Nymph
บทที่ 19 เรือเหาะ
พลั่ก!!
โอ๊ย! เบา ๆ หน่อยสิ มันเจ็บนะ...พวกฮีมารูนเนี่ยไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษกันเลยหรือไง...แล้วเอวิต้าล่ะ เอวิต้าอยู่ไหน ฉันจะไปอยู่กับเอวิต้า เสียงดังโหวกเหวกน่ารำคาญจากไดอาร์ที่พร่ำบ่นจนทหารเฝ้ายามพากันเบือนหน้าหนีด้วยความระอา ทำให้ธิดาเทพธิดาแห่งฮีมารูนอดรนทนไม่ไหว ต้องเข้ามาจัดการด้วยตัวเอง
เธอเดินกระทืบเท้าปึงปังเข้ามาในเกวียนไม้ ที่ตอนนี้เนรมิตให้กลายเป็นห้องคุมขังนักโทษ หุบปากเน่า ๆ ของหล่อนเสียที
ไม่...เธอน่ะแหละหุบปากไปเลย แล้วพาฉันไปหาเอวิต้า
เธอเถียงฉอด ๆ ไม่ลดละจนทหารมองหน้ากันเลิกลักด้วยความรู้สึกทึ่งปนตกใจที่มีคนกล้าเถียงเทพธิดาคนสำคัญแห่งฮีมารูน
โอ๊ย... ซาเฟียร์เอามือปิดหู เพราะทนรำคาญเสียงเล็ก ๆ ที่แสบแก้วหูไม่ไหว บอกให้หุบปาก ทหาร เอาผ้ามาอุดปากมันไว้สิ...เร็วสิ ยืนทำบ้าอะไร พวกโง่
หยุดเดี๋ยวนี้นะ ไอ้บ้า เอ้ยอ่าอำอับอั๋นอะ อะออกไอ ในที่สุดเสียงที่ดังมานานก็เงียบลงเสียที
ไดอาร์นั่งมองทหารยามที่ยืนขำกับท่าทีจนตรอกของเธอด้วยความหงุดหงิด ความจริง เธอจะพาเอวิต้าหนีได้อยู่แล้วเชียว วิ่งหนีตามที่กิฟฟินน์บอกมาเรื่อย ๆ แถมอุตส่าห์หลอกล่อให้คุณเนียร์กับยัยปิศาจซาเฟียร์ไปทางอื่น จนในที่สุดก็จะพ้นแนวป่านิทราอยู่แล้ว แต่พอโผล่ออกมาปุ๊บ...พวกทหารฮีมารูนนับร้อยไม่รู้ว่าแห่กันมาตั้งแต่ตอนไหน ก็พร้อมหน้าพร้อมตาออกมาเตรียมต้อนรับขับสู้เสียเอิกกะเหลิก หนำซ้ำยังเจอะเข้ากับรอยยิ้มปิศาจบาดใจของยัยซาเฟียร์มาหลอนอีก ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจ แทนที่จะจับกุมกันดี ๆ เหมือนตอนแรก นี่ดันแยกเธอออกจากเอวิต้า แถมโยนเธอใส่เกวียนไม้ผุ ๆ อีก ด้วยเหตุผลสั่ว ๆ ของไอ้เจ้าชายขี้เก๊กว่า
ดีแต่สร้างปัญหานัก อย่างนั้นก็อยู่กับปัญหาที่ตัวเองก่อในเกวียนนี้แล้วกัน
