วันที่ : 27 กรกฎาคม 2551
ชื่อเรื่อง : Nymph : เทพธิดาแสนซน
ชื่อตอน (chapter) : Nymph : บทที่ 18 ป่านิทรา

Nymph

บทที่ 18 ป่านิทรา

           

ป่านิทราที่แสนเงียบสงบ เต็มไปด้วยต้นสลีปเลสสีเหลืองแสดสดใสเบียดเสียดขึ้นกันอยู่หนาแน่น ป่านี้มันเงียบสงบมาก...เงียบจนวังเวง อย่าว่าแต่เสียงนกร้องเลย แม้แต่แมลงตัวเล็ก ๆ หรือสิงสาลาสัตว์ก็ไม่มีให้เห็นสักตัว

            ริวจินและคณะเดินทางอีกสี่คนพยายามยึดเอาแม่น้ำวอลอีฟเป็นเส้นทางหลัก เพื่อที่จะลัดเลาะไปเรื่อย ๆ จนพ้นเขตป่า เพราะอย่างน้อยก็ดูจะปลอดภัยมากที่สุด

            ละอองเกสรสีเหลืองที่ปลิวคละคลุ้งอยู่ในอากาศ ส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ มาขับกล่อมให้บรรยากาศชวนหลับใหญ่ยิ่งนัก บวกกับความเงียบอันทรงพลังที่มีเพียงเสียงย่ำเท้าลงบนพื้น ดัง กรอบแกรบ กรอบแกรบ เป็นจังหวะไปเรื่อย ๆ ต่อให้ป่านี้มันไม่มีอาถรรพ์ที่สาปให้ผู้คนต้องหลับใหลก็เถอะ ถ้าลองได้เจอบรรยากาศแบบนี้ ต่อให้เป็นเทวดามาจากไหนก็อดใจไม่ไหวจริง ๆ

            ไดอาร์เดินสะโหลสะเหลไปตามทาง โดยรั้งท้ายคนอื่นไว้ เอวิต้ามองกลับมาด้วยความเป็นห่วง หลายต่อหลายครั้งที่เธอต้องคอยปลุกสาวน้อยให้ตื่นด้วยวิธีการต่าง ๆ นานา ครั้งแรก ๆ ก็เป็นแค่เรียกชื่อเฉย ๆ ไดอาร์ก็รู้สึกตัว แต่ช่วงหลัง ๆ ต้องอาศัยการลงไม้ลงมือกันสักนิดกว่าจะเรียกสติให้กลับคืนมาได้

            “คืนนี้พักกันตรงนี้แหละ พรุ่งนี้ค่อยไปต่อ” ริวจินว่า แล้วทิ้งตัวข้างต้นไม้ใหญ่เตรียมเอนกายพักผ่อนในท่าสบาย

            ส่วนคุณเนียร์ก็ขอตัว แยกไปหาไม้ มาทำฟืนไฟสำหรับก่อกองไฟ และทางด้านซาเฟียร์ก็พยายามหาที่เหมาะ เอาใบไม้มาปูเป็นเบาะแล้วก็ทิ้งตัวลงเช่นกัน

“อดทนอีกหน่อยนะ คุณเนียร์บอกว่าถ้าเดินตามแม่น้ำไปเรื่อย ๆ พรุ่งนี้เช้าก็จะพ้นเขตป่าแล้ว” เอวิต้าพยายามเข้ามาปลอบด้วยความเห็นใจ

            ไดอาร์พยักหน้ารับเนือย ๆ เธอรู้สึกเหนื่อยล้าเหลือเกิน ดวงตาคู่โตก็พาลจะปรือปิดลงเรื่อย ๆ ส่วนหนึ่งนั้นต้องยอมรับว่าเธอรู้สึกเพลียเพราะใช้พลังเวทย์วารีบ่อยครั้งและไม่ได้หยุดพัก

            แม้จะรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าเธอจะไม่ยอมเผลอหลับเด็ดขาด โดยรับอาสาเป็นคนเฝ้ายามคู่กับริวจิน ที่ขอเข้ายามกะแรกช่วงหัวค่ำและให้คุณเนียร์เข้ากะช่วงดึก

            ราตรีกาลที่ไร้ซึ่งแสงตะวันสาดส่องในป่านิทรา ไดอาร์ผู้ซึ่งไม่สามารถที่จะหลับได้ (แม้ว่าเธอจะง่วงปานใจจะขาด) พยายามถ่างตาให้ตื่นตลอดเวลา เธอนั่งมองคนสามคนที่เข้าสู่ห้วงนิทราอย่างเป็นสุขด้วยความอิจฉา

