Nymph
บทที่ 4 ต้นจันทรา
เสียงระฆังดังก้องกังวานไปทั่วทั้งเขตแดนวิหารศักดิ์สิทธิ์ สัญญาณที่คนทั่วทั้งวิหารรู้กันดีว่านี่คือเวลารวมตัวของเหล่าเรโฮ
หลังจากที่คุณแคทเทอรีนปล่อยให้พวกเธอได้ใช้เวลาอันมีค่าที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดไปล่ำลากับญาติพี่น้อง ซึ่งสำหรับไดอาร์นั้นดูจะไม่จำเป็นเสียเลยด้วยซ้ำ เพราะว่าพี่ชายสุดรักของเธอ เมื่อได้รู้ข่าวว่าน้องสาวได้เป็นเรโฮแล้ว ก็แทบจะไล่เธอให้กลับเข้าไปในนั้น โดยให้เหตุผลว่า
แกควรจะรีบกลับเข้าข้างใน พยายามเข้าหาผู้หรับผู้ใหญ่ซะ อนาคตมันจะได้สดใส
แม้จะไม่ค่อยสบอารมณ์กับเหตุผลงี่เง่า แต่ไดอาร์ก็ยอมกลับเข้าไปโดยดีเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับช่วงเวลารวมตัวของเรโฮในช่วงค่ำเป็นครั้งแรก
ช่วงเวลาอาหารค่ำของวิหาร เริ่มเวลาหนึ่งทุ่มตรง ซึ่งหมายความว่า ห้ามสายแม้แต่วินาทีเดียว เพราะนั่นหมายถึงจะไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวอาหารที่จะตกมาถึงท้องตลอดทั้งคืน ดังนั้น ห้องอาหารจึงเต็มไปด้วยบรรดาเรโฮหน้าใหม่และเก่าราว ๆ ร้อยกว่าคนอย่างพร้อมเพรียง
โต๊ะไม้ยาว ถูกตั้งตรงกลางห้องอาหาร สุดลูกหูลูกตาที่หัวโต๊ะคือที่ประทับของธิดาเทพแห่งมารินผู้สูงศักดิ์ ตามมาด้วยเรโฮอวุโสที่ไล่ระดับชั้นลงมาจนถึงปลายแถว ก็จะเป็นเรโฮหน้าใหม่ นั่งหน้าเฉล้ม ไม่รู้เรื่องรู้ราวจากทางหัวโต๊ะ
ไดอาร์ขนานนามที่นั่งของพวกเธอว่า ชายแดน และหัวโต๊ะส่วน VIP เรียกว่า เมืองหลวง เนื่องจากกว่าพวกเธอจะรับรู้ข่าวสารจากทางหัวโต๊ะได้ ก็แทบจะเรียกได้ว่ากินอิ่มกันทุกคนแล้ว
ลึก ๆ แล้วไดอาร์กลับรู้สึกพอใจกับที่นั่งชายแดนของเธอมาก เนื่องจากตรงนี้ห่างไกลจากสายตากดดันของคุณแคทเทอรีน และบรรดาผู้อวุโส ทำให้รู้สึกเจริญอาหารมากเป็นพิเศษ ผิดกับกิฟฟินน์ที่บ่นกระปอดกระแปดว่าเสียดายที่ไม่ได้ใกล้ชิดกับธิดาเทพ
ช่วงเวลาอาหารค่ำเกือบกลายเป็นช่วงเวลาแห่งสงครามเมื่อ ท่าทางการกินแบบบ้าน ๆ ของไดอาร์มันไปขัดหูขัดตา แซมมัวร์ มารีเอล เด็กสาวผมสีฟ้า นัยน์ตาสีน้ำเงิน ที่ไดอาร์เกือบจะมีข้อพิพาทด้วยเมื่อช่วงเช้า ซึ่งเธอก็เป็นหนึ่งในเรโฮหน้าใหม่ที่ผ่านการคัดเลือกเข้ามาด้วย มาดคุณหนูผู้แสนไฮโซ หลังตรง หน้าเชิด ใช้สายตาสีไพลินจิ๊กกัดแถมพูดเสียดสี
