Nymph
บทที่ 18 ป่านิทรา
ป่านิทราที่แสนเงียบสงบ เต็มไปด้วยต้นสลีปเลสสีเหลืองแสดสดใสเบียดเสียดขึ้นกันอยู่หนาแน่น ป่านี้มันเงียบสงบมาก...เงียบจนวังเวง อย่าว่าแต่เสียงนกร้องเลย แม้แต่แมลงตัวเล็ก ๆ หรือสิงสาลาสัตว์ก็ไม่มีให้เห็นสักตัว
ริวจินและคณะเดินทางอีกสี่คนพยายามยึดเอาแม่น้ำวอลอีฟเป็นเส้นทางหลัก เพื่อที่จะลัดเลาะไปเรื่อย ๆ จนพ้นเขตป่า เพราะอย่างน้อยก็ดูจะปลอดภัยมากที่สุด
ละอองเกสรสีเหลืองที่ปลิวคละคลุ้งอยู่ในอากาศ ส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ มาขับกล่อมให้บรรยากาศชวนหลับใหญ่ยิ่งนัก บวกกับความเงียบอันทรงพลังที่มีเพียงเสียงย่ำเท้าลงบนพื้น ดัง กรอบแกรบ กรอบแกรบ เป็นจังหวะไปเรื่อย ๆ ต่อให้ป่านี้มันไม่มีอาถรรพ์ที่สาปให้ผู้คนต้องหลับใหลก็เถอะ ถ้าลองได้เจอบรรยากาศแบบนี้ ต่อให้เป็นเทวดามาจากไหนก็อดใจไม่ไหวจริง ๆ
ไดอาร์เดินสะโหลสะเหลไปตามทาง โดยรั้งท้ายคนอื่นไว้ เอวิต้ามองกลับมาด้วยความเป็นห่วง หลายต่อหลายครั้งที่เธอต้องคอยปลุกสาวน้อยให้ตื่นด้วยวิธีการต่าง ๆ นานา ครั้งแรก ๆ ก็เป็นแค่เรียกชื่อเฉย ๆ ไดอาร์ก็รู้สึกตัว แต่ช่วงหลัง ๆ ต้องอาศัยการลงไม้ลงมือกันสักนิดกว่าจะเรียกสติให้กลับคืนมาได้
คืนนี้พักกันตรงนี้แหละ พรุ่งนี้ค่อยไปต่อ ริวจินว่า แล้วทิ้งตัวข้างต้นไม้ใหญ่เตรียมเอนกายพักผ่อนในท่าสบาย ๆ
ส่วนคุณเนียร์ก็ขอตัว แยกไปหาไม้ มาทำฟืนไฟสำหรับก่อกองไฟ และทางด้านซาเฟียร์ก็พยายามหาที่เหมาะ เอาใบไม้มาปูเป็นเบาะแล้วก็ทิ้งตัวลงเช่นกัน
อดทนอีกหน่อยนะ คุณเนียร์บอกว่าถ้าเดินตามแม่น้ำไปเรื่อย ๆ พรุ่งนี้เช้าก็จะพ้นเขตป่าแล้ว เอวิต้าพยายามเข้ามาปลอบด้วยความเห็นใจ
ไดอาร์พยักหน้ารับเนือย ๆ เธอรู้สึกเหนื่อยล้าเหลือเกิน ดวงตาคู่โตก็พาลจะปรือปิดลงเรื่อย ๆ ส่วนหนึ่งนั้นต้องยอมรับว่าเธอรู้สึกเพลียเพราะใช้พลังเวทย์วารีบ่อยครั้งและไม่ได้หยุดพัก
แม้จะรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าเธอจะไม่ยอมเผลอหลับเด็ดขาด โดยรับอาสาเป็นคนเฝ้ายามคู่กับริวจิน ที่ขอเข้ายามกะแรกช่วงหัวค่ำและให้คุณเนียร์เข้ากะช่วงดึก
ราตรีกาลที่ไร้ซึ่งแสงตะวันสาดส่องในป่านิทรา ไดอาร์ผู้ซึ่งไม่สามารถที่จะหลับได้ (แม้ว่าเธอจะง่วงปานใจจะขาด) พยายามถ่างตาให้ตื่นตลอดเวลา เธอนั่งมองคนสามคนที่เข้าสู่ห้วงนิทราอย่างเป็นสุขด้วยความอิจฉา
ง่วงละสิ ถ้าหลับเมื่อไรเธอตายแน่ ริวจินเอ่ยทักขึ้น ขณะโยนเศษกิ่งสลีปเลสเข้ากองไฟ
ไดอาร์พ่นลมพรืด อย่างเซ็ง ๆ เธอพยักหน้ารับตามความจริงโดยไม่ละอาย เออ..รู้แล้ว...ว่าแต่นายไม่ง่วงหรือไง เธอย้อนถาม
ก็ง่วง...แต่เดี๋ยวคุณเนียร์ตื่น ฉันก็จะได้ไปนอนแล้ว
นี่มันจงใจยั่วกันชัด ๆ!!
