วันที่ : 13 พฤษภาคม 2551
ชื่อเรื่อง : Nymph : เทพธิดาแสนซน
ชื่อตอน (chapter) : Nymph : บทที่ 3 บททดสอบของเรโฮ

Nymph

บทที่ 3 บททดสอบของเรโ

          ในที่สุดห้องโถงใหญ่ที่ใช้เป็นสถานที่รับรองเหล่าผู้มาสมัครเป็นเรโฮหน้าใหม่ก็เต็มไปด้วยหญิงสาวเกือบครึ่งพัน การเตรียมตัวรับมือกับแบบทดสอบสุดมหาหินที่ไม่อาจคาดเดาได้ ทำให้หลายคนพากันวิตกจริต บ้างเอาหนังสือเกี่ยวกับกฏระเบียบของเรโฮขึ้นมาอ่านเตรียมทำคะแนนไว้ก่อน หรือไม่ก็เอาหนังสือเกี่ยวกับพฤกษาศาสตร์ของอาณาจักรเอธาการ์ดมาถกเถียงกัน ไม่เว้นแม้แต่หญิงสาวผมสีเงินสวยข้างตัวไดอาร์ ที่กำลังก้มหน้าก้มตาอยู่กับหนังสือเล่มโตไม่แพ้คนอื่น

       “กิฟฟินน์เธอจะมาสอบเป็นนักกฎหมายหรือไง” ไดอาร์ชะโงกหน้ามาดูปกหนังสือสีน้ำตาลเข้ม ที่เขียนไว้ว่า กฎหมายแห่งเอธาการ์ด

        “ถ้าเธอคิดอยากจะเป็นเรโฮก็ควรต้องรู้ทุกเรื่องในเอธาการ์ด ไม้เว้นแม้กระทั่งกฎหมาย”

        “เฮ้อ~ไอ้ฉันน่ะไม่อยากจะปงจะเป็นหรอก เรื่องนี้น่าจะบอกพี่ชายฉันมากกว่า…แต่ก็ดีเหมือนกัน ถ้าเกิดว่าฉันสอบไม่ผ่าน พี่คีตาจะได้เลิกวุ่นวายกับฉันเสียที” ไดอาร์เหยียดแขนขึ้นบิดไล่ความขี้เกียดจากการนั่งรอมาเป็นเวลานาน

       “แต่ฉันกลับเสียดายนะ ถ้าเธอไม่ได้ อุตส่าได้เป็นเพื่อนกันแล้วทั้งที” กิฟฟินน์ทำหน้าเศร้า ๆ

       “เอ๋?...พูดอย่างนี้ก็หมายความเธอคิดว่าตัวเองจะได้เป็นเรโฮชัวร์ ๆ อะดิ” แม่ตัวแสบกระโดดมาตรงหน้ากิฟฟินน์ แถมใช้ดวงตาคู่โตสีน้ำตาลจ้องเข้าไปในดวงตาสีฟ้าสวยอย่างคาดคั้น “บอกมาดีกว่า...งานนี้เล่นเส้นหรือเปล่า”

       กิฟฟินน์รีบส่ายหน้า “เปล่านะ คือ ฉ...ฉัน....ฉัน...” ท่าทีกระอักกระอวนใจ เรียกรอยยิ้มให้ปรากฏบนใบหน้าหวานของยัยตัวแสบ มือบางเอื้อมไปตบบนบ่า ด้วยความถือดี

        “ฉันล้อเล่นน่า ทำเป็นจริงเป็นจังไปได้” ไดอาร์หัวเราะขบขัน ปล่อยให้อีกฝ่ายที่โดนอำเข้าให้เกือบปรับอารมณ์ตามแทบไม่ทัน

        แล้วเสียงหัวเราะก็ถูกแทนที่ด้วยความเงียบ เมื่อบุคคลสำคัญก้าวเข้ามาในโถง

        หญิงสาววัยแรกแย้ม หน้าตางดงามราวรูปปั้นของจิตรกรเลื่องชื่อ ผิวขาวกับเส้นผมสีเงินเช่นเดียวกับดวงตา ในชุดแต่งกายสีขาวสะอาด ก้าวเข้ามาพร้อมกับเหล่าเรโฮอวุโสหลายคน ที่ตามประกบไม่ห่าง

       ทุกคนในห้องแทบลืมหายใจไปชั่วขณะ จนเรโฮอวุโสคนหนึ่งพยายามส่งสัญญาณให้พวกเธอลุกขึ้นทำความเคารพธิดาเทพแห่งมาริน หญิงสาวผู้สูงศักดิ์นั่งลงบนบัลลังค์กลางห้อง พลางผายมือเชื้อเชิญให้ทุกคนนั่งตามด้วย