ไร้มารยาท
น้ำเสียงเย็นเยียบส่งตรงมากระแทกโสตประสาตเข้าอย่างจัง
ตรงนี้มันชายแดน ถ้าอยากสัมผัสกับมารยาทก็ไปนั่งแถวเมืองหลวงโน้น ไดอาร์ไล่ส่ง แล้วบรรเลงรายการอาหารอันโอชาต่อ อ่อ...ลืมไป ว่าเธอมันก็มีสิทธิ์นั่งได้แค่แถว ๆ ชายแดนนี้แหละว้า เอาน่า เกิดเป็นคนมันต้องรู้จักประมาณตน อย่าใฝ่สูงไปนักเลย
ไดอาร์!! แซมมัวร์แทบจะกรีดร้อง
หือ? แม่ตัวแสบเพียงเลิกคิ้วขึ้น แต่ยังคงไม่ละจากซุปเห็ดหอม
กิฟฟินน์พยายามกลั้นหัวเราะ ตอนแรกเธอก็กะจะปราม ๆ เพื่อนใหม่เสียหน่อย แต่ดู ๆ ไปมันก็เพลินดีกับรายการเอ็นเตอร์เทรนเล็ก ๆ บนโต๊ะอาหาร
เมื่อช่วงเวลาดื่มด่ำกับอาหารเลิศรสที่ส่งมาจากวังหลวงสิ้นสุดลง นั่นหมายถึงงช่วงเวลาแห่งความหฤโหดได้กลับมาเยือนอีกครั้ง
ธิดาเทพและเหล่าผู้อวุโสลุกออกจากห้องอาหารไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงแต่เหล่าเรโฮหน้าใหม่และผู้คุมกฎ
แว่นตากลมกรอบสีดำเข้ม วางอยู่ที่ปลายจมูกแหลมงองุ้ม เรียวปากบางเม้มแน่น พลางใช้ดวงตาสีไพรินกราดมองไปรอบ ๆ ใบหน้าแสนเย็นชาในยามนี้ไร้ซึ่งรอยยิ้ม ยากนักหากจะเดาว่าผู้คุมกฎแสนดุคนนี้คิดอะไรอยู่
สายตาดุ ๆ บวกกับบรรยากาศชวนอึดอัดของคุณแคทเทอรีนจ้องมองพวกเธอราวกับเสือผู้หิวโหยกำลังจะกินกระต่ายน้อยตัวจ๋อยในความคิดของไดอาร์ เธอแอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ หวังว่าตัวเองคงจะไม่ได้เป็นกระต่ายน้อยตัวนั้น
ค่ำคืนนี้ เราจะเรียนรู้เรื่องการปลูกต้นจันทรากัน ซึ่งก็คือต้นไม้ที่ใช้ในการทดสอบเพื่อเป็นเรโฮ ดังนั้น ขอให้พวกเธอตามฉันมาที่เรือนกระจก
คุณแคทเทอรีนในชุดเรโฮสีขาวสะอาดก้าวฉับ ๆ ไม่มีทีท่าว่าจะรอคำถามใด ๆ ที่จะเล็ดลอดออกมา
ไดอาร์เลิกคิ้วเรียวหันมาหากิฟฟินน์เป็นเชิงถามว่า คืนนี้พวกเธอจะได้นอนกันไหม ซึ่งกิฟฟินน์ก็ได้เพียงแต่ยิ้ม ๆ และส่ายหน้า ก่อนที่จะเดินตามคุณแคทเทอรีนออกไปเงียบๆ
เรือนกระจกของวิหาร เป็นสถานที่ที่รวบรวมพันธ์ไม้ไว้นานาชนิด ส่วนมากเป็นไม้ดอก ที่ชูช่อสวยงาม กิฟฟินน์อธิบายให้ฟังว่าที่นี่คือแห่งรวบรวมสมุนไพรชั้นเลิศของดินแดนเลยก็ว่าได้ เพราะดอกไม้สวย ๆ ที่แข่งกันเบ่งบานที่แท้ก็คือยาขนานต่าง ๆ ที่หายาก