ยิ่งฟังคนตรงหน้าพูดมันก็พาลให้อิจฉา เธอโยนเศษไม้ลงกองไปอีกสามสี่อันเพื่อหากิจกรรมทำไม่ให้น่าเบื่อนัก
แล้วความเงียบก็โรยตัวอยู่นาน จนริวจินเอ่ยถามขึ้น
นึกอย่างไรถึงตามมาด้วย ไม่รู้หรือว่ามันอันตราย
รู้
รู้แล้วยังทำ...เธอนี่มันฉลาดน้อยหรือว่าโง่กันแน่
ไดอาร์ได้ฟังก็แยกเขี้ยวใส่ เออ...ฉันยอมรับว่าฉันมันพวกฉลาดน้อย เพราะงั้นก็เลยต้องเปิดโอกาสอันยิ่งใหญ่ให้ตัวเองบ้าง...เสี่ยงนิด ๆ หน่อย ๆ แลกกับโอกาสได้ใกล้ชิดกับคนดัง ๆ ...คราวนี้จะทำอะไรในภายภาคหน้ามันก็สบายขึ้น จริงไหม
หวังผลประโยชน์งั้นสิ เขาเค้นเสียงอย่างดูแคลนสาวน้อยตรงหน้า
ก็แล้วแต่นายจะคิด...ก็อย่างว่าแหละน๊า...คนเรามักจะทำอะไรลงไปก็เพราะโชคชะตามันพลักดัน ก็ไม่แน่ว่า การที่ฉันตัดสินใจกระโจนลงมาร่วมด้วย อาจทำให้ชีวิตฉันเปลี่ยนไปตลอดกาลก็ได้
หึ...ประสาท! ริวจินว่า
ไดอาร์หัวเราะน้อย ๆ แล้วหันไปสนใจธิดาเทพแห่งมารินที่นอนอยู่ไม่ห่างนักแทน นายคิดว่าเอวิต้าคือเทพธิดานิมฟ์หรอ
เขาไม่ตอบ แต่กลับย้อนถามเธอ
แล้วเธอไม่เชื่อหรอกว่าเอวิต้าคือนิมฟ์จริง ๆ
ไดอาร์เลิกคิ้วกับคำถามแปลก ๆ เธอเบ้ปากเล็ก ๆ พลางยกไหล่ขึ้น ไม่รู้สิ เป็นเทพธิดานิมฟ์หรือไม่ก็ไม่สำคัญเสียหน่อย...ทุกวันนี้มารินก็อยู่มาได้โดยไม่เห็นจะต้องอาศัยพลังจากเทพธินิมฟ์เลย ฉันเองก็ไม่แคร์หรอกถ้าเอวิต้าจะไม่ใช่...เพราะอย่างไรเอวิต้าก็เป็นคนดี
...แต่ฮีมารูนจำเป็นต้องมีเทพธิดานิมฟ์ตัวจริง แววตาสีนิลที่มุ่งมั่นของชายหนุ่มทำให้เลือดในกายของเธอมันพุ่งพลานแปลก ๆ