ไดอาร์ถอนหายใจพรืด นั่งมองแสงอาทิตย์ยามอรุณรุ่งที่ลอดผ่านช่องเล็ก ๆ ของเกวียนพลางถอนหายใจเบา ๆ เกวียนไม้ยังคงวิ่งต่อไปตามเส้นทางที่ไม่ค่อยเรียบนัก วิ่งได้สักพัก ไดอาร์ก็เริ่มสัมผัสได้กับอากาศเย็น ๆ เมื่อเข้าสู่เขตที่มีหิมะตก สังเกตได้จากควันที่พ่นออกมาทางลมหายใจอุ่น ๆ เธอพยายามขดตัวเพื่อรับไออุ่นของตัวเอง แต่ดูเหมือนว่าร่างบาง ๆ กับอากาศหนาว ๆ แบบนี้มันไม่ค่อยจะเป็นใจให้แก่กันนัก จนในที่สุดเมื่อทนไม่ไหว สาวน้อยก็เลือกเอามุมหนึ่งของเกวียนเป็นที่ซุกตัวนอนเข้าสู่ภาวะจำศีลอย่างที่พี่คีตาเคยเล่าให้ฟังถึงชีวิตของหมี ที่พอถึงฤดูหนาว พวกมันจะหาถ่ำอุ่น ๆ นอนอยู่อย่างนั้นจนผ่านพ้นฤดู
ไดอาร์ได้แต่ภาวะนาให้ ฤดูหนาวในฮีมารูนนี้มันสั้นกว่าที่จะเป็น เพราะไม่อย่างนั้นเธอคงต้องแข็งตายก่อนแน่ ๆ แล้วเมื่อคำภาวะนาไม่ได้พ้น ร่างกายที่ผ่านการตรากตรำมาตลอดสองสามวันก็แบกรับภาวะโหดร้ายต่อไปไม่ไหว สาวน้อยจึงปล่อยจิตใจให้ล่องลอยไปกับคำภาวะนาถึงผ้าห่ม และเตาผิงอุ่น ๆในฝันแทน
อืม...ม
ผ้าห่มหนา ๆ กับเตาผิงอุ่น ๆ
นี่มันคือฝันที่แสนวิเศษจริง ๆ...ห๊ะ!!! ฝันหรอ
ไดอาร์ลุกขึ้นหันซ้ายหันขวามองรอบ ๆ ห้องที่ตอนนี้มันเปลี่ยนจากเกวียนผุ ๆ เป็นห้องนอนอุ่น ๆ ที่มีผ้าห่มสีครีมหนากับเตาผิงที่มีเปลวไฟปุคุดังปุปะอยู่ไม่ห่าง
นี่มันห่างไกลจากความฝันนัก...แต่ที่สำคัญ ที่นี่มันที่ไหนล่ะ!
ถึงห้องนอนนี้จะดูไม่หรูหรามากนัก แต่ก็จัดว่าเป็นสถานที่หนีภัยหนาวได้เป็นอย่างดี สังเกตได้จากวัสดุที่ใช้บุผนัง เป็นผ้าทออย่างดีที่สามารถเก็บกักความร้อนได้นานนับวัน อีกทั้งยังถ่ายเทอากาศไม่ให้อับชื้นได้อีกด้วย...ถ้าเดาไม่ผิด ที่นี่น่าจะเป็นโรงแรมระดับสามถึงสี่ดาวของฮีมารูนก็ว่าได้...
เคยได้ยินชื่อเสียงของโรงแรมแถบนี้ว่าวัสดุที่ใช้สร้างตัวโรงแรมน่ะ วิเศษกว่าที่ไหน ๆ ครั้งนี้ได้มาสัมผัสกับตัวเสียที นับว่าคุ้มค่านักกับการเดินทาง
ไดอาร์เดินสำรวจทั่ว ๆ ห้องด้วยความอิ่มเอมใจ จนลืมคิดไปเลยว่าจะต้องวางแผนอะไรต่อ แล้วในที่สุดเมื่อดูจนทั่วแล้ว เจ้าตัวก็ตัดสินใจสวมรองเท้าแล้วคิดจะย่องเบาออกทางประตูใหญ่
ล็อค!!
