วันที่ : 18 มิถุนายน 2551
ชื่อเรื่อง : Nymph : เทพธิดาแสนซน
ชื่อตอน (chapter) : Nymph : บทที่ 12 ลงมือ!

Nymph

บทที่ 12 ลงมือ!

            กลีบขาวละมุนของดอกจันทรานับหมื่นทั่วทั้งวิหารกำลังทอแสงเรืองรองแข่งกับแสงเดือนแสงดาวบนท้องฟ้าในราตรีกาลสำคัญ กลิ่นหอมปลิวคละคลุ้งอยู่ทุกอณูอากาศ สูดดมไอละออกของเกสรที่ลอยมากับสายลม สะกดทุกลมหายใจให้อยู่ในมนตราอันน่าหลงใหลของทวยเทพ

            ช่วงเวลาแห่งความเปรมปรีดิ์ เฉลิมฉลองวันดาราจรัสแสงเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ เสียงดนตรีปี่พาทย์เริงร้องขับกล่อมเคล้าคลอคำอวยพรแสนหวาน ที่ดังก้องกังวานมาจากธิดาเทพทั้งห้าอาณาจักรประทานให้ พร้อมด้วยใบไม้สีเขียวสด ผลิตผลจากต้นจันทรายามต้องกับน้ำค้างแรกของอรุณรุ่ง ถูกนำมาแจกจ่ายให้ประชาชนเพื่อใช้เป็นกษัยยา รักษาอาการป่วยไข้ของชาวบ้าน

            อาหารเลิศรสที่ทางวังหลวงลำเลียงมาเพื่อให้ชาวบ้าน ได้ดื่มฟรี กินฟรีตลอดทั้งค่ำคืน ดาษดื่นเต็มลานหน้าวิหาร เพื่อรอคอยช่วงเวลาสำคัญในช่วงใกล้รุ่งสาง เวลาแห่งพิธีกราบไหว้ดวงดาว หรือที่ไดอาร์สรุปในใจว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ธิดาเทพเกิดนั่นเอง

            ของกินหน้าตาแปลกที่ถูกยกมาเสิร์ฟเรื่อย ๆ ไม่รู้จักหมดสิ้น สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับใครบางคนได้ไม่น้อย สังเกตได้จากดวงตาคู่โตที่เต็มไปด้วยประกายระยับยามจับจ้องไปที่ของกินแสนเย้ายวนเหล่านั้น บวกกับเสียงพูดคุยที่น้อยลงไปถนัดหู ทำให้เดาไม่ยากเลยว่า อาหารเหล่านี้สร้างความสำเริงสำราญใจให้แก่ไดอาร์แค่ไหน ขนาดยอมหนีงานอันทรงเกียรติ์ เพื่อดอดมาชิมอาหารในงานจนทุกคนพากันวุ่นวาย ตามหาตัวเรโฮผู้พิทักษ์กันเสียให้ทั่ว

            “หลบมาอยู่นี่เอง...รู้ไหมว่ากิฟฟินน์เขาตามหาตัวเธออยู่” 

            เสียงแหลมสงของแซมมัวร์แผดพลังมาจากด้านหลัง ไดอาร์จึงจำใจต้องวางอาหารอันโอชาตรงหน้าด้วยความเสียดาย แล้วหันมายิ้มขัดตาทัพด้วยความผิดที่หลักฐานยังคงมีอยู่เต็มปาก

            “กองทัพมันก็ต้องเดินด้วยท้อง...อีกอย่างทาร์ดผลไม้เนี่ย ก็อร่อยจะตาย อ่ะนี่...ลองสักชิ้นไหม” 

            ไดอาร์ยื่นขนมอบหน้าผลไม้สดราดน้ำเชื่อมใสให้แซมมัวร์ ขณะที่มืออีกข้างก็คว้าขนมอีกชิ้นเข้าปากเคี้ยวตุ้ย ๆ สบายอารมณ์

