Nymph
บทที่ 1 คำสั่งเสีย
เรือสำเภาลำใหญ่แล่นฝ่าหมอกม่านหนาทึบ อยู่กลางทะเล สายลมหอบเอากลิ่นไอของน้ำเค็มคละคลุ้งไปทั่วทั้งลำ ธงเก่าสีขาวขาดโบกไสวอยู่บนยอด แม้จะใกล้รุ้งสางแล้ว แต่การอยู่ท่ามกลางทะเลแสนกว้างใหญ่บวกทัศนียภาพที่ไม่สู้ดี ทำให้ผู้เป็นกัปตันมองเห็นชายฝั่งเบื้องหน้าไม่ชัดเจนนัก
เด็กชายวัยสิบสองสวมเสื้อผ้ามอมแมมบ่งบอกว่าเขาคงห่างไกลจากการชำระล้างร่างกายมาเป็นแรมเดือน ยืนรับลมเย็นยามเช้าด้วยจิตใจเบิกบาน
ทั้งเขาและคณะการค้า เดินทางรอนแรมมาจากหมู่เกาะปลาวาฬที่ห่างไกล ใช้เวลาหลายเดือน เพื่อมุ่งหน้าแสวงหาที่ทางทำกินใหม่ ดินแดนที่กล่าวขานกันว่า ทุกอย่างดังใจปรารถนา หาได้ที่เอธาการ์ด แผ่นดินทางตอนใต้ที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในโลก
สามเดือนที่ผ่านมา ชีวิตของเขาต้องนั่งมองแต่นกนางนวล และปลาในท้องทะเล แรก ๆ ก็สนุกดี แต่นาน ๆ เข้า เรื่องสนุกก็กลายเป็นสิ่งน่าเบื่อ
แต่วันนี้...เรื่องสนุกที่มาก่อกวนใจของเขาตั้งแต่หัวค่ำจนไม่เป็นอันหลับอันนอนก็คือ หลังจากเห็นแสงแรกของตะวันที่ปลายฟ้า แผ่นดินที่เขามุ่งหน้ามาตามหาก็จะปรากฏขึ้น แน่นอนว่า เด็กชายที่อยากรู้อยากเห็นอย่างเขาคงไม่พลาดงานนี้ง่าย ๆ
นั่นอะไร!
คิ้วเรียวของเด็กหนุ่มขมวดเข้าหากันเป็นปม
เกิดแสงสว่างไปทั่วทั้งท้องฟ้า เมื่อลำแสงประหลาดพุ่งยาวลงมาจากเบื้องบน มันพุ่งหายเข้าไปในกลุ่มหมอกหนา
แล้ว....วูบ~บ!!
แสงนั้นตกกระจายสาดแสงไปทั่ว มันเจิดจ้ามากพอที่จะสลายหมอกหนา ฝั่งใหญ่ข้างหน้าจึงปรากฏเพียงชั่วแวบ ก่อนที่จะหายไปหลังม่านหมอก
คำพูดมากมายที่อยากจะตะโกนออกมา แต่มันกลับติดอยู่ที่ลำคอที่ตีบแคบ เขารู้สึกตื่นเต้นจนบอกไม่ถูก รูขุมขนเล็กทั่วทั้งแขนพร้อมใจกันลุกชันด้วยความตระหนก แต่ก่อนที่เขาจะตั้งสติได้กับสิ่งที่เกิดตรงหน้า สายตาก็สังเกตเห็นซากปรักหักพังของเศษไม้ลอยมากระแทกกับกาบเรือที่เขายืนอยู่
เด็กชายพยายามชะโงกลงมองเศษไม้ที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ตรงหน้า สีหน้างุนงงปรากฏชัดขึ้นอีกครั้ง พลันดวงตานั้นก็เบิกกว้าง เสียงร้องออกมาแทบไม่เป็นคำพูด เมื่อมองเห็นตระกร้าหวายใบใหญ่ที่ลอยเข้ามาใกล้
ท่านปู่ ๆ ช่วยด้วย ๆ ใครก็ได้ช่วยที มีเด็กอยู่ในทะเล!!
