Nymph
บทที่ 9 ห้องลับแห่งวิหาร

แค้ก ๆ ๆ
ไรฝุ่นที่เกาะตามรูปภาพแขวนโบราณ ณ ยอดหอคอยทางทิศตะวันออก สถานที่ซึ่งไดอาร์มักชอบแอบมาปลูกต้นจันทรา ฟุ้งกระกายไปทั่ว
มือหนึ่งถือไม้ปัดฝุ่นเป็นอาวุธทางด้านซ้าย
มือขวาถือผ้าขี้ริ้วสีสกปรกเป็นโล่
ชุดทรงศึกคือผ้ากันเปื้อนลายลูกไม้หวาน ๆ
นี่คือชุดพร้อมออกสู่สมรภูมิรบ ณ ห้องศิลป์ ตามคำสั่งของคุณแคทเทอรีน
ช่วงหัวค่ำ...คุณแคทเทอรีนเรียกไดอาร์เข้าไปพบในห้องทำงานของผู้คุมกฏ บรรยากาศชวนอึดอัดเริ่มกรุ่น ๆ ตั้งแต่ก้าวแรกที่พ้นจากขอบธรณีประตู เล่นเอาเม็ดเหงือซึมตามไรผม ด้วยเกรงดวงตาดุ ๆ ประดุจราชสีห์มองเหยื่อส่งมาหาเธอจัง ๆ
"นั่งลงสิ" เสียงเย็น ๆ เชื้อเชิญ
ไดอาร์นั่งลงอย่างระแวดระวัง พรางยิ้มกว้างทำใจดีสู้เสือ
"คงรู้สินะว่าการทำผิดกฏ ต้องถูกลงโทษ"
"ค..ค่ะ" เธอตอบเสียงอ่อย ๆ
"ดี!...เห็นแก่ตำแหน่งเรโฮผู้พิทักษ์ และนี่ก็เป็นความผิดครั้งแรก คืนนี้เธอแค่ไปทำความสะอาดรูปภาพที่หอศิลป์ก็แล้วกัน...ไปได้" คุณแคทเทอรีนกวักมือไล่
ไดอาร์ทำหน้าตาตื่น ๆ "คะ?...แค่นี้หรอคะ"
อะไรมันจะดูง่ายดายขนาดนั้น ทำความสะอาดแค่เนี้ย!
แล้วรอยยิ้ม ที่ดูเหมือนกับแสยะมากกว่า ของคุณแคทเทอรีนก็เหยียดขึ้น "อืม...งานง่าย ๆ แค่ทำให้เสร็จภายในคืนนี้ จะทำได้ไหมคุณผู้พิทักษ์"
เธอเดาะลิ้นด้วยความทะเล้น ยิ้มพราย พรางค้อมตัวรับคำสั่ง
"ตามบัญชาค่ะ"
แต่พอได้มาเห็นกับภารกิจที่แบกรับแล้วถึงกับลมจับ
เนี่ยนะงานง่าย ๆ!!
เธอมองภาพกว่าสองร้อยภาพในห้องศิลป์อย่างนึกปลงอนิจจัง
จะเสร็จไหมเนี่ยคืนนี้อ่ะ
แล้วรูปภาพก็ถูกรื้อลงมาวางระแกะระกะตามพื้นหินอ่อน สายลมกระพือม่านลูกไม้ให้พริ้วไหว แสงจันทร์จากภายนอกจึงได้โอกาสเล็ดลอดผ่านเข้ามากระทบกับภาพเขียนอันวิจิตร
ความเงียบบวกกับการต้องมาทนเช็ดเอาไรฝุ่นตามภาพออก จึงทำให้ไดอาร์ได้มีโอกาสยลภาพเขียนสวย ๆ หลายรูปอย่างพินิจพิเคราะห์
กว่าค่อนคืนแล้ว รูปภาพที่ต้องจัดการทำความสะอาดเหลือเพียงไม่กี่รูป ไดอาร์จึงรีบเร่งมือ เพราะความง่วงมันเริ่มออกอาละวาดแล้วตอนนี้
เหลืออีกรูปเดียว เอาวะสู้ ๆ เธอละสายตาจากภาพเขียนรูปธิดาเทพในชุดทรงสีขาวสะอาดตาที่เพิ่งทำความสะอาดเสร็จเอาไปแขวนไว้ตามเดิม พรางหันกลับไปมองอีกภาพที่วางอยู่กับพื้น
ฝุ่นหนาที่จับเคลอะทำให้สังเกตภาพนั้นได้ยากยิ่ง ไม้ขนไก่เคาะ ๆ ฝุ่นนั้นจนกระจาย แล้วใช้ผ้าขี้ริ้วเช็ดซ้ำอีกรอบ คราวนี้ภาพตรงหน้าถึงได้ปรากฏแก่สายตา
โรงละครใหญ่ที่มีเวทีอยู่ตรงกลาง บนนั้นเต็มไปด้วยหญิงสาวนับสิบคนที่สวมชุดสีทองเหลืองอร่ามกำลังร่ายรำด้วยท่วงท่างดงามยิ่งนัก โทนหลักของภาพที่เป็นสีส้มเหลือง ก็ยิ่งทำให้รู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด
มือบางลูบไล้สัมผัสภาพด้วยความหลงใหล
วาสนาของฉันคงมีไม่พอที่จะได้ชมการแสดงนี้ ไดอาร์แอบบ่นน้อยใจกับตัวเอง แล้วพาภาพนั้นไปแขวนเก็บไว้ตามเดิม
นัยน์ตาสีน้ำตาลเพิ่งพินิจรูปนั่นอีกรอบอย่างนึกเสียดาย พลันเหลือบไปเห็นที่มุมของภาพมีรอยบิ่น ทั้งสองข้าง
หัวใจเจ้ากรรมมันหล่นวูบไปที่ตาตุ่ม ภาวะนาอย่าให้มันเป็นรอยแตกหักเสียหายขณะขนย้ายไปทำความสะอาดเลยนะ
มือบางเอื้อมไปสัมสัมรอยนั้น
เอ๋!? ไดอาร์อุทานด้วยความแปลกใจ เมื่อเจ้ารอยบุ่มนี่มันเหมือนเป็นสลักอะไรสักอย่าง และด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่ทวีขึ้นในใจ ความคิดแผลง ๆ ก็แล่นเข้ามาในหัว
ขอลองนิดละกัน
สลักทำงานทันทีเมื่อนิ้วเรียวนั้นออกแรงกด ฟันเฟืองเลื่อนครืดคราดเบา ๆ ผนังที่แขวนภาพเลื่อนถอยเข้าไปเผยให้เห็นช่องทางมืดตื่อ
เจอของดีเข้าให้แล้วไง เจ้าตัวดียิ้มพรายกับตัวเอง
ตะเกียงเจ้าพายุที่พกติดตัวมาด้วย ถูกหิ้วเข้ามาในห้องลับที่ถูกคนช่างสอดรู้สอดเห็นเปิดขึ้นโดยบังเอิญ แสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวในทางเดินมืดมิดที่ทอดยาวทำให้ความกล้าในใจเริ่มลดน้อยลงทุกที แต่ครั้นจะหันหลังกลับ ก็ทำไม่ได้เพราะความอยากรู้อยากเห็นมันมีมากกว่า
เดินมาได้สักพัก เส้นทางนั้นก็พามาสู่ห้อง ๆ เล็ก ๆ ห้องหนึ่ง ไดอาร์ยกตะเกี้ยงขึ้นสำรวจภายในห้องที่ว่างเปล่า
ไม่มีอะไรเลย!!! สาวน้อยไหล่ตก ถอนหายใจพรืดอย่างเซ็งจิต นึกด่าตัวเองในใจที่อยากรู้อยากเห็นจนเสียเวล่ำเวลานอน
ร่างบางหันหลังกลับไปที่ทางออกหนึ่งเดียวของห้องลับ พลัน! นัยน์ตาคู่สวยก็เบือนไปเห็นรอยสลักบางอย่างที่ขอบประตู มันพันกันเป็นเกลียวล้อมสิ่งที่คล้ายลูกบิดเล็ก ๆ แล้วคนมือบอนก็ทำเรื่อง จับฟันเฟืองหมุน ๆ ห้องทั้งห้องสว่างวาบด้วยแสงที่วิ่งไปตามเส้นเพดาน
ภาพเขียนเก่า ๆ ของผู้หญิงในกระบวนท่าร่ายรำปรากฏขึ้นรอบ ๆ บนผนัง
แจ๋ว!! รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดพรายขึ้นอย่างนึกชอบใจ
ไดอาร์มองภาพนั้น แล้วนึกสนุกลองทำท่าตาม มือเรียววาดออกพร้อมย่อกายสะบัดวงแขน ขาอีกข้างก้าวออกไปหาภาพที่อยู่ข้าง ๆ เอวบางโยกนิด ๆ พลางเชิดหน้า แบบเดียวกับอิริยาบถของภาพตรงหน้า แล้วก็หันไปยังภาพที่อยู่ข้าง ๆ คิ้วเรียวก็ขมวดเข้าหากันแบบไม่ชอบใจนัก เมื่อภาพนี้มันมีผ้ายาวสีขาวเข้ามาประกอบท่วงท่าด้วย
เจ้าตัวจัดการดึงผ้าผูกเอวออก ใช้ต่างแทนผ้าแพรผืนบางที่ใช้ร่ายรำตามอย่างภาพ
เพี้ยะ!!