พวกเธอทุกคนกรุณาฟังและโปรดจดจำคำของฉันไว้ให้ดี... เสียงเฉียบขาดย้ำชัดถ้อยชัดคำถึงวัตถุประสงค์ในการพูด
เรโฮ คือผู้ที่สวรรค์ส่งมาเพื่อคอยดูแลธิดาเทพ ดังนั้นหน้าที่สำคัญของเรโฮก็คือปกป้องธิดาเทพเท่าชีวิต ซึ่งการที่จะปกป้องธิดาเทพได้นั้นเหล่าเรโฮทุกคนจำเป็นต้องมีฝีมือที่เพียบพร้อมในทุก ๆ ด้าน รอยยิ้มเหยียดบนใบหน้าที่เชิดขึ้นด้วยความภาคภูมิ ใช่...ทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นต่อสู้ ปกป้อง และรักษา สามสิ่งที่พวกเธอต้องเรียนรู้ และเหนือสิ่งอื่นใด คือระเบียบวินัย...
ไดอาร์เริ่มตระหนักได้แล้วว่าเธอไม่ได้เหมาะสมกับตำแหน่งเรโฮอันสูงค่าเลยสักนิด เพราะนอกจากจะบู้ไม่ได้ บุ๋นก็ไม่เอาถ่าน แถมยังต้องมาอยู่ในระเบียบวินัยที่แสนยุ่งยาก มันชักทำให้เธออยากจะแหกคุกกลับไปอยู่กับขบวนการค้าของเธอตงิด ๆ
วันนี้ฉันจะขออธิบายถึงการอยู่ที่นี่ เริ่มด้วยหกโมงเช้าพร้อมกันที่ห้องอาหาร ช่วงเช้าเป็นรายการบรรยายภาคทฤษฏี ส่วนช่วงบ่ายเป็นการเรียนรู้ศิลปะการต่อสู้ และป้องกันตัว และในเวลาหนึ่งทุ่มตรง พร้อมกันที่ห้องอาหารเหมือนเดิม หลังจากนั้นเวลาสองทุ่ม ทุกคนต้องมาที่เรือนกระจกเพื่อเรียนรู้เรื่องการรักษา
แล้วเวลานอนละค่ะ
ดวงตาสีไพลินจับจ้องมาที่สาวน้อยเจ้าปัญหา เรื่องนี้ฉันไม่จำกัด ใครอยากจะนอนตอนไหนก็ได้ เพียงแต่ในคืนถัดไป ต้องมีความก้าวหน้าของผลงานมาส่ง
ไดอาร์ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก เพราะอย่างน้อยเธอก็ยังได้นอนเอาแรง
สำหรับวันแรก ฉันจะให้เธอปลูกต้นจันทราอีกครั้ง รายละเอียดไว้เรียนกันในเช้าวันพรุ่งนี้...คราวนี้ฉันต้องการต้นจันทราที่ออกดอกด้วย ให้เวลาสองวันสำหรับคนอื่น ๆ ยกเว้นเสียก็แต่กิฟฟินน์ ฉันให้เวลาเธอวันเดียว
อ้าว อย่างนี้ก็ไม่ยุติธรรมสิคะ เจ้าตัวมีปัญหาคนเดิมพยายามเถียงแทนเพื่อนโดยหารู้ไม่ว่ากิฟฟินน์นั้นอยากจะเอากอไม้ข้าง ๆ มาอุดปากเพื่อนแสนดีมากแค่ไหน
วิหารคือสถานที่ที่ยุติธรรมที่สุดในเอธาการ์ด...ไดอาร์ คุณแคทเทอรีนโต้กลับด้วยเสียงเย็น ๆ สำหรับกิฟฟินน์ที่สามารถทำให้ดอกจันทราผลิดอกตูมออกมาได้โดยใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงนั้น การที่จะทำให้มันเบ่งบานคงไม่ใช่เรื่องยาก สำหรับเวลาหนึ่งวัน ฉันว่ามันนานเกินไปด้วยซ้ำ
