วันที่ : 22 พฤษภาคม 2551
ชื่อเรื่อง : Nymph : เทพธิดาแสนซน
ชื่อตอน (chapter) : Nymph : บทที่ 6 การต่อสู้และป้องกัน

Nymph

บทที่ 6 การต่อสู้และป้องกัน

         

ตัวละคร Nymph

  

           

        ตาย ๆ ๆ ๆ

        ตอนนี้ในหัวของไดอาร์คิดออกแต่คำ ๆ นี้

         เจ้าชายแห่งมารินและองค์ลักษณ์ชุดดำอีกสองคนย่างสามขุมเข้ามาหาเธออย่างอาจ ๆ ในมือขององค์ลักษณ์ทางด้านซ้ายถือลูกธนูต้นเหตุนั้นมาด้วย

        “ถวายพระพรเพคะองค์ชาย” เหล่าเรโฮทุกคนถอนสายบัวทำความเคารพเจ้าชายการ์เซล แห่งนครมารินอย่างนอบน้อม

         “ฝีมือใคร” องค์ลักษณ์ผู้ถือธนูมาด้วยกล่าวด้วยเสียงเย็นเยียบ

       ไดอาร์สะดุ้งโหยง ค่อย ๆ ยกมือขึ้นรับผิด

        “ฉันเอง” 

         “เธอ?” 

         “อ้าว นายทหารจอมโหด” สาวน้อยนักธนูลืมไปว่าตนมีความผิดติดตัวอยู่ เผลอชี้หน้าองค์ลักษณ์ผู้ทำการสอบสวน

        “รู้จักกันหรอริวจิน” เจ้าชายการ์เซลเอ่ยถามองค์ลักษณ์ผู้ถือลูกธนูเรียบ ๆ

         “เคยพบกันครั้งสองครั้งครับ” ดวงตาสีนิลปรายมามองสาวน้อยผู้ก่อปัญหา ซึ่งมันชวนให้รู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ พิลึก

         “ถ้าอย่างนั้นก็สุดแล้วแต่นายก็แล้วกัน ถ้วยชาใบโปรดของนายด้วยนี่” เจ้าชายการ์เซลส่งสัญญาณมือให้องค์ลักษณ์อีกคนที่อยู่ด้านขวาถอย

        “ถ้วยชาของนายหรอ...เดี๋ยวฉันซื้อใช้ให้นะ” สาวน้อยนักแม่นธนูแก้ปัญหาเสียดื้อ ๆ ดวงตาใสซื่อจ้องกลับรับกับรอยยิ้มกว้าง ทำเอาฝีเท้าของเจ้าชายการ์เซลและองค์ลักษณ์อีกคนที่กำลังจะถอยกลับถึงกับชะงัก หันมาให้ความสนใจอีกครั้ง

         คิ้วเข้มของริวจินขมวดเป็นปม ก่อนที่จะคลายออกอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นัก

         “นั่นเป็นถ้วยชาพระราชทาน หาซื้อตามตลาดได้ที่ไหนกัน” เขาเอ็ดเสียงเย็น ๆ

         ไดอาร์ทำหน้าเหวอหันมาขอความช่วยเหลือจากเพื่อนสาวที่ต่างพร้อมใจกันถอยกรูดออกห่างเธอเป็นกิโล ๆ

          เพื่อนแท้!

         แม่สาวน้อยแอบสบถในใจ ก่อนที่จะหันมายิ้มกลบเกลื่อน

       “งั้น...เดี๋ยวฉันซื้อมาแล้วให้เจ้าชายพระราชทานให้นายใหม่ก็ได้ ดีไหม” คำแก้ต่างแบบมัดมือชก ทำเอาเจ้าชายการ์เซลหัวเราะร่วนอย่างนึกขำ

       “เธอชื่ออะไรหรือเรโฮ” เจ้าชายการ์เซลเอ่ยถามหลังจากหยุดหัวเราะได้

        “ไดอาร์ มาเร็ตก้าเจ้าค่ะ” 

         “เรโฮใหม่หรือ”