“ง่วงละสิ ถ้าหลับเมื่อไรเธอตายแน่” ริวจินเอ่ยทักขึ้น ขณะโยนเศษกิ่งสลีปเลสเข้ากองไฟ

ไดอาร์พ่นลมพรืด อย่างเซ็ง ๆ เธอพยักหน้ารับตามความจริงโดยไม่ละอาย “เออ..รู้แล้ว...ว่าแต่นายไม่ง่วงหรือไง” เธอย้อนถาม

“ก็ง่วง...แต่เดี๋ยวคุณเนียร์ตื่น ฉันก็จะได้ไปนอนแล้ว”

นี่มันจงใจยั่วกันชัด ๆ!!

ยิ่งฟังคนตรงหน้าพูดมันก็พาลให้อิจฉา เธอโยนเศษไม้ลงกองไปอีกสามสี่อันเพื่อหากิจกรรมทำไม่ให้น่าเบื่อนัก

แล้วความเงียบก็โรยตัวอยู่นาน จนริวจินเอ่ยถามขึ้น

“นึกอย่างไรถึงตามมาด้วย ไม่รู้หรือว่ามันอันตราย”

“รู้”      

“รู้แล้วยังทำ...เธอนี่มันฉลาดน้อยหรือว่าโง่กันแน่”

ไดอาร์ได้ฟังก็แยกเขี้ยวใส่ “เออ...ฉันยอมรับว่าฉันมันพวกฉลาดน้อย เพราะงั้นก็เลยต้องเปิดโอกาสอันยิ่งใหญ่ให้ตัวเองบ้าง...เสี่ยงนิด ๆ หน่อย ๆ แลกกับโอกาสได้ใกล้ชิดกับคนดัง ๆ ...คราวนี้จะทำอะไรในภายภาคหน้ามันก็สบายขึ้น จริงไหม”

“หวังผลประโยชน์งั้นสิ” เขาเค้นเสียงอย่างดูแคลนสาวน้อยตรงหน้า

“ก็แล้วแต่นายจะคิด...ก็อย่างว่าแหละน๊า...คนเรามักจะทำอะไรลงไปก็เพราะโชคชะตามันพลักดัน   ก็ไม่แน่ว่า การที่ฉันตัดสินใจกระโจนลงมาร่วมด้วย อาจทำให้ชีวิตฉันเปลี่ยนไปตลอดกาลก็ได้”

“หึ...ประสาท ริวจินว่า

ไดอาร์หัวเราะน้อย ๆ แล้วหันไปสนใจธิดาเทพแห่งมารินที่นอนอยู่ไม่ห่างนักแทน “นายคิดว่าเอวิต้าคือเทพธิดานิมฟ์หรอ”

เขาไม่ตอบ แต่กลับย้อนถามเธอ

“แล้วเธอไม่เชื่อหรอกว่าเอวิต้าคือนิมฟ์จริง ๆ”

ไดอาร์เลิกคิ้วกับคำถามแปลก ๆ เธอเบ้ปากเล็ก ๆ พลางยกไหล่ขึ้น “ไม่รู้สิ เป็นเทพธิดานิมฟ์หรือไม่ก็ไม่สำคัญเสียหน่อย...ทุกวันนี้มารินก็อยู่มาได้โดยไม่เห็นจะต้องอาศัยพลังจากเทพธินิมฟ์เลย ฉันเองก็ไม่แคร์หรอกถ้าเอวิต้าจะไม่ใช่...เพราะอย่างไรเอวิต้าก็เป็นคนดี”

“...แต่ฮีมารูนจำเป็นต้องมีเทพธิดานิมฟ์ตัวจริง” แววตาสีนิลที่มุ่งมั่นของชายหนุ่มทำให้เลือดในกายของเธอมันพุ่งพลานแปลก ๆ

“เพราะอย่างนั้นนายถึงปลอมตัวมาเป็นองค์ลักษณ์ แล้วลักพาตัวธิดาเทพทุกเมืองงั้นสิ แผนการล้ำเลิศ เสียแต่ว่าอุปสรรค์มันเยอะไปหน่อยว่าไหม” ว่าไปเจ้าตัวดีก็หัวเราะร่าด้วยความขบขัน จนชายหนุ่มชักสีหน้าหงุดหงิด เจ้าตัวเลยจำใจต้องกลืนเสียงหัวเราะลงไป

