วันที่ : 23 มิถุนายน 2551
ชื่อเรื่อง : Nymph : เทพธิดาแสนซน
ชื่อตอน (chapter) : Nymph : บทที่ 13 ทางหนีทีไล่

Nymph

บทที่ 13 ทางหนีทีไล่

         ความซวยกำลังจะบังเกิด...

        ไดอาร์มองภาพเหล่าบุรุษชุดดำที่ย่างสามขุมเข้ามาหาเธอหมายจะเอาชีวิตให้ได้ สาวน้อยถอยกรูดเข้าไปชิดกิฟฟินน์ที่ยังคงประคองร่างธิดาเทพแห่งมารินไว้

          “เอาไงดี” ไดอาร์ขอความเห็นด้วยความร้อนรน เมื่อตอนนี้พวกเธอตกอยู่ในวงล้อมของนักฆ่าเข้าให้เสียแล้ว

         กิฟฟินน์ก้มมองธิดาเทพคนงามที่อ่อนระโหยโรยแรงในอ้อมแขนอย่างชั่งใจ

         “หาที่ตั้งหลักก่อน ต้องรีบรักษาธิดาเทพ” เธอกระซิบแผ่วเบาให้ได้ยินกันเพียงสองคน

        ไดอาร์พยักหน้ารับคำ “ว่าไงก็ว่ากัน” แต่พวกนักรบชุดดำนี่สิ จะมาเออออห่อมกกับพวกเธอหรือเปล่าก็ไม่รู้

         “ฉันจะเสนอทางเลือกให้ หนึ่งคือทิ้งธิดาเทพไว้ที่นี่แล้วออกไปซะ หรือไม่ก็ตายในหน้าที่แล้วฉันค่อยเอาธิดาเทพไป” ธิดาเทพแห่งฮีมารูนเผยรอยยิ้มปิศาจออกมา “ฉันแนะนำให้เธอทิ้งยัยเอวิต้าไว้ที่นี่ซะ ถึงดิ้นรนอย่างไรก็หมดหนทาง เพราะพวกเรโฮอ่อนหัดข้างนอกถูกฉันวางยาไว้หมดแล้ว” ธิดาเทพแห่งฮีมารูนหัวเราะร่าด้วยความสะใจ

         กิฟฟินน์พ่นลมพรืด “ยัยปิศาจอำมหิต” เธอด่าออกไปโต้ง ๆ ถ้าไม่ติดเหตุการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานละก็ไดอาร์ต้องกระโดดร้องไซโยโห่ฮิ้วไปแล้ว แหม...ก็นาน ๆ ทีจะได้เห็นสาวน้อยแสนดีอย่างกิฟฟินน์ด่าใครน่ะสิ

            ดวงตาสีทับทิมจ้องเขม็งมาที่กิฟฟินน์ราวจะกินเลือดกินเนื้อ

            “โง่ เจ้าหล่อนสบถออกไป แล้วคำสั่งต่อมาที่ถูกถ่ายทอดก็ทำเอาไดอาร์หายใจไม่ทั่วท้อง  “ฆ่ามัน

            บุรุษชุดดำพร้อมอาวุธครบมือ ตรงเข้ามาหาพวกเธอ พลัน! กิฟฟินน์ก็ร่ายมนต์บทตรา บทที่ไดอาร์ไม่เคยได้ยินมาก่อน

            “วินดาอึนโบเซเรฮาน”

            พายุไม่ทราบแหล่งกำเนิดก่อตัวขึ้นอย่างเฉียบพลัน หมุนวนเป็นเกลียวพัดเอาสิ่งของในห้องให้กระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง แถมตรงเข้าทำร้ายเหล่านักฆ่าอย่างบ้าระห่ำ กว่าครึ่งของพวกนนั้นล้มลงไม่เป็นท่า  ร่างอาบไปด้วยเลือดแดงฉาน  แต่แปลกที่พวกเธอไม่รู้สึกถึงความน่ากลัวของพายุนั้นเลยสักนิด กลับกัน มันกำลังปกป้องพวกเธอไว้ ...

            ...กิฟฟินน์ นี่นะหรือคือตัวตนที่แท้จริงของเธอ สายลมที่ผันแปร ยามสงบก็ชวนให้เย็นใจ ยามพัดผ่านก็ชวนให้สบายกาย แต่ยามใดที่โกรธเกรียวก็น่ากลัวจนอยากถอยห่าง ... เธอเป็นใครกันแน่ กิฟฟินน์...

