วันที่ : 11 พฤษภาคม 2551
ชื่อเรื่อง : Nymph : เทพธิดาแสนซน
ชื่อตอน (chapter) : Nymph : บทที่ 2 ธิดาเทพแห่งมาริน

Nymph

บทที่ 2 ธิดาเทพแห่งมาริน

    “ไดอาร์”

    “...”

      “ไดอาร์” จากเสียงอ่อนโยนเริ่มแข็งกร้าวเมื่อเจ้าของชื่อที่ถูกเรียกไม่ยอมปรากฏกายเสียที

            “...”

            “ไดอาร์ จะออกมาดี ๆ หรือจะออกมาทั้งน้ำตา” คีตาฮึมฮ่ำด้วยท่าทางหงุดหงิด ดวงตาสีเขียวสดเหลือบมองนาฬิกาทรายที่พลิกไปมาหลายรอบเพื่อรอแม่น้องสาวตัวดีแต่งตัว

            “เสร็จแล้ว ๆ เร่งอยู่ได้” 

            ร่างบางในชุดกระโปรงสีดำ ตัดลายลูกไม้สีขาว และริบบิ้นสีมุก พูกบนคอเสื้อทรงตั้ง ก้าวออกมาจากกระโจมพักของขบวนการค้าท้ายเมือง ใบหน้าหวานดูบูดบึงขัดกับบรรยากาศสดใสยามเช้านี้โดยสิ้นเชิง

            “เออแหะ แต่งตัวดูเป็นผู้เป็นคนขึ้น” คีตาสำรวจเครื่องแต่งกายของน้องสาวตรงหน้า พรางขยี้ผมสีทองนุ่มสลวยไปมาด้วยความเอ็นดู

            ไดอาร์ปัดมือหนาออก “ปกติเห็นฉันเป็นลิงหรือไง” เจ้าตัวดียอกย้อน

            “เอ้า! รู้ตัวนี่”

            ไดอาร์แยกเขี้ยวงุดโชว์เขี้ยวลิงที่จ้องจะกัด จนคีตาต้องรีบเปลี่ยนเรื่อง

            “เร็วเข้า สายแล้วนะเนี่ย” เขาหันมาเร่ง แล้วกระโจนขึ้นเกวียนไม้เทียมม้าสีน้ำตาลสวยสองตัว ไดอาร์ปีนขึ้นไปนั่งข้าง ๆ อย่างยากเย็นเนื่องจากกระโปรงเจ้ากรรมที่ทำให้เก้ ๆ กัง ๆ

            เกวียนไม้คันงาม ติดตราสัญลักษณ์ของขบวนการค้ามาเร็ตก้ารูปเหรียญทองสามเหรียญ แล่นมาถึงบริเวณตัวเมืองใกล้กับวิหารศักดิ์สิทธิ์สวยสง่า จากการสัญจรที่พลุกพล่านอยู่ตลอดเส้นทาง โดยเฉพาะยิ่งใกล้กับเขตวิหารมากเท่าใด เกวียนก็ชักจะเคลื่อนที่ได้ยากขึ้น จนในที่สุดเกวียนไม้ก็หยุดชะงักกลางทาง ท่ามกลางฝูงชนที่ยืนอยู่อย่างหนาแน่น

            สาวน้อยพยายามลุกขึ้นชะเง้อชะแง้มองไปข้างหน้า

            “พี่...สงสัยข้างหน้าเขาเกิดจลาจลกัน ฤกษ์ไม่ดีซะแล้ว ฉันว่ากลับกันเถอะ”

            มะเหงกลูกใหญ่ลอยมาบนกะบาลเจ้าคนช่างสอดรู้สอดเห็น

            “นั่นเป็นขบวนเสด็จของธิดาเทพแห่งมาริน เราน่ะควรจะดูเอาไว้ เผื่อบุญพาวาสนาส่งได้มีโอกาสตามเสด็จเข้าวังบ้าง”

            เจ้าตัวดีทำหน้าเบ้ไม่ใส่ใจกับคำพูดของพี่ชาย พรางสอดส่ายดูขบวนด้วยความสนใจใคร่รู้ ทิ้งให้ผู้เป็นพี่ยังคงพล่ามต่อไม่หยุด

