วันที่ : 28 เมษายน 2551
ชื่อเรื่อง : Nymph : เทพธิดาแสนซน
ชื่อตอน (chapter) : Nymph : บทที่ 1 คำสั่งเสีย

Nymph

บทที่ 1 คำสั่งเสีย

            เรือสำเภาลำใหญ่แล่นฝ่าหมอกม่านหนาทึบ อยู่กลางทะเล สายลมหอบเอากลิ่นไอของน้ำเค็มคละคลุ้งไปทั่วทั้งลำ ธงเก่าสีขาวขาดโบกไสวอยู่บนยอด แม้จะใกล้รุ้งสางแล้ว แต่การอยู่ท่ามกลางทะเลแสนกว้างใหญ่บวกทัศนียภาพที่ไม่สู้ดี ทำให้ผู้เป็นกัปตันมองเห็นชายฝั่งเบื้องหน้าไม่ชัดเจนนัก

            เด็กชายวัยสิบสองสวมเสื้อผ้ามอมแมมบ่งบอกว่าเขาคงห่างไกลจากการชำระล้างร่างกายมาเป็นแรมเดือน ยืนรับลมเย็นยามเช้าด้วยจิตใจเบิกบาน

            ทั้งเขาและคณะการค้า เดินทางรอนแรมมาจากหมู่เกาะปลาวาฬที่ห่างไกล ใช้เวลาหลายเดือน เพื่อมุ่งหน้าแสวงหาที่ทางทำกินใหม่ ดินแดนที่กล่าวขานกันว่า ทุกอย่างดังใจปรารถนา หาได้ที่เอธาการ์ด แผ่นดินทางตอนใต้ที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในโลก

            สามเดือนที่ผ่านมา ชีวิตของเขาต้องนั่งมองแต่นกนางนวล และปลาในท้องทะเล แรก ๆ ก็สนุกดี แต่นาน ๆ เข้า เรื่องสนุกก็กลายเป็นสิ่งน่าเบื่อ

            แต่วันนี้...เรื่องสนุกที่มาก่อกวนใจของเขาตั้งแต่หัวค่ำจนไม่เป็นอันหลับอันนอนก็คือ หลังจากเห็นแสงแรกของตะวันที่ปลายฟ้า แผ่นดินที่เขามุ่งหน้ามาตามหาก็จะปรากฏขึ้น แน่นอนว่า เด็กชายที่อยากรู้อยากเห็นอย่างเขาคงไม่พลาดงานนี้ง่าย ๆ

            นั่นอะไร!

            คิ้วเรียวของเด็กหนุ่มขมวดเข้าหากันเป็นปม

            เกิดแสงสว่างไปทั่วทั้งท้องฟ้า เมื่อลำแสงประหลาดพุ่งยาวลงมาจากเบื้องบน มันพุ่งหายเข้าไปในกลุ่มหมอกหนา

            แล้ว....วูบ~!!

            แสงนั้นตกกระจายสาดแสงไปทั่ว มันเจิดจ้ามากพอที่จะสลายหมอกหนา ฝั่งใหญ่ข้างหน้าจึงปรากฏเพียงชั่วแวบ ก่อนที่จะหายไปหลังม่านหมอก

            คำพูดมากมายที่อยากจะตะโกนออกมา แต่มันกลับติดอยู่ที่ลำคอที่ตีบแคบ เขารู้สึกตื่นเต้นจนบอกไม่ถูก รูขุมขนเล็กทั่วทั้งแขนพร้อมใจกันลุกชันด้วยความตระหนก แต่ก่อนที่เขาจะตั้งสติได้กับสิ่งที่เกิดตรงหน้า สายตาก็สังเกตเห็นซากปรักหักพังของเศษไม้ลอยมากระแทกกับกาบเรือที่เขายืนอยู่

            เด็กชายพยายามชะโงกลงมองเศษไม้ที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ตรงหน้า  สีหน้างุนงงปรากฏชัดขึ้นอีกครั้ง พลันดวงตานั้นก็เบิกกว้าง เสียงร้องออกมาแทบไม่เป็นคำพูด เมื่อมองเห็นตระกร้าหวายใบใหญ่ที่ลอยเข้ามาใกล้

            “ท่านปู่ ๆ ช่วยด้วย ๆ ใครก็ได้ช่วยที มีเด็กอยู่ในทะเล!!”

