Heaven and Hell
บทที่ 29 นักโทษคนสำคัญ
อืม...
แสงแดดที่เล็ดลอดเข้ามาตามหน้าต่าง สาดแสงสว่างจ้า แพรขนตาหนา ๆ ปรือขึ้นช้า ๆ ร่างบางลุกขึ้นบิดขี้เกียดไปมา
เธอคงจะเผลอหลับไปด้วยความอ้อนล้า ได้หลับซะเต็มอิ่มขนาดนี้ คงกินเวลาไปนานน่าดู ไป ๆ มา ๆ กว่าจะรู้สึกตัว ก็โผล่มาที่นี่เสียแล้ว
คริสตัลมองไปรอบ ๆ ห้องที่ชวนให้หลับใหลยิ่ง เตียงใหญ่สีขาวทรงกลม มีหมอนนุ่ม ๆ นับสิบอันวางเรียงราย เฟอร์นิเจอร์เกือบทุกชิ้นทำจากหินอ่อนสีขาวสะอาดตา หน้าต่างรอบห้องทั่วทุกทิศทางที่เปิดโล่งรับอากาศดี ๆ ที่นี่ถูกตกแต่งอย่างวิจิตรงดงามราวกับเธอคือเจ้าหญิงตัวน้อยในปราสาท
เอ...ที่นี่ที่ไหนกันนะ? คริสตัลเกาหัวแกรก ๆ เธอลองเดินสำรวจดูรอบ ๆ แต่ก็ไม่พบเบาะแสอะไรที่พอจะบอกอะไรได้ เธอเดินไปที่หน้าต่างใกล้ๆเตียง
ทัศนียภาพด้านนอกไม่เห็นอะไรเลยนอกจากเมฆสีขาวลอยไปมา
ฉันอยู่บนสวรรค์หรือเปล่าเนี่ย
ใช่แล้ว! ขอต้อนรับสู่สวรรค์ เสียงที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้นจากด้านหลัง
เอริออส คริสตัลเอ่ยด้วยความดีใจ เธอรีบตรงเข้าไปหาเขา แต่แล้วก็ต้องเปลี่ยนใจ เมื่อเห็นร่างหนึ่งยืนอยู่ไม่ไกลจากเอริออสมากนัก
กาเบลียน!?
คำถามมากมายผุดพลายขึ้นในสมองของเธอ คริสตัลหันมาทางเอริออส
เกิดอะไรขึ้น ไหนเราตกลงจะไปนรกกันไง...แล้ว เบเซนล่ะ เบเซนไปไหน ทำไมไม่เห็นเบเซน เธอโวยวายยกใหญ่
เสียใจด้วยนะสาวน้อย แผนการเดินทางถูกเปลี่ยนกะทันหัน แล้วเจ้าหนูเบเซนก็คงไม่มาที่นี่หรอก รอยยิ้มแสนละมุนละไมระบายบนหน้าหล่อเหลาของกาเบลียน
หมายความว่าไง
จะว่าไงดีล่ะ...เอาเป็นว่าเจ้าต้องอยู่ที่นี่ในฐานะนักโทษคนสำคัญไปก่อน อีกวันสองวันสภาสวรรค์คงลงมติกันได้ว่าจะทำอย่างไรดี
กาเบลียนยิ้มอีกครั้งอย่างอารมณ์ดี
ฝากนักโทษด้วยนะ เอริออส เขาหันมาสั่งกับลูกศิษย์คนโปรดก่อนที่จะผละออกไปจากห้อง
คำพูดมากมายมันจุกอยู่ในลำคอ เธอมองมาทางเอริออสที่ยืนนิ่งราวรูปสลักหิน
นักโทษอย่างงั้นหรอ คริสตัลเค้นคำพูดออกมาด้วยความน้อยอกน้อยใจ
เอริออสยังคงยืนนิ่ง ตาสีฟ้ามองมาที่เธอด้วยความว่างเปล่า
หรือว่า เขาจะตัดขาดจากความเป็นเพื่อนกับเธอแล้วงั้นสิ แสดงว่าที่ตลอดเวลาที่ผ่านมามันคงไม่มีความหมายอะไรสำหรับเขาคนนี้เลยแม้แต่น้อย
ยิ่งคิดก็ยิ่งน้อยใจ ตอนนี้เธอต้องจำอยู่ในฐานะนักโทษ และอีกไม่นานคงต้องถูกพิพากษาให้มอดไหม้ดังเช่นกระดาษแผ่นนั้น
ฉันไม่ยอมให้นายจับฉันไปเผาทั้งเป็นหรอก!
หนี! ต้องหนีเท่านั้น
คริสตัลตั้งสมาธิเพื่อใช้คาถาล่องหน
แต่....