            “อีกอย่าง ถ้าเกิดได้เข้าวังขึ้นมาแล้วรู้จักกับคนใหญ่คนโต จะทำอะไรมันก็จะง่ายขึ้น คิดดู ขบวนการค้าของเราจะมีโอกาสทำกำไรได้มากขนาดไหน คราวนี้แหละ มีแต่รวยกับรวย เอิ๊ก ๆ ๆ”

    เนี่ยหรอ ทำตามคำสั่งเสียของปู่ จะหาเงินเข้ากระเป๋าแหละไม่ว่า

    ขี้งกจริง ๆ

            ไดอาร์กรอกตาขึ้นฟ้าอย่างระอา ร่างบางกระโดดลงจากเกวียนแล้วรีบหาช่องทางเดินฝ่าฝูงชน

            “เฮ้! จะไปไหน...อ้าว ไอ้น้องคนนี้”

            ไม่ทันเสียแล้ว ไดอาร์เพียงแต่โบกมือให้ส่ง ๆ ก่อนที่จะถูกกลืนหายเข้าไปต่อหน้าต่อตา

            “ให้มันได้อย่างนี้สิ คีตาพ่นลมพรืดอย่างเซ็ง ๆ

-------

       ขบวนเสด็จของธิดาเทพแห่งมารินช่างงดงามเกินกว่าคำบรรยายใด ๆ จะพรรณนาออกมาได้ ในความรู้สึกของไดอาร์ กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้นานาพรรณ ลอยคละคลุ้งไปทั่วคลอเคล้ากับเสียงดนตรีเครื่องสายที่บรรเลงโดยหญิงสาวในชุดผ้าแพรสีครีมนับสิบคน ถัดมาเป็นหญิงสาวในชุดเดียวกันกำลังโปรยกลีบดอกกุหลาบสีโอรส ไปทั่วทั้งทางเดิน

            ชายฉกรรจ์ในชุดนักบวชปิดหน้าปิดตาจำนวนสี่คนกำลังหามเกี้ยวทอง ผ้าแพรผืนบางแซมดอกลิลลี่และยิปโซ่คลุมเกี้ยวนั้นไว้ ราวกับกำลังปกป้องบุปผางามแสนเลอค่าที่เบ่งบานอยู่ภายใน

            เมื่อเกี้ยวสีทองเคลื่อนผ่านประชาชนกลุ่มใด การก้มลงทำความเคารพดูจะเหมือนเป็นเกลียวคลื่นที่ซัดซาดไปตลอดทาง ไดอาร์เห็นคนรอบข้างทำดังนั้น เธอจึงก้มลงย่อกายทำตามบ้าง แต่ไม่วายยังแอบมองภายในเกี้ยว

            ม่านแพรพลิ้วไหวตามแรงลม เผยให้เห็นเสี้ยวใบหน้างามของหญิงสาวข้างใน กลิ่นหอมอ่อน ๆ โชยมาดังต้องสะกดทุกผู้ทุกคนให้อยู่ในคำสาป ร่างบางของไดอาร์ก้าวออกไปทั้ง ๆ ที่สมองยังไม่ได้สั่งการ รอยยิ้มบางแสนอ่อนหวานจากธิดาเทพแห่งมารินส่งมายังเธอด้วยความเอ็นดู จนขบวนเสด็จผ่านไป ดาบใหญ่ตรงหน้าถึงเรียกสติที่หลุดลอยของเธอกลับมาได้

            “โอ้โหพี่ชาย!...อาวุธมันไม่มีตานะ เกิดพลาดโดนคอใครหลุดขึ้นมามันจะยุ่งนา”

            ไดอาร์กลืนน้ำลายหนืดลงคออย่างยากเย็น อีกมือพยายามดันปลายดาบให้หันไปทางอื่น

            “กลับเข้าข้างทางไป” ทหารองค์ลักษณ์ผู้มีดวงหน้าคมคาย เส้นผมละเอียดสีดำขลับซ่อนไว้ภายใต้หมวกนักรบทรงสง่า เสียงสั่งห้วนดุดันพลางลดดาบใหญ่ในมือ ดวงตาสีนิลจ้องมองเธอราวกับผู้ใหญ่ดุเด็กจอมซน

            สาวน้อยเม้มปากเน้นทำเสียจิ๊กจั๊กไม่ชอบใจ แต่ก็ยอมถอยกลับแต่โดยดี

            “โหดจริง สาวน้อยไม่วายบ่นอุบตามนิสัย ถึงแม้ทหารองค์ลักษณ์คนนี้จะหน้าตาหล่อเหล่า แต่ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษแสนอ่อนโยนแบบนี้ สาวที่ไหนเห็นก็คงต้องขยาด

