วันที่ : 4 กรกฎาคม 2551
ชื่อเรื่อง : Nymph : เทพธิดาแสนซน
ชื่อตอน (chapter) : Nymph : บทที่ 14 ความจริง

Nymph

บทที่ 14 ความจริง

            เจ้าชายการ์เซลเหม่อมองวิหารศักดิ์สิทธิ์ด้วยจิตใจที่ร้อนรน เมื่อชั่วโมงที่แล้วสถานที่แห่งนี้ยังเต็มไปด้วยความรื่นเริงแห่งเทศกาลเฉลิมฉลองอยู่เลย แต่พอรัตติกาลลาลับ แสงแรกเข้ามาทักทาย ภาพตรงหน้ากลับตอกย้ำความว้าวุ้นในจิตใจ

            สภาพการต่อสู้ที่ข้าวของแตกกระจายอยู่ทั่วทั้งห้องพิธี ร่องรอยความเสียหายยังคงทิ้งไว้ให้เห็น เพียงแต่ผู้คนที่เคยอยู่ ณ ที่ตรงนี้กลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย รวมถึงบุคคลสำคัญยิ่งของมารินด้วย

            ประตูใหญ่ของวิหารเปิดออก องค์ลักษณ์ฝ่ายขวาก้าวเข้ามารายงานความคืบหน้า

            “จากการสอบถามเรโฮทั้งหมด พบว่าพวกเธอถูกวางยา หลังจากเริ่มทำพิธีได้ไม่นาน คาดว่าคนร้ายคงเตรียมการไว้ล่วงหน้าเป็นอย่างดี”

            “แล้วทางริวจินว่าอย่างไรบ้าง ฉันไม่เห็นหน้าตั้งแต่หัวค่ำแล้ว” 

            กินเดลมีท่าทีลังเลเล็กน้อย “ไม่รู้จะทูลว่าอย่างไรดีขอรับ...มันเป็นความผิดของกระหม่อมเอง”

            คิ้วของเจ้าชายการ์เซลหมุนขึ้นอย่างไม่เข้าใจในคำตอบ แต่ก่อนที่เขาจะได้ถามอะไรออกไป นกพิราบจิ๋วตัวหนึ่งก็โผลบินเข้ามาเกาะบนบ่า ราวกับมันเจอกับเจ้าของที่พลัดพรากมานาน

“พิราบของเอวิต้า!?” 

เขาเอื้อมมือรับเอาเจ้านกน้อยให้เข้ามาแอบอิงที่ข้างหู เจ้านกน้อยเหมือนจะรู้หน้าที่ มันส่งเสียงร้องจิ๊บ จิ๊บ ถึงข่าวสารที่ ธิดาเทพแห่งมารินฝากมาถึง

รอยยิ้มที่ไม่ได้เห็นมาตลอดหลายชั่วโมงของเจ้าชายการ์เซลระบายขึ้นอย่างนึกโล่งใจ เขาร่ายมนต์บทสั้น ๆ แล้วเจ้านกน้อยก็กลับกลายเป็นต่างหูดังเดิม

“เอวิต้ากับเรโฮผู้พิทักษ์อีกสองคนปลอดภัยดี ตอนนี้อยู่แถวน้ำตกของแม่น้ำวอลอีฟ ทางทิศเหนือ น่าจะห่างจากตัวเมืองประมาณห้ากิโล เรารีบจัดคนไปรับกันเถอะก่อนที่พวกฮีมารูนจะลงมือทำอะไรไปมากกกว่านี้”

“ฮีมารูน?...หมายความว่าเรื่องวุ่นวายทั้งหมดเป็นแผนของฝ่ายนั้น”

เจ้าชายการ์เซลพยักหน้ารับ “ใช่...เห็นเอวิต้าว่ามาเพียงเท่านี้ ส่วนรายละเอียดค่อยไปถามกับเจ้าตัวดีกว่า”

แต่ก่อนที่เจ้าชายจะเดินออกจากวิหารไป เขาก็นึกได้ว่ายังค้างบทสนทนาไว้กับกินเดลเมื่อสักครู่

“จริงสิ! เมื่อกี้นายมีอะไรจะบอกกับฉันหรือ”

