วันที่ : 26 พฤษภาคม 2551
ชื่อเรื่อง : Nymph : เทพธิดาแสนซน
ชื่อตอน (chapter) : Nymph : บทที่ 7 ธนู ดาบ เวทย์

Nymph

บทที่ 7 ธนู ดาบ เวทย์

           

ฟิ้ว....ว

            ลูกธนูดอกแรกถูกส่งไปหาเป้าหมาย แต่มันกลับทรยศ พุ่งห่างจากเป้าตรงไปหากิฟฟินน์ ดีที่สาวน้อยเจ้าของเรือนผมสีเงินหลบได้ทัน

            “แหะ ๆ โทษทีกิฟฟินน์”

            ฟิ้ว....ว

            ดอกที่สอง

            “นี่มันกระดานเป้าของฉันนะไดอาร์ ของเธออยู่ทางนู้น” แซมมัวร์แหวใส่

            และดอกที่สาม

ฟิ้ว...ว - - - - - เพล้ง!!

“เวรกรรม!!”

“ยัยตัวแสบ” เสียงตะหวาดจากองคลักษณ์ฝ่ายซ้ายตะโกนมาแต่ไกล ใบหน้าคมคายดูบูดบึ้ง สูทสีดำภูมิฐานเปื้อนไปด้วยคราบน้ำชา

ตัวก่อเรื่องยิ้มแหย ๆ ทำหน้าเจี๋ยมเจี่ยมสำนึกผิด

“ไหนคุยว่าได้ธนูดีไง”

“ธนูน่ะมันดี แต่ฝีมือ...” เสียงอ่อย ๆ อ่อมแอ้มตอบ พลางเหลือบมองคราบน้ำชาที่สร้างวีรกรรมไว้

แค่เสียสมาธิเพราะลมหนาวนิดเดียวเอง ลูกธนูก็ดันพลาดไปโดนถ้วยชาเสียได้ ที่แย่ไปกว่านั้นคือ หนนี้แก้วแตกคามือขณะที่ริวจินกำลังยกมันขึ้นจิบเสียด้วยสิ

“เอาธนูมานี่ เธอน่ะไม่ต้องฝึกธนูแล้ว” เขากล่าวเรียบ ๆ ด้วยสีหน้าอ่านยาก เจ้าตัวดีก็ยอมทำตามโดยง่าย แต่ยังคงไม่วายซักไซ้

“ฉันก็รู้ว่าฝีมือการยิงธนูมันห่วยมาก แต่นายก็ไม่น่าถึงกับยึดธนูไม่ให้ฉันฝึกนะ”

“เฮ้! กินเดลขอยืมดาบหน่อย” ริวจินตะโกนขออนุญาต แล้วชักดาบในฝักออกโยนให้ไดอาร์

กินเดลที่กำลังสาละวนอยู่กับการฝึกสาวน้อยเรโฮทั้งเก้าคนในเรื่องการใช้จิตเพ่งมองแทนสายตา หมุนหัวคิ้วขึ้น แม้ปากจะอนุญาตให้ริวจินยืมดาบได้ แต่ในใจกลับรู้สึกหวั่น ๆ แทนไดอาร์ชอบกล

“จับดาบมา ขอทดสอบราคาคุยเรื่องดาบหน่อย” ริวจินชักดาบใหญ่สีดำออกจากฝัก หันปลายมาทางไดอาร์

            “นายจะสอน?” เสียงสูงเอ่ยทวนขึ้นอย่างไม่นึกเชื่อหูตัวเอง

            ริวจินพยักหน้ารับ ใบหน้าบอกความรำคาญเล็ก ๆ

            “ไม่เอาอ่ะ ฉันอยากเรียนรวมกับคนอื่น” คนเรื่องมากออกตัวค้านเสียงแข็ง

            ชายหนุ่มถอนหายใจพรืดอย่างระอา “หัดดูความสามารถของตัวเองเสียก่อน คนอื่นเขาน่ะ ถึงขั้นให้จิตควบคุมทิศทางของธนูแล้ว เธอจะไปเรียนรวมได้ไง” ริวจินดุเสียงเข้ม