        “เห็นจากฝีมือการยิงธนูก็น่าจะรู้อยู่แล้วล่ะครับว่าเป็นโรโฮใหม่” ริวจินแขวะเข้าให้

        “ถึงฝีมือการยิงธนูของฉันมันจะห่วย”

        “เขาเรียกห่วยมากต่างหาก” เพื่อน ๆ พร้อมใจกันออกความเห็นด้วยความรักใคร่ (ทีเมื่อกี้ล่ะ เงียบอย่างกับอยู่ป่าช้า)

            “โอเค...ยอมรับว่าห่วยมาก แต่ฉันก็มีดีเรื่องการใช้ดาบนะ” 

            “เรโฮใช้ดาบหรือ” เจ้าชายการ์เซลมีสีหน้าแปลกใจอย่างเห็นได้ชัด เท่าที่เขารู้มา เรโฮทุกคนล้วนแล้วแต่ใช้ธนูเป็นอาวุธนี่นา แล้วทำไมสาวน้อยเรโฮผู้นี้ถึงนิยมใช้ดาบ

            “เจ้าค่ะ” เธอตอบรับอย่างหน้าชื่นตาบาน แถมคุยฟุ้งอวดอ้างสรรพคุณ “ฉันน่ะจับดาบตั้งแต่จำความได้ แถมของเล่นชิ้นแรกก็คือดาบไม้...ถ้าองค์ชายจะอนุญาตให้เรโฮเปลี่ยนจากการใช้ธนูมาเป็นดาบก็คงจะดีไม่น้อยเจ้าค่ะ”

            “เรื่องนั้นคงต้องถามความเห็นจากธิดาเทพดูก่อน หรือว่าท่านธิดาเทพเห็นสมควรว่าอย่างไร” ประโยคคำถามที่น้ำเสียงฟังดูนุ่มนวลเอ่ยถาม แล้วผู้ที่ตอบคำถามได้ก็เอ่ยตอบขึ้น ทำเอาไดอาร์อยากจะกัดลิ้นตัวเอง

            “เราไม่ขัดข้องอะไร เพียงแต่ต้องขึ้นอยู่กับผู้สอนด้วยสิคะ ว่าเขาจะยอมหรือไม่”

            เรโฮพร้อมทั้งองค์ลักษณ์หนุ่ม ก้มลงทำความเคารพธิดาเทพที่โผล่เข้ามาทางด้านหลังตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้

            “ว่าไงคะ คุณกินเดล จะอนุญาตหรือไม่”

ชายผู้มีผมสีน้ำเงิน นัยน์ตาสีม่วงสด ก้าวออกมา เข้ายิ้มให้อย่างใจดี ทำให้ไดอาร์ใจชื้นนิด ๆ ที่อย่างน้อยองค์ลักษณ์คนนี้ก็ไม่ได้ตีหน้ายักษ์เหมือน อีตาจอมเก็ก ริวจิน นั่น

“ผมถนัดแต่เรื่องธนู ถ้าเรื่องดาบคงต้องให้ริวจินเป็นผู้สอนน่ะครับธิดาเทพ”

ไดอาร์หน้าเหวอทันที ดวงตาคมกริบสีนิลนั้นตวัดมามอง สาวน้อยรีบส่ายหัวปฏิเสธการเรียนดาบทันที

“โอว์...รบกวนเปล่า ๆ ค่ะ ฉันเรียนธนูเหมือนคนอื่น ๆ ก็ได้” เธอรีบหันกลับมาขอความเห็นใจจากธิดาเทพ

“โลเล 

ไดอาร์ค้อนขวับมาทางชายหนุ่ม ที่บังอาจมาต่อว่าเธอ ดวงตาสีน้ำตาลหรี่ลงแถมส่งสายตาจิ๊ก ๆ ไปยังดวงตาสีนิลคู่นั้น