เสียงโวยวายที่ดังสนั่น ปลุกผู้ที่หลับใหลให้ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ ชายวัยฉกรรจ์หลายคนกระโจนลงน้ำทันทีโดยไม่คิดแม้แต่จะลังเล
ไม่นานตระกร้าหวายที่มีเด็กทารกอยู่ก็ถูกอุ้มขึ้นมาวางบนพื้นกระดานที่เปียกโชก เด็กชายพยายามแหวกฝ่าฝูงชนเข้าไปใกล้ ๆ ทารกน้อยที่ยังหลับตาพริ้ม
พวกเรา ดูนั่นสิ เสียงชายคนหนึ่งตะโกนลั่น
ภาพน่าสยดสยองชวนให้เลือดในกายเย็นเฉียบปรากฏขึ้นเมื่อแสงอาทิตย์ขึ้นมาสาดส่อง ซากเรือแตกมีควันไฟคละคลุ้งกระจายไปทั่ว ไม่มีแม้แต่เสียงร้องขอความช่วยเหลือ หรือเสียงร้องโหยหวน
มันเงียบ เงียบจนน่ากลัว
เรือสำเภาของคณะยิปซีแล่นผ่านซากนั้นไปช้า ๆ พวกเขาแทบจะหยุดหายใจต่อเหตุการณ์ตรงหน้า กลิ่นคาวเลือดลอยกลบกลิ่นไอทะเล
หญิงชราผู้เป็นหัวหน้าของกลุ่ม ถอดหมวกผ้าไหมสีซีดเอามากุมไว้ ก้มหน้านิ่งด้วยความไว้อาลัย ยิปซีคนอื่นเห็นก็ทำตามจนกระทั่งเรือแล่นผ่านไป
คีตา... ชายชราหันมาเรียกเด็กชายที่ยังยืนนิ่งอยู่ เขาเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ด้วยความสงสัย
ครับท่านปู่
ในเมื่อเจ้าเป็นคนเจอเด็กคนนี้ เจ้าก็ต้องรับผิดชอบ
คีตาทำหน้าตาตื่น คิ้วหมุนขึ้นด้วยความไม่เข้าใจ ชายชรายิ้มให้ด้วยความอบอุ่น มือเหี่ยว ๆ เอื้อมมาลูบผมสีดำยุ่งเหยิงเบา ๆ
โชคชะตานำพาเด็กคนนี้มา จงดูแลเธอให้ดีดุจน้องร่วมสายเลือดจะทำได้ไหม
เขายิ้มรับด้วยความหนักแน่น พลางอุ้มตระกร้าใบใหญ่เกือบเท่าตัวขึ้นมาด้วยความทุลักทุเล
ครับ ข้าทำได้ เขายิ้มให้เด็กน้อยในตะกร้าด้วยความอ่อนโยน
แต่ดูเหมือนว่ารอยยิ้มนั้นจะหุบลงทันที เมื่อเสียงหนึ่งมากระทบโสตประสาท ทำให้เขาต้องรีบตื่นจากนิทราในเวลากลางวัน
มือหนาขยี้ตา ไล่ความง่วงในยามบ่าย
ช่วงนี้เขาฝันถึงเหตุการณ์ในคืนนั้นบ่อยเสียจนเขาคิดว่า คือสิ่งที่ท่านปู่ซึ่งเพิ่งเสียไปได้ไม่กี่ปี คอยมาตอกย้ำความทรงจำนั้นอยู่เสมอ
แล้วเสียงโวยวายที่ปลุกเขาจากฝันกลางวัน ก็โผล่เข้ามาในกระโจมด้วยความกระหืดกระหอบ
ท่าน...ท่านคีตาครีบ เกิดเรื่อง เกิด เกิดเรื่อง
ใจเย็นคัปป้า ค่อย ๆ พูดสิ เกิดอะไรขึ้น
คุณไดอาร์ครับ...