            “ไม่! ... งานเราไม่ได้ไปออกรบ ดังนั้น ไม่ต้องกินเพื่อกองทัพบ้าบอนั่น ไปได้แล้ว” เธอออกเสียงสั่ง แต่ดูเหมือนคนที่มีหน้าที่สำคัญที่ต้องแบกรับ ไม่ได้รู้สึกรู้สาเลยสักนิด แถมยังพาตัวเอง ให้ปล่อยใจไปกับกลิ่นซุปครีมเห็ดหอมที่เพิ่งลอยผ่านหน้าไปสด ๆ ร้อน ๆ

            เท่านั้นเอง! ความอดทนที่มีอยู่อย่างจำกัดจำเขี่ยของแซมมัวร์ก็ขาดผึง! 

            ร่างบางที่กำลังจะลอยตามซุปน่าอร่อยอันนั้นก็ถูกกระชาก ถูลู่ถูกังให้ออกจากโต๊ะอาหาร พร้อมกับรายการร่ายยาวโดยคุณหนูแซมมัวร์

            “ให้มันได้อย่างนี้สิ ใกล้จะรุ่งสางแล้วยังมาแอบกินอีก ทำตัวเหมือนเด็ก ๆ ไปได้ ทำอะไรไม่รู้จักคิด หน้าที่รับผิดชอบก็ทิ้งขว้างไม่เคยเห็นความสำคัญ เนี่ยนะ ถ้าพิธีล่มละก็ฉันจะให้คุณแคทเทอรีนจับเธอไปทำความสะอาดห้องส่วมทั้งอาณาจักรเลย...”

            ปึก!!

            ไดอาร์กระเด็นลงไปกองกับพื้น ทาร์ดผลไม้ที่แอบซุกมาเมื่อครู่กระจายคนละทิศละทาง นัยน์ตาสีน้ำตาลมองของหวานด้วยความเสียดายอย่างสุดซึ้ง ใบหน้างามงอง้ำเป็นม้าหมากรุกด้วยความขุ่นเคือง

            “นายต้องรับผิดชอบ สาวน้อยรีบคว้าชายเสื้อของริวจินที่กำลังจะเดินจากไปโดยไม่ใยดีต่อความผิดเลยสักนิด

            ดวงตาสีนิลปราดกลับมาด้วยท่าทีหงุดหงิด

            “ไม่ต้องมาทำหน้ายักษ์เลย...ทาร์ดผลไม้นั้นเป็นชุดสุดท้ายที่เขาจะยกมาเสิร์ฟแล้วด้วย”

            เจ้าตัวดีออกอาการประท้วงลั่นงาน ทำเอาแซมมัวร์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ หน้าม้าน กุมขมับด้วยอาการไมเกรนกำเริบ

            “แล้วจะเอาไง” ริวจินพยายามจบเรื่องราวน่ารำคาญให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

            “ชดใช้ สาวน้อยแบมือร้องขอค่าสินไหมทดแทนต่อความเสียหายที่ได้รับอย่างถือสิทธิ์เต็มที่

            ริวจินมองเจ้าหล่อนด้วยความเซ็งจิต ก่อนกระชับชายเสื้อที่ถูกรั้งไว้เมื่อสักครู่ให้แนบเข้ากับตัว

            “ถือว่าเจ๊ากัน” เขากล่าวหน้าตาย

            “ได้ไง?” 

            “เรื่องถ้วยชาที่เธอทำแตก ยังไม่ได้ชดใช้ฉันเลย” เขารำเริบคดีความที่ติดค้างขึ้นมาขุดคุ้ย

            ไดอาร์หน้านิ่ว ตรึกตรองถึงส่วนได้ส่วนเสียอยู่ชั่วครู่ ก่อนตอบตกลงทันที่ เมื่อคำนวณดูแล้วว่า ตนเป็นฝ่ายได้กำไรเห็น ๆ

            “ก็ได้” สาวน้อยแสร้งวางฟอร์มเพื่อไม่ให้ดูน่าเกลียดจนเกินไป ก็เล่นเอามูลค่าของขนมแจกฟรีในงานมาเทียบเคียงกับถ้วยชาพระราชทาน ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน มันก็เทียบกันไม่ได้เลยสักนิด