เพราะอย่างนั้นนายถึงปลอมตัวมาเป็นองค์ลักษณ์ แล้วลักพาตัวธิดาเทพทุกเมืองงั้นสิ แผนการล้ำเลิศ เสียแต่ว่าอุปสรรค์มันเยอะไปหน่อยว่าไหม ว่าไปเจ้าตัวดีก็หัวเราะร่าด้วยความขบขัน จนชายหนุ่มชักสีหน้าหงุดหงิด เจ้าตัวเลยจำใจต้องกลืนเสียงหัวเราะลงไป
โทษ ๆ ไม่ได้ตั้งใจจะขำนาย...แต่นายไม่เคยคิดหรอกว่า ถ้าเทพธิดาที่นายจับตัวไปทั้งหมดน่ะ ไม่ใช่เทพธิดานิมฟ์ตัวจริงสักคนละก็...มันจะเป็นอย่างไร
คำถามที่ ทำเอาริวจินถึงกับนั่งอึ้ง เขาไม่เคยแม้แต่จะคิดมาก่อนถึงปัญหาตรงนี้...ถ้าคนที่พามาเป็นเทพธิดาตัวปลอมทั้งหมดล่ะ...ฮีมารูนที่จมอยู่ในหิมะจะเป็นอย่างไร แล้วไหนจะเป็นศึกที่เหล่าเมืองทางใต้ต้องยกพลมาตีเอาธิดาเทพคืนอีก...ถ้าเดิมพันนี้ฝ่ายฮีมารูนพ่ายแพ้...ดินแดนทั้งหมดที่ต้องผลัดเปลี่ยนมาอยู่ในมือเขา คงต้องล่มสลายเป็นแน่
เมื่อไม่ได้รับคำตอบ ไดอาร์จึงเลือกที่จะหันไปสนใจกับเจ้ากองไฟที่เต้นเร้า ๆ อยู่ตรงหน้า จ้องกับมันได้สักพักใหญ่ หนังตาเจ้ากรรมก็พาลจะปิดลงเรื่อย ๆ และเมื่อคนที่เคยนั่งจ่อมาตลอดชั่วหัวค่ำชิ่งหลับ สลับกับคุณเนียร์ที่ตื่นมาเฝ้ายามแต่นั่งเงียบตลอดเวลา ทำให้แม่สาวน้อยโดนความง่วงเข้าครอบคลุมไปโดยบริยาย
ดีที่ตอนหัวค่ำมีริวจินคอยคุยด้วย เป็นการปลุกไปในตัว แต่ช่วงดึกนี่สิ คุณเนียร์ดูจะเป็นใจให้เธอหลับเหลือเกิน แล้วหนังตาเจ้ากรรมก็ปรือลงมาอย่างแช่มช้า แพรขนตาหนาหลับพริ้มลงปิดสนิท...สิ่งสุดท้ายที่ได้ยิน คือเสียงเรียกของใครบางคนที่ดังอยู่ไกล ๆ...ไดอาร์ไม่สนใจเสียงน่ารำคาญนั้นอีกแล้ว...เมื่อตอนนี้สมองมันสั่งให้หลับ ๆ ๆ ๆ อยู่ตลอด
แล้วสติสัมปชัญญะสุดท้ายที่พยายามเหนี่ยวไว้ ก็พลันหลุดลอยไป ด้วยฤทธิ์เกสรกล่อมประสาท ให้จมอยู่ในห้วงนิทราอันแสนยาวนาน....