ไดอาร์พยักหน้าหงึก ๆ และก็ต้องยอมรับว่าเธอเห็นด้วยกับคุณแคทเทอรีน กิฟฟินน์เก่งกว่าคนอื่นๆ หลายเท่า จะให้มาย่ำต๊อกเรียนรู้สิ่งเดิม ๆ เหมือนคนอื่น ๆ ก็ดูจะกระไรอยู่
และสำหรับเธอ ที่สามารถทำให้มันเบ่งบานได้อย่างงดงามได้แล้ว ฉันจะให้เวลาเธอสามวัน
ไดอาร์ทำหน้ายุ่ง ๆ เมื่อเธอได้อภิสิทธิ์ได้วันมากกว่าคนอื่น ๆ จริง ๆ ฉันก็รู้ตัวหรอกนะคะว่าสมองฉันมันพัฒนาการช้า แต่การได้อภิสิทธิ์อยู่คนเดียวกันก็กระไร ๆ อยู่น๊า
ถ้าอย่างนั้นเธอต้องการสักกี่วันกันล่ะ คุณแคทเทอรีนถามหยั่งเชิง
มือบางลูบไล้เส้นผมสีทองดุจเกลียวไหม พันไปมาด้วยความเคยชิน แล้วรอยยิ้มก็ระบายบนใบหน้าหวาน สองวันเหมือนคนอื่นๆ ก็ได้ค่ะ
ตามคำขอ สองวันสำหรับการปลูกต้นจันทราหนึ่งร้อยต้น
หา!!!!
ทีแรกก็กะว่าจะให้สักสามวัน แต่ถ้าเธอขอฉันก็คงจะขัดไม่ได้
ไหนใครบอกว่า ความยุติธรรมหาได้ที่วิหารศักดิ์สิทธิ์ เรื่องนี้มันต้องเถียงหัวยันฝา ให้แตกหักกันไปข้างหนึ่ง เพราะว่าไอ้ทฤษฏีนี้อย่างไร ๆ ก็เชื่อไม่ได้
แม้จะมีเหตุผลที่พอจะฟังเข้าหูว่า เธอใช้เวลาแค่ 10 นาทีก็สามารถทำให้ดอกจันทราบานได้ แต่งานนี้มันคนละเรื่องราวฟ้ากับหุบเหว ดอกจันทราหนึ่งร้อยต้นกับเวลาแค่สองวัน
พระเจ้าช่วยกล้วยทอด!
คิดแล้วอยากจะกัดลิ้นตัวเองให้ตายนัก ปากไวจนได้เรื่องเลยเชียว
หลังจากที่คุณแคทเทอรีนแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์ให้กับคืนอื่น ๆ คนละเมล็ด และร้อยเมล็ดสำหรับคนปากดีอย่างไดอาร์เรียบร้อยแล้ว ก็ขอตัวกลับเข้านอน
กิฟฟินน์เข้ามาปลอบไดอาร์ด้วยความเห็นใจ และอาสาจะช่วยเธอปลูกสักยี่สิบสามสิบต้น แต่ไดอาร์ก็รีบปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่า มันเป็นกรรมของเธอที่จะต้องแบกรับ ซึ่งจริง ๆ แล้วแม่ตัวดีไม่อยากให้ใครต้องมาลำบากเพียงเพราะปากของเธอเองต่างหาก
กิฟฟินน์หัวเราะขำ ๆ อย่างอดไม่ได้ในความอวดดี สาวผมเงินจึงแนะนำเคล็ดลับการปลูกต้นจันทราให้เป็นน้ำใจ
ต้นจันทราจะเจริญเติบโตได้ดีต้องอาศัยปัจจัย 4 อย่าง นั่นคือ ดินร่วนอย่างดี น้ำค้าง แสงจันทร์ และพลังเวทย์