            เมื่อสิ้นเรื่องสิ้นราวชวนปวดหัว ริวจินก็ทำท่าจะผละออกจากเหตุการณ์ปั่นป่วน แต่ก็ถูกรั้งไว้อีกหน

            “จะรีบไปไหนอะ” เธอถามด้วยท่าทีเป็นกันเองมากขึ้น ผิดกับเมื่อครู่ที่แยกเขี้ยวงุด พร้อมกัดเขาได้ทุกเมื่อ

            “ไม่ใช่เรื่องของเด็ก...อย่ายุ่ง” คราวนี้เขาไม่รีรอให้เธอรั้งไว้ได้อีก ร่างสูงรีบตรงไปยังวิหารทันที

            ไดอาร์แลบลิ้นปลิ้นตาล้อเลียนใส่ ด้วยความรู้สึกขุ่นเคืองนิด ๆ

            “ชิ!...ทำเป็นเก็ก ฉันน่ะโตแล้วนะ ไม่ใช่เด็ก” เธอตะโกนสวนไล่หลัง

            “จะบ้าอีกนานไหมเนี่ย ไปได้แล้ว” แซมมัวร์ที่ยืนฟังรายการต่อรองสินค้าคนละเกรดอยู่นานเริ่มอดรนทนไม่ได้ คราวนี้เจ้าหล่อนรวบตัวเรโฮคนสำคัญให้เข้าไปทำพิธีโดยด่วน...ไม่อย่างนั่น งานศักดิ์สิทธิ์คงต้องพังไม่เป็นท่าแน่ ๆ

--------------------

            กว่าจะจับปูจอมซนมาใส่กระด้งแต่งองค์ทรงเครื่องในชุดเรโฮสีขาวสะอาดตาได้นั้นก็ปาไปเกือบจะใกล้เวลาที่จะเริ่มพิธีการอยู่แล้ว

            กิฟฟินน์จึงต้องจำแลงตนมาเป็นพี่เลี้ยงที่ต้องคอยเทรนงานขณะที่ไดอาร์ถูกจับใส่อันนู้น แต่งตรงนี้อยู่ตลอดเวลาเกือบชั่วโมง อีกแรงหนึ่งด้วย

            หลักสูตรเร่งรัดที่ถูกบีบอัดให้เธอต้องจดจำภายในเวลา ครึ่งชั่วโมง เล่นเอาคนสมองน้อย ความจำสั้นอย่างไดอาร์มึนตึบ เหงื่อแตกซิกด้วยความตื่นเต้น

            “ตาย ๆ ๆ ๆ ฉันตายแน่...ดับสนิทตั้งแต่ยังไม่ได้ออกงาน” เธอบ่นกับกิฟฟินน์อย่างร้อนรน

            “ใจเย็น ๆ นะ สูดหายใจลึก ๆ ไหนลองทำสิ...สูดดดดดดด”

            ไดอาร์หายใจเอาอากาศเข้าไปเต็มปอดกั้นไว้สุดลมหายใจจนหน้าแดง

            “...แล้ว ค่อย ๆ ปล่อยยยยย ช้า ๆ อย่างนั้นแหละ ดี ดีมาก”

            เธอทำตามที่กิฟฟินน์บอกทุกขั้นตอนแต่ก็ไม่ได้ชั่วให้อะไรดีขึ้นสักนิด กลับเรียกความเครียดให้พอกพูนมากกว่าเดิม

            “ไม่ ๆ ๆ ไม่เวิร์ค วิธีอื่นๆ” เธอร้องบอกเพื่อน ๆ เรโฮคนอื่นให้ช่วย แต่ดูเหมือนใคร ๆ ก็ส่ายหัวดิก ด้วยความจนปัญญา

            จะยกเว้นก็เพียงแต่แซมมัวร์ เจ้าหล่อนยืนจังก้าอยู่หน้าไดอาร์ที่บัดนี้ นั่งตัวหดเหมือนใบมะกอกโดนแดดเผา

