วันที่ : 13 กรกฎาคม 2551
ชื่อเรื่อง : Nymph : เทพธิดาแสนซน
ชื่อตอน (chapter) : Nymph : บทที่ 16 ข้ามแดน

Nymph

บทที่ 16 ข้ามแดน

 

“ฉันขอคนของฉันคืน เจ้าชายริวจิน

บุรุษสองคนที่ตอนนี้มีศักดิ์และศรีเท่าเทียมซึ่งกัน ยืนประสานสายตาด้วยบรรยากาศชวนอึดอัดอยู่เนิ่นนานพอควร

ชายหนุ่มผู้สวมใส่อาภรณ์สีดำสนิท ด้วยมาดยโสโอหังคืออดีตราชองค์ลักษณ์ที่เคยไว้เนื้อเชื่อใจมาก แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นคนทรยศที่พรากเอาดวงใจของเขา

การ์เซลกระชับดาบในมือให้แน่นขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ ที่อาจเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้

“ส่งเอวิต้ามา แล้วนายก็กลับเมืองไปซะ” เขาออกเสียงสั่งอีกครั้ง

ริวจินเพียงเหยียดยิ้มหยันที่มุมปาก “ถ้าฉันปฏิเสธล่ะ”

ดาบใหญ่ที่เคยกำแน่นถูกชักออกมาประทะกับแสงแดดยามแก่ ๆ ที่สาดแสงแรงกล้า ปลายคมชี้มาทางเขาอย่างหมายจะเอาชีวิต

“งั้นคงต้องใช้กำลัง” 

เพียงสิ้นคำ เจ้าชายการ์เซลก็กระโจนเข้าต่อสู้ ดาบขนาดพอดีมือสีดำดุลอัญมณีเม็ดงามสีนิลกาฬชักออกมารับดาบได้เท่าทัน ริวจินเพียงยิ้มให้ก่อนที่จะพ่นลมอย่างหนักหน่วง แล้วใช้ขาข้างขวาถีบร่างของการ์เซลให้กระเด็นออกไป

“ฉันเคยบอกนายแล้วไงว่า ฝีมือของนายยังไม่ถึงขั้น สู้ก็มีแต่แพ้”

การ์เซลรีบพยุงตัวขึ้น ตวัดสายตามามองด้วยความโกรธแค้น “เรื่องนั้นฉันรู้แก่ใจดี แต่ไม่ว่าอย่างไร ฉันต้องเอาเอวิต้าคืน....ย๊ากกกก”

การ์เซลพุ่งเข้าไปหาริวจินอีกครั้ง แต่คราวนี้มีกินเดลร่วมผสมโรงมาอีกคน ริวจินวาดดาบขึ้นมารับแล้วกระโดดถอยหลังไปตั้งหลัก

“รุม?” 

กินเดลหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดีเป็นนิสัยเช่นเคย “ไม่ใช่แค่นี้...เด็ก ๆ จัดการเลี้ยงส่งอดีตองค์ลักษณ์หน่อยสิ อย่าให้เขาหาว่าเราไม่มารยาท”

ทหารที่ยืนรายล้อมพวกเขากระโจนเข้ามาร่วมวง อีกส่วนหนึ่งตรงเข้าไปหาธิดาเทพและเรโฮทั้งสอง

ริวจินหัวเราะ หึ ในลำคอ ก่อนที่จะหันไปพยักพเยิดหน้ากับชายแก่ร่างจ้ำม่ำ “แสดงฝีมือให้เจ้าบ้านดูที่ คุณเนียร์”

เนียร์ที่ยืนพุงพุ้ยรอคำสั่งอยู่นาน หาวหวอด ๆ พลาง หักนิ้วอ้วนป้อมดังกรุบกรับ แล้วบิดยืดตัวไล่ความขี้เกียดออก

“มาเลยหนู ๆ เดี๋ยวพี่จะฝีมือให้ฟัง”

ดาบเล่มใหญ่เมื่ออยู่ในมือของชายร่างยักษ์คนนี้ก็กลับกลายเป็นเพียงอาวุธขนาดพอดีมือที่ใช้ตวัดไล่เหล่าทหารของมาริน จากฝีมือที่อยู่คนละชั้น พวกทหารที่ปะดาบกับบุคคลที่ขึ้นชื่อว่าเป็นยอดขุนพลแห่งฮีมารูนก็ทำท่าจะล่าถอย  