แล้วก็เป็นดังคาด เรื่องวุ่นวายในยามบ่ายของวันที่อากาศสดใสคงเกิดจากใครไม่ได้ นอกจากยัยน้องสาวตัวแสบของเขานั่นเอง
---------
หนังหมีขาวหายากจากดินแดนฮีมารูน ขนละเอียดเป็นมันวาว ป้องกันความหนาวจากหิมะกัด มีสรรพคุณทางยาสูงถ้าเกิดใช้ห่มในคนที่มีไข้สูง ไข้จะหายเพียงชั่วข้ามคืน...
เสียงโฆษณาสินค้าจากชายหัวล้าน ตาตี่ ถึงหนังหมีขาวกองโตในตลาดท่าเรือเมืองมาริน เมืองแห่งการค้าและวิทยาการที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดของอาณาจักรเอธาการ์ด ดังลั่นตลาด มืออ้วนป้อมวาดลีลาอวดอ้างสินค้าแสนวิเศษจนผู้คนแถวนั้นต่างพากันมามุงดูกันเป็นท่องเป็นแถว
เอ้า...เร่เข้ามาเลยนายท่านทั้งหลาย หนังหมีขาวเพียงผืนละ 2,000 ฟอนท์ ไม่แพง ๆ
หลายมือที่หยิบยื้อหนังหมีขาวพากันบรรจงวางมันลงช้า ๆ ราวจับต้องอัญมณี
ตั้ง สองพันฟอนท์ ใครว่าไม่แพง เสียงหวานติดจะยียวนเอ่ยขึ้น ขณะจับหนังหมีขาวขึ้นมาพินิจพิเคราะห์
เฮ้! ไอ้หนู ระวังหน่อยของดีราคาแพงไม่ใช่ของจับเล่น พ่อค้าหัวล้านเอ็ดเสียงดัง พลางกระชากหนังในมือกลับคืน
ของดี? เสียงสูงทวนคำพูดแบบไม่แน่ใจ
ใช่...ของดีหายากจากแดนฮิมารูน ไม่ใช่จะหากันได้ง่าย ๆ ไม่ซื้อแล้วจะเสียใจ
มือบางเอื้อมไปหยิบหนังหมีขาวขึ้นมาลูบไล้อย่างเบามืออีกครั้ง จมูกโด่งรั้นสูดฟุดฟิดซึมซับกลิ่นเข้าไป
อืม...สงสัยไม่ซื้อจะต้องเสียใจจริง ๆ งั้นฉันขอ 10 ผืน คิดเท่าไร
10ผืน สองหมื่นฟอนท์ แต่คิดให้ราคาพิเศษ เอาแค่ หมื่นแปดฟอนท์แล้วกัน ชายหัวล้านเสนอให้ด้วยท่าทางอารมณ์ดี
คิ้วเรียวหมุนขึ้น หือ...ฉันว่าแค่ห้าพันฟอนท์ก็พอมั้ง นี่ฉันให้ราคาดีแล้วนะ เห็นว่าเป็นหนังสุนัขจิ้งจอกขาวของดินแดนฮีมารูน
คำประกาศต่อรองราคา เรียกเสียงฮือฮาจากเหล่าผู้ที่มาต่อแถวซื้อหนังหมีที่กลายมาเป็นหนังสุนัขจิ้งจอกได้อย่างดี สายตานับสิบคู่ปราดมามองที่เจ้าคนรู้มากที่รนหาเรื่องผิดที่
รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏบนใบหน้าหวาน
ปกติหนังหมีขาวต้องมีกลิ่นหิมะบวกกับกลิ่นน้ำผึงที่หมีชอบกิน แต่กลิ่นที่อยู่บนขนอันนี้ มันมีกลิ่นสาบของพวกซากสัตว์ที่สุนัขจิ้งจอกชอบกินต่างหาก...ถ้าไม่เชื่อก็ดมดูสิ
หนังหมีขาวตรงหน้าถูกยือยุดไปพิสูจน์จนพ่อค้าหัวล้านที่เคยมีศีรษะเป็นประกายมันวาว ถึงกับมีเม็ดเหงื่อไหล่ลงมาอาบ
นี่มันหนังสุนัขจิ้งจอกนี่! แกไอ้หัวล้าน หลอกพวกฉันรึ
ใช่ ไอ้พ่อค้าหน้าเลือด เอาเงินฉันคืนมา
เอาเงินมา ๆ ๆ!!
