วันที่ : 8 มิถุนายน 2551
ชื่อเรื่อง : Nymph : เทพธิดาแสนซน
ชื่อตอน (chapter) : Nymph : บทที่ 10 ร่ายรำ

Nymph

บทที่ 10 ร่ายรำ

            “พวกเธอรู้ข่าวหิมะถล่มในฮีมารูนไหม” สาวน้อยผู้มีผมสีฟ้าเป็นลอนเปิดประเด็นเดือดในหน้าหนังสือพิมพ์ของเช้าวันนี้ ดวงตาสีไพลินยังคงไล่ไปตามตัวอักษรอยากรู้ถึงใจความในนั้น

            “ที่นั่นมันมีหิมะถล่มตลอดทั้งปีอยู่แล้วนี่ ไม่เห็นแปลก” ไดอาร์พยายามตัดหัวข้อข่าวจากแซมมัวร์ทิ้ง พลางหันไปเหม่อมองหิมะที่ตกอยู่นอกหน้าต่าง

            “ไม่รู้แล้วยังจะพูดมากอีก...” แซมมัวร์เริ่มเหน็บ “คราวนี้น่ะคนตายเป็นพันคนเชียวนะ” 

            ไดอาร์และเพื่อน ๆ อีกหลายคนทำหน้าตื่น ๆ หันมาให้ความสนใจทันที

            “มันก็สมควรแล้ว” กิฟฟินน์เอ่ยออกมาเพียงเสียงกระซิบ แต่ไม่พลาดความหูไวของสาวน้อยช่างสอดรู้ไปได้ ดวงตาสีน้ำตาลคู่โตหันกลับมามองเป็นเชิงถาม

            กิฟฟินน์ไหวไหลเล็ก ๆ “ดินแดนต้องสาปของพวกคนบาป โดนสวรรค์ลงโทษก็สาสมแล้ว” 

จริง ๆ เธอก็พอจะเข้าใจอยู่หรอกว่าการที่ราชาแห่งฮีมารูนสังหารธิดาเทพนิมฟ์เมื่อห้าร้อยปีก่อน มีผลให้ดินแดนกว่าครึ่งหนึ่งต้องคำสาป ตกอยู่ภายใต้หิมะที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี ว่ากันว่ามันเป็นผลกรรมที่ชาวฮีมารูนต้องแบกรับไปชั่วลูกชั่วหลาน แต่ที่ไดอาร์ไม่เข้าใจก็คือ ทำไมกิฟฟินน์ถึงจงเกลียดจงชังชาวฮีมารูนขนาดนั้น แล้วร่างบางก็ผละออกจากห้องนอน

            “อ้าว...จะไปไหนหรอกิฟฟินน์” ไดอาร์ตะโกนถาม

            สาวน้อยผู้มีดวงตาสีฟ้าสวยหันมายิ้มให้เย็น ๆ “ไปซ้อมร่ายรำน่ะ” 

คำตอบที่ทิ้งให้ไดอาร์เกาหัวแกรก ๆ ด้วยความสงสัย

“จะมาฟิตอะไรตอนนี้หว่า”

            แซมมัวร์วางหนังสือพิมพ์ลง ดวงตาสีไพลินมองมายังไดอาร์อย่างนึกปลง ๆ “การร่ายรำและฝีมือการต่อสู้น่ะสำคัญกับเรโฮผู้พิทักษ์มาก...กิฟฟินน์เขามีภาระหนักอึ้งอยู่บนบ่า ไม่แปลกหรอกถ้าช่วงนี้เขาจะเอาจริงเอาจังไปบ้าง”

            ถึงแม้ไดอาร์จะไม่ค่อยปลื้มแซมมัวร์อยู่บ้าง แต่ในหลาย ๆ ด้าน สาวน้อยคนนี้ก็ดูเป็นห่วงเป็นใยคนอื่นน่าดูเหมือนกัน

            “ว่าแต่เธอเหอะ เห็นว่าได้ตำแหน่งเรโฮผู้พิทักษ์ด้วยไม่ใช่หรือไง ทำไมยังเอ่อละเหยอยู่ล่ะ”

            ไดอาร์ยกนิ้วโป้งมาปาดปลายจมูก ยักคิ้วหลิ่วตาจนน่าหมั่นไส้ “ฉันมันระดับไหนแล้วหัดดูซะก่อน”

            แซมมัวร์กรอกตาขึ้นฟ้า ถอนหายใจพรืด

            เอาอีกแล้วไง...ขี้คุยจริง ๆ!