            ไม่ทันที่ไดอาร์จะหาคำตอบให้กับตัวเองได้ กิฟฟินน์ก็ตะโกนผ่าเสียงพายุมาสั่ง

            “ตามมา” กิฟฟินน์ออกวิ่งไปยังอีกมุมหนึ่งของห้อง ในขณะที่บนบ่านั้นแบกร่างธิดาเทพแห่งมารินไว้

            ไดอาร์ไม่รู้ว่าจะทึ่งหรือจะสงสารกิฟฟินน์ดี ที่ร่างบาง ๆ ของสาวน้อยกิฟฟินน์ต้องมาแบกรับน้ำหนักของธิดาเทพแห่งมาริน ซึ่งคนถูกแบก ก็ไม่ได้มีรูปร่างต่างไปจากคนแบกเลย แต่ดูเหมือนกิฟฟินน์ไม่ได้รู้สึกหนักเลยสักนิด หนำซ้ำยังวิ่งตัวปลิวไปยังทางเดินที่เชื่อมต่อกับวิหารโซนตะวันออกด้วยความเร็ว...เรียวแรงมหาศาลจริง ๆ

            เมื่อพายุสงบลง ธิดาเทพแห่งฮีมารูนก็แทบอยากจะกรี๊ดออกมาดัง ๆ เมื่อในห้องโถงตอนนี้มีสภาพยับเยิน แถมพวกนักฆ่าพวกของตนก็บาดเจ็บล้มตายไปกว่าครึ่ง และสำคัญที่สุด ธิดาเทพแห่งมารินหายตัวไปแล้ว

            “ยืนบื้ออยู่ได้ ไปตามจับมันสิเจ้าพวกโง่” เธอตะหวาดด้วยความเกรียวกราด พลันยิงพุสัญญาณขึ้นฟ้า ไม่กี่อึดใจ บุรุษชุดสีดำจำนวนหนึ่งก็โผล่เข้ามา

            “นำตัวธิดาเทพที่เหลือไปเจอที่จุดนัดพบ...”

            ชายเหล่านั้นรับคำพร้อมเพรียงราวกับผ่านการฝึกมาอย่างช่ำชอง

            “...แล้วแจ้งองค์ชายด้วยว่าเราเจอปัญหานิดหน่อย ให้ใช้แผนสำรอง”

----------

            ไดอาร์วิ่งตามกิฟฟินน์ด้วยความกระชั้นชิด แต่ไม่นานนักเสียงลมหายใจหอบ ๆ ก็ดังขึ้นประท้วงร่างที่ฝืนสังขาร

            “กิฟฟินน์ ฉันไม่ไหวแล้ว” ไดอาร์หยุดพัก หอบแฮก ๆ ดังมาเป็นระรอกในลำคอ

            “เราต้องหาที่ซ่อนตัวกันก่อน รอจนพระอาทิตย์ขึ้นค่อยไปส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ” กิฟฟินน์ไม่รอช้า เธอรีบวิ่งต่อไปเรื่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่มีร่างของธิดาเทพแบกอยู่บนบ่า ไดอาร์จึงรวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายออกวิ่งตามไป

            “มาทางนี้” เธอต้องตัดสินใจทำอะไรสักอย่างก่อนที่จะมาตายหมู่ ไดอาร์พากิฟฟินน์ไปหอคอยวิหารทางทิศตะวันออก สถานที่เก็บรวบรวมภาพเขียนล้ำค้าแห่งอาณาจักร ตอนแรกก็จะกั๊กไว้คนเดียว แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ จะไม่ใช้ห้องลับนั้นคงไม่ได้เสียแล้ว

            สาวน้อยเจ้าของเรือนผมสีทอง พากิฟฟินน์มาหยุดอยู่หน้าภาพเขียนโรงละครที่มีสาวสวยนับสิบกำลังร่ายรำกันอยู่ ไดอาร์เอื้อมมือไปปลดสลักที่อยู่บริเวณด้านข้างอย่างเบามือ

            เสียงครืดคราดของฟันเฟืองหมุนอย่างช้า ๆ ตอบรับสัญญาณการปลดพันธนาการ ผนังหน้าตรงหน้าเลือนหายเข้าไป เปิดเป็นทางเดินมืดมิด

            ไดอาร์พยักพเยิดหน้าพร้อมทั้งนำทางเข้าไปในห้องลับนั้นเป็นคนแรก กิฟฟินน์ส่งสายตาเชิงถามด้วยความสงสัย แต่ไดอาร์ก็ชิ่งตอบเสียก่อน