            “เออ...มีเรื่องหนึ่งที่กระหม่อมยังไม่ได้รายงานให้ทรงทราบ...เมื่อสัปดาห์ก่อน ตอนที่ธิดาเทพแห่งฮีมารูนมาถึงที่นี่ ริวจินก็มีท่าทีแปลกไป แล้วคืนก่อนวันเกิดเหตุกระหม่อมสังเกตเห็นเขาแอบเข้าไปทางด้านที่พักของธิดาเทพแห่งฮีมารูน โดยไม่ทราบวัตถุประสงค์”

            เจ้าชายการ์เซลสงบนิ่งด้วยใช้ความคิดประเมินสถานการณ์

            “นายตามสืบต่อหรือเปล่า”

            “ขอรับ...สายที่เราส่งเข้าไปแทรกซึมในฮีมารูนส่งข้อมูลมาให้เมื่อเช้า” กินเดลยื่นซองเอกสารสีน้ำตาล ปิดผนึกอย่างดีส่งให้เจ้าชายการ์เซล “แต่น่าเสียดายเหลือเกินที่ข้อมูลสำคัญนี้แลกมาด้วยลมหายใจของสายสืบคนนั้น” กินเดลมีสีหน้าที่เศร้าลงเล็กน้อย แต่ก็รีบปรับมันให้เข้าสู่ภาวะปกติเมื่อหน้าที่ต้องมาก่อนเหนืออารมณ์ส่วนตัว เจ้าชายการ์เซลรับเอกสารนั้นมาแล้วแกะดูข้างในอย่างรวดเร็ว

            ภาพเขียนรูปเหมือนของบุคคลคนหนึ่งที่เขาคุ้นเคยดี ปรากฏหลาอยู่ตรงหน้า  ใบหน้าคมคาย แฝงด้วยความทระนงในศักดิ์ศรีสะท้อนอยู่ในดวงตาสีนิลคู่นั้น  เรือนผมที่ดำขลับจัดไว้เข้าทรง ในชุดราชนิกูลชนชั้นสูงแห่งฮีมารูน

            “ริวจิน?” คำถามที่ถูกส่งออกมาอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก

            “ขอรับ แต่ถ้าจะเรียกให้ถูกต้องเรียกว่า เจ้าชายริวจิน ดิเอนเลส มกุฎราชกุมารแห่งฮีมารูนต่างหาก”

 ----------------------

            “เจ้าชาย!!!” ไดอาร์อุทานเสียงหลง

            โลกนี้มันต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ เลยทำให้อะไร ๆ มันดูกลับตาลปัดชอบกล อีตาขี้เก็กคนนั้นน่ะหรือ เจ้าชายมกุฎราชกุมารแห่งฮีมารูน ทั้ง ๆ ที่เมื่อเดือนก่อนยังมาเป็นอาจารย์จอมโหดสอนวิชาการใช้เวทย์น้ำให้เธออยู่เลย แล้วไหงมกลายมาเป็นเจ้าชายแถมก็คือหัวหน้าคนร้ายได้ล่ะ

            “ใช่ ท่านนี้คือเจ้าองค์ชายริวจิน ดิเอนเลส มกุฎราชกุมารแห่งฮีมารูน จำใส่กะโหลกไว้ซะด้วยเจ้าพวกโง่” ธิดาเทพแห่งฮีมารูนอธิบายด้วยน้ำเสียงแสดงความเหยียดหยันพวกเธอเต็มที่

            “พูดมากไปแล้วนะซาเฟียร์” เสียงเย็นชาเอ่ยตำหนิ ธิดาเทพแห่งฮีมารูนก้มศีรษะขอประทานอภัยในความผิด ก่อนที่จะหลบฉากเข้าไปยืนอยู่ด้านหลัง

            เจ้าชายริวจินเดินตรงมายังพวกเธอที่ยืนเกาะกลุ่มกันไว้อย่างเหนียวแน่น

            “จะเอาไง” กิฟฟินน์รีบเข้าเอาตัวมาบังธิดาเทพแห่งมารินไว้

            ริวจินไม่ได้สนใจต่อปฏิกิริยาของเธอเลยแม้แต่นิด เขาตรงเข้ามาคุยกับธิดาเทพแห่งมารินด้วยท่าทีสุภาพ

            “ได้ข่าวว่าท่านยังไม่เคยไปฮีมารูน เราหวังว่าจะได้รับเกียรติพาธิดาเทพแห่งมารินไปชมบ้านเมืองสักครั้ง”