ทำไมมันไม่หายตัวไปล่ะ
คริสตัลลองอีกรอบ แต่ความพยายามก็สูญสิ้น เธอไม่สามารถใช้คาถาล่องหนได้
เธอหนีไปไหนไม่ได้หรอก ฉันพันธนาการเธอไว้ด้วยเชือกสะกดเวทย์ มันเชื่อมโดยตรงถึงตัวฉัน และไม่ว่าเธอจะหนีไปไหนฉันก็จะตามเจอ ทางเดียวที่เธอจะหนีได้คือ ฉันเป็นคนคลายสะกดให้ หรือไม่ฉันก็ต้องตายเท่านั้น เอริออสกล่าวเรียบ ๆ
งั้นนายก็ไปตายซะสิ คริสตัลพูดประชดประชัน เธอก้มมองเชือกเส้นเล็กที่ล่ามขาข้างซ้ายของเธอไว้อย่างขัดอกขัดใจ
สาวน้อยทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่ม ๆ ด้วยท่าทีหงุดหงิดเต็มแก่ โดยไม่สนใจชายหนุ่มที่เฝ้ามองเธออยู่ไม่ห่าง
ความเงียบโรยตัวอยู่นาน จนในที่สุด เธอซึ่งเป็นฝ่ายที่ทนกับบรรยากาศชวนอึดอัดไม่ไหว จึงเอ่ยขึ้น
เอริออส.. คริสตัลเรียกด้วยเสียงแผ่วเบา ตาสีน้ำตาลยังคงเหม่อมองก้อนเมฆที่นอกหน้าต่าง
ถ้าฉันจะต้องตายจริง ๆ แล้วฉันจะได้อยู่นรกหรือสวรรค์หรอ
ทูตสวรรค์จ้องมองเธอจากด้านหลังด้วยสาตาที่เจ็บปวด
เธอจะไม่ได้ไปทั้งนรกและสวรรค์ ภาชนะที่มอดไหมจากการถ่ายโอนเวทย์จะสูญสลายไปจากโลกนี้
คริสตัลกำมือแน่น บีบขอบหน้าต่างจนมือเป็นห้อเลือดแดงช้ำ
หรอ...อ...ถ้าอย่างนั้น ฉันก็คงไม่ได้เจอคนอื่น ๆ อีกแล้วสินะ เธอก้มหน้านิ่ง หยดน้ำใส่ ๆ ไหลรินออกมาจากดวงตาสีน้ำตาลคู่สวยทั้งสองข้าง
ค..คริสตัล เอริออสเผลอเรียกชื่อเธอออกมา
หือ? สาวน้อยรีบปาดน้ำตา เธอจะให้เขาเห็นความอ่อนแอไม่ได้ เธอหันกลับมาทางเอริออสด้วยรอยยิ้มฝืด ๆ
มือใหญ่ทั้งสองข้างโอบกอดร่างบางเข้ามาแนบชิดกับหน้าอกกว้าง แก้มนิ่ม ๆ สัมผัสไออุ่นที่แผ่ซ่านมาถึงหัวใจ เอริออสลูบผมของเธอไปมาเป็นการปลอบปะโลม มือเชยคางของสาวน้อยที่ก้มหน้างุดให้เชิดขึ้นในระดับที่เขาเห็นได้ชัด จุมพิตประทับบนหน้าผากเล็ก ๆ ก่อนที่อ้อมกอดแสนอบอุ่นจะเริ่มกระชับขึ้น
ฉันจะปกป้องเธอเอง
คำพูดของเอริออสทำให้คริสตัลหัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ มันรัวจนจับจังหวะไม่ได้
แม้จะฟังดูแล้วทำให้หัวใจที่ห่อเหี่ยว ไร้ซึ่งเรี่ยวแรง กลับชุ่มชื่นมีชีวิตชีวาอีกครั้ง แต่สิ่งที่เขาจะทำ เพื่อมาปกป้องเธอ มันเป็นการแหกกฎสวรรค์ ดีไม่ดี ตัวของเอริออส เองอาจถึงขั้นโดนลงโทษอย่างหนักก็เป็นได้ และอาจจะต้องมีจุดจบเช่นเดียวกับพ่อแม่ของเธอ ที่พยายามจะปกป้องเธอในตอนนั้น
คริสตัลก้มหน้านิ่ง มันเป็นโชคชะตาที่เธอจะต้องแบกรับแต่ผู้เดียว จะให้คนอื่นต้องมาเดือดร้อนเพราะเธออีกไม่ได้
-----------
ห้องโถงใหญ่ใจกลางอาณาจักรสวรรค์ ถูกเลือกให้เป็นสถานที่เปิดการพิพากษานักโทษคนสำคัญ บนบัลลังค์สูงสุด มีเทพซีอัส ผู้ปกครองแดนสิวิลัยแห่งนี้นั่งเป็นประธานในพิธี โดยมีเหล่าสภาแห่งสวรรค์นับสิบคนนั่งรายรอบบนเก้าอี้อัฒจรรย์ที่สูงตระหง่านเป็นวงกลม
ก้าวแรกที่คริสตัลเหยียบย่างเข้ามา ณ ที่แห่งนี้ เธอก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่แสนกดดันจากทุกทิศทุกทาง สายตานับสิบคู่ต่างจับจ้องมาที่นักโทษคนสำคัญ มือเล็ก ๆ กุมชายเสื้อของเอริออสที่เดินนำหน้าเธอไว้แน่น
เสียงจอแจ วิภาควิจารณ์ถึงเธอดังไปทั่วห้องประชุม
ปั่ง ๆ ๆ!!!