            “เจอของดี มันก็ต้องกั๊กเอาไว้เผื่อฉุกเฉิน” เธอยิ้มกว้างให้ และเร่งให้กิฟฟินน์เข้าไปในนั้นก่อนที่คนร้ายจะตามมาทัน

            หลังจากที่ทั้งหมดเข้าไปในห้อง ผนังก็ถูกปิดลง กลับสู่สภาพดังเดิม

            สุดทางเดินเป็นห้องเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยภาพเขียนของเหล่านางรำในท่าต่าง ๆ ซึ่งทำให้กิฟฟินน์ถึงบางอ้อเสียทีว่าไอ้ท่าทางที่ไดอาร์โม้นักโม้หนาว่าแอบจำมาจากนางรำของบันจานั้น มันมีที่มาจากภาพพวกนี้นี่เอง

            แต่ตอนนี้กิฟฟินน์ไม่มีเวลามาคิดเรื่องหยุมหยิมไร้สาระพวกนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือ ทำให้ธิดาเทพแห่งมารินฟื้นขึ้นมาก่อน

            ร่างของธิดาเทพแห่งมารินนอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้นหินเย็นเฉียบ ผิวของหล่อนที่ซีดอยู่แล้วยามนี้กลับดูน่ากลัวกว่าเดิมหลายเท่านัก ปากชมพูที่เคยอิ่มเอิบแห้ง ผากราวกับไม่เคยได้สัมผัสกับความชื่นช่ำของน้ำมาก่อน

            กิฟฟินน์นั่งลง พยายามรวบรวมเวทย์รักษาเพื่อถอนพิษเบื้องต้น แสงสีขาวเลื่อนไหลออกจากฝ่ามือ ทาบบนหน้าผากของธิดาเทพ

            ไม่นานนัก ไดอาร์ก็สังเกตเห็นแสงสีม่วงที่เริ่มไหลสะท้อนออกมาจากหน้าผากมนนั้น มันถูกดูกลับเข้าตัวกิฟฟินน์สวนทางกับแสงสีขาว สีหน้าของธิดาเทพดูดีขึ้น แพรขนตาหนาปรือขึ้นช้า ๆ ดวงตาสีเทาสำรวจบุคคลแปลกปลอมทั้งสองที่มีรอยยิ้มดีใจต่อปฏิกิริยาตอบสนอง

            “เกิดอะไรขึ้น” คำถามแรกถูกส่งออกมา ด้วยยังจับต้นชนปลายไม่ถูก

            “ยัยธิดาปิศาจนั่นแอบวางยาพวกท่านน่ะสิ ตอนนี้ธิดาเทพคนอื่น ๆ คงถูกจับตัวไว้ มีแต่ท่านนี่แหละที่หนีออกมาได้” ไดอาร์รีบอธิบาย  

“ธิดาปิศาจ?” คิ้วขมวดขึ้นเป็นปม

            “ก็ยัยหัวแดงที่มาจากฮีมารูนไงล่ะคะ ธิดาเทพแห่งฮีมารูนน่ะค่ะ หล่อนเล่นวางยาพิษลงในน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ทำพิธี ดีที่กิฟฟินน์ใช้เวทย์ถอนพิษได้ทัน ไม่งั้นท่านคงซี้มะก่องด่องไปแล้ว” เธอแอบยกความดีความชอบให้เพื่อนซี้

            ธิดาเทพแห่งมารินยังคงสับสนกับเหตุการณ์ แต่ก็ยิ้มพร้อมทั้งเอ่ยขอบคุณกิฟฟินน์อย่างจริงใจ เมื่อปรับโฟกัสได้ ดวงตาสีเทาก็มองสำรวจสถานที่แปลกตา

            “แล้วที่นี่ที่ไหนกัน” 

            “ห้องลับในวิหารทางทิศตะวันออก” ไดอาร์เกาแก้มเขิน ๆ “เจอเข้าโดยบังเอิญเมื่อประมาณเดือนที่แล้วน่ะคะ”

            “นับเป็นโชคดีของเรา”

            “มันก็ไม่โชคดีไปเสียหมดหรอกค่ะ เพราะที่นี่ไม่มีทางออกอื่นเลย” ไดอาร์ถอนหายใจอย่างปลง ๆ

            “รู้ได้ไงว่าไม่มี...นี่ไง” กิฟฟินน์ที่เดินสำรวจโดยรอบห้องเมื่อสักครู่ดันไปเจอกับสลักหนึ่งเข้าให้ มันซ่อนอยู่หลังภาพเขียน พอลองหมุนซ้าย หมุนขวา อุโมงค์ขนาดกว้างยาวหนึ่งเมตรก็โผล่ขึ้น ณ อีกฝากหนึ่งของห้อง