“ถ้าเราไม่ไปล่ะ” ธิดาเทพถามหยั่งเชิง

“เชิญมากับเราแต่โดยดี ทางเรามียาถอนพิษเตรียมไว้ให้ท่านแล้ว” เขาเปรยกับธิดาเทพเมื่อสังเกตเห็นใบหน้าที่ซีดเซียวของหล่อน ซึ่งดูแย่ลงเรื่อย ๆ

“ฝันไปเถอะ!!” กิฟฟินน์ตะหวาด พร้อมกับตั้งท่าร่ายเวทย์

“วินดาอึนโบเซเรฮาน”

พายุหมุนถาโถมพัดวนอย่างบ้าคลั่ง จนพวกชายชุดดำหลายคนตั้งหลักไม่อยู่ ผิดกับริวจินที่ยังมองดูเหตุการณ์นั้นด้วยสีหน้าออกจะรำคาญใจนิด ๆ

ชายหนุ่มชักดาบสีนิลสวยออกจากฝักข้างลำตัว ในท่าพร้อมรบ

            ธิดาเทพแห่งมารินเห็นดังนั้นจึงรีบเอาตัวออกมาขวางไว้ แล้วหันมาออกคำสั่งกับกิฟฟินน์

“พอได้แล้ว”

กิฟฟินน์หยุดร่ายเวทย์ ลดมือทั้งสองข้างลงมาข้างลำตัวตามเดิม

ไดอาร์แอบลอบถอนหายใจ อย่างนึกโล่งอกที่ไม่เกิดการต่อสู้กันขึ้นมาก่อน เพราะดูจากสถานการณ์แล้ว ถึงจะมีกิฟฟินน์ที่แสนเก่งกาจอยู่ก็เถอะ แต่ฝ่ายเธอก็ดูจะเสียเปรียบเห็น ๆ

ดวงตาสีเทาและฟ้าสองคู่สบกันก็พอจะเข้าใจแล้วว่า อย่างไรเสียก็ต้องถูกจับไปอยู่ดี ขึ้นอยู่กับว่าจะไปแบบไม่เจ็บตัวหรือจะไปแบบต้องหามไปหยอดน้ำข้าวต้ม ธิดาเทพแห่งมารินพยักหน้าบอกให้กิฟฟินน์และไดอาร์ทำตามอย่างที่ริวจินว่า

            “ตกลง เราจะไปกับท่าน”

            ริวจินผายมือ นำทางไปยังรถม้าที่เตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว

            ธิดาเทพขึ้นรถม้าไปแล้ว ทิ้งไว้แต่ไดอาร์และกิฟฟินน์ที่จะขึ้นตามไป แต่ก็ถูกธิดาเทพแห่งฮีมารูนจอมเรื่องมากเข้ามาขวาง

            “ไม่ต้องตามมา” เจ้าหล่อนเท้าเอวทำท่าปึงปัง แล้วให้บุรุษชุดดำเข้ามากันตัวพวกเธอให้ออกห่าง

            “บ้าป่าวเจ๊...ธิดาเทพไปไหน เรโฮผู้พิทักอย่างฉันจะละทิ้งหน้าที่ได้ไง” ไดอาร์เท้าเอวเถียงโดยไม่ยอมถอยง่าย ๆ

            “เอาพวกหล่อนไปก็รังแต่จะเกะกะ” ธิดาเทพแห่งฮีมารูนเอ่ยเป็นเชิงออกความเห็นต่อเจ้าชายผู้มีสิทธิ์ขาด

            “ฮีมารูนคงไม่ใจแคบ ขนาดไม่ยอมให้ธิดาเทพนำเรโฮผู้พิทักษ์ติดตามไปด้วยหรอกนะคะ” ธิดาเทพแห่งมารินกล่าวเชิงตำหนิกลาย ๆ

            ริวจินชั่งใจอยู่ชั่วครู่ก่อนที่จะตอบตกลง “ได้แค่คนเดียว”

            ข้อแม้ที่ตั้งขึ้นทำเอาไดอาร์หน้าหงิกลงทันที กิฟฟินน์หันมาเป็นเชิงว่าเธอจะเป็นคนอาสาไปเอง แล้วสาวน้อยเจ้าของเรือนผมสีเงินก็ก้าวขึ้นไปบนรถม้า ทิ้งให้ไดอาร์หันรีหันขวางอย่างขัดใจ