ไดอาร์แอบชื่นชมฝีมือคุณเนียร์อยู่ลึก ๆ แต่ก็ต้องเก็บความรู้สึกนั้นไว้ ด้วยสถานการณ์ที่หน้าสิ่วหน้าขวาน จะไปกระดี้กระด้าเชียร์คุณเนียร์ออกนอกหน้าก็กระไรอยู่ แต่แล้ว...ความสนใจทั้งหมดก็เปลี่ยนมาทางฝ่ายริวจินที่โดนการ์เซล กินเดล และนายทหารอีกสามสี่คนรุมอยู่ ความจริงแล้ว น่าจะเป็นริวจินที่เสียเปรียบมากกว่า ถ้าไม่เพราะว่าอดีตองค์ลักษณ์ฝ่ายซ้ายจะเก่งจนเกินมนุษย์มนาขนาดนี้

ใช่...เพราะเขาเก่งเกินไป ทำให้พวกที่รุมเขาอยู่ต้องตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ริวจินร่ายกางเขตอาคม ดูดพลังจากคู่ต่อสู้ ยิ่งฝ่ายตรงข้ามออกแรงหรือพยายามร่ายเวทย์มากเพียงได้ ฝ่ายนั้นก็จะยิ่งเสียเปรียบ เพราะพลังทั้งหมดจะซึมซับเข้าสู่ร่างของเจ้าของเขตอาคมแทน

ฝ่ายของมารินค่อย ๆ ทรุดตัวลงด้วยความเหนื่อยอ่อน เม็ดเหงื่อไหลโทรมกายของการ์เซล เขามองริวจินด้วยความโกรธแค้น แค้นที่ไม่สามารถทำอะไรได้ และแค้นใจที่คนตรงหน้ามาทรยศ การ์เซลรวบรวมพลังเฮือกสุดท้าย แล้วพุ่งดาบเข้าหาร่างในอาภรณ์สีดำนั้น ริวจินมองการกระทำแสนโง่เขลานั้นอย่างเอือมระอา ใจหนึ่งก็นึกเสียดายที่จะต้องฆ่าทิ้ง แต่หากไม่ทำ...ฮีมารูนคงต้องล่มสลาย

ชั่วพริบตาก่อนที่ดาบสีนิลนั้นจะเสียเข้าร่างของการ์เซล ลูกเกาทันธ์เวทย์สายลมจากกิฟฟินน์ก็พุ่งผ่านเฉียดเข้าที่ต้นแขน ริวจินมองเลือดไหลออกมาซิบ ๆ ยังดีที่เขาไหวตัวหลบวิถีธนูเวทย์ได้ทัน ไม่อย่างนั้น คงต้องโดนไปเต็ม ๆ

“กิฟฟินน์ช่วยการ์เซลทีนะ เราขอร้องล่ะ” เอวิต้าส่งสายตาเว้าวอนมาให้ กิฟฟินน์ลังเลเล็กน้อย ก่อนที่จะพยักหน้ารับคำ และสลายคันธนูที่ใช้เวทย์วายุสร้างขึ้น เธอหันไปฝากฝังธิดาเทพไว้กับไดอาร์เมื่อเห็นว่าเพื่อนซี้จะตามไปช่วยด้วย

“อยู่กับเอวิต้าที่นี่แหละ ไม่ต้องตามมา”

ไดอาร์ชักสีหน้าไม่พอใจนิด ๆ ที่ไม่ยอมให้เธอไปร่วมสนุกด้วย แต่ก็ตบปากรับคำแต่โดยดี

แต่ใครจะไปรู้ว่า คนที่ฉลาดรอบคอบอย่างกิฟฟินน์ก็มาตกม้าตายกับเรื่องง่าย ๆ แบบนี้ เมื่อไอ้คำสั่งแสนธรรมดาที่ให้สาวน้อยเจ้าปัญหาคอยอยู่กับเอวิต้าน่ะ มันเป็นคำสั่งที่เจ้าหล่อนปฏิบัติได้แสนยากเย็น...ก็การต่อสู้ที่ดุเดือดตรงหน้ามันดึงดูดใจมากกว่าสิ่งอื่น จึงเป็นการเปิดช่องว่างให้แผนการชั่วร้ายของใครบางคนสำฤทธิ์ผลขึ้นมา

“กรี๊ดดดดดดดด!!!” 

เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของเทพธิดาแห่งมารินได้สยบทุกการเคลื่อนไหวจนสิ้น สายตาทุกคู่หันกลับมามองยังต้นเสียงนั้น ภาพตรงหน้าคือเทพธิดาแห่งฮีมารูนผู้มีเส้นผมแดงเพลิงกำลังใช้บลัดคริสตัลจ่อไปที่ต้นคอขาว ๆ ของเอวิต้า รอยยิ้มปิศาจแสนน่ารังเกียดผุดพรายบนใบหน้างาม

ไดอาร์เห็นดังนั้นถึงกับหน้าถอดสี รีบส่งสายตามาขอโทษขอโพยที่ตนบกพร่องหน้าที่กับกิฟฟินน์และเอวิต้ายกใหญ่ เห็นกิฟฟินน์พ่นลมด้วยความหงุดหงิดแล้วก็พานทำให้สาวน้อยรู้สึกผิดมากขึ้นกว่าเดิมเป็นหลายเท่า

“วางอาวุธ แล้วถอยไปซะ” ธิดาเทพแห่งฮีมารูนวางอำนาจสั่งแล้วหันไปส่งสัญญาณให้ถอยไปที่สะพานข้ามแม่น้ำวอลอีฟ ทางเชื่อมเข้าเขตแดนฮีมารูนกับเนียร์และริวจิน

ริวจินและเนียร์ข้ามฝากไปแล้ว ซาเฟียร์จึงค่อย ๆ ถอยหลังช้า ๆ โดยยังรั้งร่างบางของเอวิต้าไว้พร้อมกับบลัดคริสตัล และพอข้ามพ้นสะพานไปได้ ไดอาร์ซึ่งมีความผิดอยู่ก็อยากที่จะไถ่โทษ เจ้าตัวรีบวิ่งตามข้ามสะพานไป

ซาเฟียร์เพียงยิ้มหยันที่มุมปากแล้วหันไปสั่งกับเนียร์ “ทำลายสะพานซะ”

 “ไดอาร์ อย่า!!!!” กิฟฟินน์และเอวิต้าพยายามร้องเรียกเป็นเสียงเดียวกัน แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว ในเมื่อตอนนี้เจ้าตัวกำลังยืนอยู่กึ่งกลางสะพานเหนือแม่น้ำวอลอีกสายใหญ่ที่ไหลเชี่ยวกราด

และไม่ทันที่ริวจินจะห้ามได้ทัน ระเบิดมือขนาดย่อม ก็ปาออกไปกลางสะพาน

ตูม!!!!

เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยฝุ่นที่ลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ สภาพของซากสะพานที่พังไม่เป็นชิ้นดีกระจัดกระจายร่วงลงสู่ผืนน้ำกว้าง

เอวิต้ารีบผละจากการพันธนาการของซาเฟียร์วิ่งไปมองที่แม่น้ำ

“ไดอาร์ 

เธอตะโกนร้องเรียกเรโฮที่คอยปกป้องต้นด้วยจิตใจที่เศร้าหมองอยู่หลายครั้ง แต่ร่างบางที่จมหายไปเพราะแรงระเบิดสู่กระแสน้ำก็ไม่ได้โผล่ขึ้นมากอีก

กิฟฟินน์พยายามที่จะกระโจนลงไปช่วย แต่ก็ถูกเจ้าชายการ์เซลรั้งข้อมือไว้ก่อน

“หน้าที่ของเรโฮ มีมากกว่าการเอาชีวิตไปทิ้ง” เขากล่าวเพียงนิ่ง ๆ ด้วยคำพูดที่ดูไร้น้ำใจ แต่ในแววตาคู่สีบุษราคัมกลับเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง กิฟฟินน์เข้าใจความรู้สึกของชายตรงหน้าดี เพราะตอนนี้เหนือสิ่งอื่นใด คือ ธิดาเทพแห่งมารินที่ต้องชิงกลับคืนมา

หลายคนอยู่ในอารมณ์ที่เศร้าหมอง ไม่เว้นแม้แต่ริวจิน เพราะถึงอย่างไรเสีย สาวน้อยคนนั้นก็เคยได้ขึ้นชื่อว่าเป็นลูกศิษย์ของเขา แถมยังมีอีกหลาย ๆ สิ่งที่น่าสนใจในตัวคนคนนั้น การที่ต้องมาจบชีวิตเช่นนี้...ชวนให้เศร้าใจยิ่งนัก

แต่อีกบางส่วนที่รู้สึกดีใจเป็นที่สุด โดยเฉพาะซาเฟียร์ เธอได้กำจัดคนกวนประสาทให้พ้นทางเสียที เจ้าหล่อนเหยียดยิ้มแล้วรีบมาฉุดร่างของเอวิต้าที่ร้องห่มร้องไห้ให้ลุกขึ้น

“ร้องไปก็เท่านั้น...คนอย่างยัยนั่น ตายไปได้เสียก็ดี...ลุกขึ้น อย่าชักช้า”

“เสียใจด้วยนะที่ฉันน่ะ มันตายยาก”

!!!