            เสียงโวยวายที่ดังสนั่น ปลุกผู้ที่หลับใหลให้ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ ชายวัยฉกรรจ์หลายคนกระโจนลงน้ำทันทีโดยไม่คิดแม้แต่จะลังเล

            ไม่นานตระกร้าหวายที่มีเด็กทารกอยู่ก็ถูกอุ้มขึ้นมาวางบนพื้นกระดานที่เปียกโชก เด็กชายพยายามแหวกฝ่าฝูงชนเข้าไปใกล้ ๆ ทารกน้อยที่ยังหลับตาพริ้ม

            “พวกเรา ดูนั่นสิ” เสียงชายคนหนึ่งตะโกนลั่น

            ภาพน่าสยดสยองชวนให้เลือดในกายเย็นเฉียบปรากฏขึ้นเมื่อแสงอาทิตย์ขึ้นมาสาดส่อง ซากเรือแตกมีควันไฟคละคลุ้งกระจายไปทั่ว ไม่มีแม้แต่เสียงร้องขอความช่วยเหลือ หรือเสียงร้องโหยหวน

            มันเงียบ เงียบจนน่ากลัว

            เรือสำเภาของคณะยิปซีแล่นผ่านซากนั้นไปช้า ๆ พวกเขาแทบจะหยุดหายใจต่อเหตุการณ์ตรงหน้า กลิ่นคาวเลือดลอยกลบกลิ่นไอทะเล

            หญิงชราผู้เป็นหัวหน้าของกลุ่ม ถอดหมวกผ้าไหมสีซีดเอามากุมไว้ ก้มหน้านิ่งด้วยความไว้อาลัย ยิปซีคนอื่นเห็นก็ทำตามจนกระทั่งเรือแล่นผ่านไป

            “คีตา...” ชายชราหันมาเรียกเด็กชายที่ยังยืนนิ่งอยู่ เขาเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ด้วยความสงสัย

            “ครับท่านปู่”   

            “ในเมื่อเจ้าเป็นคนเจอเด็กคนนี้ เจ้าก็ต้องรับผิดชอบ”

            คีตาทำหน้าตาตื่น คิ้วหมุนขึ้นด้วยความไม่เข้าใจ ชายชรายิ้มให้ด้วยความอบอุ่น มือเหี่ยว ๆ เอื้อมมาลูบผมสีดำยุ่งเหยิงเบา ๆ

            “โชคชะตานำพาเด็กคนนี้มา จงดูแลเธอให้ดีดุจน้องร่วมสายเลือดจะทำได้ไหม”

            เขายิ้มรับด้วยความหนักแน่น พลางอุ้มตระกร้าใบใหญ่เกือบเท่าตัวขึ้นมาด้วยความทุลักทุเล

            “ครับ ข้าทำได้” เขายิ้มให้เด็กน้อยในตะกร้าด้วยความอ่อนโยน

            แต่ดูเหมือนว่ารอยยิ้มนั้นจะหุบลงทันที เมื่อเสียงหนึ่งมากระทบโสตประสาท ทำให้เขาต้องรีบตื่นจากนิทราในเวลากลางวัน

            มือหนาขยี้ตา ไล่ความง่วงในยามบ่าย

            ช่วงนี้เขาฝันถึงเหตุการณ์ในคืนนั้นบ่อยเสียจนเขาคิดว่า คือสิ่งที่ท่านปู่ซึ่งเพิ่งเสียไปได้ไม่กี่ปี คอยมาตอกย้ำความทรงจำนั้นอยู่เสมอ

            แล้วเสียงโวยวายที่ปลุกเขาจากฝันกลางวัน ก็โผล่เข้ามาในกระโจมด้วยความกระหืดกระหอบ

            “ท่าน...ท่านคีตาครีบ เกิดเรื่อง เกิด เกิดเรื่อง”

            “ใจเย็นคัปป้า ค่อย ๆ พูดสิ เกิดอะไรขึ้น”

            “คุณไดอาร์ครับ...”

            แล้วก็เป็นดังคาด เรื่องวุ่นวายในยามบ่ายของวันที่อากาศสดใสคงเกิดจากใครไม่ได้ นอกจากยัยน้องสาวตัวแสบของเขานั่นเอง

---------

            “หนังหมีขาวหายากจากดินแดนฮีมารูน ขนละเอียดเป็นมันวาว ป้องกันความหนาวจากหิมะกัด มีสรรพคุณทางยาสูงถ้าเกิดใช้ห่มในคนที่มีไข้สูง ไข้จะหายเพียงชั่วข้ามคืน...” 