“โทษ ๆ ไม่ได้ตั้งใจจะขำนาย...แต่นายไม่เคยคิดหรอกว่า ถ้าเทพธิดาที่นายจับตัวไปทั้งหมดน่ะ ไม่ใช่เทพธิดานิมฟ์ตัวจริงสักคนละก็...มันจะเป็นอย่างไร”

คำถามที่ ทำเอาริวจินถึงกับนั่งอึ้ง เขาไม่เคยแม้แต่จะคิดมาก่อนถึงปัญหาตรงนี้...ถ้าคนที่พามาเป็นเทพธิดาตัวปลอมทั้งหมดล่ะ...ฮีมารูนที่จมอยู่ในหิมะจะเป็นอย่างไร แล้วไหนจะเป็นศึกที่เหล่าเมืองทางใต้ต้องยกพลมาตีเอาธิดาเทพคืนอีก...ถ้าเดิมพันนี้ฝ่ายฮีมารูนพ่ายแพ้...ดินแดนทั้งหมดที่ต้องผลัดเปลี่ยนมาอยู่ในมือเขา คงต้องล่มสลายเป็นแน่

เมื่อไม่ได้รับคำตอบ ไดอาร์จึงเลือกที่จะหันไปสนใจกับเจ้ากองไฟที่เต้นเร้า ๆ อยู่ตรงหน้า  จ้องกับมันได้สักพักใหญ่ หนังตาเจ้ากรรมก็พาลจะปิดลงเรื่อย ๆ และเมื่อคนที่เคยนั่งจ่อมาตลอดชั่วหัวค่ำชิ่งหลับ สลับกับคุณเนียร์ที่ตื่นมาเฝ้ายามแต่นั่งเงียบตลอดเวลา ทำให้แม่สาวน้อยโดนความง่วงเข้าครอบคลุมไปโดยบริยาย

ดีที่ตอนหัวค่ำมีริวจินคอยคุยด้วย เป็นการปลุกไปในตัว แต่ช่วงดึกนี่สิ คุณเนียร์ดูจะเป็นใจให้เธอหลับเหลือเกิน แล้วหนังตาเจ้ากรรมก็ปรือลงมาอย่างแช่มช้า แพรขนตาหนาหลับพริ้มลงปิดสนิท...สิ่งสุดท้ายที่ได้ยิน คือเสียงเรียกของใครบางคนที่ดังอยู่ไกล ๆ...ไดอาร์ไม่สนใจเสียงน่ารำคาญนั้นอีกแล้ว...เมื่อตอนนี้สมองมันสั่งให้หลับ ๆ ๆ ๆ อยู่ตลอด

แล้วสติสัมปชัญญะสุดท้ายที่พยายามเหนี่ยวไว้ ก็พลันหลุดลอยไป ด้วยฤทธิ์เกสรกล่อมประสาท ให้จมอยู่ในห้วงนิทราอันแสนยาวนาน....

-----------

ณ ยอดปราสาทราชวังเมืองมารินอันแสนตระการตา เจ้าชายการ์เซลผู้องอาจยืนรอคอยบางสิ่งบางอย่างอยู่บริเวณระเบียบด้วยใจจดใจจ่อ แล้วการรอคอยของเขาก็สิ้นสุดลง เมื่อนกอินทรีย์ส่งข่าวสีน้ำตาลตัวสุดท้ายก็โผลเข้ามาหาเข้าเกาะที่ปลอกแขน เขาแกะสารบางอย่างที่ห้อยติดมาด้วยอย่างร้อนรน แล้วคลี่มันออกมาอ่านลวก ๆ

รอยยิ้มแห่งความหวังเหยียดขึ้นด้วยความยินดี เจ้าชายการ์เซลหันไปออกคำสั่งใหม่แก่ราชองค์ลักษณ์กินเดลอย่างรวดเร็ว

“เตรียมระดมพลไปที่แม่น้ำวอลอีฟ กองทัพจากลิเบอร์เต้ ปิราน และบันจา พร้อมลุยกับเราแล้ว”

“ขอรับ...ทางเราก็สร้างสะพานข้ามแม่น้ำได้แล้วเช่นกัน”

“ดี! พวกฮีมารูนมันจะได้รู้ว่า มันบังอาจมาเล่นกับใคร”

“น้อมรับบัญชา”

แล้วกินเดลก็ขอตัวออกจากห้องไปทำตามรับสั่งต่อ เจ้าชายการ์เซลเหม่อมองออกไปทางทิศเหนือ ณ ทิศของที่ตั้งเมืองฮีมารูน