            แซมมัวร์มองสาวน้อยหน้าแฉล้มที่ดูไม่สะทกสะท้านกับภาระใหญ่หลวงที่แบกไว้เลยสักนิด แถมยัยตัวดียังทำหน้าทะเล้น เล่น ๆ ไปวัน ๆ จนเธอแอบหวั่นใจว่าไดอาร์จะทำให้บรรดาเรโฮแห่งมารินเสียชื่อเปล่า ๆ

            แล้วคนที่จะมาสร้างวีรกรรมให้กระฉ่อนเมืองก็ลุกขึ้นบิดขี้เกียด ก่อนที่จะกระโจนลงจากเตียงตรงไปที่ประตู

            “ดึกป่านนี้แล้วยังจะไปไหนอีก ระวังเถอะตื่นสายไปไม่ทันร่วมโต๊ะอาหารเช้า คราวนี้คงได้ทำความสะอาดทั้งวิหารแน่” แซมมัวร์ร่ายยาวเป็นชุด

            ไดอาร์ส่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์กลับมาให้ “ก็ไปทำให้โลกต้องจารึกชื่อของฉันไปตลอดกาล ในฐานะเรโฮผู้พิทักษ์แสนเก่งกาจน่ะสิ”

------------------------------------

            สระน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งวิหารมารินยามค่ำคืนช่างงดงามยิ่งนัก แม้ในยามนี้หิมะจะโปรยปรายลงมาก็ตาม แต่น้ำในสระยังคงไหลเอื่อย ๆ โดยไม่มีทีท่าว่าจะจับตัวเป็นน้ำแข็งแต่อย่างใด ตรงกันข้าม ยิ่งอากาศโดยรอบหนาวเย็นเท่าไร น้ำตรงหน้ากลับยิ่งอุ่นขึ้นเท่านั้น

            ร่างบางจัดแจงถอดรองเท้าออก วางไว้ที่ริมสระ ปลายเท้าเล็กเรียวหย่อนลงในสระทีละข้าง จากนั้นจึงพาร่างนั้นลึกลงไป

            มือข้างหนึ่งวาดไปข้างหน้าในท่วงท่าที่เคยจดจำมาจากห้องลับเมื่อหลายคืนก่อน จากนั้นส่วนที่เป็นสะโพกจึงไหวตาม มืออีกข้างจรดลงที่ผิวน้ำ ตวัดเอาหยาดใสโรยรินตามปลายนิ้ว ฉับพลันมันก็กลายเป็นลูกบอลน้ำอยู่ในอุ้งมือ

            ร้อยยิ้มพรายบนใบหน้าหวานนั้น ก่อนที่จะจับบอลน้ำขว้างขึ้นในอากาศให้มันแตกกระจายดังสายฝน คราวนี้เธอจึงลองพยายามควบคุมทิศทางของละอองน้ำทั้งหมดให้ได้ดังใจปรารถนา ให้ขยับไปทางซ้าย พวยพุ่งไปทางขวา หรือจนกระทั่งรวมตัวกลายมาเป็นกลุ่มก้อนเดิม สุดท้ายก็ทำให้มันแข็งเหมือนกริชมีด ก่อนที่จะแปรเปลี่ยนกลายเป็นไอ ระเหยไปในอากาศ

            ไดอาร์โค้งตัวน้อย ๆ ไปรอบ ๆ สระน้ำที่ไร้ซึ่งผู้คน เธอปรบมือเป็นเกียรติแก่ตนเองแล้วยิ้มรับอย่างหน้าชื่นตาบาน พลันสายตาคู่สีน้ำตาลก็เบือนไปสบกับดวงตาสีฟ้าที่จ้องมายังเธอด้วยประกายขบขัน

            “ขี้โกง...แอบดูคู่แข่งหรอ” เธอร้องประท้วง แต่ยังส่งยิ้มไปให้อย่างรู้ดีว่าในสายตาของกิฟฟินน์ไม่เคยเห็นเธอเป็นคู่แข่งเลยสักนิด

            “ก็คู่แข่งมันน่ากลัว ทั้งท่ารำที่แสนงดงาม ทั้งพัฒนาการที่เร็วจนน่าตกใจ แถมยังเป็นถึงเรโฮในตำนานอีกแน่ะ...อย่างนี้ไม่ให้ฉันหวั่นใจได้ไง” คำยกยอปอปั่นจากกิฟฟินน์เรียกรอยยิ้มกว้างด้วยความภาคภูมิใจจากไดอาร์ได้ไม่ยาก