บรรดาชาวบ้านที่เคยรุมล้อมซื้อของ แปลเปลี่ยนสภาพกลายมาเป็นรุมทึ้งฉีกร่างอ้วนของพ่อค้าหน้าเลือดแทน
เบา ๆ นะ เดี๋ยวพ่อค้าหน้าเลือดจะตายเสียก่อน ทุกคนจะอดได้เงินคืน เสียงหวานหัวเราะคิกคัก แถมตบมือตบเท้าด้วยความชอบใจ
มันสนุกมากใช่ไหม ไดอาร์
เสียงเข้มดุมาจากด้านหลัง เรียกให้สาวน้อยนามไดอาร์หันกลับมาช้า ๆ พร้อมรอยยิ้มเจื่อนที่โปรยกลับมาให้
แหะ ๆ พี่คีตา มาอยู่ตรงนี้ได้ไง
ชายหนุ่มผมสีดำผู้มีดวงตาสีเขียวสด มองมายังสาวน้อยด้วยความละเหี่ยใจ มือหนาเอื้อมไปกระชากคอเสื้อเจ้าคนตรงหน้าลากออกมาจากกลุ่มการลงประชาทัณฑ์ที่เจ้าตัวเป็นคนก่อ
มาอยู่ได้ไงมันไม่สำคัญ เท่ากับ เรื่องตรงหน้านี่หรอก ก่อเรื่องอีกแล้วใช่ไหมเรา
ฉันก็แค่สั่งสอน พวกพ่อค้าหน้าเลือด มันทำให้สถาบันการค้าของเราเสื่อมเสีย มันเป็นหน้าที่ของฉันที่เป็นคนหนึ่งในขบวนการค้าที่ต้องปกป้องศักดิ์ศรี เจ้าตัวดีเถียงเหย็ง ๆ
คีตาถอนหายใจพรืด ด้วยความเซ็ง
ฉันในฐานะที่เป็นหัวหน้าขบวนการค้าสามารถรับผิดชอบหน้าที่นั้นเองได้ ไม่ต้องพึ่งพาเด็กแสบอย่างเธอหรอก
ก็เรามันพี่น้องกัน เรื่องแค่นี้ไม่ต้องขอร้องฉันก็ทำให้
คีตาแยกเขี้ยวให้อย่างหมั่นไส้ในตัวน้องสาว ที่เสนอหน้ามารับผิดชอบทำหน้าที่แทนตน
นัยน์ตาสีเขียวสดมองน้องสาวตัวดีอย่างพินิจพิเคราะห์ น้องสาวสุดรักตรงหน้าที่โตขึ้นมาก ผมสีทองราวเส้นไหมนุ่ม ถูกขมวดเก็บไว้ภายใต้หมวกเก่า ๆ ใบหน้ารูปไข่สีขาวนวลระบายด้วยพวงแก้มสีชมพูฟาด รับกับดวงตาสีน้ำตาลประกายคู่โต และเรียวปากอิ่มราวกลีบดอกไม้ยิ้มให้เขาอย่างที่เคยมา ติดเสียแต่ว่าตอนนี้สภาพมอมแมม กับชุดกางเกงเก่า ๆ ที่เจ้าตัวแสบมักชอบหยิบมาสวมใส่ ทำให้สาวน้อยบอบบางคนเดิมห่างไกลกับคำว่า งดงาม ยิ่งนัก
สาวน้อยตัวแสบยิ้มแหย ๆ มาให้ขัดตาทัพ
พี่อ่ะ อย่าทำหน้าดุสิเดี๋ยวแก่เร็วนะ ตัวตัวดีเข้ามาอ้อน
ไม่ต้องมาพูดดีไป คดีนี้พี่ต้องชำระความก่อนไปวิหารแน่