-----------
ณ ยอดปราสาทราชวังเมืองมารินอันแสนตระการตา เจ้าชายการ์เซลผู้องอาจยืนรอคอยบางสิ่งบางอย่างอยู่บริเวณระเบียบด้วยใจจดใจจ่อ แล้วการรอคอยของเขาก็สิ้นสุดลง เมื่อนกอินทรีย์ส่งข่าวสีน้ำตาลตัวสุดท้ายก็โผลเข้ามาหาเข้าเกาะที่ปลอกแขน เขาแกะสารบางอย่างที่ห้อยติดมาด้วยอย่างร้อนรน แล้วคลี่มันออกมาอ่านลวก ๆ
รอยยิ้มแห่งความหวังเหยียดขึ้นด้วยความยินดี เจ้าชายการ์เซลหันไปออกคำสั่งใหม่แก่ราชองค์ลักษณ์กินเดลอย่างรวดเร็ว
เตรียมระดมพลไปที่แม่น้ำวอลอีฟ กองทัพจากลิเบอร์เต้ ปิราน และบันจา พร้อมลุยกับเราแล้ว
ขอรับ...ทางเราก็สร้างสะพานข้ามแม่น้ำได้แล้วเช่นกัน
ดี! พวกฮีมารูนมันจะได้รู้ว่า มันบังอาจมาเล่นกับใคร
น้อมรับบัญชา
แล้วกินเดลก็ขอตัวออกจากห้องไปทำตามรับสั่งต่อ เจ้าชายการ์เซลเหม่อมองออกไปทางทิศเหนือ ณ ทิศของที่ตั้งเมืองฮีมารูน
หวังว่าเธอจะช่วยเอวิต้าได้ก่อนที่สงครามแห่งเอธาการ์ดจะลุกเป็นไฟนะ กิฟฟินน์
-----------
สาวน้อยร่างบาง เจ้าของเรือนผมสีเงินสวย กับดวงตาคู่โตสีฟ้าใสแลดูฉลาดเฉลียว กำลังยืนอยู่เหนือยอดต้นสลีปเลส ณ ใจกลางป่านิทรา เธอกวาดสายตาไปรอบ ๆ ป่าที่แลดูเงียบสงบในยามราตรีกาลที่ไร้ซึ่งแสงจันทร์และแสงดาว
แล้วดวงตาคู่สวยก็เสมองไปสบกับกลุ่มควันที่ลอยขึ้นอยู่ไกลลิบ ๆ ณ จุดที่ใกล้กับแม่น้ำวอลอีฟ รอยยิ้มบางผุดพรายที่มุมปากอย่างวาดหวัง ก่อนที่เจ้าของร่างจะก้าวกระโดดไปตามกิ่งไม้เล็ก ๆ โดยไม่เกรงกลัวว่ามันจะหักเลยสักนิด ประดุจดังกับว่าใต้ฝ่าเท้านั้นรองรับด้วยสายลมบางเบา ที่สามารถหอบพาร่างเธอไปได้ทุกที่ดังใจปรารถนา
ในที่สุดกิฟฟินน์ก็พาตัวเองให้มายืนอยู่เหนือคณะหัวขโมยที่ช่วงชิงธิดาเทพแห่งมารินจนได้ เธอเฝ้ามองพวกเขาที่หลับใหลได้อยู่พักหนึ่งก็ต้องแปลกใจที่ดูเหมือนหลาย ๆ คนรวมถึงเอวิต้านั้น ไม่ได้หลับสนิท เหมือนกับคนที่ต้องคำสาปของเกสรสลีปเลส
คงกินยากดการรับกลิ่นสินะ เตรียมการมาดีจริง ๆ แต่ก็มาได้เพียงเท่านี้แหละ
รำพึงกับตัวเองเสร็จ เจ้าตัวก็รวบรวมสมาธิและเรียกสายลมจู่โจมที่ที่ชายแก่ร่างอ้วนที่ทำหน้าที่เป็นยามรักษาการในยาลรัตติกาลเพียงผู้เดียว
วินดาอึนโบเซเรฮาน
ดีที่คุณเนียร์ไหวตัวได้ทัน เขากระโดดหลบอย่างรวดเร็ว ทำให้พายุเวทย์ที่สร้างขึ้นเข้าปะทะกับก้อนหินเข้าอย่างจัง
ตูม!!