ไดอาร์ลองพยายามบิดลูกบิดไปมา แต่ก็ไม่ได้ผล มันล็อคแน่นสนิท สาวน้อยถอนหายใจเซ็ง ๆ ... พลัน! ก็คิดอะไรดี ๆ ขึ้นมาได้
ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ก็ต้องด้วยคาถา ไดอาร์ถูมือไปมาอย่างมาดหมายเตรียมใช้วิชาโจรกรรมก้นหีบที่เคยแอบเรียนมา เธอเรียกน้ำออกมาหล่อมันเข้าไปตรงรูลูกกุญแจ แล้วก็ตั้งสมาธิให้มันแข็งตัว จากนั้นก็เพียงออกแรงเบา ๆ ประตูใหญ่ที่เคยล็อคแน่นหนาก็คลายสลักออก
เกร็ก!!
เซียน เจ้าตัวกระหยิ่มยิ้มย่อง ก้าวออกจากประตูในยามราตรีกาล แต่พอขาก้าวพ้นออกจากธรณีประตู ก็สัมผัสได้กับความเย็นเยียบแบบบาดขั้วหัวใจที่ส่งผ่านจากพื้นขึ้นมา
อึ๊ย! เย็นจัง เธอมองซ้ายขวา แล้วตัดสินใจค่อย ๆ ย่อง ไปตามทางเดินที่มืดมิดฝั่งซ้ายที่เห็นแสงคบเพลิงอยู่เรือนราง โดยตั้งใจว่าจะตามหาตัวเอวิต้าให้เจอก่อน
แต่จนแล้วจนรอด ก็ไม่พบวี่แววว่าจะเจอกับเอวิต้าเลยสักนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่แปลกไปกว่านั้นคือ ตลอดเส้นทางที่เธอเดินผ่านมา เจ้าตัวยังไม่พบใครเลยแม้แต่คนเดียว ไม่มีแม้เงาของทหารยามหรือสิ่งมีชีวิต มันเงียบมาก...เงียบเหมือนกับตอนที่อยู่ในป่านิทราเลยจริง ๆ และอีกอย่างที่น่าประหลาดใจก็คือ...โรงแรมแห่งนี้เหมือนกับมันมีชีวิต ทุกย่างก้าวของเธอสัมผัสได้ต่อการสั่นสะเทือนน้อย ๆ ของพื้นผิวและผนัง มีเสียงลมจากภายนอกดังอื้ออึงเข้ามาผ่านทางช่องหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้เล็ก ๆ ครั้นจะมองออกไปภายนอก ย ๆ ของพื้นผิวและผนัง มีเสียงลมจากภายนอกดังอื้ออึงเข้ามาผ่านทางช่องหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้เล็ก ๆ ครั้นก็มืดมิดเกินกว่าจะสังเกตอะไรได้ เธอจึงทิ้งความสงสัยไว้เพียงเท่านั้นแล้วออกเดินหน้าหาตัวเอวิต้าต่อ
ในที่สุดเมื่อความเหน็บหนาวผู้เป็นเจ้าถิ่นเอาชนะความเหนื่อยล้าของหญิงสาวร่างเล็กที่เดินไปเรื่อย ๆ ในทางเขาวงกดแสนวกวนโดยไม่มีจุดหมายได้ เจ้าตัวเลยตัดสินใจเลือกเอาห้องใดห้องหนึ่งในเส้นทางวกวนนี้เป็นที่พักเอาแรงก่อน
ไดอาร์ใช้วิชาโจรกรรมชั้นเซียนไขกุญแจอีกครั้ง แล้วตรงเข้าไปในห้องที่มีเพียงแสงเดือนริบหรี่จากภายนอกสาดส่องให้เห็นเรือนราง สาวน้อยตรงไปที่เตียงใหญ่แล้วก็ทิ้งตัวลงนอนด้วยความเหนื่อยล้า
