหะ ๆ ไม่เป็นไร สาวน้อยกัดฟันออกเดินตามเพื่อนเข้าป่าไปเพราะอย่างไร เธอคงไม่ยอมให้คนท้องคนไส้ต้องมาแบกเธอไปแน่ ๆ ... รู้ถึงไหนอายไปถึงนั่น
เธอรีบเร่งฝีเท้าให้ทันกับเพื่อนทั้งสองคน แต่ตอนนี้เธอเหนื่อยเกินกว่าที่จะฝืนให้เดินต่อไปได้ พักเดี๋ยวได้ไหม เธอต่อรองด้วยน้ำเสียงหวานปนหอบ
เอริออสหันกลับมามองร่างบางที่ทรุดลงกับพื้นหญ้า
ได้
ทูตสวรรค์แสนเย็นชาทิ้งตัวนั่งพักตาม ปล่อยให้เบเซนเดินเตร่ไปมาด้วยความหงุดหงิด
หายเหนื่อยหรือยัง เบเซนถามเป็นรอบที่ห้าในเวลาเพียงสามนาทีที่คริสตัลได้นั่งพัก
สาวน้อยพ่นลม พรืด! หน้างอง้ำด้วยความไม่พอใจ
ยัง เธอกอดอกไม่ยอมขยับ
เบเซนเบ้หน้าเล็กน้อย เขาเรียกดาบใหญ่ในมือออกมาวาดไปมาแก้เซ็ง ดาบใหญ่ในมือแหวกว่ายในอากาศอยู่เพียงสองสามกระบวนท่าเท่านั้น ก่อนที่เจ้าของของมันจะจ้วงแทงเข้ากับดอกไม้ใหญ่สีขาวข้าง ๆ
ฟู่!!
ละอองน้ำพ่นออกมาจากเกสรดอกไม้สาดใส่มาที่เบเซน
เฮ้ย! เขาอุทานด้วยความตกใจ เมื่อแขนเสือของเขาขาดวิ่นด้วยฤทธิ์น้ำกรด แขนเสื้อถูกกระชากออกก่อนที่น้ำกรดจะลุกลามจนกัดกินถึงชั้นผิวหนัง
เบเซนกระชับดาบใหญ่อย่างระแวดระวัง
ทุกคน...ฉันว่าเราเจอปัญหาแล้วล่ะ
คนอื่นๆ ถอยกรูดเข้ามารวมกลุ่มอยู่ตรงกลางดงดอกไม้ยักษ์ ใบหนาสีเขียวโบกไปมาด้วยความท้าทาย เช่นเดียวกับเถาวัลย์หนามที่กวัดแกว่งฉวัดเฉวียนกลางอากาศ กลีบสีขาวของดอกไม้ยักษ์แปลเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม ตรงกลางที่เคยเป็นเกสรสวยเปิดอ้า เผยให้เห็นฟันแหลมคมนับร้อยซี่
คริสตัลทำหน้ามุ่ย เธอหันมาบ่นกับเบเซนอย่างหัวเสีย
ฉันยังไม่หายเหนื่อยเลยนะ!
ช่วงนี้ต้องทำรายงาน อาจมาอัพช้าโหน่ยนะจ๊ะ
เนื้อเรื่องดำเนินมาได้กว่าครึ่งเรื่องแล้ว อีกไม่นาน(มั้ง) คงจบ
สำนวนอาจแปลก ๆ ไปบ้าง เนื่องจากแต่งเป็นเรื่องแรก เฮ้อ~อ...ติชม กันได้นะจ้าจะได้นำมาปรับปรุงต่อปาย
ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามกันมาโดยตลอด
แค่นี้มีคนอ่านก็มีกำลังใจเขียนแล้วล่ะ ^_^
>>> Mulie <<<
สมัครสมาชิก