      ปากอิ่มสีชมพูเรื่อแย้มละไม “สวัสดีเหล่าผู้สมัครเป็นเรโฮทั้งหลาย เราดีใจที่เห็นความตั้งใจของพวกท่านที่ยอมเสียสละเพื่อรับใช้แผ่นดิน เพียงแต่ การรับเลือกเรโฮในวันนี้ เราต้องการเรโฮแค่ 10 คนเท่านั้น”

       เกิดเสียงฮือฮา ดังไปทั่วทั้งโถง

       “คนเกือบครึ่งพัน เอาแค่ 10 แม่เจ้าโวย โหดมันฮาแน่งานนี้” ไดอาร์แอบกระซิบกับกิฟฟินน์ให้ได้ยินเพียงสองคน

        ไม่ใช่แค่เธอเท่านั้นที่วิภาควิจารณ์ถึงเรื่องนี้ เสียงแซงแซ่ของสาว ๆ ทั้งโถง ทำเอาใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มของเหล่าเรโฮอวุโสหายไปในพริบตา จนในที่สุด พวกสาว ๆ ก็กลับมาอยู่ในความสงบได้อีกครั้ง เมื่อมีเสียงกระแอมดังเป็นการเตือน

        “เราขอให้พวกเธอทุกคนโชคดี คุณแคทเทอรีน แจกเมล็ดพันธุ์ได้แล้วค่ะ” เรโฮจอมโหดที่ไดอาร์เคยเจอด้านนอกวิหารน้อมรับคำสั่ง เมล็ดพันธุ์สีเขียวสดในถุงผ้า จึงถูกแจกจ่ายให้กับผู้เข้าสมัครคนละเมล็ด

        คุณแคทเทอรีนก้าวออกมาข้างหน้า น้ำเสียงก้องกังวานทรงอำนาจกล่าวออกมาเรียบ ๆ ราวกับมันเป็นเรื่องง่ายดาย “ทำให้เมล็ดพันธุ์งอกขึ้นมา ให้เวลาครึ่งชั่วโมง ใครทำได้ดีสุด 10 คน จะได้เป็นเรโฮ”

        “ทำให้มันงอกภายในครึ่งชั่วโมง!!” ไดอาร์อุทานเสียงหลง จนหลายคนหันมาจ้องเธอเป็นตาเดียว

     “ตรงนั้นมีปัญหาอะไรหรือเปล่า” คุณแคทเทอรีนถามเสียงเย็น

      ไดอาร์คอหด ทำตัวลีบจนแทบจะจมลงไปกับเก้าอี้ “เปล่าคะ”

     “ดี!...งั้นเริ่มจับเวลา”   

         นาฬิกาทรายอันใหญ่ที่แขวนอยู่บนคอกรรมการคุมสอบ ถูกคว่ำลง เช่นเดียวกับหลายคนที่ใจหายใจคว่ำหล่นตุ๊บ!ไปเต้นโครม ๆ อยู่ที่ตาตุ่ม

        เรโฮอวุโสมองหน้าที่เหลือเพียงฝ่ามือของสาวน้อย พลางก้มลงพลิกหารายชื่อในกระดาษ แถมแอบจดอะไรขยุกขยิก ซึ่งไดอาร์คิดว่า นั่นมันเป็นการตัดคะแนนกันเห็นๆ

        ไดอาร์ถอนหายใจพรืด

      ดินก็ไม่มี น้ำก็ไม่มี แล้วจะเอาอะไรไปปลูกเจ้าเมล็ดนี้ล่ะ        

      ดวงตาสีน้ำตาลจ้องมองไอ้เจ้าเมล็ดพันธ์ตัวปัญหาอย่างเซ็ง ๆ นิ้วมือเรียวจับบปลายผมสีทองดุจแพรไหมขึ้นมาพันไปมาด้วยความเคยชิน เวลาผ่านไปเกือบ 20 นาที แต่ดูเหมือนว่าเธอก็ยังไม่สามารถที่จะหาวิธีทำให้เมล็ดพันธ์งอกเงยขึ้นมาได้สักนิด ไดอาร์แอบมองสาว ๆ หลายคนที่ยังนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดไม่ต่างจากเธอ ผิดกับสาวน้อยที่นั่งข้าง ๆ มือเล็กนั้นเกาะกุมเมล็ดพันธ์เอาไว้ที่ระดับหน้าอก เปลือกตาพริ้มลงปิดตาคู่สวยสีฟ้าด้วยสมาธิอันแน่วแน่ แสงประหลาดสีเขียวอ่อนเรืองรองออกมาจากมือสองข้างที่กุมไว้