            แทนที่สาวน้อยจะทำหน้าสลดกลับกำดาบในมือแน่น คำสบประมาทเหมือนเปลวไฟที่มากระตุ้นให้จิตใจฮึกเหิม

            “ดาบก็ดาบสิ มา ๆ สอนได้แล้ว”

            ดาบขนาดพอเหมาะมือวาดออกไปข้างหน้าในท่าพร้อมรบ รอยยิ้มบางคลี่ออกบนใบหน้าคมคาย แล้วฉับพลัน ก็จู่โจมเข้าปะทะทันที

            โอ๊ย!!! อยากจะบ้าตาย

            พวกองคลักษณ์บ้าเลือดพวกนี้ไม่เคยเห็นพวกเธอเป็นผู้หญิงแสนบอบบางเลยสักนิด จากสภาพของเพื่อน ๆ แต่ละคนที่สะบักสะบอมไม่แพ้กันทำให้ไดอาร์เริ่มตระหนักกับภาระอันใหญ่ยิ่งของเรโฮได้ดียิ่งขึ้น

ทางด้านเพื่อน ๆ โดนให้ฝึกกระแสจิต และหัดปล่อยพลังเวทย์ออกมาพร้อมธนู  องศาความโหดเล่นเอาดับความเย็นในวันที่อากาศดี ๆ ช่วงต้นฤดูหนาวไปเลย เม็ดเหงื่อซึมตามไรผมของแต่ละคนจนดูยุ่งเหยิง เรียกได้ว่าโทรมไปตาม ๆ กัน ที่ยังดูดีมีชาติตระกูลกว่าชาวบ้านก็คงจะเป็น สาวน้อยอัจฉริยะ กิฟฟินน์ ที่ยังคงยิ้มแย้มแจ่มใส เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังลึกลับมากมายที่ซุกซ่อนอยู่ ส่วนทางด้านของไดอาร์เองก็ใช่ว่าจะเบากว่าคนอื่น ๆ เสียเมื่อไร ในเมื่อท่านหัวหน้าจอมเก็กจับเธอเข้าคอสเข้ม

            “ใช้ไม่ได้ วิถีของดาบไม่เด็ดขาด” ริวจินพูดถากถาง พลางหันคมดาบใหญ่เฉียดเข้าที่แขนเรียว

            “ยังช้าอยู่ สมาธิไม่มี” เขาว่าต่อ แล้วออกแรงตวัด จนร่างบางของไดอาร์ถอยกรูดไปหลายเมตร

            “อ่อนแอ ไม่มีการคุ้มกันตัว พื้นฐานแย่” ร่างสูงนั้นโถมเข้ามาประชิด ไดอาร์วาดดาบรับอย่างอ่อนแรง ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่น พยายามรีดเร้นพลังเฮือกสุดท้าย แล้วสะบัดตัวให้พ้นจากวิถีดาบใหญ่

            “พลังเวทย์โต้ตอบเป็นศูนย์ ห่วย

            ดาบในมือปาออกไปด้วยความโมโห!!

“โอ๊ย! บ่นอยู่ได้น่ารำคาญ”

            “ความแม่นยำห่วยกว่า แถมควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ออกรบมีแต่ตายกับตาย” ริวจินยังไม่หยุดพูด

            “นี่นาย ถ้าฉันมันห่วยมาก นายก็ควรจะสอนฉันตั้งแต่พื้นฐานสิ ไม่ใช่เอาแต่บ่น ๆ ๆ ไอ้นั่นไม่ดี ไอ้นี่แย่ ใครมันจะไปเก่งตั้งแต่อยู่ในท้องแม่กันละห๊า ไดอาร์ยืนเท้าเอวเถียงกระหืดกระหอบด้วยความเหนื่อย