            “นั่นเขาไม่ได้เรียกว่าร่ายรำ แค่ยักย้ายส่ายเอว” เจ้าตัวดีว่าพลางเกาที่แก้มนวลแก้เขิน “ไอ้เรื่องร่ายรำน่ะฉันทำไม่เป็นหรอก” 

            กิฟฟินน์เลิกคิ้วขึ้น “อ้าว...ท่าเมื่อกี้ล่ะ” 

            ไดอาร์อึกอัก ไม่รู้จะตอบไปว่าอย่างไรดี ขืนบอกไปว่าเธอดันไปเจอห้องลับแล้วแอบเข้าไปโดยพละการ มีหวังโดนกิฟฟินน์เช่งยาวแน่

            “มั่วน่ะ...แค่ไปจำท่าคนอื่นเขามา”

            กิฟฟินน์เลิกคิ้วขึ้น “แต่ฉันว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่ ท่วงท่ามันมีอะไรไม่ชอบมาพากลอยู่น๊า” เธอพยายามคาดคั้นความจริงจากสาวน้อยตรงหน้าที่บัดนี้ดูมีพิรุดสุด ๆ

            ไดอาร์รีบส่ายหน้าปฏิเสธ

            ก็แน่ล่ะ เอาท่าที่จำผิด ๆ ถูก ๆ จากห้องลับ ผสมกับท่าของนางรำจากบันจาที่พี่คีตาเคยพาไปดู แล้วจบด้วยท่าที่ปรุงแต่งเองเล็ก ๆ น้อย ๆ

            “ไม่ชอบมาพากลอะไรเล่า...ฉ...ฉันน่ะจำท่ามาจากนางรำเมืองบันจานู้น เนี่ย...ปกติไม่เอามาโชว์ง่าย ๆ หรอก แต่เห็นว่ากันว่างานนี้คนใหญ่คนโตมากันเยอะ ฉันก็กะจะสร้างจุดเด่นเข้าไปทำความรู้จักมักจี้สักหน่อย เพื่อฟลุ๊ก ได้ขอกำนัลงาม ๆ ติดไม้ติดมือกลับมาบ้าง...” สาวน้อยจอมเจ้าเล่ห์เฉไฉไปเรื่องอื่น

“เธอนี่มันงกจริง ๆ” กิฟฟินน์ว่าแถมหัวเราะขำขัน แต่ไดอาร์แค่ยิ้มเจื่อน ๆ มาขัดตาทัพ

“อย่าให้ท่ารำของนางรำแห่งบันจามาทำให้งานต้องล่มละกัน” สาวน้อยผมเงินเตือนด้วยความหวังดี

“ไม่ต้องห่วง ถึงฉันจะไม่ฉลาดปราดเปรื่องเท่ากิฟฟินน์ วินนอส แต่เพื่อเงินทองแล้ว ไดอาร์ มาเร็ตก้าทำได้ทุกอย่าง รับรองงานนี้ฉันได้เกิดแน่” ไดอาร์ทำท่าทีมุ่งมันจนกิฟฟินน์อดที่จะหัวเราะไม่ได้

       ขอให้ทำได้อย่างที่โม้เถอะ...ยัยจอมงก!

            เฟี้ยว....ว

            เกร็ง!!

            อาวุธแหลมคมที่ทำจากใบไม้เวทย์ลอยมากจากที่ไหนสักแห่ง กระทบเข้าอย่างจังกับเกราะน้ำแข็งที่ไดอาร์สร้างขึ้นอย่างฉับพลันทันทีที่สัมผัสได้ถึงแรงปะทะที่ผ่านเขตอาคมของตนเข้ามา

            ดีที่ช่วงนี้เธอแอบขอร้องให้กิฟฟินน์ช่วยฝึกการใช้เวทย์มนต์ให้เธอง่าย ๆ สักบทสองบทซึ่งสาวน้อยผู้มีดวงตาสีฟ้าใสก็ไม่คิดที่จะปฏิเสธ หนำซ้ำกลับสอนสิ่งต่าง ๆ ที่ไดอาร์ควรจะเรียนรู้ไว้ อย่างเช่นการสร้างเขตอาคมของตนและสร้างบาเรียป้องกันแบบฉับพลัน