โอ๊ย!.. เจ้าตัวดีกระโดดโหยงจับที่ต้นขา ซึ่งถูกฟาดด้วยฤทธิ์ผ้าผูกเอว
ยากเจงวะ เธอสบถ ไม่สบกับตำแหน่งเรโฮ ตากลมโตมองภาพเจ้าปัญหาด้วยอารมณ์กรุ่นๆ แยกเขี้ยวใส่ก่อนเดินไปที่ภาพอื่นที่มีท่วงท่าง่ายกว่า
ต้องยอมรับเลยว่าเธอรู้สึกสนุกมากกับการลองเลียนแบบการร่ายรำจนลืมเวลาไปเลย เมื่อลองทำจนครบวนมาถึงภาพแรกอีกครั้ง ก็นึกขึ้นได้ว่ายังมีหมอนนุ่ม ๆ กับผ้าห่มอุ่น ๆ รออยู่ ไดอาร์รีบคว้าตะเกียงเจ้าพายุวิ่งออกจากห้องนั้นทันที
ในใจก็ภาวนาให้ดวงอาทิตย์อย่าเพิ่งขึ้นมาเลย
----------
ดวงหนาคมคายของบุรุษตรงหน้าฉายชัดถึงความสงสัย เมื่อหันมาสบเข้ากับหน้าซีดเป็นไก่ต้มของสาวน้อยในชุดผ้ากันเปื้อนสกปรก ผมเผ้ายุ่งเหยิง แถมมีรอยมอมแมมบนใบหน้านวลนั้น
เจ้าชายการ์เซล! เธออุทานอย่างแผ่วเบา กุลีกุจอถอนสายบัวทำความเคารพนึกโล่งใจที่คนที่โผล่มาจ๊ะเอ๋ตรงหน้าไม่ใช่ผี
นันย์ตาสีบุษราคัมเพ่งมองสาวน้อยเนื่องจากตอนนี้ท้องฟ้ายามใกล้รุ่งยังคงมืดสลัว ไดอาร์หรือ? เขาถามออกไปอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก
จ...เจ้าค่ะ เธอตอบตะกุกตะกัก ก้มหน้านิ่ง
อุตส่าห์ดีใจเมื่อตอนที่ออกมาจากห้องลับเห็นว่าดวงอาทิตย์ยังไม่ขึ้นจากฟ้า ก็กระหยิ่มยิ้มย่องรีบตรงไปยังหอพักขอนอนสักงีบ แต่ระหว่างทางกลับนี่สิ ดันมาเจอะเข้าให้กับเจ้าชายการ์เซลเสียนี่
ตื่นเช้านะ เจ้าชายเอ่ยทักด้วยอารมณ์ดี
เจ้าตัวดีหัวเราะแหะ ๆ ตื่นเช้าซะทีไหนกันละคะ ยังไม่ได้นอนต่างหาก โดนคุณแคทเทอรีนทำโทษให้ไปความสะอาดห้องศิลป์นู้น กว่าจะเสร็จก็ปาเอาซะเกือบเช้า ดูสิ...หน้าตาโทรมอย่างกับผีตายซากแน่ะ สาวน้อยบ่นกระปอดกระแปด
เจ้าชายการ์เซลหัวเราะร่วน มองสภาพโทรม ๆ ของสาวน้อยตรงหน้า
แล้วเจ้าชายตื่นเช้าอย่างนี้เสมอเลยหรือคะ เธอย้อนถาม
เจ้าชายการ์เซลมีท่าทีอึกอักเล็กน้อย ก่อนตอบเลี่ยง ๆ พอดีอยากชมตะวันแรกของยามเช้าน่ะ อยากดูด้วยกันไหม
ไดอาร์ส่ายหน้าน้อย ๆ ไม่ดีกว่าค่ะ...ทีแรกนึกว่าแปลกที่แปลกทางแล้วเจ้าชายจะนอนไม่หลับซะอีก... เธอกล่าวอย่างเป็นกันเองขึ้นเมื่อเจ้าชายตรงหน้าดูไม่ใช่คนที่ถือตัว ต้องออกจากวังมานอนที่วิหาร เพื่อคอยคุมความประพฤติขององคลักษณ์แบบนี้คงลำบากไม่ใช่น้อยสินะคะ...คุณกินเดลน่ะทำตัวดีไม่ค่อยน่าห่วงเท่าไร แต่กับอีกคนนี่สิ เธอลดเสียงลงแทบจะกระซิบ แถมเขยิบเข้ามาใกล้ ๆ เจ้าชาย โหดร้ายทารุน แถมชอบทำเก็กอีกต่างหาก เจ้าชายคงหนักใจน่าดู
