วันที่ : 22 กรกฎาคม 2551
ชื่อเรื่อง : Nymph : เทพธิดาแสนซน
ชื่อตอน (chapter) : Nymph : บทที่ 17 เส้นทาง

Nymph

บทที่ 17 เส้นทาง


เข้าเขตนครฮีมารูน ดินแดนที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเหน็บหนาวและหดหู่ ผืนดินที่ว่ากันว่าเป็นถิ่นของคนบาปที่พรากเอาลมหายใจสุดท้ายของเทพธิดานิมฟ์ ตราบาปนั้นทำให้ทั่วแผ่นดินตอนเหนือประมาณ 2 ใน 3 ต้องจมอยู่ภายใต้หิมะที่เย็นเยียบตลอดทั้งปี ยังดีที่โซนใต้ของดินแดนที่ติดกับมารินนั้น ยังพอมีผืนดินให้ทำการเกษตรอยู่บ้าง ไม่เช่นนั้นประชากรทั้งฮีมารูนคงอดตาย

แต่ถึงกระนั้นดินแดนก็เต็มไปด้วยอากาศที่หนาวเย็น การปลูกพืชผลก็ดูจะอัตคัดขัดสนนัก ยิ่งแถบใต้นี้อยู่ใกล้กับป่านิทราแล้วด้วย การจะขยับขยายพื้นที่ทำกินก็จำกัดจำเขี่ยเหลือเกิน สินค้าส่งออกส่วนใหญ่จึงเป็นผลิตภัณฑ์จากสัตว์และอัญมณีที่นำมาแลกกับธัญพืชจากแผ่นดินอื่น ๆเสียมากกว่า

ยิ่งเดินเข้าสู่ความหนาวเย็นมากเท่าไรขาแข่งของสาวน้อยจอมเรื่องมากก็พาลจะหมดแรงเสียดื้อ ๆ ... นี่ขนาดเธอเป็นพวกทรหดอดทน ด้วยอิทธิพลมาจากตอนออกเร่ขบวนสินค้า ขายของไปทั่วทั้งเอธาการ์ด ทำให้เธอดูมีภาษีดีมากกว่าสองสาวธิดาเทพข้างหลังนู้น แต่ด้วยความที่ ไดอาร์ ก็คือ ไดอาร์ อยู่วันยันค่ำ ... เรื่องการบ่นรับรองไม่มีใครเกิน

“เหนื่อย ๆ ๆ พักก่อนค่า...” ไดอาร์ประกาศลั่น พลางฉุดให้เอวิต้านั่งจุ่มปุกลงมาด้วย

“ไม่ได้ นี่หล่อนขอพักมาเป็นรอบที่สามแล้วนะ” ซาเฟียร์ทำท่าไม่ยอม แม้ว่าเธอเองก็เห็นด้วยเช่นกัน แต่จะให้คอยแต่หยุดพักอย่างนี้เรื่อย ๆ ก็เกรงว่าจะเสียการใหญ่

“หรือเธอไม่เหนื่อย?” ไดอาร์ลอยหน้าลอยตาถาม “เห็นไหมล่ะ ก็เหนื่อยเหมือนกันแหละว้า...มา ๆ พักสักหน่อย” เธอกวักมือหยอย ๆ ชวนซาเฟียร์ที่หันมาขอความเห็นจากริวจิน

ชายหนุ่มกรอกตาขึ้นฟ้าทำเสียงขรึม “เลยโค้งน้ำข้างหน้าค่อยพัก” แล้วเขาก็ออกเดินนำไปโดยไม่รีรอ

เมื่อเจ้าชายออกคำสั่ง ทุกคนก็เลยจำใจต้องลุกตามไป

“ชิ!...ไอ้เจ้าชายจอมโหด”

ผ่านโค้งน้ำของแม่น้ำวอลอีฟ ไดอาร์สังเกตเห็นทหารประมาณยี่สิบนายตั้งค่ายรับด้วยความแข็งขัน กระโจมเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่แต่ไกล ๆ ช่วยให้เธอดูมีประกายแห่งความหวังขึ้นมา เพราะอย่างน้อยนั่นก็เป็นสัญญาณที่ดีให้หยุดพัก...