            นัยน์ตาคู่สีฟ้าสวยยังคงสงบนิ่ง ก่อนที่จะไหววูบหลบแรงปะทะอีกอันที่ส่งเข้ามา เพียงแต่ครั้งนี้ไดอาร์ที่มัวแต่ชื่นชมผลงานตัวเองจนลืมกางเกราะน้ำแข็งไว้ป้องกัน

            “ต้องทดสอบกันนอกรอบด้วยหรือคะคุณองคลักษณ์ฝ่ายซ้าย” เธอกล่าวเสียงเย็น ๆ แล้วหันไปที่ต้นไม้ใหญ่ที่ไม่ห่างจากสระน้ำนัก

            “แค่รายการเอ็นเตอร์เทรนเล็ก ๆ ขอชมฝีมือนิดหน่อย” ร่างสูงในชุดสูทสีดำกระโดนลงมาจากต้นไม้ เดินตรงมาหาพวกเธอ

            “เนี่ยหรอ คนที่จะมาเป็นเรโฮผู้พิทักษ์...” น้ำเสียงดูแคล้นของริวจิน ทำให้เส้นอารมณ์ของสองสาวขาดผึง นึกฉุนคนตรงหน้า

            “อย่าสบประมาทกันให้มากนักคุณองคลักษณ์” กิฟฟินน์เอ่ยด้วยเสียงเย็นเยียบจนดูน่ากลัว

            ดวงตาสีนิลมองลึกเข้าไปเพื่ออ่านนัยน์ตาสีฟ้าคู่สวยนั้น ก่อนที่จะเหยียดรอยยิ้มเป็นเส้นตรง “สำหรับเธอน่ะฉันไม่เคยดูถูกเพราะรู้ถึงฝีมือที่ไม่ได้มีไว้คุยโว...แต่อีกคนนี่สิ”

            ถึงตรงนี้ ไดอาร์เรียกเอาลูกบอลน้ำนับสิบลูก พุ่งจู่โจมเข้าหาคนปากหาเรื่อง ตามที่ใครหลาย ๆ คนว่าไว้ผู้ที่เป็นอาจารย์ย่อมเหนือกว่าศิษย์ เมื่อลูกบอลนั้นกระทบเพียงเกาะเวทย์ที่ริวจินสร้างขึ้น

      “อ่อน” เขาว่าพลางส่งสายตาดุ ๆ มาปรามเด็กน้อยที่คิดลองของ

    ไดอาร์สบถพรืดอย่างไม่สมกุลสตรี เมื่อสู้ไม่ได้ก็ต้องถอนทัพ วันนี้รบไม่ชนะพรุ่งนี้ก็ยังมีหวัง กลับไปตั้งหลักก่อน คิดหาแผนเจ๋ง ๆ มาแก้เผ็ดก็ยังไม่สาย

    “กลับ เธอค้อนขวับ จูงมือกิฟฟินน์เดินกลับขึ้นที่พักทันที

----------------------

            ในปลาย ๆ ฤดูหนาวแห่งดินแดนเอธาการ์ด วิหารศักดิ์สิทธิ์ของเมืองมารินก็ถูกเนรมิตให้กลายเป็นสถานที่จัดงานเฉลิมฉลอง วันดาราจรัสแสง ที่จะมีขึ้นในอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า

            จนแล้วจนรอด ตำแหน่งเรโฮผู้พิทักษ์ที่ตกเป็นของ กิฟฟินน์และไดอาร์ไปโดยปริยาย ก็ต้องรับบทหนักกว่าคนอื่น ๆ โดยเฉพาะ ที่พวกเธอต้องปลูกต้นจันทราเกือบพันดอกเพื่อมาประดับภายในงาน และต้องทำภายในสองวันเท่านั้น งานนี้เล่นเอาไดอาร์บ่นอุบไปหลายวัน และคิดที่จะถอนตัวออกจากตำแหน่งกิตติมศักดิ์ทันทีหลังจากจบงาน และที่หนักกว่านั้นคือพวกเธอต้องคอยวิ่งตามธิดาเทพไปนู้นไปนี่ตลอดสัปดาห์ แถมวันต้อนรับธิดาเทพจากเมืองต่าง ๆ พวกเธอทั้งสองยังต้องร่ายรำถวายแก่ธิดาเทพด้วย จากการที่กิฟฟินน์ทุ่มเทสั่งสอนไดอาร์อย่างหนัก ทำให้งานแสดงผ่านไปด้วยดี ซึ่งก็สร้างความโล่งอกโล่งใจให้กับใคร ๆ อีกหลายคนที่แอบลุ้นอยู่ เพราะกลัวงานจะล่ม