ก่อนที่สงครามสายตาคู่พิฆาตจะครุกรุ่นไปมากกว่านี้ เจ้าชายการ์เซลก็รีบตัดบท

“ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของอาจารย์ผู้สอนภาคปฏิบัติการต่อสู้และป้องกันตัวดีกว่านะครับธิดาเทพ อากาศเย็น ๆ แบบนี้เราเข้าไปรอในวิหารจะดีกว่าเดี๋ยวจะไม่สบายเอา” 

เจ้าชายการ์เซลผายมือเชื้อเชิญธิดาเทพ ก่อนที่ทั้งสองคนจะหายเข้าไปในตัวปราสาท ทิ้งให้บรรยากาศมาคุในช่วงต้นฤดูหนาวดำเนินต่อไป

“เอาล่ะครับเรโฮทุก ๆ ท่าน มากลับเข้าสู่บทเรียนช่วงบ่ายกันดีกว่า” องคลักษณ์ที่ชื่อกินเดลเรียกให้ทุกคนกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง

“ต้องขอแนะนำตัวก่อนสักนิด ผมชื่อ กินเดล ไคน์วา เป็นองค์ลักษณ์ฝ่ายขวา และคนนี้คือ ริวจิน เพนดากูน เป็นองคลักษณ์ฝ่ายซ้าย”

องคลักษณ์ฝ่ายซ้ายหรอ...เก็กซะไม่มีอ่ะ

ไดอาร์ทำหน้าเบ้ใส่

“ผมและริวจินได้รับมอบหมายให้มาฝึกภาคปฏิบัติเรื่องการต่อสู้และป้องกันตัวให้กับพวกคุณ ซึ่งอาวุธที่ใช้ก็คือ ธนู หรือหากใครสนใจอาวุธชนิดอื่นนอกเหนือจากนั้นก็แจ้งกับผมได้ก่อนนะครับ” เขาหันมาถามไดอาร์ ซึ่งเจ้าตัวก็รีบส่ายหน้าปฏิเสธน้ำใจที่หยิบยื่นมาให้ทันที

“ถ้าอย่างนั้น เราก็ต้องหาคันธนูที่เหมาะกับแต่ละคนก่อน” กินเดลโปรยรอยยิ้มทรงเสน่ห์มาให้กับสาว ๆ เรโฮทุก ๆ คน

-----------

“ขอบคุณเจ้าชายที่สละเวลามาดื่มชาช่วงบ่ายพร้อมกับเรา” ธิดาเทพยิ้มให้น้อย ๆ

ถ้วยชาสีขาวคลิบทองบรรจงวางลง แล้วมือใหญ่กว่าเอื้อมไปฉกชวยปลายนิ้วมือเรียวนั้นก่อนยกขึ้นมาจุมพิตแผ่วเบา

ใบหน้านวลขึ้นสีแดงเรื่อ ก่อนที่จะรีบชักมือกลับราวต้องของร้อน

“ท่านจะทำอย่างนี้ไม่ได้นะเจ้าชาย เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า” เธอเอ็ดเสียงเบาจนแทบจะกลายเป็นเสียงกระซิบ

“เห็นแล้วเป็นอะไร อย่างไรเสีย ท่านก็ต้องมาเป็นราชินีแห่งมารินในอนาคตอยู่แล้ว”

สาวน้อยผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าคือธิดาเทพผู้สูงศักดิ์เม้มเรียวปากชมพูแน่น เมื่อถูกเจ้าชายอาจหาญมาลองดี รู้สึกขัดใจที่ไม่สามารถจะโต้ตอบกลับได้ เพราะเธอรู้ดีถึงความสำคัญของตำแหน่งธิดาเทพที่ติดตัวเธอมาตั้งแต่เกิด

ในวันที่แสงดาวจรัสฟ้า บุตรสาวของเสนาบดีเมืองมารินก็ได้ถือกำเนิดลืมตาดูโลกขึ้นในวันนั้น เธอในฐานะธิดาเทพแห่งเมืองมารินจึงได้รับการอบรมเลี้ยงดูเป็นอย่างดี และถูกสั่งสอนให้จงรักภักดีแต่ราชวงค์แห่งมาริน เนื่องจากตามความเชื่อโบราณที่ว่ากันว่า ธิดาเทพคือผู้ที่มีอำนาจยิ่งใหญ่ หากชายใดที่ได้รับความรักจากเธอก็เสมือนกับได้พรอันประเสริฐพลังอำนาจก็จะตกอยู่ในมือของผู้นั้น ด้วยเหตุนี้ธิดาเทพของทุก ๆ เมืองจึงมีหน้าที่ ที่จะต้องขึ้นเป็นราชินีองค์ต่อไปอีกด้วย