เจ้าชายการ์เซลนึกถึงใบหน้าเข้ม ๆ ขององคลักษณ์ฝ่ายซ้าย แม้ริวจินจะเพิ่งเข้ามาเป็นองคลักษณ์ให้เขาเพียงสองปี ซึ่งต่างจากกินเดลที่เคียงบ่าเคียงไหลเขาตั้งแต่จำความได้ แต่ด้วยอะไรหลาย ๆ อย่างในตัวของชายคนนี้ ทำให้เจ้าชายการ์เซลรู้สึกพอใจไม่น้อย ทั้งเรื่องความสามารถและสติปัญญา
ถึงใบหน้าหล่อ ๆ นั่นจะแสดงอารมณ์ได้แค่สองอย่างคือ หงุดหงิด และเบื่อเซ็งโลกแถมไม่ค่อยใส่ใจกับสิ่งบันเทิงรอบข้างเท่าไรนัก ครั้นบทจะโหด จะเอาจริงขึ้นมาก็ทำเอาองคลักษณ์กินเดลบ่นอุบอย่างนึกกลัวใจของเจ้าคนมาที่เข้ามาเป็นองคลักษณ์คนใหม่เลยทีเดียว
จริง ๆ แล้วริวจินเขาเป็นคนดีทีเดียวนะ เจ้าชายแก้ต่างแทนองคลักษณ์ฝ่ายซ้าย
ไดอาร์หัวเราะหึ จนด้วยคำพูดที่จะโต้เถียง เมื่อคนตรงหน้าเขาอยู่ฝ่ายเดียวกับอีตาจอมเก็กนั่น
ขอตัวก่อนนะเจ้าคะ เธอตัดบท ย่อตัวทำความเคารพอย่างรวดเร็ว ก่อนวิ่งหายไปหัวมุมทางเดิน
เจ้าชายเกาหัวแกรก ๆ กับพฤติกรรมของสาวน้อย สงสัยคงจะไม่ถูกกัน เขาสรุปเอาเอง
ใครไม่ถูกกะใครหรือคะ เสียงหวานแสนคุ้นเคยเอ่ยขึ้น
รอยยิ้มแสนสดใสของหญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีเงินสวยทำให้เช้านี้ยิ่งเบิกบานมากขึ้น
เปล่าหรอก...แต่เราน่ะถูกใจเจ้า นับวันจะยิ่งน่ารัก คำชมที่ส่งออกไปลุ้น ๆ ทำใบหน้านวลขึ้นสีเรื่อรับแสงอรุณรุ่งยามเช้า
เจ้าชายการ์เซลมองใบหน้าแดง ๆ นั่นอย่างนึกเอ็นดู พลางเอื้อมมือใหญ่มาโอบไหล่บางให้เข้ามาแนบชิด
ธิดาเทพพยายามขัดขืน ผละออกจากวงแขนนั้น แต่ก็สู้แรงคนตัวโตกว่าไม่ได้ เสียงหวานจึงเอ็ดขึ้นปราม
นัดเรามาแต่เช้าเพื่อจะแกล้งกันแบบนี้หรอ...ปล่อยนะ!
เจ้าชายยิ้มกริ่ม และยิ่งกระชับวงแขนมากขึ้น มืออีกข้างวาดออกชี้ไปยังปลายขอบฟ้าที่ดวงตะวันกำลังฉายแสง อาทิตย์เช้านี้สวยไหมเอวิต้า เขาเบี้ยงแบนประเด็น
นัยน์ตาสีเงินของธิดาเทพผละจากคนข้าง ๆ มองไปยังปลายขอบฟ้าที่ทอแสงระเรื่อ ภาพแสนงดงามราวจิตรกรมาแต่งแต้มระบายอยู่เบื้องหน้า รอยยิ้มพรายแย้มที่มุมปากน้อย ๆ
ความเงียบโรยอย่างแช่มช้าปล่อยใจให้สดับฟังเสียงนกน้อยที่ขับร้องเป็นท่วงทำนองแห่งพงไพร
ธิดาเทพพยายามห้ามตัวเองไม่ให้เผลอใจกับภาพตรงหน้า แต่พอมองกลับมายังคนตัวโตข้าง ๆ ที่มีสีหน้าเป็นสุข เจ้าตัวเลยตัดสินใจซบศีรษะบนอกกว้าง
ขออยู่อย่างนี้สักพักเถอะนะ
---------------
อัพแล้วจ้า...
ช่วงนี้อาจช้าไปบ้าง เพราะมีสอบ ต้องอ่านหนังสือ T-T
ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ และโหวตนะคะ
Mulie