            ใช่! ทั้งเหนื่อย ทั้งเจ็บใจ ฝีมือเก่งกว่ายังมาถากถางคนอื่นอีก นิสัยแย่สุดๆ

            ดาบใหญ่ในมือลดระดับลง ก่อนที่จะเก็บมันเข้าสู่ฝัก

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ระบายบนใบหน้าหวานอีกครั้ง ร่างบางกระโจนเข้ามา ดาบที่ถูกโยนทิ้งบัดนี้พาดอยู่บนคอของร่างสูงตรงหน้าด้วยความถือดี

            ใบหน้าเรียบเฉยยังคงอ่านยาก “ยังดีที่รู้จักใช้สมอง ถึงแม้จะไม่ฉลาดนัก” ดาบที่เคยพาดบนคอถูกรวบให้เข้ามาประชิด แล้วดาบนั้นก็คืนสนองแก่ผู้ที่เป็นเจ้าของ เมื่อลำคอขาวมีเลือดไหลซิบ ๆ แค่พอถาก ๆ ให้เห็นร่องรอย

            “นายมันขี้โกง” สาวน้อยหน้างอง้ำเมื่อชัยชนะที่เห็นอยู่ตรงหน้า กลับถูกช่วงชิงไปอย่างหน้าตาเฉย

            ริวจินหัวเราะชอบใจ “ขี้โกงตรงไหนไม่ทราบ ก็เธอบอกเองว่าช่ำชองเรื่องดาบ ฉันก็แค่ทดสอบนิด ๆ หน่อย ๆ แต่ดูเหมือนว่าจะราคาคุย”

            เธอสะบัดตัว ดิ้นออกจากคมดาบ หน้างอง้ำเป็นม้าหมากรุก จ้องกลับมาอย่างหาเรื่อง  “จำไว้เลย...สักวันฉันจะต้องชนะนายให้ได้”

---------------

            ค่ำคืนในต้นฤดูหนาว สายลมเย็นหอบเอากลิ่นหอมอ่อน ๆ ของต้นจันทรานับร้อยต้นลอยคละคลุ้งไปทั่ว หลอกล่อให้หิ้งห้อยน้อยเข้ามาคลอเคลียดอกสีขาวนวล กลีบดอกไม้ผลิบานหยอกเย้าแสงจันทร์ยามราตรีเปล่งแสงเรืองรองน่าหลงใหล จนคนปลูกแอบยิ้มภูมิใจกับตัวเองไม่ได้

            อีกเพียงต้นเดียวเท่านั้น ดอกจันทราทั้งหมดก็จะเบ่งบานครบหนึ่งร้อยดอกตามคำสั่งของคุณแคทเทอรีนแล้ว

            เมล็ดพันธ์นั้นไว้ในอุ้งมือถูกผสมเข้ากับดินร่วนอย่างดี ผสมกับน้ำค้างอีกนิดหน่อย เขย่งตัวสูงขึ้น ยืดแขนออกให้สุดปลาย ชูเมล็ดพันธ์นั้นขึ้นรับแสงจันทร์ หลับตาพริ้มตั้งสมาธิแน่วแน่

            แสงสว่างวาบเปล่งแสงออกจากเมล็ดพันธ์ เกิดรอยร้าวปลิแยก แล้วรากแก้วใสก็ค่อย ๆ งอกออกมาตามด้วยใบอ่อน มันเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แตกกิ่งก้านสาขาสูงขึ้น ๆ จนกระทั้งที่ส่วนปลายยอดผลิดอกไม้งามเบ่งบาน ยิ้มรับกับการลืมตาดูโลกของมันครั้งแรก

            แปะ ๆ ๆ ๆ

    “พัฒนาการดี ใช้เวลาแค่นาทีเดียว แสดงว่าควบคุมพลังเวทย์ได้แล้ว” 

     สาวน้อยหันไปตามเสียงเข้มกล่าวชมเชย ร่างสูงในอาภรณ์สีดำเช่นเดียวกับสีดวงตาและเส้นผม ก้าวออกมาจากเงามืด