            “นั่นเป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยน่ะ อย่าไปโกรธเขาเลย” เด็กสาวนัยน์ตาสีฟ้าผมสีเงินท่าทีสุภาพ อายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอ ยิ้มกว้างให้

            ไดอาร์หันมายิ้มตอบแบบเฟื่อน ๆ อย่างสำนึกผิดที่ไปบ่นทหารองค์ลักษณ์ที่ทำตามหน้าที่

            “เพราะหากมีใครคิดปองร้ายธิดาเทพคนสำคัญแห่งมารินขึ้นมา บ้านเมืองคงเกิดสงคราม”

            “ใครมันจะบ้าบุกเข้ามาโต้ง ๆ กันล่ะ ทหารทั้งกองทัพมายืนคุมหัวโด่เด่อยู่เนี่ย ยิ่งนายคนนั้นด้วย หน้าตาอย่างกับยักษ์ น่ากลัวจะตาย”

            เด็กสาวนัยน์ตาสีฟ้ามองเธอด้วยความขบขัน ก่อนที่จะว่าต่อ “มันก็ไม่แน่...เพื่อ พลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ คนเรามักทำอะไรโดยไม่คาดคิดได้เสมอ”

            “พลังอำนาจขนาดเรียกลมเรียกฝนเลยได้หรือเปล่า?”

            “ทุกอย่างดั่งใจปรารถนา...”

            สีหน้าจริงจังของสาวผมสีเงินตรงหน้าที่ฉายมาเพียงชั่วแวบ ทำให้คิ้วเรียวของไดอาร์ขมวดเป็นปม เจ้าตัวดีพยายามกลั่นหัวเราะที่เพิ่งกลืนมันลงไปเนื่องจากกลัวเสียมารยาท

            “โถ้...ทำเป็นล้อเล่นไปได้ ผู้หญิงสวย ๆ น่าทะนุถนอมขนาดนั้น ฉันว่าไม่ต้องมีอภินิหารอะไรหรอกแค่เอ่ยปากขอร้อง ไม่ว่าราชาเมืองไหน ๆ ขี้คร้าน อยากได้อะไรแทบจะมาใส่พานถวาย แต่ถ้าพลังอำนาจของธิดาเทพมีจริงนะ ฉันขอแนะนำให้จับธิดาเทพของทุกเมืองมาเป็นเฉลยดีไหม...ทีนี้สิ ทุกอย่างดั่งใจปรารถนาแน่” ไม่ว่าเปล่า แม่ตัวแสบเจ้าของความคิดแสนชั่วร้าย ยังเล่นหูเล่นตายักคิ้วท้าทายให้ ไม่สมกับชุดกระโปรงแสนสวยเอาเสียเลย

            สาวผมเงินส่ายหัวช้า ๆ อย่างนึกปลง

     “ความคิดดี เสียแต่จะโดนตัดหัวเสียก่อน” เสียงคุ้นเคยที่ตวาดมาแต่ไกล เรียกความรู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาชั่วขณะ ร่างบางหันไปมองยังผู้คุมจอมเนี๊ยบ ที่ปั้นหน้ายักษ์ยืนเท้าเอวอยู่ด้านหลัง

     “มัวเพ้อเจ้ออยู่ได้ รีบ ๆ ไปขึ้นเกวียนเร็ว

     “เพ้อเจ้อที่ไหน ฉันกำลังคุยกับ....อ้าว! หายไปไหนแล้ว” ไดอาร์เหลียวซ้ายแลขวาแต่ก็ไม่พบสาวน้อยผมสีเงินที่เพิ่งยืนคุยด้วยกันเมื่อสักครู่

            “ว้า...น้องอุตส่าจะแนะนำสาวงามให้รู้จัก สงสัยพี่ชายเราจะไม่มีบุญ...อ...โอ๊ย! เจ็บนะ เบา ๆ สิ โอ๊ย

            คีตากระชากคอเสื้อ ลากเจ้าตัวแสบที่ร้องโวยวายเสียดังลั่นแบบถูรู่ถูกังขึ้นเกวียน โดยไม่ทันได้สังเกตเลยว่า มีสายตาสีฟ้าสวยคู่หนึ่ง กำลังจับจ้องมายังสองพี่น้องอย่างนึกขบขัน