แต่พอเดินเข้าใกล้จุดหมาย นายทหารคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาดับฝันเสียดื้อ ๆ

“กราบทูลเจ้าชาย...ทางข้างหน้าถูกหิมะถล่มเสียหายหนัก กระหม่อมว่าอีกประมาณหนึ่งเดือนคงจะเคลียร์เส้นทางได้”

ริวจินนิ่งไปสักพัก ก่อนขอดูรายงานที่ทหารอีกนายหนึ่งส่งให้ เขาพลิกเปิดลวก ๆ  อ้อยอิ่งอยู่ที่บางหน้าอยู่ชั่วครู่ก่อนที่จะส่งคืน

“ไม่ต้องเปิดเส้นทาง...แล้วรับคำสั่งใหม่ ให้ระดมกองพลทหารราบมาประจำการที่นี่ร้อยนาย เตรียมตั้งรับพวกเมืองทางใต้ เราจะใช้ภูมิประเทศให้เป็นประโยชน์”

“น้อมรับบัญชา

“แล้วการเดินทางละกระหม่อม ไม่ทราบว่าท่านจะเอาอย่างไรดี หากจะให้บุกฝ่าหิมะคาดว่าพวกผู้หญิงจะไม่ไหว อีกอย่างถ้าขืนลุยหิมะไปตามทางเดิม น่าจะกินเวลาสักหนึ่งสัปดาห์ เราคงไปไม่ทันการณ์แน่” คุณเนียร์ร่วมวงเข้ามาร่วมถกปัญหาด้วย

“ถ้าอย่างนั้น....เราก็จะตัดลัดเข้าเขตป่านิทรากัน!!”

ใช่! สาวน้อยเจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาลคู่โตฟังไม่ผิดเพี้ยนแม้แต่นิด เพราะนายเจ้าชายจอมโหดน่ะ มีรับสั่งให้พวกเธอต้องเข้าเขตป่านิทราจริง ๆ

แค่ได้ฟังแผนการชวนสยอง ไมเกรนก็แทบจะกำเนิบ

พวกนี้บ้าหรือเปล่า!? ... ไม่เคยได้ยินตำนานของป่านิทราหรือไง

‘มนุษย์ผู้ใดอาจหาญลองดีกับป่า มันจะนิทราไปชั่วกาล’

ขนาดขบวนการค้ามาเร็ตก้าของเธอ ที่จัดว่าเป็นพวกพ่อค้าขาลุยแล้ว ยังไม่กล้าแหยมเข้ามาในฮีมารูนแม้แต่ครั้งเดียว ส่วนหนึ่งเพราะการเดินทางที่ยากลำบากในการเข้าแดน ซึ่งต้องข้ามสะพานแม่น้ำวอลอีฟเท่านั้น แต่...เหตุผลสำคัญมันอยู่ตรงที่ ป่านิทรานี่แหละ ... ไดอาร์ยังจำคำพูดของพี่คีตาได้ดี ในตอนที่เธอชวนพี่ชายมาค้าขายในฮีมารูนเมื่อหลายปีก่อน

“ไปก็โง่แล้ว...เมืองดี ๆ ที่ไหนมันจะต้องมีป่าคำสาปมากั้นวะ...ฉันว่ามันต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแหง ๆ”

“มันอาจจะเป็นนิทานหลอกเด็กก็ได้นะพี่ ไปเถอะนะ ฉันอยากไปฮีมารูนน่ะ เขาว่ากันว่ามีหิมะสวย ๆ”

“ไม่เอาโว้ย!...แกไม่รู้อะไร นิทานทุกเรื่องน่ะ มันมีเคร้าโครงมาจากเรื่องจริงทั้งนั้น”

คำพูดของพี่ชายยังก้องอยู่ในโสตประสาท ‘นิทานทุกเรื่องมันมีเคร้าโครงมาจากเรื่องจริงทั้งนั้น’ และเธอก็ไม่ยอมเข้าป่านิทราต้องคำสาปนั่นเด็ดขาด

ไดอาร์มองเรือข้ามฟากลำเล็กที่มีอยู่เพียงลำเดียวด้วยใจที่มันหล่นไปอยู่ตาตุ่มเรียบร้อยแล้ว ถ้าข้ามจากแม่น้ำวอลอีฟไป ก็คือป่าต้องสาปนั่น แล้วเธอยังจะไปอีกหรอ