            “อย่างี่เง่าไปหน่อยเลย” มือหนึ่งชุดไดอาร์ให้ยืนขึ้น แล้วผลักเธอเข้าไปในห้องโถงพิธีการ โดยไม่รอให้สาวน้อยจอมป่วนได้มีโอกาสร้องประท้วงเลยสักนิด

            “ขอให้ตายศพสวย ๆ นะ” คำอวยพรจากแซมมัวร์พร้อมรอยยิ้มพิฆาต ส่งให้เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะปิดประตูบานใหญ่ไล่หลัง

            ห้องโถงลายหินอ่อนทรงกลมขนาดใหญ่ ด้านบนเปิดโล่งรับแสงเดือนแสงดาวที่กำลังจะลาลับยามใกล้รุ่ง ตรงกลางลานพิธีมีธิดาเทพจากทั้งห้าอาณาจักรยืนรออยู่ด้วยท่าทีสงบนิ่ง สาบานได้ว่าเธอแอบเห็นเทพธิดาแห่งฮีมารูนส่งจิตสังหารมาที่เธอแวบหนึ่งตอนที่เสียงจากประตูใหญ่ถูกปิดลง

            ไดอาร์ส่งสายตาเป็นนัย ๆ ให้กับกิฟฟินน์ที่ยืนอยู่อีกฟากหนึ่งของห้องว่าให้ส่งโค้ดลับตามที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้า

            กิฟฟินน์กระพริบตาถี่ ๆ ให้สามครั้งพร้อมด้วยรอยยิ้มเป็นสัญญาณให้เธอไปหยิบคนโทน้ำสีทองที่วางอยู่ข้าง ๆ แล้วเดินไปยังกลางลานที่ธิดาเทพทั้งห้าประทับอยู่

            ไดอาร์ทำตามนั้น สาวน้อยในชุดของเรโฮผู้ทรงสง่า ถือคนโทน้ำมาจากทั้งสองฝากของห้องโถง ตรงมากลางพิธี คนโทหนึ่งเป็นน้ำฟ้า ที่โปรยปรายในฤดูฝนแรก ส่วนอีกคนโทที่ส่งกลิ่นหอมคือน้ำที่สกัดมาจากดอกจันทรานับพันดอก

            ของเหลวที่เป็นส่วนประกอบของพิธี ถูกเทลงในภาชนะทรงกลมขนาดใหญ่อย่างเบามือ สีเหลืองทองของน้ำดอกจันทรากำลังรวมตัวเป็นเนื้อเดียวกับน้ำฟ้าสีใส กลิ่นหอมของดอกไม้สร้างมนต์ขลังให้แก่พิธีได้เป็นอย่างดี เมื่อน้ำในคนโทหมดลง เรโฮทั้งสองก็ก้าวออกมาจากลานพิธี

            พลันท้องฟ้าก็เกิดแสงสว่างวาบ เหล่าดาราที่พร่างพรายบนท้องนภา พร้อมใจกันเปล่งแสงสุกสกาวไปทั่ว ประดุจกำลังกู่ร้องฉลองรับวันครบรอบที่เทพธิดานิมฟ์กำเนิดบนพิภพ ธิดาเทพทั้งห้าหันไปคว้ากริชสีเงินข้าง ๆ ขึ้นมากำไว้หลวม ๆ พร้อมกับก้าวออกมาข้างหน้าไปยังภาชนะทรงกลมนั้น นิ้วเรียวยื่นออกไปตามด้วยกริชเงินที่สัมผัสกับปลายผิว เรียกเลือดสด ๆ ให้ไหลริน กระทบผิวน้ำนั้น

            โลหิตจากธิดาเทพทั้งห้าหมุนวนเป็นเกลียว ก่อนที่สีแดงนั้นจะจางหายกลายเป็นสีเหลืองทองเนื้อเดียวกับสีของน้ำของดอกจันทรา