----------

            หลังจากขบวนเสด็จแสนสง่าของธิดาเทพแห่งมารินผ่านพ้นจากตัวเมืองเข้าสู่วิหารไป ผู้คนที่คับคั่งต่างก็แยกย้ายไปทำมาหากินกันตามปกติ ทำให้เกวียนไม้ที่ไดอาร์นั่งมา สามารถเคลื่อนตัวออกไปได้คล่องขึ้น

            แต่ก็ไม่ใช่ว่าตลอดหนทางสู่วิหารศักดิ์สิทธิ์จะราบรื่นอย่างที่คิด หญิงสาวแรกรุ่นมากหน้าหลายตา ต่างยืนต่อแถวยาวเหยียด ดูจากการแต่งกายที่สุภาพเรียบร้อย สมกับการเป็นกุลสตรีชนชั้นสูง เป็นสิ่งยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า พวกเธอเหล่านี้คงตั้งหน้าตั้งตาหวังเพื่อที่จะได้มีโอกาสรับเลือกให้เป็น ‘เรโฮ’ (สาวกแห่งธิดาเทพ เปรียบเสมือนทูตจากสวรรค์ที่ส่งมาเพื่อคอยรับใช้ธิดาเทพ)

     “แม่เจ้าโว้ย!...แต่ละคนสวยใสไฮโซกันทั้งน้านนน” 

            ไดอาร์ทำเสียงจิ๊กจั๊ก ก้มมองสภาพตัวเอง “แล้ว หน้าตาบ้าน ๆ อย่างฉันจะมีโอกาสไหม…ฉันว่ากลับเหอะ”

     แม่น้องสาวหน้าตาบ้าน ๆ ไม่วาย วกกลับมาเรื่องให้เขาเปลี่ยนใจ

            “เอาวะ มั่นใจหน่อย แกมันน้องฉันนะเฟ้ย อย่างไงก็ต้องได้เชื้อสายดี ๆ มาบ้าง”

            “เชื้องกขี้เหนียวขี้ตืดและไม่ว่า”

            “หือ?” คีตาหันมาทำหน้ายักษ์ ยัยตัวแสบเลยต้องรีบทำหน้าตาแอ๊บแบ๊ว กระพริบตาถี่ ๆ ไม่รู้เรื่องรู้ราว

     “รีบ ๆ ไปต่อแถวกันเถอะนะ” 

            แล้วก็เป็นอีกครั้งที่คีตาเห็นเพียงหลังไว ๆ ของน้องสาว ซึ่งตอนนี้เจ้าตัวได้แทรกกายหายเข้าไปในฝูงชนอีกแล้ว

            ไดอาร์ยืนเก้ ๆ กัง ๆ ต่อแถวที่ยาวเหยียด เธอถอนหายใจแล้วถอนหายใจอีก แต่ดูเหมือนว่าความยาวของแถวจะไม่หดสั้นลงเลย

            “ชาตินี้จะถึงคิวไหมเนี่ย” 

            “ถ้ารอไม่ไหวก็กลับไปสิ” สาวผมสีฟ้าสวยดัดเป็นลอน ในชุดสีขาวสะอาดตา แถมมีร่มลายลูกไม้คันงาม กางบังแสงแดดยามสาย ท่าทางเริดเชิด บวกกับดวงตาสีน้ำเงินสดปราดมองเธอ มันช่างดูไม่เป็นมิตรกันเลยแม้แต่น้อย

    ไดอาร์ทำหน้าย่น ใช้นิ้วก้อยแคะขี้มูกก้อนโตออกมาแล้วทำท่าจะดีดกลับไปสั่งสอน

            “กรี๊ด! ยัยคนไร้มารยาท” แม่สาวน้อยผมฟ้าแผดร้องจนคนแถวนั้นหันมามองเป็นตาเดียว

            “กรุณาอยู่ในความสงบด้วยคุณแซมมัวร์ มารีเอล” หญิงสาวในชุดขาวคล้ายนักบวช เดินเข้ามาเอ็ด จนสาวน้อยนามแซมมัวร์ทำหน้าจ๋อยสนิท

            ไดอาร์แอบหัวเราะคิกคักด้วยความสะใจ แต่ก็แทบจะกลืนมันลงคอแทบไม่ทันเมื่อหันไปสบกับดวงตาคู่ดุ ที่ส่งมาปรามจากหญิงสาวในชุดคล้ายนักบวช สาวน้อยเลือกใช้รอยยิ้มไปขัดตาทัพไว้ก่อน แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ผล เธอจึงรีบพับรอยยิ้มแสนสดใสเก็บเอาไว้แล้วเอาหน้ากากเจี๋ยมเจี้ยมขึ้นมาสวมไว้แทน

            ดุชะมัด!

