Nymph
บทที่21 แม่เฒ่าเมิร์ฟ

เรือเหาะหลวงแห่งราชวงค์ฮีมารูนลงจอดเทียบท่ากระทบเกลียวคลื่นใกล้กับเกาะเงือก ที่รายรอบไปด้วยโขดหินโสโครกน้อยใหญ่ ตะไคร้น้ำสีเขียวเข้มเกาะติดหนึบราวกับมันเป็นส่วนหนึ่งของโขดหิน
เรือบดเล็กสามลำ ถูกส่งลำเลียงเหล่าธิดาเทพไปส่งที่เกาะเพื่อทำพิธีเรียกความทรงจำ ยิ่งใกล้กับเกาะเท่าไร คลื่นทะเลที่เคยซัดสาดอย่างบ้าคลั่งก็พลันสงบราบเรียบ ไหลเอื่อยเฉื่อยราวต้องมนต์ขลังให้หยุดนิ่ง บรรยากาศโดยรอบอบอวลไปด้วยทะเลหมอกสีขาวโพลน ถ้าหากไร้ซึ่งแสงตะวันยามบ่ายแก่ ๆ แล้วละก็ ไดอาร์คงไม่สามารถมองเห็นเรือลำอื่น ๆ ได้
ความจริงเธอไม่ได้รับอนุญาตให้ตามขึ้นมาบนเกาะด้วยซ้ำ แต่เพราะเธอเล่นไม้ตายขู่ว่าเธอจะถล่มเรือเหาะให้จมอยู่ภายใต้ก้นสมุทรด้วยวิชาที่เจ้าชายผู้สูงศักดิ์เป็นคนประสิทธิประสาทให้กับมือ ซึ่งจะทำได้หรือไม่ได้ดังคำโม้ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่คงไม่มีใครกล้าเสี่ยงให้เธอก่อความยุ่งยากในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้แน่นอน ทำให้ริวจินจำใจต้องอนุญาตให้เธอตามมา โดยสร้างความขุ่นเคืองใจให้กับซาเฟียร์ที่พยายามคั้ดค้านมาโดยตลอด
"ฉันจะไม่สร้างปัญหาเด็ดขาด" คำสัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะที่ไดอาร์เพียรสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกคน แต่ดูเหมือนไม่มีใครเชื่อ
"ฉันไม่เชื่อน้ำหน้าอย่างหล่อนหรอกย่ะ แต่ถ้าเกิดปัญหาจริง ๆ ฉันก็แค่..." ซาเฟียร์ทำมือปาดคอให้รู้ถึงความหมาย
ไดอาร์กลืนน้ำลายหนืดลงคอเอือกใหญ่ เมื่อเห็นท่าทาง และมีดดาบใหญ่ที่สะพายข้างลำตัวของคุณเนียร์ที่ซาเฟียร์ชี้ไป
ไดอาร์นั่งมาบนเรือลำกลางที่ถูกผูกโยงเข้ากับเรือบดลำหลักข้างหน้า นำทัพโดย เจ้าชายมาดมากอย่างริวจิน มีคุณเนียร์องค์ลักษณ์ชราตัวกลมนั่งกินลมพุงพุ้ยข้าง ๆ และมีซาเฟียร์ธิดาเทพผู้เอาแต่ใจกับสาวใช้ร่างผอมท่าทางอมทุกข์นั่งติดกับอยู่ด้านหลัง
แม้เป็นยามบ่ายแก่ ๆ ที่ตะวันใกล้คล้อยลับขอบฟ้าแล้ว แต่แม่ธิดาเทพผู้เลอเลิศก็ยังอุตส่าห์ให้สาวใช้ผู้น่าสงสารถือร่มสีชมพูระบายลูกไม้สวยคันใหญ่ กางมากำบังแสงแดดเพื่อความหรูหรา ไดอาร์บุ้ยหน้าบุ้ยตาทำท่าล้อเลียนกับเอวิต้า ซึ่งแม่สาวน้อยผู้แสนดีได้แต่ตีแขนเธอเบา ๆ เพื่อปรามไม่ให้เสียมารยาท