            ไดอาร์ยิ้มพราย แล้วหันไปถามธิดาเทพ “ท่านเดินไหวไหม เราจะได้ไปต่อ”

            ธิดาเทพพยักหน้าตอบรับ พยุงตัวเองให้ลุกขึ้น ด้วยความที่พิษยังคงหลงเหลืออยู่ในร่างกาย แขนขาก็พาลอ่อนแรงลงเสียดื้อ ๆ ยังดีที่ไดอาร์นั้นอยู่ใกล้เลยเข้าไปประคองได้ทันก่อนที่จะล้ม

            “ปวดจัง” ธิดาเทพเอามือกุมหน้าอกไว้ มันรู้สึกแน่นจนแทบจะหายใจไม่ออก สมองก็เริ่มมึน ด้วยฤทธิ์ของยาพิษที่แล่นไปทั่วทุกรูขุมขน

            “ฉันแค่ชะลอพิษไว้เท่านั้น ทางเดียวที่จะถอนพิษได้ต้องเอายาแก้ที่พวกฮีมารูน” กิฟฟินน์อธิบาย

“ไม่เป็นไร เรายังไหว ไปกันต่อเถอะ” ธิดาเทพออกตัว เพื่อไม่ให้คนอื่น ๆ เป็นห่วง จากนั้นก็ออกเดินนำเข้าไปในอุโมงค์ทันที

ไม่รู้ว่านานเท่าไรที่พวกเธอทั้งสามคลานเข้ามาในอุโมงค์ที่ทั้งแคบทั้งมืด แต่ที่สุดแล้วคนที่เรื่องมากที่สุดก็บ่นออกมาอย่างอดไม่ได้

“อีกไกลไหมเนี่ย ฉัน...หิววุ้ย!!!” เธอบ่นไปบ่นมาก็วกเข้าเรื่องกินจนได้ ก็นี่มันเลยเวลาอาหารเช้าแล้วน่ะสิ ตอนนี้ในหัวก็เลยถวิลหาแต่ห้องอาหารที่พร้อมพรั่งไปด้วยขนมปังและซุปครีมเห็ดหอมของโปรด

ในที่สุดแสงแห่งความหวังก็ทอประกายอยู่ที่สุดปลายอุโมงค์นั้น ไดอาร์ที่เห็นเป็นคนแรกก็แทบอยากจะร้องกรี๊ดด้วยความดีใจ เธอรีบคลานไปยังแสงนั้นทันที

ลูกกรง!

ใช่แล้ว...ลูกกรงอันใหญ่ลงสลักแน่นหนา ป้องกันคนภายนอกเข้ามาทางลับที่เชื่อมต่อกับวิหาร อะไรมันช่างพอเหมาะพอเจาะแบบนี้ ไดอาร์หันกลับไปมองกิฟฟินน์ด้วยความเซ็งจิต

“จบเห่...ไม่มีกุญแจ” เธอร้องบอกกับธิดาเทพ พลางกระแทกแม่กุญแจนั้นแรง ๆ เผื่อว่ามันจะผุตามอายุ พลัน! ความคิดแสนพิเลนก็ผุดขึ้นมาในสมอง

“กุญแจผี!!” เจ้าตัวดีดีดนิ้วเปาะนึกชอบใจ มือบางถูกันไปมาในท่าเตรียมพร้อมวิชาโจรกรรม

ไดอาร์หลับตาพริ้ม เรียกสายน้ำให้มารวมตัวกันที่ปลายนิ้วมือ แล้วดันมันเข้าไปในรูกุญแจนั้นช้า ๆ จากนั้นก็ทำให้มันแข็งตัวกลายเป็นน้ำแข็งใส เมื่อลูกกุญแจร้องรับกับตัวแม่เป็นที่เรียบร้อย สาวน้อยจึงออกแรงบิดเพียงเล็ก ๆ สลักจากแม่กุญแจก็ถูกปลดอย่างง่ายดาย

“บิงโกไดอาร์รีบดันประตูลูกกรงออก โผลรับอิสระภาพที่ถูกคุมขังโดยอุโมงค์มืด และได้ตระหนักว่าเวทย์วารีนี่มันดีอย่างนี่เอง

ป่าเบื้องหน้ารกทึบจนอยากจะหาหนทางออก มีเพียงเสียงน้ำตกที่ดังมาไม่ไกลนัก ทำให้พอจะแยกออกว่าที่นี่คงจะเป็นบริเวณใกล้กับแม่น้ำวอลอีฟ แม่น้ำสายหลักที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงคนทั้งเอธาการ์ด