       คิ้วเรียวหมุนขึ้นด้วยความประหลาดใจ ไดอาร์หันซ้ายหันขวาพยายามจะบอกกับคนอื่นว่าเกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นกับเพื่อนสาวคนใหม่ แต่ก็ดูเหมือนว่าคนอื่น ๆ ไม่ได้มีทีท่าสนใจเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามอีกหลายคนกลับตั้งหน้าตั้งตา ทำท่าทางแบบเดียวกับที่กิฟฟินน์ทำด้วยซ้ำ

      ไดอาร์กรอกตาขึ้นฟ้าอย่างนึกชังในความโง่เง่าของตัวเอง เธอเลือกที่จะทำตามอย่างกิฟฟินน์ มือเรียวสองข้างกุมเมล็ดพันธ์เอาไว้แน่น นัยน์ตาสีน้ำตาลปรือลงช้า ๆ แม้จะเหลือเวลาไม่ถึง 10 นาที ไหน ๆ ก็มาถึงที่นี่แล้ว จะให้กลับไปเสียเที่ยวโดยไม่ได้พยายามลองทำดูสักครั้งมันก็กระไรอยู่

      งอกสิว้า โตเร็ว ๆ นะเมล็ดพันธ์จ๋า...

       กระแสลมอุ่น ๆ พัดโชยมาโอบล้อมรอบตัว จากเมล็ดเล็ก ๆ ที่เคยกุมไว้แน่น ก็เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง เกิดแสงสว่างเรืองอ่อน ๆ เจิดจ้าขึ้น ไม่ช้ามันก็ขยายตัวออก มีรากแก้วสีใสโผล่ออกมาจากเมล็ด มันยาวขึ้นมาก ดันมือน้อย ๆ นั้นให้แบออก ดวงตาสีน้ำตาลคู่สวยลืมขึ้นด้วยความตระหนก สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าคือ ต้นกล้าเล็ก ๆ ที่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่มีทีท่าจะหยุด จากแค่ใบอ่อนเพียง 2-3 ใบ ก็แตกกิ่งก้านสาขาเป็นลำต้นสูงเกือบฟุต ส่วนปลายมีหน่อเล็ก พยายามผลิเป็นดอกตูม แล้วในที่สุดก็เบ่งบานออกเป็นดอกไม้สีขาวนวล ทอแสงเรืองรองดุจพระจันทร์วันเพ็ญ ที่มีประกายระยับของเกล็ดเพชรบนใบไม้ งดงามยิ่งกว่าดวงดาวที่สุกสกาวหยอกเย้าดวงจันทร์ในราตรีกาล

       ไดอาร์แทบจะกลายเป็นโรคติดอ่าง พูดออกมาเป็นภาษาต่างดาว เมื่อต้นจันทราในมืองอกงามราวอัญมณีจรัสแสง ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ความรู้สึกเดียวกับครั้นที่เธอพบขบวนเสด็จของธิดาเทพในเมือง  ดังมนต์สะกดผู้คนให้หลงใหลตกอยู่ในภวังค์ที่ยากจะถอนตัว จนกระทั่งเสียงตีระฆังหมดเวลาจากกรรมการช่วยเรียกสติที่แตกกระเจิงให้กลับมาได้

      หลายคนที่แอบดูเหตุการณ์ประหลาดมาตลอด จ้องเธอมองมายังเธอด้วยสายตาทึ่งระคนแปลกใจ ไม่เว้นแม้แต่กิฟฟินน์ที่เพิ่งลืมตาตื่นขึ้นมา รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของเรโฮผู้เป็นกรรมการคุมสอบและธิดาเทพด้วยความชื่นชม

       “ฉ...ฉัน ทำอะไรพลาดไปหรือเปล่า” ไดอาร์โอบต้นไม้ที่เธอเพิ่งทำให้มันโตยึดเป็นหลักเอาไว้แน่นเพื่อซ่อนใบหน้างาม

        “ไม่หรอก ทำดีมากต่างหาก” กิฟฟินน์ยิ้มให้กำลังใจ แหวกดงไม้เข้าไปหา “ฉันทำตั้งนานยังไม่ได้ดีเท่าเธอเลย”