“หวังว่าเธอจะช่วยเอวิต้าได้ก่อนที่สงครามแห่งเอธาการ์ดจะลุกเป็นไฟนะ กิฟฟินน์”

-----------

สาวน้อยร่างบาง เจ้าของเรือนผมสีเงินสวย กับดวงตาคู่โตสีฟ้าใสแลดูฉลาดเฉลียว กำลังยืนอยู่เหนือยอดต้นสลีปเลส ณ ใจกลางป่านิทรา เธอกวาดสายตาไปรอบ ๆ ป่าที่แลดูเงียบสงบในยามราตรีกาลที่ไร้ซึ่งแสงจันทร์และแสงดาว

แล้วดวงตาคู่สวยก็เสมองไปสบกับกลุ่มควันที่ลอยขึ้นอยู่ไกลลิบ ๆ ณ จุดที่ใกล้กับแม่น้ำวอลอีฟ รอยยิ้มบางผุดพรายที่มุมปากอย่างวาดหวัง ก่อนที่เจ้าของร่างจะก้าวกระโดดไปตามกิ่งไม้เล็ก ๆ โดยไม่เกรงกลัวว่ามันจะหักเลยสักนิด ประดุจดังกับว่าใต้ฝ่าเท้านั้นรองรับด้วยสายลมบางเบา ที่สามารถหอบพาร่างเธอไปได้ทุกที่ดังใจปรารถนา

ในที่สุดกิฟฟินน์ก็พาตัวเองให้มายืนอยู่เหนือคณะหัวขโมยที่ช่วงชิงธิดาเทพแห่งมารินจนได้ เธอเฝ้ามองพวกเขาที่หลับใหลได้อยู่พักหนึ่งก็ต้องแปลกใจที่ดูเหมือนหลาย ๆ คนรวมถึงเอวิต้านั้น ไม่ได้หลับสนิท เหมือนกับคนที่ต้องคำสาปของเกสรสลีปเลส

“คงกินยากดการรับกลิ่นสินะ เตรียมการมาดีจริง ๆ แต่ก็มาได้เพียงเท่านี้แหละ”

รำพึงกับตัวเองเสร็จ เจ้าตัวก็รวบรวมสมาธิและเรียกสายลมจู่โจมที่ที่ชายแก่ร่างอ้วนที่ทำหน้าที่เป็นยามรักษาการในยาลรัตติกาลเพียงผู้เดียว

“วินดาอึนโบเซเรฮาน”

ดีที่คุณเนียร์ไหวตัวได้ทัน เขากระโดดหลบอย่างรวดเร็ว ทำให้พายุเวทย์ที่สร้างขึ้นเข้าปะทะกับก้อนหินเข้าอย่างจัง

ตูม!!

เสียงระเบิดปลุกให้ทุกคนตื่นจากห่วงนิทรา ร่วมถึงไดอาร์ด้วย เจ้าตัวถึงกับลุกพึง เตรียมตั้งท่าต่อสู้ เพราะคิดไปว่าเป็นโจรมาปล้นขบวนสินค้าอย่างที่เคยชิน

“อ้าวกิฟฟินน์ เธออุทานด้วยความดีใจ แล้ววิ่งไปสมทบกับเอวิต้าที่ยืนอยู่ไม่ห่างนัก

“พาเอวิต้าหนีไป กิฟฟินน์ออกคำสั่ง

ไดอาร์ไม่รอช้า เธอรีบคว้าแขนของเอวิต้าแล้วก็จ้ำอ้าวทันทีโดยไม่รีรอ

“ไปตามจับมา เวลาไม่คอยท่า...พาธิดาเทพทั้งหมดไปเจอกันที่จุดนัดพบได้เลย” ริวจินรีบออกคำสั่งรัว แล้วคุณเนียร์และซาเฟียร์ก็วิ่งไปทางป่าที่สองสาวเพิ่งหายตัวเข้าไป

ริวจินหันมาเผชิญหน้ากับกิฟฟินน์ด้วยสายตาที่แฝงไว้ด้วยความหยิ่งผยอง ดวงตาสีนิลจ้องมองไปในตาสีฟ้าใสเหมือนกับจะอ่านเข้าไปในนั้น แต่ก็หาทำได้ไม่