             “เดี๋ยวก่อน ไดอาร์กระโจนเข้ามาขวางรถม้าที่กำลังจะเคลื่อนตัวออก ธิดาเทพแห่งฮีมารูนชะโงกออกมาด้วยอารมณ์กรุ่น ๆ ที่พยายามสกัดไว้อย่างยากเย็น

            “อยากตายนัก เดี๋ยวฉันสงเคราะห์ให้”

            “ซาเฟียร์!!” ริวจินเอ็ดอย่างเอือมระอาในความเอาแต่ใจของธิดาเทพคนสำคัญ สาวน้อยเจ้าของชื่อกลับมานั่งตามเดิมด้วยใบหน้างอง้ำ

            ริวจินเปิดประตูลงมาเจรจากับสาวจอมยุ่งด้วยความหงุดหงิด

            “ฉันขอไปด้วย”

            “ไม่ ริวจินทำท่าจะกลับขึ้นรถม้า แต่ก็ถูกรังไว้ด้วยข้อมือบางนั้น

            “แต่ฉันติดหนี้นายอยู่นะ ถ้วยชาไง ฉันยังไม่ได้ชดใช้เลย”

            เหตุผลประหลาด! ยัยนี่จะมาไม้ไหนอีกละเนี่ย

            “เจ๊ากันแล้ว ฉันก็ทำขนมเธอหล่น”

            “บ้าสิ...ขนมแจกฟรีจะเอามาเทียบกับถ้วยชาพระราชทานได้ไง ไม่ได้ ๆ ทำแบบนั้นเสียชื่อไดอาร์ มาเร็ตก้าหมด” เธอรีบออกตัวหาเหตุผลสารพัดสาระเพมาเสนอ

            “หึ...ขอพรรค์นั้นไม่จำเป็นหรอก”

            แหม...ก็แน่ละสิ ตอนนี้เป็นถึงมกุฎราชกุมารแห่งฮีมารูนแล้วนี่ แค่ถ้วยชาใบจิ๋วของมาริน มันจะไปสำหลักสำคัญเสียที่ไหนล่ะ

            “งั้น ๆ ๆ ...” ไดอาร์พยายามคิดหาข้ออ้างจนหัวหมุนติ่ว “ทำไงนายถึงจะยอมให้ฉันไปด้วยอ่ะ”

            “ประการแรก เธอมันสร้างแต่เรื่องวุ่นวาย ไปด้วยแล้วมีปัญหาเปล่า ๆ ประการที่สอง งานนี้มันไม่เกี่ยวกับเธอเลยสักนิด และประการที่สาม ฉันยังไม่เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องเอาตัวยุ่งอย่างเธอไปด้วย”

            ไดอาร์สบตากับธิดาเทพและกิฟฟินน์ที่อยู่ในรถม้า ที่เพียรพยายามจะให้เธอล้มเลิกความพยายามที่จะอาสามาช่วย ก่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์จะผุดขึ้นบนมุมปากบางนั้น

            “ประการแรกงานฉันไม่เคยสร้างเรื่องวุ่นวายเลยสักนิด มีแต่เรื่องวุ่นวายนั่นแหละที่มันขยันเข้ามาหาฉันเป็นประจำ ส่วนในการเดินทางครั้งนี้ฉันขอสาบานเลยว่าจะทำตัวดี ๆนี้” เธอยกตัวเองขึ้นมาโฆษณาเต็มที่

            “ประการที่สอง เรื่องนี้มันเกี่ยวกับฉันเต็ม ๆ เลยเพราะว่าฉันน่ะเป็นถึงเรโฮผู้พิทักษ์ บางทีงานของนายอาจต้องใช้เรโฮผู้พิทักษ์ด้วยก็ได้ ใครจะไปรู้ จริงอยู่ที่นายมีกิฟฟินน์แล้ว แต่นายจะไปรู้ได้ไงว่าใครมันเป็นตัวจริงกันแน่...” เหตุผลข้อสองที่ถูกส่งไปทำเอาคิ้วเข้มนั้นขมวดเป็นปมยุ่ง “...และประการที่สาม ฉันเห็นว่านายจำเป็นต้องเอาฉันไปด้วยแน่ ๆ เพราะว่าฉันล่ะมั่นอกมั่นใจเหลือเกินว่าตัวฉันน่ะเป็นเรโฮตัวจริงแท้แน่นอน”