            เสียงโฆษณาสินค้าจากชายหัวล้าน ตาตี่ ถึงหนังหมีขาวกองโตในตลาดท่าเรือเมืองมาริน เมืองแห่งการค้าและวิทยาการที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดของอาณาจักรเอธาการ์ด ดังลั่นตลาด มืออ้วนป้อมวาดลีลาอวดอ้างสินค้าแสนวิเศษจนผู้คนแถวนั้นต่างพากันมามุงดูกันเป็นท่องเป็นแถว

            “เอ้า...เร่เข้ามาเลยนายท่านทั้งหลาย หนังหมีขาวเพียงผืนละ 2,000 ฟอนท์ ไม่แพง ๆ”

            หลายมือที่หยิบยื้อหนังหมีขาวพากันบรรจงวางมันลงช้า ๆ ราวจับต้องอัญมณี

            “ตั้ง สองพันฟอนท์ ใครว่าไม่แพง” เสียงหวานติดจะยียวนเอ่ยขึ้น ขณะจับหนังหมีขาวขึ้นมาพินิจพิเคราะห์

            “เฮ้! ไอ้หนู ระวังหน่อยของดีราคาแพงไม่ใช่ของจับเล่น” พ่อค้าหัวล้านเอ็ดเสียงดัง พลางกระชากหนังในมือกลับคืน

            “ของดี?” เสียงสูงทวนคำพูดแบบไม่แน่ใจ

            “ใช่...ของดีหายากจากแดนฮิมารูน ไม่ใช่จะหากันได้ง่าย ๆ ไม่ซื้อแล้วจะเสียใจ”

            มือบางเอื้อมไปหยิบหนังหมีขาวขึ้นมาลูบไล้อย่างเบามืออีกครั้ง จมูกโด่งรั้นสูดฟุดฟิดซึมซับกลิ่นเข้าไป

            “อืม...สงสัยไม่ซื้อจะต้องเสียใจจริง ๆ งั้นฉันขอ 10 ผืน คิดเท่าไร”

            “10ผืน สองหมื่นฟอนท์ แต่คิดให้ราคาพิเศษ เอาแค่ หมื่นแปดฟอนท์แล้วกัน” ชายหัวล้านเสนอให้ด้วยท่าทางอารมณ์ดี

            คิ้วเรียวหมุนขึ้น “หือ...ฉันว่าแค่ห้าพันฟอนท์ก็พอมั้ง นี่ฉันให้ราคาดีแล้วนะ เห็นว่าเป็นหนังสุนัขจิ้งจอกขาวของดินแดนฮีมารูน”

            คำประกาศต่อรองราคา เรียกเสียงฮือฮาจากเหล่าผู้ที่มาต่อแถวซื้อหนังหมีที่กลายมาเป็นหนังสุนัขจิ้งจอกได้อย่างดี สายตานับสิบคู่ปราดมามองที่เจ้าคนรู้มากที่รนหาเรื่องผิดที่

            รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏบนใบหน้าหวาน

            “ปกติหนังหมีขาวต้องมีกลิ่นหิมะบวกกับกลิ่นน้ำผึงที่หมีชอบกิน แต่กลิ่นที่อยู่บนขนอันนี้ มันมีกลิ่นสาบของพวกซากสัตว์ที่สุนัขจิ้งจอกชอบกินต่างหาก...ถ้าไม่เชื่อก็ดมดูสิ”

            หนังหมีขาวตรงหน้าถูกยือยุดไปพิสูจน์จนพ่อค้าหัวล้านที่เคยมีศีรษะเป็นประกายมันวาว ถึงกับมีเม็ดเหงื่อไหล่ลงมาอาบ

            “นี่มันหนังสุนัขจิ้งจอกนี่! แกไอ้หัวล้าน หลอกพวกฉันรึ”

            “ใช่ ไอ้พ่อค้าหน้าเลือด เอาเงินฉันคืนมา”

            “เอาเงินมา ๆ ๆ!!”