พรุ่งนี้ค่อยลุยต่อแล้วกันนะไดอาร์ ว่าแล้วสาวน้อยผู้รับบทอัศวินมาช่วยธิดาเทพคนงามก็เข้าสู่นิทราภายใต้ผ้าห่มอุ่น ๆ โดยหารู้ไม่ว่าเจ้าของห้องที่เธอบังอาจรุกล้ำเข้ามานั้นกำลังยืนมองร่างบางด้วยอารมณ์ครุกรุ่น
ดีแต่สร้างปัญหานักเชียว ถึงน้ำเสียงจะเต็มไปด้วยความหงุดหงิด แต่เจ้าของห้องนั้นก็ใจอ่อนเกินกว่าที่จะปลุกสาวน้อยที่หลับอย่างเป็นสุขลงได้
ริวจินมองไปรอบ ๆ ห้องนอนพลันถอนหายใจพรืด ช่วยไม่ได้ เธอมาแย่งที่นอนฉันก่อนนะ แล้วเจ้าตัวก็ซุกร่างในผ้านวมอุ่น ๆ ที่ตอนนี้ถูกแย่งชิงไปเรียบร้อยแล้ว เขาขมวดคิ้วเป็นปม ก่อนบ่นทิ้งท้าย อย่ามาโวยวายตอนเช้าก็แล้วกัน
ไออุ่นจากคนข้าง ๆ ทำให้เขาข่มตาให้หลับลงได้ยากนัก เจ้าชายผู้สูงศักดิ์ทำทีไม่สนใจอีกร่าง เขาตะแคงข้างหันหลังให้ แต่แล้วร่างอุ่น ๆ นั้นก็เบียดเข้ามาใกล้แถมซุกใบหน้าเข้ากับแผ่นหลังกว้าง เสียงลมหายใจแผ่วเบาดังสม่ำเสมอรดอยู่ที่หลังใบหู จนต้องถอนหายใจอย่างหนักหน่วง
ยัยตัวแสบเอ๊ย!!
--------------
เช้าที่สดใสของอรุณรุ่งกำลังเคลื่อนเข้ามาขับไล่ความหนาวเย็นของอากาศในช่วงค่ำคืนให้ผ่านพ้น ไออุ่นจากเปลวแดดทำให้ผู้คนที่หลับใหลตื่นจากห้วงนิทราอันยาวนานขึ้นมาทักทายแสงอาทิตย์
สาวน้อยผู้ที่ยังไม่รู้ว่าตนได้บังอาจมายึดเอาที่นอนของเจ้าชายผู้สูงศักดิ์แห่งฮีมารูนไว้นั่น กำลังค่อย ๆ บิดไล่ความขี้เกียด เธอสดชื่นขึ้นมากหลังจากได้นอนอย่างเต็มอิ่มไปเมื่อคืน แสงสว่างจากภายนอกทำให้ไดอาร์สังเกตเห็นว่าห้องนี้ดูสะอาดสะอ้านและโอ่อ่ากว่าห้องของเธอมากนัก เธอขยับตัวเตรียมลุกจากเตียงนอน แต่มันกลับทำได้ยากยิ่ง เมื่อช่วงเอวเหมือนมีอะไรมาทับไว้หนัก ๆ
ไดอาร์เลิกผ้านวมหนาออกดูเจ้าตัวสาเหตุ แต่ภาพที่เห็นนั้น...ทำให้สาวน้อยเจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาล เบิกตากว้างด้วยความตกใจ
ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีดำสนิทกำลังหลับพริ้มอยู่ภายใต้ผ้านวมหนา ท่อนแขนข้างกำยำพาดเข้าที่ลำตัวของเธอ
กรี๊ด!!!!!!!!!!
พลังเสียง 180 เดซิเบลแผดขยายออกไปทั้งทั้งรัศมีที่มันจะเอื้อให้ไปได้ ริวจินสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ แต่พอสบเข้ากับต้นตอของเสียงเจ้าปัญหา เขาก็ทำหน้ายุ่ง ขมวดคิ้วเข้าหากันไม่ชอบใจนัก ริวจินสูดลมหายใจเข้าไปลึก ๆ ก่อนจะตะโกนโต้กลับ
เงียบ!!