        ไดอาร์โผล่หน้าออกมาดูต้นไม้ในมือกิฟฟินน์ที่เพิ่งผลิดอกมาเพียงแค่ดอกตูมสองสามอัน เปรียบเทียบกับกอไม้ในอ้อมกอดของเธอแล้วมันช่างห่างไกลกันนัก

       “เออ แหะ! 10 นาที โตได้ขนานนี้เชียว” ไดอาร์มองต้นไม้ของตนอย่างทึ่ง ๆ ในใจก็แอบนึกชื่นชอบฝีมือตัวเองอยู่ลึก ๆ

        “10 นาที?” กิฟฟินน์แทบไม่เชื่อหูตัวเอง แต่ไม่ทันทีเธอจะได้ถามอะไรต่อ ธิดาเทพก็ประกาศด้วยเสียงหวาน

       “เป็นที่น่าชื่นชม ปีนี้เรามีโอกาสได้เรโฮเก่ง ๆ ถึงสองคน จริงไหมคุณกริฟฟินน์ คุณไดอาร์”

      สองสาวเจ้าของชื่อสะดุ้งโหยง รีบลุกขึ้นย่อกายทำความเคารพ

      “ที่เหลืออีก 8 คน คณะกรรมการจะเป็นผู้ตัดสินจากต้นไม้ที่เจริญเติบโต” ธิดาเทพหยุดรอจังหวะพลางกวาดสายตาทรงอำนาจไปทั่วโถง ร่างบางในชุดทรงสีขาวสะอาดเหยียดกายขึ้นด้วยท่วงท่าสง่างาม ทำให้ทุกคนในโถงลุกขึ้นย่อกายทำความเคารพ

     “เราขอลาเพียงตรงนี้ ส่วนเรโฮหน้าใหม่ อีกไม่นาน เราคงได้พบกัน”

      แล้วธิดาเทพผู้สูงศักดิ์ก็อำลาจากโถงกว้างพร้อมด้วยคณะผู้ติดตาม เหลือทิ้งไว้เพียง คุณแคทเทอรีน ที่ยืนทำหน้าดุไม่เปลี่ยนแปลง

      “สำหรับคนที่ได้รับเลือกเป็นเรโฮโปรดตามฉันมา ส่วนที่เหลือ ฉันคงต้องขอลาตรงนี้เช่นกัน”

      หญิงสาวที่ถือต้นกล้าสูงประมาณหนึ่งผ่ามืออีกแปดคนลุกจากเก้าอี้เดินตามคุณแคทเทอรีนไปอย่างรวดเร็ว 

      กิฟฟินน์ทำท่าจะลุกตามไปด้วยอีกคน แต่เจ้าตัวดีก็ฉวยข้อมือ ฉุดให้นั่งลงมาได้ก่อน

      “เจ๊แกหมายถึงฉันด้วยหรือเปล่า” เธอกระซิบกระซาบถามกิฟฟินน์เพื่อความแน่ใจ

      สาวน้อยผมสีเงินยิ้มขบขัน ต้นไม้ต้นเบ้อเร่อแถมออกดอกสวยเบ่งบานขนาดนี้ ถ้าสาวน้อยหน้าแฉล้มคนนี้ไม่ได้เป็นเรโฮ ไม่ว่าใครหน้าไหนในที่นี้ไม่เว้นแม้กระทั้งเธอก็คงต้องชวดตำแหน่งไปตาม ๆ กัน

      กิฟฟินน์พยักหน้า แล้วฉุดร่างบางของไดอาร์ขึ้นมา “ฉันว่าพี่ชายเธอคงจะดีใจ”

        ไดอาร์แยกเขี้ยวงุด แล้วเบ้หน้า “แหงล่ะ ป่านนี้คงหน้าบานเป็นกระด้งแล้วมั้ง เฮ้อ...ซวยชัด ๆ” ใบหน้าหวานทำท่าจะร้องไห้ แต่ก็ยอมเดินตามกิฟฟินน์ไปแต่โดยดี

       ห้องเล็กทางด้านขวาที่คุณแคทเทอรีนนำมา ถูกประดับตกแต่งด้วยผ้าม่านสีเขียวเข้ม แซมด้วยดอกกระดุมทองสีเหลืองสด หน้าต่างเปิดรับแสงแดดยามบ่ายแก่ ๆที่ไม่ร้อนจัดเนื่องจากลมหนาวเริ่มพัดมาในฤดูนี้