แล้วเรือบดก็หยุดสนิท เมื่อเข้ามาเทียบท่ากับเกาะ เสียงโหวกเหวกโวยวายข้างหน้าเป็นสัญญาณที่ว่าเชลยทั้งห้าควรลงจากเรือได้แล้ว
ก้าวแรกที่สัมผัสกับพื้นคือน้ำทะเลเย็น ๆ ความสูงแค่ระดับหน้าแข่งที่ไหลเอื่อย ทหารจากเรือบดลำข้างหลังเร่งฝีเท้าเข้ามาเพื่อให้พวกเธอเร่งเดินตามให้ทันกับกลุ่มคนข้างหน้า
"ฉันไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เลย" ไดอาร์เอ่ยอย่างหวาด ๆ เมื่อกวาดสายตามองไปรอบ ๆ บริเวณที่ไม่ค่อยจะเห็นอะไรมากนักหลังม่านหมอก
"ฉันก็ไม่ชอบ" วิปร่ามผสมโรงแล้วขยับเข้ามาชิดกับเอวิต้า ซึ่งสาวน้อยเจ้าของเรือนผมสีเทาก็เพียงตบมือเบา ๆ เพื่อเป็นกำลังใจ
พวกเธอเดินตามทางน้ำที่เต็มไปด้วยหมอกไปเรื่อย ๆ ไม่รู้ว่านานเท่าไร แต่แสงตะวันที่อ้อยอิ่งอยู่ที่ปลายขอบฟ้ากำลังจะพาเอาแสงสว่างสุดท้ายให้หายไปด้วย ตะเกียงเจ้าพายุที่ตระเตรียมมาอย่างดีถูกจุดทันทีเมื่อมองไม่เห็นหนทางข้างหน้า แล้วในที่สุดขบวนทัศนศึกษาพาชมเกาะเงือกก็หยุดเคลื่อนย้าย เมื่อคุณเนียร์พาทุกคนมาถึงบริเวณที่ไดอาร์คาดว่าจะเป็นใจกลางเกาะ
ริวจินโบกมือเป็นสัญญาณให้ทหารทุกคนถอยออกไปยืดชิดขอบหิน ปล่อยให้เหล่าเชลยทั้งหมดยืนเกาะกลุ่มตัวสั่นงันงกอยู่ท่ามกลางน้ำ
ทันใดนั้น ผืนน้ำเบื้องหน้าก็ปรากฏเกลียวคลื่นที่ซัดสาด บิดพันปีนป่ายสูงขึ้นไปราวสามเมตร ก่อนทิ้งตัวลงตามเดิม เสียงขับกล่อมไพเราะอ่อนหวานดังขึ้นจากผิวน้ำ ร่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้า เส้นผมสีขาวราวหิมะล้อมใบหน้างามสมวัยหญิงชราที่ปรือตาขึ้นช้า ๆ เผยให้เห็นดวงตาสีฟ้าใสคู่นั้น มันแสดงถึงความอ่อนโยนและกร้านโลกในเวลาเดียวกันจนไดอาร์มิอาจละจากดวงตาคู่นั้นไปได้ เนินอกที่เปลือยเปล่ามีเส้นผมเปียกลงมาปิดบัง ส่วนล่างที่ตวัดไปมาอยู่ในน้ำส่องแสงระเรื่อหยอกล้อแสงไฟจากตะเกียง ครีบปลาสีเขียวสดโบกไหว ๆ ต้านแรงน้ำให้หญิงชราตรงหน้าชันตัวขึ้นมาพูดกับทุก ๆ คนได้
"มากันแล้วหรือ" เสียงแหบพร้าเอื่อนเอ่ยขณะกวาดสายตามองไปยังกลุ่มสาว ๆ ห้าคนที่ยืนมองเธอด้วยความตะลึงพรึงเพลิด
"ครับแม่เฒ่า...มีการเปลี่ยนแปลงกำหนดการเดิมให้เร็วขึ้น เนื่องจากเกิดปัญหานิดหน่อย" ริวจินกล่าวด้วยความนอบน้อม
ดวงตาสีฟ้าใสหรี่ลงด้วยใช้ความคิด "คงจะไม่ใช่ปัญหานิดหน่อยเสียละมั้งเด็กน้อยฮีมารูน คลื่นจากชายฝั่งนำข่าวมาเล่าว่าทัพจากแดนใต้รุกเข้ามาใกล้กับเขตเมืองหลวงแล้ว"