ประธานในพิธีใช้ค้อนเหล็กด้ามจิ๋วสีเงินสวย เคาะไปที่โต๊ะเป็นสัญญาณให้ทุกคนเงียบ
เมื่อความเงียบโรยตัวเข้ามา บรรยากาศในห้องประชุมก็ชวนให้อึดอัดมากขึ้น ผ่านมาได้สักพักก็ดูเหมือนว่าการประชุมถึงหัวข้อสำคัญทำท่าจะยืดเยื้อ เสียงถกเถียงถึงประเด็นร้อนที่จัดตั้งขึ้นเป็นการฉุกเฉินก็เริ่มระอุจนเดือดดาน ต่างฝ่ายต่างตกลงกันไม่ได้ถึงวิธีจัดการกับนักโทษคนสำคัญ
เราควรนำเวทย์ย้อนเวลาถ่ายโอนกลับคืนภาชนะเดิมของมัน เทวทูตอวุโสคนหนึ่งเสนอความเห็น
แต่มันจะทำให้วิญญาณของเด็กคนนั้นต้องดับสลายไปนะ เรื่องนี้ข้ายอมไม่ได้ มันขัดกับคุณธรรมที่เรายึดถือ หญิงชราร่างท้วมค้าน
ท่านก็ทราบอยู่แล้วไม่ใช่รึว่าหากมีคนที่พยายามใช้เวทย์ไปในทางที่ผิด จะทำให้สมดุลระหว่างโลกทั้งสามภพถูกทำลาย
เรื่องนั้นข้าก็ทราบดีอยู่แก่ใจ แต่ท่าน...เด็กคนนั้นไม่มีความผิดอะไร เธอเป็นผู้บริสุทธิ์ บิดาและมารดาของเธอต่างหากเป็นผู้กระทำผิด และทั้งสองคนนั้นก็ได้รับโทษที่สาสมแล้วด้วย
พูดถึงการได้รับโทษของนาล์ฟ ในเมื่อเราหาเวทย์ย้อนเวลาเจอแล้ว ข้าว่าถึงเวลาที่ควรจะปลดพันธนาการจากคำสาปหินนั้นเสียที หรือว่า...ท่านซีอัสจะเห็นสมควรเป็นอย่างอื่น เทวทูตชราที่ไว้เครายาวรุงรังลองถามความเห็นจากซีอัส
เทพซีอัสนิ่งอยู่ชั่วครู่ ภาพของลูกชายคนโปรดที่ต้องคำสาปให้กลายเป็นหินวนเวียนอยู่ในหัว ซีอัสรู้ดีว่า นาล์ฟได้ทำผิดกฎสรรค์ขั้นร้ายแรง แต่การถูกลงทันถึงสามพันปีที่ต้องตกอยู่ในสภาพตายทั้งเป็น คงจะสาสมกับโทษที่เขาก่อไป ตอนนี้คงถึงเวลาอันสมควรแล้วกระมังที่นาล์ฟจะได้ถูกปลดปล่อยเสีย และหนทางเดียวที่จะหลุดพ้นจากพันธนาการบ้า ๆ อันนี้ คือต้องอาศัยเวทย์ย้อนเวลาเท่านั้น
ข้าคิดว่า นาล์ฟสมควรได้รับการปลดปล่อย เขาเอ่ยเรียบ ๆ
แล้วเด็กที่เป็นภาชนะใหม่นั่นล่ะ จะทำอย่างไรดี
ซีอัสมองคริสตัลอย่างชั่งใจ เขาควรจะเลือกอะไรดี ระหว่างความถูกต้องเพื่อรักษาสมดุลของโลกทั้งสาม ไม่ให้มีคนนำเวทย์ไปใช้ในทางที่ผิด หรือเขาจะเลือกเด็กหญิงคนนี้ คนที่ได้ชื่อว่าเป็นหลานแท้ ๆ ของเขาเอง
แล้วแต่ที่ประชุมจะเห็นชอบ
กระดาษแผ่นเล็กถูกแจกปลิวว่อนไปหาที่นั่งของคณะกรรมการแต่ละคนเพื่อให้ลงความเห็น
คริสตัลใจจดใจจ่อรอคำพิพากษาถึงชะตาชีวิตของเธอด้วยความระทึก มือเล็ก ๆ ของเธอที่กำแน่น ชุ่มไปด้วยเหงื่อ ใบหน้าที่เคยอิ่มเอมสีชมพูฝาดกลับซีดเซียวจนดูน่ากลัวเหมือนคนป่วยขั้นโคม่า