นัยน์ตาบุษราคัมของเจ้าชายการ์เซลฉายแววระริกถูกใจเมื่อสามารถต้อนให้สาวน้อยหน้าหวานจนมุมได้ รอยยิ้มพรายระบายบนใบหน้าคมคาย

“ไม่ต้องมายิ้มเลยนะ เอ๊ะ! พูดแล้วยังไม่ฟังอีก” เธอเอ็ดราวกับเป็นเด็กสาวแสนงอน เมื่อคนตรงหน้ายังคงยียวนไม่หุบยิ้ม อีกคนที่ทนความกระดากอายไม่ได้ก็เลยตัดสินใจลุกหนี

“เราขอตัวก่อน”

มือที่ใหญ่กว่าคว้าข้อแขนบาง ฉุดให้นั่งลงตามเดิม “จะรีบไปไหนกันล่ะเอวิต้า คนเขาอุตส่ามาหาเพราะคิดถึง”

ธิดาเทพหน้าร้อนพร่าว เมื่อถูกชายหนุ่มเรียกชื่อจริงของตน ร่างเล็กสะบัดมือใหญ่กว่าออก “มาเพราะต้องตามองค์ลักษณ์ที่มาสอนให้เรโฮต่างหากล่ะ” เธอหาเหตุมาแย้ง

“แล้วไม่ดีหรือไง ผมเป็นคนเสนอให้องค์ลักษณ์ส่วนตัวมาเป็นครูสอนเองเลยนะ ที่สำคัญจะได้หาข้ออ้างมาอยู่ที่นี่ได้ด้วยไง”

ใบหน้านวลยิ่งแดงก่ำราวลูกตำลึงสุกเข้าไปใหญ่ “เราจะไปทำพิธีกราบไหว้ฟ้าดิน” แล้วเจ้าตัวก็รีบลุกออกไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่รีรอให้อีกคนฉวยโอกาสมารั้งไว้ได้อีก

เจ้าชายการ์เซลได้แต่หัวเราะขบขัน ถ้วยชาขอบทองที่วางอยู่ยกขึ้นมาจิบอีกครั้ง

“นับวันก็ยิ่งน่ารักนะเอวิต้า”

----------------

            ลานซ้อมยิงธนูด้านหลังวิหารถูกจัดเตรียมให้เป็นสถานที่ฝึกซ้อมบรรดาสาวน้อยเรโฮหน้าใหม่ คันธนูสวยนับร้อยอันตั้งเรียงรายบนผนังในห้องเก็บอาวุธที่อยู่ใกล้ ๆ

        “คลังแสงธนู รวบรวมธนูที่ดีที่สุดของอาณาจักรเอธาการ์ดไว้ ให้พวกเธอเลือกคันธนูที่เหมาะสมกับเธอที่สุด อ่ะ!..ตามสบาย” กินเดลผายมือเชื้อเชิญ

            “นี่คุณองคลักษณ์ฝ่ายขวาคะ แล้วฉันจะไปรู้ได้ไงว่าอันไหนมันเหมาะกับฉันจริง ๆ ถ้าเกิดซุ่ม ๆ เลือกไปแล้วมันไม่ดีล่ะ เสียเวลาเปล่า ๆ” สาวน้อยเจ้าปัญหาวางท่าสำรวจรอบ ๆ ห้องที่เต็มไปด้วยคันธนูสวย

            กินเดลคลี่รอยยิ้มบาง ๆ “ลองใช้ใจสัมผัสสิ ธนูจะเป็นผู้เลือกเจ้าของเองนั่นแหละ”