เสียงใสแสนคุ้นเคยดังมาจากที่ไหนสักแห่งใต้ผืนธารา พลันกระแสน้ำที่เคยไหลเชี่ยวก็เปลี่ยนมาโรยรินอย่างแช่มช้า ร่างบางค่อย ๆ โผล่พ้นขึ้นจากน้ำมายืนบนผิวน้ำที่ไหวน้อย ๆ

ไดอาร์ยิ้มให้เอวิต้าก่อนที่จะหันกลับมาทางกิฟฟินน์ที่มีสีหน้าดีใจเมื่อเห็นเธอ สาวน้อยขยิบตาให้หนึ่งที่ บอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง เธอจัดการได้ ...จากนั้นก็ใช้ดวงตาคู่สวยมาประสานกับหญิงสาวที่เหม็นขี้หน้ามากที่สุด

“ทำไม...ดีใจจนพูดไม่ออกเลยหรอที่ฉันยังอยู่” ไดอาร์ยอกย้อนให้ซาเฟียร์ แล้วเดินกลับเข้าฝั่งด้วยท่าทีสบาย ๆ

“ทำไมหล่อนมีเวทย์วารีขั้นสูงของฮีมารูนได้” สายตาระคนทึ่งส่งมา เรียกรอยยิ้มจากไดอาร์ได้เป็นอย่างดี

เจ้าตัวปราดเข้าไปประคองเอวิต้าให้ลุกขึ้นก่อนที่จะบุ้ยปากมาทางที่ริวจิน “ต้องขอบคุณอาจารย์กิตติมศักดิ์ของฉันที่อุตส่าห์ประสิทธิ์ประสาทความรู้มาให้”

ทั้งเนียร์และซาเฟียร์มองริวจินที่ยืนนิ่งราวรูปสลักด้วยสายตาอ่านยากที่แปลกออกไป เนียร์นั้นออกจะแปลกใจอยู่ไม่น้อยที่อดีตเจ้าชายผู้แสนยโสที่ตนเคยสอนมากับมือนั้น กลับยอมลดความอวดดีไปคลุกคลีกับคนอื่น ส่วนซาเฟียร์กลับมองว่าริวจินต้องมีความรู้สึกพิเศษไม่มากก็น้อยต่อแม่สาวผมทองคนนี้แน่ ซึ่งมันทำให้เธอไม่พอใจอย่างที่สุด เมื่อคู่แข่งโผล่เข้ามามีศักดิ์ต่ำกว่าเธอ

“ไปกันได้แล้ว” ริวจินตัดรำคาญด้วยการออกเดินนำไปก่อน

“ชิ!...ถือว่าหล่อนโชคดีไป” ซาเฟียร์สะบัดก้นแล้วเดินมุ่งหน้าสู่ทางเข้านครหลวงฮีมารูน เนียร์เข้ามาเร่งให้เอวิต้าและไดอาร์ลุกขึ้นตามไปสมทบ

ไดอาร์หันมาโบกมือให้กิฟฟินน์ “ไม่ต้องห่วงนะเดี๋ยวฉันจะดูแลเอวิต้าเอง”

กิฟฟินน์หัวเราะแห้ง ๆ ...ก็นั่นแหละที่เธอเป็นห่วง ให้คนชอบสร้างปัญหาอย่างไดอาร์มาเป็นคนดูและธิดาเทพคนสำคัญ มันเป็นเรื่องที่ฆ่าตัวตายชัด ๆ

เอวิต้าส่งสายตาเว้าวอนมายังอีกฝากแม่น้ำด้วยความอาลัย เจ้าชายการ์เซลทำได้เพียงกำหมัดแน่นด้วยความเจ็บปวดที่ไม่สามารถช่วยหญิงคนสำคัญได้

“รอฉันก่อนนะเอวิต้า

“เราจะรอท่านเสมอ” เธอตะโกนกลับมาเป็นดังคำมั่นสัญญาที่จะรอให้เขามาช่วย รอจนกว่าเวลาที่จะได้กลับคืนสู่นครมาริน

แล้วคณะเดินทางก็ถูกพรากออกจากกันด้วยแม่น้ำวอลอีฟสายใหญ่ที่กั้นกลาง

กิฟฟินน์ตัดสินใจเดินไปอีกทางเมื่อเห็นว่าคนอีกฝั่งหนึ่งลับคลองสายตาไปแล้ว

“จะไปไหนหรือกิฟฟินน์” เจ้าชายการ์เซลเอ่ยขึ้น

“ไปช่วยเอวิต้ากับไดอาร์น่ะสิ”