            ประโยคสุดท้ายเรียกความสนใจจากริวจินได้เป็นอย่างดี ดวงตาคู่สีนิลมองสำรวจตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าด้วยความพินิจพิเคราะห์

            “จะมาไม้ไหนอีก”

            “เอาน่า...ชีวประวัติฉันน่ะมันคลุมเครือ แล้วนายจะรู้ว่าเอาฉันไปด้วยแล้วไม่ผิดหวัง” ว่าแล้วเจ้าตัวดีก็แอบดอดขึ้นรถม้าทันที โดยไม่รีรอเธอก็ตะโกนลงมาเรียกเจ้าของรถ

“เอ้า! ชักช้าอยู่ได้”

ไดอาร์หันมาสบตากับกิฟฟินน์ที่กลั่นหัวเราะไว้เต็มที่

หึ...เรโฮตัวจริง ช่างคิดจริง ๆ เลยนะไดอาร์

สาวน้อยเจ้าของดวงตาคู่โตสีน้ำตาลส่งซิกให้กิฟฟินน์รีบกลืนเสียงหัวเราะนั้นลงไปก่อนที่คนอื่น ๆ จะผิดสังเกต

“เธอน่ะหรอ เรโฮกลับชาติมาเกิด...ดูอย่างไรก็ห่างไกลนัก” น้ำเสียงระคคนดูแคลนส่งมาจากธิดาเทพปิศาจที่นั่งอยู่มุมในสุดของรถ

“เธอก็ห่างไกลกับธิดาเทพนิมฟ์เหมือนกันแหละว้า” เจ้าตัวดียอกย้อนเสร็จก็หันไปทำเสียงจิ๊กจั๊กในลำคอ “นี่ ๆ ตัวจริงนั่งอยู่ตรงนี้” เธอผายมือไปทางธิดาเทพแห่งมาริน

ซาเฟียร์แทบจะร้องกรี๊ด (ดีที่ยังเกรงใจริวจินที่นั่งหน้านิ่วอยู่ด้วยความไม่สบอารมณ์) เธอกำหมัดแน่น ค้อนให้ แล้วหันไปสนใจวิวข้างทางแทน

ธิดาเทพแห่งมารินมองการกระทำของไดอาร์อย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก ทั้ง ๆ ที่มีโอกาสหนี แต่กลับไม่ไป แถมเสนอตัวมาร่วมผสมโรงกับงานอันตรายอีกคน

..เธอจะรู้ไหมนะไดอาร์ ว่านี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่น แต่มันกำลังจะกลายเป็นสมรภูมิรบของสงครามครั้งใหญ่แห่งอาณาจักรเอธาการ์ดเลยทีเดียว...

           

 _____________

กว่าจะได้อัพ ก็ปาไปเป็นชาติ

ในที่สุด web ก็ใช้งานได้เหมือนเดิม ดีใจสุด ๆ ค่ะ

ขอบคุณทุกคอมเม้นท์และโหวตนะคะ

Mulie          

           

 

 

 

เขียนโดย Mulie : 2008-07-04 18:21:13
คอมเมนต์ถูกปิด หรือ คอมเมนต์ได้เฉพาะสมาชิก
สมัครสมาชิก
ความคิดเห็นที่ 5
ริวจิน ทามมายเป็นแบบนี้ง่า

อัพเร็วๆนะ

เจ้าของร้าน
im_a_witch : 2008-07-06 17:36:34
ความคิดเห็นที่ 4
ไม่ได้เข้ามาตั้งนาน

คิดถึงจังเล้ยยยยย
( member no icon )
เด็กเสิร์ฟเย็นตาโฟว์
Freya_z : 2008-07-05 18:24:06
ความคิดเห็นที่ 3
ไดอาร์น่ารักมากกกกก
มาอัพอีกไวๆนะคะ

P.S.ช่วยทำตามที่เคยขอได้มั๊ยคะ

เด็กล้างจาน
Iamlady : 2008-07-04 20:09:55
ความคิดเห็นที่ 2
เย้ๆๆมาอัพ

แล้วมาอัพอีกนะคะ
( member no icon )
หัวหน้าพ่อครัว
aew41 : 2008-07-04 18:48:03
ความคิดเห็นที่ 1
กริ๊ดดดดดด กว่าจาอัพได้น่ะ เรารอโคดนาน
อัพไวไวไวน่ะ อัพเยอะๆๆด้วย

พ่อครัวมือใหม่
eaam : 2008-07-04 18:40:51