       “หึ...เรโฮผู้พิทักษ์จะมาพลาดท่าก็งานนี้แหละน้า...ดันมาฝากคนสำคัญไว้ในมือไดอาร์  ยัยนั่นน่ะยิ่งเอ่อ ๆ อยู่ วิ่งไปนั่นน่ะ รู้หรือเปล่าว่าเป็นทางที่ไปสู่ฮีมารูน เห็นทีเทพีแห่งชัยชนะจะมายืนข้างฮีมารูนอีกครั้งสินะ” เขาหัวเราะเบา ๆ แต่กิฟฟินน์ก็ไม่ได้ขำด้วย เจ้าตัวตวัดแส้จู่โจมทันทีที่ ริวจินกระโดดหลบวิถี

       “ดูท่า จะเอาจริงแล้วสินะ คุณเรโฮผู้พิทักษ์”

      กิฟฟินน์ไม่ตอบ เธอยังคงจู่โจมไม่หยุด ถึงต่อให้เวทย์วารีแห่งฮีมารูนจะสูงส่งเพียงไหน แต่เมื่อน้ำมาเจอกับเวทย์สายลมที่มาข่มทางกัน เวทย์แห่งวายุที่ทรงอำนาจกว่าก็ทะลุทะลวงผ่านบาเรียเข้ามาเรียกรอยเลือดที่ต้นแขนขวาของริวจินให้ไหลซิบ ๆ

       เขายิ้มเล็ก ๆ ก่อนปราดหยดเลือดขึ้นมาดู “คงไม่เอาจริงไม่ได้แล้วสิ”

        ริวจินประสานมือเข้าหากัน สักพัก ลูกไฟดวงใหญ่ก็ปรากฏตรงหน้า เขาส่งลูกไฟนับสิบเข้าไปโอบรัดร่างของกิฟฟินน์ไว้ สาวน้อยพยายามใช้เวทย์วายุที่แรงขึ้นเพื่อทำลายอาณาเขตลูกไฟ แต่ดูเหมือนว่ายิ่งใช้เวทย์เท่าไร ลูกไฟก็ยิ่งขยายขนาดมากขึ้นเท่านั้น

       “พยายามไปก็ไร้ผล ไม่รู้หรือไงว่า ไฟจะติดดีขึ้นเมื่อเจอลมน่ะ” ริวจินหัวเราะด้วยความชอบใจ เขาเดินเข้ามาดูกิฟฟินน์ที่พยายามดิ้นรนออกจาอาณาเขตเพลิง “น่าเสียดายจริง ๆ ที่ฉันมีเวลาไม่มาก ขอตัวก่อน” แล้วเขาก็กระโจนหายไปในเงามืดของแมกไม้ ทิ้งให้กิฟฟินน์กัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ

       “โถ่เอ้ย! ไอ้เวทย์เพลิงบ้ามันจะสลายไปเมื่อไรเนี่ย”

อัพแล้วจ้า ช้าไปโหน่ย T-T

ขอบคุณทุกคอมเม้นท์และโหวตเช่นเดิมจ๊ะ

Mulie           

 --------------

 

 

เขียนโดย Mulie : 2008-07-27 10:08:13
คอมเมนต์ถูกปิด หรือ คอมเมนต์ได้เฉพาะสมาชิก
สมัครสมาชิก
ความคิดเห็นที่ 5
กำลังหนุกเลยอ่ะ อยากเห็นไดอาร์โชว์ฝีมือไวๆ
จัง อัพไวๆนะ สู้ๆๆ
( member no icon )
พ่อครัวมือใหม่
tofoo : 2008-07-28 23:45:49
ความคิดเห็นที่ 4
โถ ไดอาจาเปนไงนี่ แต่งให้เข้าข้างไดอาสักครั้งเทอะ อัพไวไวน่ะ

นักชิมเย็นตาโฟว์
eaam : 2008-07-28 19:35:09
ความคิดเห็นที่ 3
ว้าวๆๆ รีบๆอัพน้า เมื่อไรไดอาร์จะโชว์บ้างหว่า ? แต่ก็สนุกนะ รีบๆอัพน้าค่า

เจ้าของร้าน
Pailin_narak : 2008-07-27 13:01:28
ความคิดเห็นที่ 2
อัพอีกกกก ก สรุปครัยเป็นนางเอกเนี่ย

กิฟฟินน์ เก่งกว่าอีกก โชว์มากกว่า

แต่เราชอบไดอาร์ นางเอกโชว์ฝีมือเถอะ

อ่อ อะพเร็วๆนะ โหวตให้ๆ

เจ้าของร้าน
im_a_witch : 2008-07-27 11:52:48
ความคิดเห็นที่ 1
หนุกมากมายเยย

สู้ๆนะ
( member no icon )
เจ้าของร้าน
aew41 : 2008-07-27 11:27:20