“พวกนายมันบ้า ไม่รู้หรือไงว่าฝั่งนู้นเป็นป่านิทรา” 

ริวจินหันมาทำหน้าตาเหนื่อยหน่าย “รู้” เขากล่าวสั่น ๆ ก่อนที่จะหันไปเร่งให้ซาเฟียร์ขึ้นเรือบด

“รู้!? รู้แล้วจะข้ามไปทำบ้าอะไร” เธอยิ่งโวยหนักเมื่อไม่มีใครสนใจคำทักท้วงเลยสักนิด

“ไม่ไปก็อยู่นี่ ไม่มีใครง้อให้หล่อนไปด้วยเสียหน่อย” ซาเฟียร์ออกปากไล่

“เธอกลับไปซะ เรามียาไม่พอสำหรับห้าคน” ริวจินไล่อีกคน และหันไปคว้าแขนเล็กของธิดาเทพแห่งมาริน ดันขึ้นเรือไปอีกคน

“ยา? ยาอะไร เฮ้ เดี๋ยว ๆ นายจะพาเอวิต้าไปไหน” 

คุณเนียร์อาศัยจังหวะที่ไดอาร์ยังหัวหมุน ผลักเรือบดที่มีสองธิดาเทพให้ลอยออกไปกลางลำน้ำ โดยมีเขาพาร่างท้วมกระโจนลงน้ำว่ายพาเรือให้ไปถึงอีกฝั่งได้อย่างไม่ยากเย็น

“ไดอาร์..” เอวิต้าตะโกนเรียกแล้วหันมาวางท่าใส่องค์ลักษณ์ตัวกลมด้วยความเคยชิน

“เราต้องการเรโฮ...ช่วยไปรับเธอมาด้วย”

“ไม่ต้อง...” ซาเฟียร์ก้าวเข้ามายิ้มหยันให้ “ฉันว่าเธอปล่อยเรโฮไว้ที่นั่นดีกว่า เพราะว่าถ้าข้ามมาได้ ยัยนั่นก็มีแต่ตายกับตายอยู่ดี”

เอวิต้าหน้าซีดเผือดกับคำขู่ของยัยธิดาเทพปิศาจ แต่ก็ยังทำใจดีสู้เสือเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว

“หมายความว่าไง”

“ก็หมายความว่า...ยาที่จะป้องกันการรับรู้กลิ่นของเกสรหลับใหลจากต้นสลีปเลสน่ะมีแค่สี่เม็ด สำหรับเจ้าชาย คุณเนียร์ หล่อนและก็ฉัน ไม่เหลือพอให้ยัยนั่นหรอก”

ดวงตาสีเทาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ... แสดงว่า...ถ้าไดอาร์ข้ามมาด้วย ก็จะต้องหลับไปชั่วชีวิตอย่างนั้นหรือ

“เอานี่กินซะ” ยาลูกกลอนเม็ดสีน้ำตาลขนาดเล็ก ถูกส่งมาให้ “จะกินดี ๆ หรือจะต้องให้ใช้กำลัง” ซาเฟียร์เตรียมควักเอาบลัดคริสตัลขึ้นมาขู่

เอวิต้าจำใจหยิบยาขึ้นมากลืนลงไปอย่างยากเย็น รสขมขนาดเฟื่อนคอทำให้เธอรู้สึกขยาดมันไปอีกนาน

คราวนี้ก็เหลือเพียงแต่เรโฮที่คอยติดตามเธอเท่านั้น เอวิต้ามองกลับไปที่อีกฝากด้วยความเป็นห่วง

“กลับไปซะไดอาร์  อย่าข้ามมา”

ไดอาร์ไม่ได้สนใจเสียงปรามจากเอวิต้าเลยแม้แต่นิด เธอหันมาคาดคั้นกับชายหนุ่มที่ยืนข้าง ๆ ซึ่งบัดนี้กำลังจะเตรียมข้ามฝาก

“พวกนายเอาอะไรให้เอวิต้ากิน”

“ยากดการรับรู้ทางกลิ่น ไม่ให้ใหลตาย”