            เธอแอบบ่นในใจ เพราะขืนบ่นออกไปดัง ๆ มีหวังได้กระเด็นออกจากวิหารแทบไม่ทันแน่

            เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมง ในที่สุดก็ถึงคิวของเธอในจุดลงทะเบียน ซึ่งก็ใช้เวลาไม่นาน เพียงแค่จ่ายเงิน 5 ฟอนท์ กับลงชื่ออีกนิดหน่อย เท่านี้เธอก็ได้เดินผ่านเข้าไปในวิหารแบบสบาย ๆ

            ไดอาร์ถูกพามายังห้องโถงใหญ่ มีแท่นพิธีสีทองเหลืองอร่ามตั้งอยู่ตรงใจกลาง ล้อมรอบด้วยเก้าอี้บุนวมนุ่มสีน้ำเงินประกาย ดูโอ่อ่าเกินกว่าจะเป็นห้องรับรองสำหรับผู้เข้าสมัคร

            ไดอาร์เหลียวซ้ายแลขวาเพื่อหาทำเลเหมาะ ๆ เพื่อเตรียมตัวรับบททดสอบที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาอย่างไม่คาดคิด จนในที่สุด เธอก็ตัดสินใจเลือกเก้าอี้ใกล้ตัวที่สุด

            “เอ้า! เธอ” ไดอาร์ร้องเสียงหลง เมื่อสาวน้อยที่นั่งข้างเก้าอี้ตัวที่ว่างอยู่คืนสาวน้อยที่เจอกันในตัวเมือง แถมเป็นคนที่เธอพยายามจะแนะนำให้กับพี่ชายตัวดีอีกด้วย

            สาวผมเงินยิ้มให้เธออย่างเป็นมิตรเช่นเดิม “หวัดดีจ๊ะ...นั่งก่อนสิ” 

            ไดอาร์ไม่ปฏิเสธการชักชวน เธอนั่งลงด้วยท่าทีสบาย ๆ “เจอกันอีกแล้ว สงสัยดวงเราจะสมพงษ์กัน” 

            สาวผมเงินเพียงแต่ยิ้มให้เหมือนเดิม

            “เออแหะ งานนี้คนเยอะดี สงสัยไอ้ตำแหน่ง เรโฮ เนี่ยกำลังอินเทรน” ไดอาร์สำรวจบรรยากาศโดยรอบที่คลาคลั่งด้วยสาวรุ่น แรกแย้มด้วยความตื่นเต้น

     “เรโฮเปรียบเสมือนใบเบิกทางของหญิงสาวในอาณาจักรเอธาการ์ด…”

     “ทั้งหน้าที่การงานในอนาคตที่เปิดอ้าแขนต้อนรับ เผลอ ๆ ก็จะได้เจอะเจอกับขุนน้ำขุนนางในวังหลวงใช่ไหมล่ะ รู้จักคนใหญ่คนโต ทำอะไรมันก็จะง่ายขึ้น หึ ไอ้เรื่องแบบนี้อะนะ พี่ชายฉันพล่ามให้ฉันฟังเป็นร้อยรอบแล้วมั้ง” ไดอาร์ทำสีหน้าปลง ๆ จนสาวผมสีเงินอดที่จะขำไม่ได้

      “เธอเนี่ยตลกดีนะ ชื่ออะไรหรอ”

       “ไดอาร์ มาเร็ตก้า” เธอแนะนำตัว มือบางพยายามเช็ดกับชายกระโปรงเพื่อให้ดูสะอาดขึ้น ก่อนยื่นออกไปแสดงการทักทาย

        “ฉันชื่อกิฟฟินน์ วินนอส ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน”

---------

จาพยายามมาอัพเรื่อย ๆ จ้า ^_^

ขอโทษที อัพช้าไปหน่อย T-T

 