“จะฝ่าเข้าเขตป่านิทราน่ะหรอ” กินเดลแทบจะอุทานออกมาไม่เป็นคำพูด

“อือ” เธอพยักหน้ารับนิ่ง ๆ

“ฉันไปด้วย” เจ้าชายการ์เซลออกอาสาแข็งขัน

“ไม่ต้องหรอก เจ้าชาย กลับไปรวบรวมกองทัพมาเป็นกำลังเสริมเถอะ เผลอ ๆ จะได้รับข่าวดีโดยไม่ต้องเปลืองแรงด้วยซ้ำ”

“เธอหมายความว่าอย่างไร” 

“ก็ฉันมั่นใจว่า พวกนั้นต้องเปลี่ยนเส้นทางมาเข้าป่านิทราน่ะสิ”

การ์เซลนิ่วหน้าอยู่  ชั่วครู่ก่อนที่จะนึกข่าวเรื่องการถล่มของหิมะในดินแดนฮีมารูนที่มาปิดกั้นเส้นทางหลักหลายสายขึ้นมาได้ เขายิ้มอย่างเบาใจแล้วยิ้มให้กำลังใจกับกิฟฟินน์

“ฝากเอวิต้าด้วยนะ ไม่เกินสัปดาห์เราจะยกกำลังพลตามไปสมทบ”

“อย่าดีกว่าค่ะ” เธอเอ่ยปฏิเสธแล้ว มุ่งหน้าสู่เขตป่านิทรา แต่ก่อนที่เจ้าตัวจะคล้อยหลังไป กิฟฟินน์ก็หันหลังกลับมาเพียงยิ้มให้ที่มุมปาก “เคยได้ยินเรื่องเล่าของป่านิทราหรือเปล่า...มนุษย์ผู้ใดอาจหาญลองดีกับป่า มันจะนิทราไปชั่วกาล”

เจ้าหล่อนลับสายตาไปแล้ว แต่ปริศนาที่ทิ้งให้กับบุคคลทั้งสองกลับสร้างความคำถามมากมายในใจ

...มนุษย์ที่หาญลองดีกับป่าอย่างนั้นหรือ...แล้วเธอไม่ใช่มนุษย์หรือไรกิฟฟินน์... หรือว่า จริง ๆ แล้วเธอไม่ได้เป็นมนุษย์กันแน่

 

ขอบคุณทุกคอมเม้นท์และโหวตนะคะ...ช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการแต่งขึ้นเยอะเลย ^_^

อัพแล้วจ้า ไม่รู้ถูกใจป่าว T-T

Mulie

 -------------

 

 

เขียนโดย Mulie : 2008-07-13 12:50:10
คอมเมนต์ถูกปิด หรือ คอมเมนต์ได้เฉพาะสมาชิก
สมัครสมาชิก
ความคิดเห็นที่ 6
อัพเร็วๆน้า นางเอกเมื่อไหร่จะโชว์ฝีมือ

เจ้าของร้าน
im_a_witch : 2008-07-16 22:12:30
ความคิดเห็นที่ 5
เขียนเก่งจังจร้า ชวนติดตาม แถมยังใช้ภาษาดีอีก

สู้ๆจร้า

เด็กเสิร์ฟเย็นตาโฟว์
AskinG_Y : 2008-07-14 20:17:13
ความคิดเห็นที่ 4
รีบๆอัพนะคะ รออ่านอยู่

เจ้าของร้าน
PrInCessNaRak : 2008-07-13 17:30:24
ความคิดเห็นที่ 3
ให้ไดอาร์โชว์ฝีมือมากกว่านี้ได้ป่ะคะ
เปนกำลังใจให้อัพต่อไปไวไวนะคะ

เด็กเสิร์ฟเย็นตาโฟว์
Iamlady : 2008-07-13 16:25:22
ความคิดเห็นที่ 2
เห็นด้วยกะ คหที่1 อ่ะ เเต่ก็ลุ้นดี อัพไวๆๆๆนะ
( member no icon )
พ่อครัวมือใหม่
tofoo : 2008-07-13 16:10:52
ความคิดเห็นที่ 1
อยากให้นางเอกเราโชว์ฝีมือมากกว่านี่อ่ะน่ะ แล้วกิฟฟินที่ก้อช่างลึกลับเสียจิงๆๆ ต้องรออ่านถึงจารุ้ความจิง อิอิอิ อัพไวไวน่ะ เปนกำลังใจให้

นักชิมเย็นตาโฟว์
eaam : 2008-07-13 15:18:06