“มียาอย่างนั่นด้วยหรอ” เธออุทานด้วยความประหลาดใจ ... ต่อให้เป็นป่านิทราต้องสาปในตำนานก็เถอะ ถ้ามีของดีแบบนี้อยู่ รับรองว่าขบวนการค้ามาเร็ตก้าของเธอต้องโด่งดังทั่วทั้งเอธาการ์ดแน่

แล้วสาวน้อยก็ปล่อยใจให้ลอยละล่องไปกับฝันกลางวันแสนหวานโดยหารู้ไม่ว่าชายหนุ่มข้าง ๆ กระโดดลงไปยืนบนผืนน้ำวอลอีฟเรียบร้อยแล้ว

ทุก ๆ ก้าวที่กระทบกับแม่น้ำที่เชี่ยวกราดมีรอยกระเพื่อมกระจายออกไปเป็นวงกว้าง และต้องหยุดอย่างระมัดระวังเมื่อถึงช่วงที่มีกระแสน้ำที่ค่อนข้างเชี่ยว พอมาถึงกลางแม่น้ำ ริวจินก็หันกลับมาที่ไดอาร์

“ถ้าไม่ยากตายก็กลับไปซะ เพราะไม่มียาสำหรับเธอ” แล้วเขาก็ออกเดินต่อไปยังอีกฝากหนึ่งที่มีคณะเดินทางรอก่อนอยู่แล้ว

พอขึ้นฝั่งได้ เขาก็กลับมามองสาวน้อยที่มีท่าทีเลิกลักด้วยความตกใจที่ตนถูกทิ้งไว้เพียงลำพัง

สาเหตุหนึ่งที่ต้องให้เตรียมเรือไว้เพียงลำเดียวนั้นก็เพราะว่าธิดาเทพทั้งสองไม่มีเวทย์วารีที่แข็งพอที่จะให้เดินข้ามฝากได้ แต่ครั้นจะให้ว่ายน้ำข้ามฝากมาเหมือนคุณเนียร์ ก็เกรงว่าจะจมน้ำตายกันเสียก่อน แต่เหตุผลทั้งหมดทั้งมวลก็เพื่อที่จะสกัดกั้นการติดตามของเรโฮคนสำคัญของมารินนั้นเอง...

แต่แผนการแสนชาญฉลาดก็ต้องมาพังไม่เป็นท่า เพราะเขาดันลืมคิดไปว่า เขาดันเป็นคนสอนเวทย์วารีให้แก่ลูกศิษย์แสนดื้อคนนี้เองกับมือ

“จะเล่นแบบนี้ใช่ไหม ก็ด้าย!! กะอีแค่ป่านิทรา ฉันไม่กลัวหรอก”

ไดอาร์กระโดดลงแม่น้ำวอลอีฟท่ามกลางความตื่นตะลึงของทหารนับสิบ รวมทั้งคณะเดินทางอีกฝากฝั่งด้วย ไม่มีใครคาดคิดว่า นอกจากคนในราชตระกูลฮีมารูนที่มีสายเลือดที่เข้มข้นแล้ว จะมีคนที่สามารถใช้เวทย์วารีได้อยากช่ำชองอีก ยกเว้นก็เพียงแต่ผู้ที่เป็นอาจารย์ของเธอเท่านั้นที่ไม่มีทีท่าแปลกใจมากนัก กลับถอนหายใจด้วยความเซ็งจิต

“ยัยโง่”

ริวจินยังจำได้ดีถึงแวบแรกที่เห็นเธอ ขณะที่กำลังปลูกต้นจันทราบนหอคอยในวันนั้น เขารู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย ที่ไอเวทย์รอบ ๆ กาย ในการเร่งให้ดอกจันทราโตกลับไม่ใช่เวทย์พสุธาที่เรโฮทั่วไปมักจะใช้ แต่กลับเป็นเวทย์แห่งสายน้ำ ไอเวทย์ที่ลอยคละคลุ้งในยามราตรีค่ำคืนนั้นได้ปลุกความอยากรู้อยากเห็นในตัวของเขาให้ตื่นขึ้น ทำให้ต้องเผลอใจ ก้าวไปทดสอบความสามารถ และพยายามกระตุ้นเวทย์ของไดอาร์ให้ออกมา เพื่อเปิดเผยความลับที่เก็บงำในความสดใสร่าเริงของสาวน้อยตรงหน้านี้ว่า...แท้จริงเธอคือใครกันแน่