เสียงดุเกรียวกราด ราวกับพยาราชสีห์ ทำให้สาวน้อยลืมความตกใจไปชั่วขณะเธอรีบเอามือมาอุดปากไว้ ทำทีนิ่งกริบ ไม่ไหวติง ก่อนจะคิดได้ว่า เธอไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องเงียบตามคำสั่งเขา
ไอ้โรคจิต...เป็นถึงเจ้าชายแต่ทำอะไรไม่รู้จักคิด ... ถึงฉันจะเป็นสาวชาวบ้านธรรมดา แต่นายก็ไม่มีสิทธิ์มาทำกับฉันแบบนี้นะ
ไดอาร์ว่าฉอด ๆ โดยไม่เปิดโอกาสให้เขาได้พูด ริวจินทำหน้าเซ็งจิต ก่อนจะลุกไปหยิบผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำหน้าตาเฉย
เฮ้ย! มาคุยกันก่อน...นายจะบุกเข้าห้องคนอื่นแล้วมาทำเมินแบบนี้ไม่ได้นะ
ริวจินหยุดก่อนที่จะหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับสาวเจ้าปัญหา
นี่มันห้องฉัน...แล้วเธอเองนั่นแหละเป็นฝ่ายบุกเข้ามา
ไดอาร์ได้ฟังถึงกับชะงัก ชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง ฉันหรอ หน้าตาเหลอหลาของสาวเจ้าที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงเรียกรอยยิ้มนิด ๆ ของริวจิน แต่เขาก็รีบพับมันเก็บไว้แล้วหันมาสวมหน้ายักษ์แทน
อือ...ถ้าจะไปตามหาเอวิต้าล่ะก็ ฉันจัดให้นอนห้องข้าง ๆ เธอตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ไม่รู้จักหาให้ดีก่อนแล้วมาทำปึงปังหาไปทั่ว ดีนะที่ไม่พลัดตกเรือไปก่อน
ริวจินคิดถึงเสียงคนเดินไปเดินมานอกระเบียงเมื่อคืน จนทำให้เขาตื่น ทีแรกนึกว่าเป็นคนของมารินคิดจะมาชิงตัวเทพธิดาคนสำคัญคืน แต่ที่ไหนได้ โจรกระจอกที่โผล่เข้ามาในห้องของเขากลับเป็นสาวน้อยหน้าแฉล้ม ที่เดินงัวเงียเข้ามาในห้องแล้วแย่งที่นอนเขาไปหน้าตาเฉย
เรือ?"
สีหน้าสงสัยทำให้ริวจินอดขำไม่ได้ เขาผายมือโดยรอบ "ขอต้อนรับสู่เรือเหาะของฮีมารูน"
ไดอาร์เบิกตากว้าง เธอรีบวิ่งไปที่หน้าต่างแล้วเปิดมันออกอย่างรวดเร็ว กลุ่มเมฆลอยเฉียดผ่านปลายจมูกโด่งรั้น สายลมอ่อน ๆ ปะทะหน้าและเส้นผมให้แผ่สยายออกรับรุ่นอรุณแสนสดใส
"เรือเหาะจริง ๆ ด้วย ว้าว ๆ ๆ ๆๆ " เธอกระโดดโลดเต้นหันมาชี้ไม้ชี้มือไปทั่วด้วยความดีใจ แต่พอหันกลับมาก็เห็นว่าเจ้าชายคนสำคัญกำลังจะเดินเข้าห้องน้ำไป เธอจึงรีบมาขวางไว้ก่อน