ในที่สุดกระดาษลงมติทุกใบก็ลอยกลับมาที่ประธานในพิธี มันแยกออกเป็นสองกองเท่า ๆ กันอย่างละ 6 ใบ หมายความว่ามีสองความเห็นที่ขัดแย้งกัน คริสตัลเดาว่ากองหนึ่งน่าจะเป็นให้เธอตาย และอีกกองก็คงให้เธอรอด
การที่ผลการตัดสินออกมาแบบนี้ ก็หมายความว่า...คนที่มีสิทธิจะชี้ขาดในชีวิตของเธอก็คือเทพซีอัสที่นั่งนิ่งเป็นประติมากรรมน้ำแข็งอย่างนั้นหรือ
ไม่ทันขาดคำ ก็มีเสียงหนึ่งดังมาจากเหล่าสภาอวุโส
ถ้าผลเป็นแบบนี้ คงต้องให้ท่านซีอัสเป็นผู้ตัดสินแล้วล่ะ
เอริออสหันไปมองคริสตัลด้วยความกังวล เขารู้ดีว่าเทพซีอัสเป็นผู้ที่รักความถูกต้องเป็นที่สุด ไม่ว่าอย่างไร เขาคงไม่ยอมเห็นแก่ความสัมพันธ์ความเป็นปู่กับหลานมาทำลายกฏเกณฑ์ที่เขายึดถือมาตลอดหรอก
ต้องทำอะไรสักอย่าง ก่อนที่จะไม่ทันการ!
แต่ไม่ทันที่เอริออสจะขยับตัว
ตูม!!!
เสียงระเบิดดังสนั่นมาจากด้านหลัง ประตูบานใหญ่แตกละเอียดเป็นธุลี มันเปิดโล่งโดยแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ
หมอก!
คาถาอำพรางที่เอริออสคุ้นเคย เขาจำได้แม่นเลยว่ากลยุทธ์นี้ถูกคิดขึ้นโดยคริสตัล เมื่อครั้งที่ไปช่วยกัปตันสวอน เธอให้เหตุผลว่า การใช้หมอกเข้าช่วย เพื่อเป็นการหลอกล่อให้ฝ่ายตรงข้ามสับสน จนมองไม่เห็นเป้าหมายที่แท้จริงในการบุกชิงตัวนักโทษ ทำให้งานสำเร็จง่ายขึ้น และแถมไม่ต้องเปลืองแรงมากด้วย
กลุ่มหมอกหนาก่อตัวขึ้น โดยเซรอส ยอดองคลักษณ์อันดับ 1 แห่งนรก ทั้งระเบิด ทั้งหมอก ทำให้บรรดาเหล่าสภาอวุโส ที่ไม่ทันจะได้ตั้งตัว ต่างตกอกตกใจเป็นการใหญ่
เอริออสหันกลับไปควานหาร่างของสาวน้อยในม่านหมอกหนา
คริสตัล! เอริออสเรียกเธอ แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับ
และก็เป็นไปอย่างที่เอริออสคิด การระเบิดประตูนั้นเพื่อเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจของทุกคนจากตัวนักโทษ แถมหมอกหนาก็อำพรางการชิงตัวได้เป็นอย่างดี
นี่คงจะเป็นแผนการของใครไปไม่ได้ นอกจากคนที่เคยเห็นมันมาก่อน และตอนนี้ในหัวของเขาก็มีเพียงชื่อเดียวที่ลอยเด่นขึ้นมา
เบเซน!
ใกล้จบแล้วค่ะสำหรับ H&H
แต่ว่าคงมาอัพช้ามาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆๆ
เนื่องจากที่ที่จะไปอยู่ ไม่มีเน็ตเลย (กันดานจัง)
จะพยายามมาอัพนะค่ะ
Mulie
สมัครสมาชิก