            “ใช้ใจสัมผัส?”  เจ้าหล่อนทวนคำ เอียงคอ สีหน้าฉายชัดถึงความงุนงง

            กิฟฟินน์ที่ดูเหมือนจะหัวไวกว่าคนอื่น เดินเข้าไปกลางห้อง ซ่อนดวงตาคู่สวยสีฟ้าอยู่หลังเปลือกตา ใช้สมาธิเพ่งกระแสจิตไปยังธนู

            แล้วเหตุการณ์แสนประหลาดก็ทำเอาทุกคนถึงกับตาค้าง เมื่อคันธนูทุกอันพร้อมใจกันเปล่งแสงสว่างรับกับพลังลึกลับในร่าง

            สาวน้อยผู้มีพลังลึกลับหันกลับมาหากินเดล “แล้วถ้าเป็นแบบนี้จะเลือกอันไหนดีละคะ” 

            องคลักษณ์ฝ่ายขวาอ้าปากค้าง จนในคำพูด

            “โห กิฟฟินน์ เธอเนี่ยมันอัจฉริยะสุด ๆ บู้ก็ได้ บุ๋นก็ดี” ไดอาร์ตบมือผางถูกใจ พลางถือวิสาสะโอบไหล่ไว้ “สมแล้วที่เป็นเพื่อนกัน...เอาอย่างนี้ไหม ถ้าเธอเลือกไม่ถูก ฉันจะช่วยเลือกให้เอง” 

            “อย่าเลย เกรงใจน่ะ”

       “ไม่ต้องเกรงใจ ๆ อ่ะนี่ คันธนูสวย แค่กลิ่นหอมที่โหยออกมาก็รู้ทันทีว่าทำจากต้นจันทรา” ไดอาร์สูดกลิ่นเข้าไปเต็มปอดพลางว่าต่อ “เนื้อไม้เหนี่ยว ทนทาน แถมน้ำหนักเบา จับถนัดมือ คันสายชั้นดีจากเมืองบันจา สลักลวดลายประณีต ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นฝีมือของช่างจากเมืองปิราน ของดีราคาแพง หาจับได้ยาก ถ้าไม่สนอันนี้จะไปคว้าอันไหนได้อีก” 

กิฟฟินน์กระพริบตาปริบ ๆ รับคันธนูมาอย่างงง ๆ กับคำโฆษณาอวดอ้างสินค้าของอดีตแม่ค้าใหญ่แห่งขบวนการค้ามาเร็ตก้า

สาวน้อยทำเสียงจิ๊กจั๊ก ยักคิ้วแผล็บ “เรื่องของดีหายากทั่วเอธาการ์ดน่ะ มันอาชีพเก่าของฉัน” ไม่ว่าเปล่าเจ้าตัวดีก็หันไปเสนอตัวเป็นผู้แนะนำธนูดี ๆ ให้กับเพื่อน ๆ คนอื่นด้วย

“แสนรู้นะ” คำชมที่ฟังแปลก ๆ ทำเอาใบหน้างาม ๆ หงิกงอ เมื่อได้รับคำสรรเสริญจากองคลักษณ์ฝ่ายซ้าย

“อยากจะรู้นักเชียว ว่าผู้คร่ำหวอดเรื่องธนูอย่างเธอ จะใช้ของดีจากเมืองไหน”

ไดอาร์ทำหน้าตาเซ็งจิต ผละจากเพื่อน ๆ หันมากอดอกเผชิญหน้ากับชายหนุ่ม

“สู่รู้ สาวน้อยแยกเขี้ยวใส่

ริวจินกัดฟันกรอด ส่งสายตาดุ ๆ มาให้

ไม่น่ารักเอาซะเล้ย!!!

           

           

 

 

 อัพเดทแล้วค่า

ช่วงนี้มีสอบ อาจดองไปบ้าง ขอโทษมา ณ ที่นี้ด้วยจ้า ^_^

ขอบคุณทุกคอมเม้นท์และโหวตจ้า ... ซึ้ง ๆ ๆ

Mulie

 

 


เขียนโดย Mulie : 2008-05-22 16:05:55

/1