      เพราะกลิ่นหอมของดอกจันทราที่ตลบอบอวลไปทั่วทั้งวิหาร มันชักชวนให้เขาเดินตามหาที่มา จนมาถึงยอดของวิหารทางทิศตะวันออก ดังตกอยู่ในมนต์เสน่ห์ของทวยเทพ เมื่อภาพตรงหน้ามันงดงามเกินกว่าคำบรรยายใด ๆ

หญิงสาวผมสีทองดุจแพรไหม ในชุดเรโฮสีขาวสะอาด ยืนอยู่ท่ามกลางดอกจันทรานับร้อยที่แข่งกันส่องแสงสุกสกาวท้าแสงจันทร์ยามราตรีกาล ใบหน้าหวานถูกขับให้เปล่งประกาย ดวงตาสีน้ำตาลพราวระยับอย่างเป็นสุข จนผู้ที่แอบเข้ามาเงียบ ๆ แทบจะลืมหายใจไปชั่วขณะ

ยิ่งเห็นพลังเวทย์ที่สามารถทำให้ต้นจันทราออกดอกโดยใช้เวลาที่สั้นลงเรื่อย ๆ แล้วยิ่งทำให้ริวจินรู้สึกสนใจกับสาวน้อยผู้นี้มากขึ้น ทั้ง ๆ ที่ตอนบ่ายเธอคนนี้ยังเป็นแค่สาวน้อยตัวแสบที่ดีแต่ปาก แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นบุคคลที่น่าสนใจจนยากที่จะละสายตาไปได้

“นายมาทำอะไรบนนี้” น้ำเสียงบอกถึงความไม่ชอบใจที่มีคนมาขัดจังหวะความบันเทิงเล็ก ๆ

ชายหนุ่มยังคงยืนนิ่ง ตีสีหน้าเรียบอ่านยาก จนเมื่อไดอาร์ทำเสียงจิ๊กจั๊กด้วยความรำคาญ เขาถึงยอมเปิดปากได้

“ตามฉันมาที่สระน้ำศักดิ์สิทธิ์ท้ายวิหาร” 

ไดอาร์เลิกคิ้วสูงอย่างไม่เข้าใจ “ไปทำไม?” 

“ก็อยากให้ฉันสอนพื้นฐานการต่อสู้ไม่ใช่หรือไง เอ้า! ชักช้าอยู่ได้” ริวจินทำท่าจะออกเดินแต่ก็ถูกกระชากชายเสื้อไว้ก่อน

เขาหันมาส่งสายตารำคาญนิด ๆ “อะไรอีก”

ไดอาร์บุ้ยปากไปทางต้นแสงจันทร์ทั้งหมด “ช่วยขนเจ้าพวกนี้ไปไว้เรือนกระจกก่อนดิ ฉันขนคนเดียวไม่ไหว” คำขอร้องดื้อ ๆ ที่ทำเอาริวจินถึงกับเบิกตากว้าง แต่เจ้าตัวดีกลับยิ้มยียวนไม่สนใจ แถมโยนต้นจันทราให้

“เอ้า! ชักช้าอยู่ได้”ขม้นปลูกดอกไม้วิหาร มันชักชวนให้เขาเดินตามหาที่มา จนมาถึงยอดของวิหาริบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แตกกิ่

-----------------------

            “ผู้ใช้เวทย์น้ำที่ดี ก่อนอื่นต้องควบคุมจิตของตนให้เป็นหนึ่งเดียวกับสายน้ำ” ผู้เป็นอาจารย์ร่ายยาวสอนลูกศิษย์ที่ยืนกระพริบตาปริบ ๆ ไม่ค่อยเข้าใจนัก

      “ลงไปในน้ำ” เขาสั่งเสียงเรียบ

        “ไม่อ่ะ หนาวอย่างนี้ใครมันจะลง” เธอรีบปฏิเสธ

       ริวจินพ่นลมหายใจพรืด ตรงเข้าไปช้อนร่างบางขึ้น

        “เฮ้ย! ทำไรอ่ะ อย่าทำไรบ้า ๆ นะ...ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้!!”