เสียงระเบิดปลุกให้ทุกคนตื่นจากห่วงนิทรา ร่วมถึงไดอาร์ด้วย เจ้าตัวถึงกับลุกพึง เตรียมตั้งท่าต่อสู้ เพราะคิดไปว่าเป็นโจรมาปล้นขบวนสินค้าอย่างที่เคยชิน
อ้าวกิฟฟินน์! เธออุทานด้วยความดีใจ แล้ววิ่งไปสมทบกับเอวิต้าที่ยืนอยู่ไม่ห่างนัก
พาเอวิต้าหนีไป! กิฟฟินน์ออกคำสั่ง
ไดอาร์ไม่รอช้า เธอรีบคว้าแขนของเอวิต้าแล้วก็จ้ำอ้าวทันทีโดยไม่รีรอ
ไปตามจับมา เวลาไม่คอยท่า...พาธิดาเทพทั้งหมดไปเจอกันที่จุดนัดพบได้เลย ริวจินรีบออกคำสั่งรัว แล้วคุณเนียร์และซาเฟียร์ก็วิ่งไปทางป่าที่สองสาวเพิ่งหายตัวเข้าไป
ริวจินหันมาเผชิญหน้ากับกิฟฟินน์ด้วยสายตาที่แฝงไว้ด้วยความหยิ่งผยอง ดวงตาสีนิลจ้องมองไปในตาสีฟ้าใสเหมือนกับจะอ่านเข้าไปในนั้น แต่ก็หาทำได้ไม่
หึ...เรโฮผู้พิทักษ์จะมาพลาดท่าก็งานนี้แหละน้า...ดันมาฝากคนสำคัญไว้ในมือไดอาร์ ยัยนั่นน่ะยิ่งเอ่อ ๆ อยู่ วิ่งไปนั่นน่ะ รู้หรือเปล่าว่าเป็นทางที่ไปสู่ฮีมารูน เห็นทีเทพีแห่งชัยชนะจะมายืนข้างฮีมารูนอีกครั้งสินะ เขาหัวเราะเบา ๆ แต่กิฟฟินน์ก็ไม่ได้ขำด้วย เจ้าตัวตวัดแส้จู่โจมทันทีที่ ริวจินกระโดดหลบวิถี
ดูท่า จะเอาจริงแล้วสินะ คุณเรโฮผู้พิทักษ์
กิฟฟินน์ไม่ตอบ เธอยังคงจู่โจมไม่หยุด ถึงต่อให้เวทย์วารีแห่งฮีมารูนจะสูงส่งเพียงไหน แต่เมื่อน้ำมาเจอกับเวทย์สายลมที่มาข่มทางกัน เวทย์แห่งวายุที่ทรงอำนาจกว่าก็ทะลุทะลวงผ่านบาเรียเข้ามาเรียกรอยเลือดที่ต้นแขนขวาของริวจินให้ไหลซิบ ๆ
เขายิ้มเล็ก ๆ ก่อนปราดหยดเลือดขึ้นมาดู คงไม่เอาจริงไม่ได้แล้วสิ
ริวจินประสานมือเข้าหากัน สักพัก ลูกไฟดวงใหญ่ก็ปรากฏตรงหน้า เขาส่งลูกไฟนับสิบเข้าไปโอบรัดร่างของกิฟฟินน์ไว้ สาวน้อยพยายามใช้เวทย์วายุที่แรงขึ้นเพื่อทำลายอาณาเขตลูกไฟ แต่ดูเหมือนว่ายิ่งใช้เวทย์เท่าไร ลูกไฟก็ยิ่งขยายขนาดมากขึ้นเท่านั้น
พยายามไปก็ไร้ผล ไม่รู้หรือไงว่า ไฟจะติดดีขึ้นเมื่อเจอลมน่ะ ริวจินหัวเราะด้วยความชอบใจ เขาเดินเข้ามาดูกิฟฟินน์ที่พยายามดิ้นรนออกจาอาณาเขตเพลิง น่าเสียดายจริง ๆ ที่ฉันมีเวลาไม่มาก ขอตัวก่อน แล้วเขาก็กระโจนหายไปในเงามืดของแมกไม้ ทิ้งให้กิฟฟินน์กัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ
โถ่เอ้ย! ไอ้เวทย์เพลิงบ้ามันจะสลายไปเมื่อไรเนี่ย
อัพแล้วจ้า ช้าไปโหน่ย T-T
ขอบคุณทุกคอมเม้นท์และโหวตเช่นเดิมจ๊ะ
Mulie
--------------
สมัครสมาชิก