ดินดี น้ำค้าง แสงจันทร์ กับพลังเวทย์ จะหาของแบบนั้นได้ที่ไหนล่ะ ไดอาร์เกาหัวแกรก ๆ
ที่นี่แหละ นี่ไงในเรือนกระจกมีดินอย่างดี และน้ำค้าง ให้เธอได้ใช้อย่างเหลือเฟือ ส่วนแสงจันทร์ ก็ข้างบนนั้น กิฟฟินน์ขี้นิ้วขึ้นไปบนฟ้า สุดท้ายก็พลังเวทย์ มันอยู่ที่นี่
ไดอาร์ขมวดคิ้วเป็นปมยุ่งเหยิง ชี้นิ้วเข้าหาตัวเองแบบงง ๆ ในตัวเนี่ยนะ ฉันไม่ได้เป็นนักเวทย์ซะหน่อย ของแบบนั้นจะมีได้ไง
มีสิ ตอนที่ทดสอบการเป็นเรโฮ เธอยังให้เวทย์ให้ต้นจันทราออกดอกได้เลย
ไดอาร์หัวเราะแหะ ๆ นึกย้อนไปเมื่อตอนกลางวัน ไอ้วิธีนั้นอะนะ มัน ฟลุ๊ก! แต่ก็ช่างเถอะ ขอบใจสำหรับคำแนะนำนะ ร่างบางรวบถุงที่บรรจุเมล็ดพันธ์เอาไว้แล้วดินผละออกไป
จะไปไหนหรอไดอาร์ นี่มันก็ดึกมากแล้วนะ กิฟฟินน์ตะโกนถามไล่หลัง
ก็จะไปปลูกต้นจันทราน่ะสิถามได้
----------
สูง!
ความคิดแรกที่แล่นเข้ามาในหัวของสาวน้อย เมื่อชะโงกมองลงไปด้านล่าง สถานที่ที่เลือกใช้ในการปลูกต้นจันทราของไดอาร์คือบนยอดสูงสุดของวิหารศักดิ์สิทธิ์ โดยที่เธอทึกทักเอาเองว่า ยิ่งใกล้กับแสงจันทร์มากเท่าใด การที่ต้นจันทราจะโตเร็วก็มีโอกาสเป็นไปได้มากขึ้น
มือบางขยุ้มดินอย่างดีที่เอามาจากเรือนกระจกและน้ำค้างเอามาใส่ไว้ในถุงที่เต็มไปด้วยเมล็ดจันทรา
ใช้เทคนิคส่วนตัวที่คิดค้นขึ้นมาใหม่ เขย่าให้ส่วนผสมในถุงนั้นเข้ากันเป็นเนื้อเดียว จากนั้นเมื่อแน่ใจว่าส่วนผสมข้างในคลุกเคล้าเข้ากันได้เป็นอย่างดีแล้ว ก็เปิดถุงออก รับแสงจันทร์ทรงกลดที่เจิดจ้า มือสองข้างชูถุงขึ้นเหนือศีรษะ และใช้ขอบกำแพงของหอคอยปีนเพื่อเพิ่มระดับความสูงในการรับแสง
รีบโตไว ๆ นะ เอาดอกใหญ่ ๆ สวย ๆ เลย สาธุ ๆ ๆ ๆ ๆ
เธอภาวะนาด้วยคาถาแปลก ที่เพิ่งคิดค้นสด ๆ ร้อน ๆ
ใครทำอะไรอยู่ตรงนั้น!! เสียงเข้มตะวาดลั่น ทำเอาร่างบางสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ
ใบหน้าหวานหันกลับมามองยังต้นเสียง ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำ เส้นผมสีดำละเอียดเช่นเดียวกับดวงตาสีนิล ประดับใบหน้าคมคาย ที่แฝงด้วยแววดุดันน่าเกรงขาม คิ้วเรียวของไดอาร์เลิกขึ้นด้วยความแปลกใจ เมื่อชายคนนั้นชักดาบใหญ่ในมือเดินอาด ๆ เข้ามาใกล้มากขึ้น