        ร่างบางถูกปล่อยลงตามคำขอ เสียแต่

ตูม!! 

            ซ่า....!!

       น้ำในสระศักดิ์สิทธิ์แตกกระจายเพราะถูกแทนที่ด้วยสาวน้อย ไดอาร์กระเสือกกระสนลุกขึ้นยืนในน้ำที่สูงถึงระดับเอว ใบหน้าหวาน ๆ บัดนี้งอง้ำบอกถึงความไม่สบสบอารมณ์สุด ๆ

      จริงอยู่ที่ไดอาร์ขอให้ริวจินสอนการต่อสู้ตั้งแต่พื้นฐานให้ แต่ว่าเธอไม่ได้อยากจะมาร่ำเรียนตอนนี้สักหน่อย น้ำในสระนี่ก็เย็น แถมอากาศก็หนาว ที่สำคัญ นี่มันก็ดึกมากแล้วด้วย

       ไดอาร์ทำท่าจะขึ้นจากสระ แต่ก็ถูกตรึงด้วยอะไรบางอย่าง เธอจ้องเขาไปในดวงตาสีนิลที่ยังคงสงบนิ่ง ใบหน้าหวานฉายแววงุนงงระคนไม่พอใจอย่างแจ่มชัด

            “ในเมื่อธนูก็ไม่เอาไหน แถมฝีมือดาบก็ไม่เอาอ่าว ก็ฝึกการใช้เวทย์นี่แหละจนกว่าจะควบคุมน้ำได้ เธอห้ามขึ้นจากสระ”

            “อะไรนะ! ไม่เอาอ่ะฉันง่วง จะนอนไปนอนแล้ว” เธอประท้วงเสียงแข็ง

            ริวจินตั้งหลักพิงกับต้นไม้ใหญ่ เอนกายนอนสบายใจเฉิบ โดยไม่คิดจะสนใจเสียงประท้วงนั้นด้วยซ้ำ

            “อ่อ! ถ้าอยากจะนอน ก็ทำลายข่ายเวทย์ที่ฉันวางไว้ให้ได้...” มุมปากเหยียดตรงจนเหมือนแสยะยิ้ม

“...ฉันอุตส่าห์สละเวลาอันมีค่ามาสอนให้แล้ว ดังนั้นอย่าเรื่องมาก”

-------

อัพให้แล้วจ้า

ขอบคุณทุกคอมเม้นท์และโหวตนะคะ

Mulie

เขียนโดย Mulie : 2008-05-26 18:30:29
คอมเมนต์ถูกปิด หรือ คอมเมนต์ได้เฉพาะสมาชิก
สมัครสมาชิก
ความคิดเห็นที่ 6
ติดตามผลงานอีกครั้งเจ้าค่ะ
( member no icon )
เด็กเสิร์ฟเย็นตาโฟว์
Freya_z : 2008-05-29 08:45:09
ความคิดเห็นที่ 5
ติดตามผลงานอย่างต่อเนื่องเจ้าคร่าาา


อิอิ
( member no icon )
เด็กเสิร์ฟเย็นตาโฟว์
Freya_z : 2008-05-28 12:18:08
ความคิดเห็นที่ 4
หนุกๆอ่า

อัพไวไวน้า

จารออ่าน

นักชิมเย็นตาโฟว์
mengume : 2008-05-27 19:01:03
ความคิดเห็นที่ 3
หนุกอ่ะ ชอบมากกกก รออ่านอยู่
อัพไวๆๆๆนะ
( guest ! ) bam 2008-05-27 02:50:57
ความคิดเห็นที่ 2
ชวนติดตามมากมายเลยคร่า

ฮิฮิ

แต่หว่าาาา นึกว่าจาได้เม้นเป็นคนเเรกซะอีก

มาไม่ทันซะละ
( member no icon )
เด็กเสิร์ฟเย็นตาโฟว์
Freya_z : 2008-05-27 01:13:03
ความคิดเห็นที่ 1
หนุกค่า

เจ้าของร้าน
ukiko_pp : 2008-05-26 19:11:53