Mulie

เขียนโดย Mulie : 2008-05-11 23:17:08
คอมเมนต์ถูกปิด หรือ คอมเมนต์ได้เฉพาะสมาชิก
สมัครสมาชิก
ความคิดเห็นที่ 5
หุๆ หนุกๆ โหวตให้แล้วน้า

นักชิมเย็นตาโฟว์
prettyass : 2008-07-25 23:46:01
ความคิดเห็นที่ 4
หนุกมักๆค่า

อัพไวๆนะ

เจ้าของร้าน
ukiko_pp : 2008-05-12 16:57:51
ความคิดเห็นที่ 3
guest ! ) ความคิดเห็นที่ 2 แล้ว..... อ่านต่อเลย เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับเด็กคนนึงในจ. พิษณุโลก เด็กคนนี้ ชื่อนิ้งเป็นเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ สาม วันนั้นเป็นวันสอบซ่อม นิ้ง ได้มาที่ รร เพื่อที่จะสอบซ่อม ระหว่างที่รอเพื่อน ๆ อยู่นั้น นิ้ง ก้อเหลือบไป เห็นสิ่ง ๆ หนี่ง เขาเดินเข้ไปใกล้ ๆ กับสิ่ง ๆ นั้น มันคือกล่องใส่กระดาษ กล่องหนึ่ง นิ้งนั้นไม่รู้ว่าในนั้นมีอะไร แต่เขาก้อได้เก็บกล่องนั้นไป หลัง จากที่เขาสอบซ่อมเสร็จแล้ว นิ้งและเพื่อน ๆ ก้อกลับบ้านทันที พวกเขา อยากรู้ว่าในกล่องนั้นมีอะไรซ่อนอยู่ ตกกลางคืนนิ้งและเพื่อน ๆ ก้อไป สนาม เดะเล่นและเปิดกล่อง ๆ นั้น ข้างในกล่องมีกระดาษสีดำเขียนอยู่ หนึ่งแผ่น ในกระดาษแผ่นนั้นเขียนไว้ว่า * สวัสดี เราชื่อ"เปลวเทียน"เป็น เด็กนักเรียนคนนึง เราถูกฆาตกรโรคจิด ข่มขืนและค่าหมกอยู่ในป่าแห่งหนี่ ง ที่นั่นหนาวเหน็บไม่มีแม้แต่เสียงหายใจของมนุษย์ เราพยายามร้องให้คน มาช่วยแต่ก้อไม่มีคายมา ตอนนี้เราเหงาเหลือเกิน จะมีใครมาอยู่เป็นเพื่อน เราบ้างไหม ถ้าเทอไม่อยากให้เราลากเทอมาอยู่เป็นเพื่อนกันเรา จากนี้ไป เป็นเวลา 7 ชั่วโมง ขอให้เทอก็อปข้อความข้างบนนี้ ส่งต่อให้สื่ออะไรก้อ ได้ เป็นจำนวน 10 coppy แต่ถ้าเธอไม่ทำตาม อีก 7 ชั่วโมงนี้ฉันจะไปตาม เทอมอยู่เป็นเพื่อน * หลังจากที่นิ้งได้อ่านนั้น เอก้อไม่เชื่อ และคิดว่ามีคน มาแกล้งเป็นเพียงแค่เรื่องไร้สาระ และไม่ยอมทำตาม 7 ชั่วโมงให้หลัง นิ้ง และเพื่อน ๆ ก้อตาย โดยที่ไม่มีสาเหตุ เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง จนถึงขณะนี้ หมอและตำรวจยังไม่สามารถรู้ได้ว่า เด็กเหล่านั้นตายได้เช่นไร ตอนนี้ 2008-04-21 20:15:24











เราโดนบังคับ
( guest ! ) jjjjjjjjjjjjjjjjjjjjjjj 2008-05-12 12:55:46
ความคิดเห็นที่ 2
เม้นค่า

เเต่งเก่ง งงงง
เเหะๆ

เม้นๆ
หนุกด้วยล่ะ
เดวจะอ่านเรื่อยๆนะคะ

ไปเยี่ยมของเเนนบ้างน้ะ

นักชิมเย็นตาโฟว์
NaNn1e : 2008-05-12 12:29:05
ความคิดเห็นที่ 1
หนุกๆจ้า

แต่งเก่งจัง

อัพไวไวน้า

นักชิมเย็นตาโฟว์
mengume : 2008-05-12 09:48:57