            จอกคริสตัลขนาดเล็กถูกใช้ตักน้ำศักดิ์สิทธิ์นั้นขึ้นมา

“แด่...เทพธิดานิมฟ์” ธิดาเทพแห่งมารินชูจอกขึ้น

“ด้วยมนตราอานัตบุปผาฟ้า” ธิดาเทพแห่งปิรานกล่าว พร้อมชูจอกขึ้น ตามมาด้วยธิดาเทพแห่งลิเบอร์เต้

“ดอกจันทราเรืองเวทย์แห่งสวรรค์”

“บันดาลพรวิเศษทุกคืนวัน” ธิดาเทพแห่งบันจาลั่นวาจา และทำเช่นเดียวกัน

ปิดท้ายด้วย ธิดาเทพแห่งฮีมารูน ที่ชูจอกคริสตัลขึ้นพร้อมเอื่อนเอ่ยวจี “ร้อยดวงจันทร์พันดาราแด่ผองเรา”

จอกคริสตัลทั้งห้าบรรจงตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ร่วมกันลงมนตราขึ้นมาดื่ม เว้นก็เพียงแต่ธิดาเทพแห่งฮีมารูนเท่านั้นที่ยังคงอิดออด

นัยน์ตาสีทับทิมวาวโรจน์ เหลือบมองทุกการกระทำของเหล่าผองธิดาเทพคนอื่น ๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์พรายขึ้นด้วยหมายใจว่าแผนการที่ลงมือนั้นจะสำฤทธิ์ผล

และก็เป็นดังที่เจ้าหล่อนคาด เมื่อจอกน้ำในมือธิดาเทพต่างร่วงกระทบพื้น พร้อมด้วยร่างทั้งสี่ที่ทรุดลงราวกับไร้ซึ่งสติ

กิฟฟินน์ที่อยู่ใกล้เหตุการณ์มากที่สุด รีบปราดเข้ามารับร่างของธิดาเทพแห่งมาริน เธอก้มลงดมกลิ่นของน้ำในจอมกที่ตกอยู่ข้าง ๆ

“ยาพิษ!!” เธออุทานแผ่วเบา ก่อนที่ดวงตาสีฟ้าจับจ้องมายังธิดาเทพแห่งฮีมารูนตัวต้นเหตุด้วยความอาฆาต

“ไดอาร์! ลั่นระฆังเหตุฉุกเฉิน” ด้วยสติที่อยู่กับเนื้อกับตัวมากที่สุด กิฟฟินน์จึงตะโกนออกคำสั่งทันที

ไดอาร์อึกอัก รับคำ ด้วยความตกใจ พลันรีบวิ่งไปที่ประตู แต่ก็ถูกขัดขวางไว้โดยบุรุษชุดสีดำปิดหน้าปิดตาจำนวนกว่าสิบคนที่โรยตัวมาจากบนหลังคา

“ห้ามใครออกจากห้องนี้” คำสั่งเด็ดขาด ดังมาจากเทพธิดาแห่งฮีมารูน บุรุษชุดดำส่งสัญญาณน้อมรับบัญชา กระจายตัวไปปิดกั้นประตูทางออกทุกทางไว้

“ท่านคิดจะทำอะไรกันแน่” ไดอาร์หันมาสวมวิญญาณนักเจรจาต่อรอง เพื่อพยายามถ่วงเวลา หาทางรอด แต่ดูเหมือนธิดาเทพแห่งฮีมารูนจะไม่เล่นด้วยกับเธอ รอยยิ้มปิศาจพรายบนใบหน้าที่หยิ่งผยอง พร้อมด้วยคำสั่งถัดมา ที่ทำเอาไดอาร์ถึงกับหน้าถอดสี

“กำจัดมันให้หมด

-------

อัพแล้วจ้า สด ๆ ร้อน ๆ เสิร์ฟมาส่งถึงที่อุ่น ๆ จากเตา

ขอบคุณโหวตและเม้นท์จ้า

Mulie

           

           

           

 

 

เขียนโดย Mulie : 2008-06-18 13:59:52

/1