            บรรดาชาวบ้านที่เคยรุมล้อมซื้อของ แปลเปลี่ยนสภาพกลายมาเป็นรุมทึ้งฉีกร่างอ้วนของพ่อค้าหน้าเลือดแทน

     “เบา ๆ นะ เดี๋ยวพ่อค้าหน้าเลือดจะตายเสียก่อน ทุกคนจะอดได้เงินคืน” เสียงหวานหัวเราะคิกคัก แถมตบมือตบเท้าด้วยความชอบใจ

            “มันสนุกมากใช่ไหม ไดอาร์”

            เสียงเข้มดุมาจากด้านหลัง เรียกให้สาวน้อยนามไดอาร์หันกลับมาช้า ๆ พร้อมรอยยิ้มเจื่อนที่โปรยกลับมาให้

            “แหะ ๆ พี่คีตา มาอยู่ตรงนี้ได้ไง”

            ชายหนุ่มผมสีดำผู้มีดวงตาสีเขียวสด มองมายังสาวน้อยด้วยความละเหี่ยใจ มือหนาเอื้อมไปกระชากคอเสื้อเจ้าคนตรงหน้าลากออกมาจากกลุ่มการลงประชาทัณฑ์ที่เจ้าตัวเป็นคนก่อ

            “มาอยู่ได้ไงมันไม่สำคัญ เท่ากับ เรื่องตรงหน้านี่หรอก ก่อเรื่องอีกแล้วใช่ไหมเรา”

            “ฉันก็แค่สั่งสอน พวกพ่อค้าหน้าเลือด มันทำให้สถาบันการค้าของเราเสื่อมเสีย มันเป็นหน้าที่ของฉันที่เป็นคนหนึ่งในขบวนการค้าที่ต้องปกป้องศักดิ์ศรี” เจ้าตัวดีเถียงเหย็ง ๆ

            คีตาถอนหายใจพรืด ด้วยความเซ็ง

            “ฉันในฐานะที่เป็นหัวหน้าขบวนการค้าสามารถรับผิดชอบหน้าที่นั้นเองได้ ไม่ต้องพึ่งพาเด็กแสบอย่างเธอหรอก”

            “ก็เรามันพี่น้องกัน เรื่องแค่นี้ไม่ต้องขอร้องฉันก็ทำให้”

            คีตาแยกเขี้ยวให้อย่างหมั่นไส้ในตัวน้องสาว ที่เสนอหน้ามารับผิดชอบทำหน้าที่แทนตน

            นัยน์ตาสีเขียวสดมองน้องสาวตัวดีอย่างพินิจพิเคราะห์ น้องสาวสุดรักตรงหน้าที่โตขึ้นมาก ผมสีทองราวเส้นไหมนุ่ม ถูกขมวดเก็บไว้ภายใต้หมวกเก่า ๆ ใบหน้ารูปไข่สีขาวนวลระบายด้วยพวงแก้มสีชมพูฟาด รับกับดวงตาสีน้ำตาลประกายคู่โต และเรียวปากอิ่มราวกลีบดอกไม้ยิ้มให้เขาอย่างที่เคยมา ติดเสียแต่ว่าตอนนี้สภาพมอมแมม กับชุดกางเกงเก่า ๆ ที่เจ้าตัวแสบมักชอบหยิบมาสวมใส่ ทำให้สาวน้อยบอบบางคนเดิมห่างไกลกับคำว่า งดงาม ยิ่งนัก

            สาวน้อยตัวแสบยิ้มแหย ๆ มาให้ขัดตาทัพ

            “พี่อ่ะ อย่าทำหน้าดุสิเดี๋ยวแก่เร็วนะ” ตัวตัวดีเข้ามาอ้อน

            “ไม่ต้องมาพูดดีไป คดีนี้พี่ต้องชำระความก่อนไปวิหารแน่”

            ไดอาร์ทำหน้ามุ่ยไม่พอใจ “พี่คีตา ฉันไม่ไปอยู่วิหารไม่ได้หรอ พี่ก็รู้ว่าฉันเฉียดใกล้วัดใกล้วาทีไรแล้วรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ บอกไม่ถูก” ไม่ว่าเปล่าไดอาร์เอามือถูกไปมาทำท่ากระอักกระอ่วนใจ

            คีตาถอนหายใจพรืด “เราคุยกันหลายครั้งแล้วนะเรื่องนี้...อย่าทำให้พี่ต้องลำบากใจสิ”

            “รู้แล้ว ๆ...คำสั่งเสียของท่านปู่ โถ่พี่ ปู่ก็ตายไปตั้งนานแล้ว ลืม ๆ ไปไม่ได้หรอ ฉันอยากอยู่กับพี่คีตาแล้วก็ขบวนการค้าของเรานี่นา นะ นะ นะพี่” 