“ตรงนี้น่าจะเป็นป่าที่อยู่ทางทิศเหนือของวิหาร เราอยู่ห่างจากนอกเมืองมาประมาณห้ากิโลได้” กิฟฟินน์พยายามวิเคราะห์ “ถ้าเราเดินตามทางน้ำตกไปเรื่อย ๆ ก็จะเข้าเขตตัวเมือง เมื่อนั้นค่อยว่ากันอีกที” เธอเสนอความเห็น ทั้งหมดเลยตัดสินใจไปที่น้ำแม่น้ำวอลอีฟซึ่งเป็นที่หมายแรก

น้ำตกสูงตระหง่านไหลรินจากผาสูง น้ำจำนวนมหาศาลตกกระทบโขดหินข้างล่าง ด้วยความสูงที่ไดอาร์ไม่กล้าแม้แต่จะชะโงกลงไป ทำเอาเธอต้องเดินห่างจากแหล่งน้ำนั้นด้วยความระแวดระวัง

เมื่อถึงที่หมาย ธิดาเทพแห่งมารินปลดต่างหูข้างหนึ่งออกมา มันค่อย ๆ กลายสภาพเป็นนกพิราบสีขาวขนาดเล็กกว่าปกติ เธอกระซิบเพียงแผ่วเบาที่ข้างหูเจ้านกน้อย ก่อนที่จะปล่อยมันบินขึ้นสู่ท้องฟ้า

“ทำอะไรคะ” ไดอาร์มองการกระทำแปลก ๆ ก็อดถามขึ้นมาไม่ได้

“ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือน่ะ ไม่นานคนของทางวังหลวงคงจะออกตามหาพวกเรา” 

“อ๊ะ! จริงด้วย แหม...เร็วทันใจจริง ๆ” ไดอาร์นึกชื่นชมเจ้านกพิราบนั้นเมื่อเห็นร่างขององค์ลักษณ์ฝ่ายซ้ายโผล่ออกมาจากแนวป่าแทบจะในทันที

“นายเนี่ย ชักช้าจริง ๆ เลยรู้ไหมว่าพวกเราลำบากแค่ไหน” เธอทำท่าจะเดินเข้าไปต่อว่าริวจิน แต่ก็ถูกกิฟฟินน์รั้งแขนเข้าไว้เสียก่อน

“เดี๋ยวก่อนไดอาร์ ฉันว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล”  สายตาของกิฟฟินน์สำรวจชายตรงหน้าด้วยท่าทีไม่ไว้ใจ แล้วก็เป็นดังคาดเมื่อเหล่าชายชุดดำอีกนับสิบคน ต่างก็โผล่ออกมาจากสุมทุมพุ่มไม้ด้วย

“ริวจิน หมายความว่าไง” ไดอาร์คาดคั้นชายตรงหน้าที่เปรียบเสมือนคู่อริและอาจารย์คนสำคัญ

ไม่ทันที่จะได้คำตอบ ร่างของธิดาปิศาจก็โผล่ออกมาอีกคน รอยยิ้มเหยียดหยันให้พวกเธอแวบหนึ่งก่อนที่จะตรงเข้าไปหาร่างสูงที่ยืนสงบนิ่งอยู่ หล่อนย่อกายทำความเคารพด้วยความนอบน้อม

“ถวายพระพรเพคะ...องค์ชายริวจิน”

--------

อัพแล้วจ้า ... ช่วงนี้งานเยอะมาก อาจอัพช้าสักหน่อยนะ ^_^

Mulie

 

เขียนโดย Mulie : 2008-06-23 09:57:04
คอมเมนต์ถูกปิด หรือ คอมเมนต์ได้เฉพาะสมาชิก
สมัครสมาชิก
ความคิดเห็นที่ 3
เลวจัง ฆ่ามันหน่อยได้ไหมคะ

เด็กล้างจาน
Iamlady : 2008-07-04 16:30:52
ความคิดเห็นที่ 2
เลวมากมาย เกลียดมันๆๆๆ

เจ้าของร้าน
im_a_witch : 2008-07-02 20:56:47
ความคิดเห็นที่ 1
หนุกมากมายเยย

เพิ่งรู้เองนะว่าริวจินเป็นองค์ชาย

เลวจิงๆรึป่าว อินไปตามเรื่อง

( member no icon )
หัวหน้าพ่อครัว
aew41 : 2008-06-23 21:18:18