      บรรดาสาว ๆ ผู้ที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นเรโฮยืนสงบนิ่งรอฟังคำสั่งจากเรโฮผู้อวุโส ยกเว้นก็เสียแต่คนที่ทำคะแนนดีที่สุด ที่ทำตัวไม่สมกับคะแนนที่ได้มา ท่าทีหลุกหลิก สอดส่ายสายตาสำรวจโดย ห่างไกลกับความเป็นกุลสตรี จนกิฟฟินน์ต้องสะกิดให้เธอรู้สึกตัวเมื่อสายตาคู่ดุจากคุณแคทเทอรีนจ้องมาราวกับต้องการกินเลือดกินเนื้อ

      “สวัสดีอีกครั้ง ต้องขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ ฉันชื่อ แคทเทอรีน เป็นผู้ดูแลเรื่องกฎระเบียบของวิหาร ดังนั้นหากเรโฮคนใดที่ถือคติ กฎมีไว้แหก คงจะต้องเจอกับฉันบ่อยหน่อย”

      ไม่รู้ว่าไดอาร์คิดไปเองหรือเปล่า แต่ดูเหมือนคุณแคทเทอรีนจะจงใจเน้นเสียงและส่งสายตามาทางเธอเป็นพิเศษ

       “ห้องพักจะอยู่ชั้นสาม ทางทิศเหนือของวิหาร ทุกคนต้องพักรวมกัน ที่นั้นมีเครื่องแบบเรโฮเตรียมไว้ให้แล้ว ที่สำคัญพยายามรักกันไว้เหมือนพี่น้อง ไม่อย่างนั้นก็คงต้องมาพบฉันบ่อยขึ้นอีกหน”

      หลายคนกลืนน้ำลายหนืดลงคออย่างอยากเย็น เพราะดูเหมือนว่าคุณแคทเทอรีนจะพยายามเตือนไว้ว่า การมาพบเธอแต่ละครั้งมันต้องไม่ธรรมดา

     “และวันนี้ ฉันมีเวลาให้พวกเธอแค่ 2 ชั่วโมงเพื่อไปล่ำลากับญาติพี่น้องข้างนอก เวลาทุ่มตรง ทุกคนต้องพร้อมกันที่ห้องอาหาร ใครสาย...เตรียมรอพบฉันได้อีกเช่นกัน”

      รอยยิ้มหวานชวนเสียวสันหลังวาบ ระบายบนใบหน้าโหดดุของคุณแคทเทอรีน

      “ใครมีปัญหาสงสัยไหม”

      “ใครมันจะไปกล้ามีปัญหาฟะ” เจ้าตัวดีบ่นอุบตามนิสัย เสียแต่ว่ามันออกจะดังไปหน่อยเท่านั้น จึงทำให้คนถามหันควับ!กลับมามอง พร้อมด้วยรอยยิ้มพิฆาต

       “กฏเหล็กข้อที่2ของวิหาร วาจาอ่อนหวาน ในฐานะเรโฮ เธอควรจะไปท่องจำกฏเหล็กสี่ข้อของวิหารให้ขึ้นใจซะนะคุณไดอาร์ ไม่เช่นนั้นเธอคงต้องได้เจอฉันแทบทุกวันแน่”

     “ค่า....” เจ้าตัวแสบที่โดนสกัดดาวรุ่ง ตอบรับเสียงอ่อย ๆ

    เธอพ่นลมหายใจทิ้งอย่างหนักหน่วง คิดโทษคุณพี่สุดที่รักว่าทำกันได้ ไหนบอกว่าวิหารศักดิ์สิทธิ์เนี่ยแสนจะสบาย...เหอะ…อย่างกับโรงเรียนดัดสันดานก็ไม่ปาน

     แล้วยัง กฎเหล็กสี่ข้อ อีก

    ‘ตรงต่อเวลา วาจาอ่อนหวาน การงานใฝ่รู้ อยู่ในกฎเกณฑ์’

     จะมีข้อไหนไหมเนี่ยที่สาวน้อยผู้ไม่เคยต้องทำตามกฎอย่างเธอสามารถปฏิบัติได้โดยง่าย...นี่มันคุกชัด ๆ ถึงจะเป็นคุกแบบหรูหราหน่อยก็เถอะ

 ______________

ช่วงนี้ได้อัพเร็วหน่อย พอดีหาเน็ตได้

ขอบคุณทุกคอมเม้นท์และผู้อ่านทุกท่านที่ติดตาม

ขอบคุณทุกแรงโหวตจ้า ^_^

ไม่รู้ว่าจะเขียนได้ดีเหมือนเรื่องที่แล้วหรือเปล่า หรือว่าฝีมือจะตกลง

แต่ก็จะพยายามสู้ต่อไปค่ะ

Mulie

 

เขียนโดย Mulie : 2008-05-13 22:16:45

/1