"นายจับพวกเรามาขังในเรือเหาะหรอ โอ้โห...ฮีมารูนเนี่ยทุ่มทุนสร้างจริง ๆ" แม้คำพูดออกจะฟังเสียดสีไปบ้าง แต่น้ำเสียงของไดอาร์ก็เก็บความดีใจไว้ไม่อยู่ ริวจินส่ายหัวน้อย ๆ ในความไม่ประสาเอาแต่สนุกของคนตรงหน้า
ถ้าชอบก็อยู่ดี ๆ อย่าก่อปัญหาอีก ขนาดจับขังไว้ในห้องแต่ก็ดันหนีออกมาได้ เสียดายที่โง่ไปหน่อย ดันพลาดมานอนตายอยู่ห้องฉัน
เอ๊ะ! ไดอาร์หน้าตูม ไม่พอใจกับคำตำหนิกลาย ๆ
ริวจินยกไหล่ขึ้นไม่สนใจ เขาผละออกจากวงสนทนาเตรียมเข้าห้องน้ำ แต่ก็ยังหันมาพูดทิ้งท้ายไว้อีก แถมขี้เซาชะมัด เรียกเท่าไรก็ไม่ยอมตื่น ขนาดในป่านิทราฉันปลุกเธอตั้งหลายครั้ง เขย่าตัวเธอแรง ๆ อีก ยังไม่ตื่นเลย ตอนแรกฉันคิดว่าเธอคงโดนเกสรสลีปเล่นงานนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราไปชั่วนิรันดร์แล้ว...เออ พูดถึงเรื่องนี้ฉันรู้สึกแปลกใจอะไรอย่างหนึ่ง
สาวน้อยเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม เมื่อชายหนุ่มตรงหน้าเปลี่ยนใจเดินผละจากห้องน้ำเข้ามาจ้องหน้าเธอระยะประชิด
ดวงตาสีนิลสบประสานเข้าไปในนัยน์ตาสีน้ำตาลคู่โตอย่างจะหาคำตอบบางอย่าง เธอเคยได้ยินตำนานป่านิทราไหม
ไดอาร์พยักหน้าหงึก ๆ
มนุษย์ผู้ใดอาจหาญลองดีกับป่า มันจะนิทราไปชั่วกาล...พี่คีตาเคยเล่าให้ฉันฟังแล้ว
แล้วในเมื่อเธอไม่ได้กินยากดการรับกลิ่น แล้วทำไมเธอไม่หลับไปชั่วกาลล่ะ
ไดอาร์นิ่วหน้าลง ทำทีครุ่นคิด สงสัยตำนานของป่ามันจะเป็นเรื่องหลอกเด็กล่ะมั้ง...นายก็เป็นถึงเจ้าชาย จะมาสนใจนิทานหลอกเด็กทำไม
ริวจินส่ายหน้าช้าๆ หัวเราะ หึ ในลำคอ มันไม่ใช่แค่นิทานน่ะสิ แต่มันเป็นเรื่องจริง เพราะไม่เคยมีใครรอดออกมาจากป่าถ้าได้สูดกลิ่นสลีปเลส
ถ้างั้นฉันก็คงไม่ใช่คนล่ะมั้ง ไดอาร์พูดติดตลก แล้วหัวเราะร่วนกับคำพูดตัวเอง แต่อีกคนกลับไม่ได้ขำด้วย
นั่นสิ...ฉันว่าเธอต้องไม่ใช่คนแหง ๆ
ไดอาร์สะดุดกึกหัวเราะไม่ออก เธอลุกขึ้นเท้าเอวทำทีเอาเรื่อง
ถ้าฉันไม่ใช่คน แล้วฉันมันเป็นตัวอะไรล่ะห๊ะ! ไอ้คุณเจ้าชาย
-------
Mulie
ขอบคุณโหวตด้วยจ้า
ขอบคุณทุกคอมเม้นนะคะ ได้แรงบันดาลใจขึ้นเยอะ
เอาเป็นว่าจะพยายามอัพให้นางเอกออกมาโชว์ออฟสักโหน่ย งิงิ
จะได้ โป้ง เดียว ทุกคนอึ้งไปเลย(เวอร์ปาย)
เร็ว ๆ นี้นางเอกของเราอาจจะได้แสดงฝีมือสักที พอดีกำลังหาจังหวะเหมาะ น่ะคะ
สมัครสมาชิก