แต่ตอนนี้เขาชักจะรู้สึกเสียใจนิด ๆ ในความอยากรู้อยากเห็นในตอนนั้นเสียแล้ว เมื่อสาวน้อยตรงหน้า กำลังก้าวเข้ามาหาความตาย ณ ดินแดนป่านิทรา

ไดอาร์ขึ้นจากแม่น้ำอย่างง่ายดายโดยไม่มีแม้แต่ร่องรอยของหยาดน้ำที่เกาะตามรองเท้า  เธอยิ้มแฉ่งให้เอวิต้าที่ตอนนี้กำลังกุมขมับปวดหัวตึบ

“กลับไปซะไดอาร์ เธอจะตายนะถ้าไม่ได้กินยา”

“กลับไม่ได้หรอก ฉันสัญญากับกิฟฟินน์ไว้แล้วว่าจะดูแลเธอ เดี๋ยวถ้ากิฟฟินน์รู้ว่าคราวนี้ฉันหนีงานอีก มีหวังโดนสวดยับแน่” เจ้าตัวดียังยิ้มกว้างแถมข้อแก้ต่างข้าง ๆ คู ๆ มายัน “ยังมีคุณแคทเทอรีนอีก ฉันยังไม่อยากทำความสะอาดทั้งวิหารหรอกนะ ข้อหาละทิ้งหน้าที่น่ะ มันร้ายแรงกว่าการเบี้ยวข้าวเช้าอีกแน่ะ” เธอหัวเราะจนตาหยี แต่เอวิต้าไม่ขำด้วย

ซาเฟียร์ยืนกอดอก เข้ามาขัดจังหวะชั่วโมงเอนเตอร์เทรนของสองสาว รอยยิ้มปิศาจที่มักจะเห็นจนชินตาฉีกกว้าง อย่างน่ารังเกลียด

“อยากตายนักก็ตามมา” 

 -----

อัพแล้วจ้า ช้าไปโหน่ยนะ

ขอบคุณทุกคอมเม้นท์และโหวตนะคะ

Mulie

 

 

เขียนโดย Mulie : 2008-07-22 11:33:22
คอมเมนต์ถูกปิด หรือ คอมเมนต์ได้เฉพาะสมาชิก
สมัครสมาชิก
ความคิดเห็นที่ 7
สนุกจังเยย รีบๆอัพน้าค่า

เจ้าของร้าน
Pailin_narak : 2008-07-26 17:17:32
ความคิดเห็นที่ 6
ชอบๆๆๆๆ มาเม้นให้ทุกครั้งที่เปิด
(เปิดทุกวัน เพราะหวังว่าจะอัพเพราะชอบเรื่องนี้มากกก) แบบว่าเปิดเรื่องเรื่องนี้เรื่องแรกที่่เข้ามา


อัพเร็วๆนะ ยาวๆด้วย

เจ้าของร้าน
im_a_witch : 2008-07-25 20:40:55
ความคิดเห็นที่ 5
ง่า อัพช้าและอัพสั้นนน ม่ายยอาวว

อัพยาวๆเซะๆๆๆ

เจ้าของร้าน
im_a_witch : 2008-07-22 23:20:21
ความคิดเห็นที่ 4
อัพเยอะๆๆๆๆน่ะจร้า ช่วงนี่อัพช้าน่ะ เปนกำลังใจให้เขียนต่อไปน่ะจร้า*-*

นักชิมเย็นตาโฟว์
eaam : 2008-07-22 19:58:39
ความคิดเห็นที่ 3
หนุกมากมายเยยย


แล้วมาอัพไวๆนะจ๊ะ
( member no icon )
เจ้าของร้าน
aew41 : 2008-07-22 18:06:40
ความคิดเห็นที่ 2
กำลังหนุกเลย รออ่านอยู่นะ สู้ๆ
( member no icon )
พ่อครัวมือใหม่
tofoo : 2008-07-22 14:52:51
ความคิดเห็นที่ 1
หนุกมากค่ะ มาอัพต่อไวๆนะคะ
นู๋จะรออ่าน สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
( member no icon )
เด็กเสิร์ฟเย็นตาโฟว์
fai_naya : 2008-07-22 13:59:57