            เจ้าตัวดีพยายามอ้อน แต่ก็ดูเหมือนจะไม่เป็นผล ไดอาร์พยายามคุยเรื่องนี้เป็นรอบที่ร้อย เพื่อต่อรองไม่ให้คีตาผู้ซึ่งเป็นพี่ พาเธอมาฝากไว้ที่วิหารศักดิ์สิทธิ์เมืองมาริน ตามคำสั่งเสียของผู้เป็นปู่ก่อนลาจากโลกว่า หากเมื่อใดที่ไดอาร์ใกล้จะบรรลุนิติภาวะ ให้พาเธอมาฝากไว้กับวิหารศักดิ์สิทธิ์ โดยให้เหตุผลแปลก ๆ ว่าในคณะมีแต่ผู้ชายป่าเถื่อน ท่านปู่กลัวว่าเธอจะได้คู่ครองที่เป็นกรรมกรแบกหาม วัน ๆ กินแต่เหล้า เล่นแต่การพนัน เลยจับให้ไปเป็นสาวโสดอยู่บนคานทองในวิหารดีเสียกว่า

            ขนาดตายไปแล้ว ยังอุตส่าห่วงหลานสาว น่ากราบคารวะจริง ๆ

            “อ้อนให้ตายก็ไม่เปลี่ยนใจหรอก พรุ่งนี้เตรียมตัวซะตัวแสบ...พี่จะพาไปฝากตอนเช้า”

            “หา

            รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้าคมคายของคีตา “ถือเป็นการทำโทษเรื่องวันนี้ และ...ดัดนิสัยแสบ ๆ ให้กลายเป็นกุลสตรี”

            ไดอาร์ หัวเราะ หึ “กุลสตรีจะกลายเป็นขายหน้าประชาชีมากกว่าละไม่ว่า”

            “เอาน่า อย่าคิดมาก ถึงยังไง พี่ก็ค้าขายอยู่ในเมืองนี้แหละ แล้วจะหมั่นไปเยี่ยม” มือหนาขยี้หัวสาวน้อยเบา ๆ เป็นการปลอบ

            “ให้มันจริงเหอะ ไม่ใช่ทิ้งน้องทิ้งนุ่งไว้เลยแล้วกัน”

            ไดอาร์มองลึกเข้าไปยังดวงตาสีเขียวสดที่มีแววระริกเจ้าเล่ห์อยู่ในนั้น สาวน้อยแอบลอบถอนหายใจอย่างหนักหน่วง

            สงสัย งานนี้โดนทิ้งชัวร์!

______________________________

มาแล้วกับผลงานชิ้นใหม่ หลังจากค้นหาแรงบันดาลใจมาแรมเดือน T-T

ฝากฝังเรื่อง Nymph ด้วยนะค๊า ^_^V

ติชมกันได้เหมือนเดิม

Mulie

 

เขียนโดย Mulie : 2008-04-28 21:08:50
คอมเมนต์ถูกปิด หรือ คอมเมนต์ได้เฉพาะสมาชิก
สมัครสมาชิก
ความคิดเห็นที่ 8
ฉากเริ่มเรื่องไมมันคล้ายๆเรื่องไพเรดอ๊อฟเดอะคารีเบียนเรยอ่ะครับ
( member no icon )
พ่อครัวมือใหม่
solo30 : 2008-10-08 00:57:17
ความคิดเห็นที่ 7
หนกๆ

หัวหน้าพ่อครัว
prettyass : 2008-07-25 23:35:09
ความคิดเห็นที่ 6
หนุกดี

เด็กล้างจาน
may8 : 2008-07-22 15:39:37
ความคิดเห็นที่ 5
มาอัพมั่งก้อดีนะคับ
รอจนเหงือกแห้งแล้ว

พ่อครัวมือใหม่
vacin : 2008-05-01 15:32:54
ความคิดเห็นที่ 4
หนุกๆ หนุกมากมายจ้า

เจ้าของร้าน
ukiko_pp : 2008-04-30 00:13:39
ความคิดเห็นที่ 3
อยากรู้ว่าเรื่องนี้เป็นนิยายแนวไหน
ช่วยบอกทีนะคับ

พ่อครัวมือใหม่
vacin : 2008-04-29 16:48:38
ความคิดเห็นที่ 2
แต่งเรื่องใหม่แล้ว

หนุกเหมือนเดิม

อัพไวไวน้า

นักชิมเย็นตาโฟว์
mengume : 2008-04-29 08:12:53
ความคิดเห็นที่ 1
หนุกเรื่องนี้เรื่องที่สองช่ายป่ะ จะติดตามอ่านอย่างใกล้ชิดเลยค่ะเรื่องแรกอ่ะหนุกสุด

เจ้าของร้าน
secuna : 2008-04-28 21:45:45