แสงจันทร์สาดมายังร่างบางที่ยืนอยู่บนขอบกำแพงสูง เส้นผมนุ่มสีทองราวเส้นไหมคลอเคลียบนใบหน้างาม ดวงตากลมโตดูตื่นตระหนก เรียวปากสีชมพูเรื่อเอิบอิ่มสั่นน้อย ๆ พร้อมจะหลุดคำพูดบางอย่างออกมา
นาย...นายทหารจอมโหด? คำเอ่ยทักของไดอาร์ทำเอาชายหนุ่มถึงกับหยุดชะงัก แล้วใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะนึกขึ้นได้
เมื่อตอนเช้าตอนที่ธิดาเทพเสด็จกลับจากวัง เขาเคยเจอกับสาวน้อยตรงหน้านี้ครั้งหนึ่งแล้ว ตอนนั้นแม่คนนี้ยังกระเปิบกระป๊าบ เดินไม่ดูตาม้าตาเรือจนจะไปขวางขบวนเสด็จ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าสาวน้อยตรงหน้าคงจะไม่ใช่แค่เด็กข้างทางธรรมดาเหมือนในตอนเช้าแล้วกระมัง ดูจากการแต่งกายในชุดของเรโฮสีขาวผู้ทรงสง่า ดาบในมือจึงลดระดับลง และเก็บเข้าฝักในที่สุด
เรโฮมาทำอะไรบนยอดวิหารในเวลานี้ แม้ดาบจะถูกเก็บแล้ว แต่เขาก็ยังเดินเข้ามาใกล้ ๆ เนื่องจากตำแหน่งที่สาวน้อยตรงหน้ายืนอยู่มันช่างหล่อแหลมกับการตกลงไปเสียเหลือเกิน
ไดอาร์ขยับหนี อย่างนึกกลัวในดวงตาสีนิลดุ ๆ นั้น แต่เจ้าหล่อนก็ยังทำใจดีสู้เสื้อ ยิ้มกว้างให้ มาปลูกต้นจันทรา เธอตอบอ่อมแอ้มและพยายามยื่นถุงในมือเพื่อยืนยัน แต่ในจังหวะที่หันตัวกลับมานั้น ขาแข้งเจ้ากรรมก็เกิดขัดกันเอง จนหงายหลัง
เฮ้ย..ระวัง!
ชายหนุ่มร้องเสียงหลง วิ่งตรงเข้ามาหมายจะขว้างข้อมือไว้ เพียงชั่วครู่ที่ดวงตาสีนิลสบกับรอยขบขันบนใบหน้างาม ดวงตาสีน้ำตาลฉายแววระริก
แล้วร่างบางทั้งร่างก็ถูกฉุดลงไปตามแนวโน้มถ่วงของโลก แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว เขารีบชะโงกลงไปดูล่างหอคอย ทั้งที่ทำใจไว้แล้วว่าคงจะเห็นร่างบางกองอยู่กับพื้นข้างล่างเละเป็นโจ๊ก แต่สิ่งที่เห็นมันผิดคาด
หน้าต่างชั้นล่างของหอคอย มีใบหน้างามชะโงกกลับขึ้นมาดู แถมแลบลิ้นปลิ้นตาเยาะเย้ยให้ ก่อนที่จะผลุบหายลับไป
มือหนาจับเชือกสีเงินที่ห้อยระโยงจากกำแพงต่อไปถึงหน้าต่างชั้นล่าง รอยยิ้มบางที่ไม่ค่อยได้เห็นนักระบายบนใบหน้าคมคาย
เราต้องได้เจอกันแน่ ยัยตัวแสบ
Mulie
ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตาม และเป็นกำลังใจให้เสมอ
ขอบคุณทุกคอมเม้นท์และเสียงโหวตนะคะ
-------------------------------