ไดอาร์ทำหน้ามุ่ยไม่พอใจ พี่คีตา ฉันไม่ไปอยู่วิหารไม่ได้หรอ พี่ก็รู้ว่าฉันเฉียดใกล้วัดใกล้วาทีไรแล้วรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ บอกไม่ถูก ไม่ว่าเปล่าไดอาร์เอามือถูกไปมาทำท่ากระอักกระอ่วนใจ
คีตาถอนหายใจพรืด เราคุยกันหลายครั้งแล้วนะเรื่องนี้...อย่าทำให้พี่ต้องลำบากใจสิ
รู้แล้ว ๆ...คำสั่งเสียของท่านปู่ โถ่พี่ ปู่ก็ตายไปตั้งนานแล้ว ลืม ๆ ไปไม่ได้หรอ ฉันอยากอยู่กับพี่คีตาแล้วก็ขบวนการค้าของเรานี่นา นะ นะ นะพี่
เจ้าตัวดีพยายามอ้อน แต่ก็ดูเหมือนจะไม่เป็นผล ไดอาร์พยายามคุยเรื่องนี้เป็นรอบที่ร้อย เพื่อต่อรองไม่ให้คีตาผู้ซึ่งเป็นพี่ พาเธอมาฝากไว้ที่วิหารศักดิ์สิทธิ์เมืองมาริน ตามคำสั่งเสียของผู้เป็นปู่ก่อนลาจากโลกว่า หากเมื่อใดที่ไดอาร์ใกล้จะบรรลุนิติภาวะ ให้พาเธอมาฝากไว้กับวิหารศักดิ์สิทธิ์ โดยให้เหตุผลแปลก ๆ ว่าในคณะมีแต่ผู้ชายป่าเถื่อน ท่านปู่กลัวว่าเธอจะได้คู่ครองที่เป็นกรรมกรแบกหาม วัน ๆ กินแต่เหล้า เล่นแต่การพนัน เลยจับให้ไปเป็นสาวโสดอยู่บนคานทองในวิหารดีเสียกว่า
ขนาดตายไปแล้ว ยังอุตส่าห่วงหลานสาว น่ากราบคารวะจริง ๆ
อ้อนให้ตายก็ไม่เปลี่ยนใจหรอก พรุ่งนี้เตรียมตัวซะตัวแสบ...พี่จะพาไปฝากตอนเช้า
หา!
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้าคมคายของคีตา ถือเป็นการทำโทษเรื่องวันนี้ และ...ดัดนิสัยแสบ ๆ ให้กลายเป็นกุลสตรี
ไดอาร์ หัวเราะ หึ กุลสตรีจะกลายเป็นขายหน้าประชาชีมากกว่าละไม่ว่า
เอาน่า อย่าคิดมาก ถึงยังไง พี่ก็ค้าขายอยู่ในเมืองนี้แหละ แล้วจะหมั่นไปเยี่ยม มือหนาขยี้หัวสาวน้อยเบา ๆ เป็นการปลอบ
ให้มันจริงเหอะ ไม่ใช่ทิ้งน้องทิ้งนุ่งไว้เลยแล้วกัน
ไดอาร์มองลึกเข้าไปยังดวงตาสีเขียวสดที่มีแววระริกเจ้าเล่ห์อยู่ในนั้น สาวน้อยแอบลอบถอนหายใจอย่างหนักหน่วง
สงสัย งานนี้โดนทิ้งชัวร์!
______________________________
มาแล้วกับผลงานชิ้นใหม่ หลังจากค้นหาแรงบันดาลใจมาแรมเดือน T-T
ฝากฝังเรื่อง Nymph ด้วยนะค๊า ^_^V
ติชมกันได้เหมือนเดิม
Mulie