            บรรยากาศทั่วไปในตัวเมืองดูคึกคัก ขบวนการค้ามากมายจากต่างถิ่นแห่แหนมาตั้งร้านกันเต็มสองข้างทาง บรรดาทูตของแต่ละเมืองก็เริ่มส่งคนมาตรวจตราความเรียบร้อย ก่อนวันงานจริง

            ธิดาเทพแห่งปิราน บันจา และริเบอร์เต้เสร็จมาประทับ ณ วิหารศักดิ์สิทธิ์เมื่อสองสามวันก่อนแล้ว เรโฮหลายคนจึงได้รับภาระหนักอึ้งในการคอยเอาอกเอาใจธิดาเทพแต่ละเมืองไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ดีหน่อยที่ธิดาเทพของเมืองทั้งสามค่อนข้างไม่เรื่องมาก ผิดกับธิดาเทพแห่งเมืองฮีมารูนที่มีข่าวลือหนาหูว่า เจ้าหล่อนน่ะ แสนจะเอาแต่ใจ ขนาดที่ว่าเปลี่ยนเรโฮคนสนิทเป็นว่าเล่นเลยทีเดียว ซึ่งจริง ๆ บรรดาเรโฮแห่งมารินที่ต้องทำหน้าที่รับใช้ก็รู้สึกดีใจอยู่ไม่น้อยที่เจ้าหล่อนยังไม่มา อย่างน้อยก็ยืดเวลาให้หายใจหายคอได้สักพัก

            แต่ความสุขมักจะอยู่กับเราไม่ได้นาน เมื่อคณะเดินทางของธิดาเทพแห่งฮีมารูนเสด็จมาถึง

            หญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีแดงประกายเพลิง ก้าวลงมาจากเกี้ยวสีทองอย่างแช่มช้า มือเรียวขาวนั้น จับปอยผมที่ตกลงมาคลอเคล้าใบหน้ารูปไข่ตวัดไปด้านหลัง เรโฮผู้ติดตามกุลีกุจอเข้ามาจับชายกระโปรงผ้าลูกไม้ประดับมุกยาวกรอมพื้นให้ดูเรียบร้อย

เรโฮลำดับสูง ๆ แห่งมารินรีบเข้าแถว ทำความเคารพแก่ธิดาเทพผู้มาใหม่ด้วยความอ่อนน้อม

“ยินดีต้อนรับธิดาเทพแห่งฮีมารูนเจ้าค่ะ” คุณแคทเทอรีนย่อตัวให้แก่ผู้ที่สูงศักดิ์กว่า

ดวงตาคู่ทับทิมสีเลือดของหญิงสาวก้มมองเรโฮวัยกลางคนตรงหน้า แล้วเบือนสายตาไปสำรวจสภาพแวดล้อมรอบข้าง ก่อนที่รอยยิ้มจะเหยียดขึ้น

    “เนี่ยน่ะหรอวิหารเมืองมาริน...”

ขอบคุณทุกคอมเม้นท์และโหวตจ้า

Mulie

 

เขียนโดย Mulie : 2008-06-08 00:35:33
คอมเมนต์ถูกปิด หรือ คอมเมนต์ได้เฉพาะสมาชิก
สมัครสมาชิก
ความคิดเห็นที่ 6
อัพไวๆนะคะ
( guest ! ) Serin 2008-06-11 17:42:11
ความคิดเห็นที่ 5
อัพไวๆนะ สนุกมากๆ

เจ้าของร้าน
Pailin_narak : 2008-06-08 20:12:22
ความคิดเห็นที่ 4
แบบว่าอารมค้างเลยเจ้าค่ะ
T^T
( member no icon )
เด็กเสิร์ฟเย็นตาโฟว์
Freya_z : 2008-06-08 18:46:59
ความคิดเห็นที่ 3
อัพไวไวน่ะ อัพเยอะๆๆๆล่ะ
( guest ! ) 55 2008-06-08 14:19:31
ความคิดเห็นที่ 2
หนุกมากๆๆๆเลยอ่า ชอบๆๆๆๆๆ

อัพเร็วๆนะเจ้าคะ โหวตๆๆๆๆๆ

เจ้าของร้าน
im_a_witch : 2008-06-08 11:20:17
ความคิดเห็นที่ 1
หนุกอ่ะ อยากอ่านต่อ
มาอัพไวๆนะ
( guest ! ) bam 2008-06-08 01:14:28