ริวจินได้ฟังถึงกับทำหน้าเครียด มันไม่ใช่ข่าวที่ดีเลยสำหรับเขา เพราะนั่นหมายความว่าเดิมพันในครั้งนี้ เขาต้องเป็นฝ่ายชนะเท่านั้น
"อย่าวิตกไปเด็กน้อยฮีมารูน ข้าสัมผัสได้ว่า ณ ที่นี้มีดวงจิตของเทพธิดาสถิตอยู่"
ริวจินขยับรอยยิ้มอย่างมีหวัง
"นานเเล้วสินะที่ข้าไม่ได้สัมผัสกับดวงจิตนี้...น่าจะประมาณสิบแปดปีเห็นจะได้"
"สิบแปดปี?" ริวจินขมวดคิ้วเป็นปมด้วยไม่เข้าใจในความหมาย เขาพยายามจะถามต่อแต่ก็ถูกขัด เมื่อแม่เฒ่าชาวเงือกเคลื่อนตัวเข้าไปหาเหล่าธิดาเทพใกล้ ๆ เธอยื่นใบหน้าที่ร่วงโรยไปตามวัยจ้องเข้าไปในตาของแต่ละคน
แม้ไดอาร์จะนิยมความแปลกใหม่ให้กับชีวิต แต่รายการปะทะกับสิ่งมีชีวิตเช่นชาวเงือกนี่เธอเหลือรับจริง ๆ ไม่ใช่ว่าเธอกลัวหรอกนะ แต่เธอไม่ชอบเวลาถูกผู้อวุโสมาจ้องหน้าราวกับว่าจะมาจับผิด เหมือนกับว่าเธอกำลังจะแอบทำอะไรผิดสักอย่างแล้วโดนจับได้ ไดอาร์จึงเลือกที่จะหลบหน้าหลบตา ละทิ้งหน้าที่การเป็นเรโฮชั่วคราว ไปซุกอยู่หลังธิดาเทพ
"ไหนว่าห้าคน แล้วมาจากไหนอีกหนึ่ง" แม่เฒ่าหันมาถามริวจิน
"ผู้หญิงคนผมสีทองคนนั้นเธอเป็นเรโฮ ขอติดตามมาด้วยครับ"
"เรโฮหรือ?..." เธอใช้ดวงตาสีฟ้าใสพินิจใบหน้างามของไดอาร์ที่กำลังก้มหน้างุด "ไม่ค่อยเหมือนเรโฮเท่าไรเลย ได้ข่าวเหมือนกันว่าพวกบนแผ่นดินอุปโหลกเรโฮขึ้นมาเอง นี่ก็คงเป็นเด็กอีกคนที่ถูกหลอกใช้สินะ"
ไดอาร์ชักสีหน้าไม่ค่อยพอใจนัก "พูดเหมือนกับว่าท่านเคยเห็นเรโฮอย่างนั้นแหละ" แล้วสาวน้อยก็แทบตระครุบปากตัวเองไว้ไม่ทันเมื่อมองเห็นสีหน้าแปลกใจของแม่เฒ่าตรงหน้า รอยยิ้มขยับที่มุมปากเล็ก ๆ อย่างนึกเอ็นดูในความไร้เดียงสาของหล่อน
"เคยสิ ฉันเคยเห็นทั้งเรโฮและนิมฟ์ สมัยก่อนเราเป็นเพื่อนรักกัน"
"เจ๋งจัง งั้นท่านก็อยู่มาห้าร้อยปีแล้วสิ" ไดอาร์ทำตาโตด้วยความใคร่รู้
แม่เฒ่าหัวเราะขบขัน "มากกว่านั้นอีกหนูน้อย...เอาล่ะ อย่าเสียเวลาดีกว่า ข้าอยากเจอเกลอเก่าเหลือเกิน เจ้าถอยไปยืนข้าง ๆ"
ไดอาร์พยักหน้ารับก่อนผละไปยืนข้าง ๆ แต่ก็ไม่วายหันมาจับมือให้กำลังใจกับเอวิต้า "สู้ ๆ นะเอวิต้า ถ้าเกิดอันตรายอะไรขึ้นมาเดี๋ยวฉันจะลงไปช่วยเอง"
"เอาล่ะ คนไม่เกี่ยวก็ถอยไป" ซาเฟียร์แทรกตัวเข้ามากลางวง เธอแทบจะชนไดอาร์กระเด็น แล้วพยักเพยิดหน้าให้แม่เฒ่าเริ่มพิธีกรรมได้
"รู้ตัวว่าไม่ใช่นิมฟ์แล้วยังทำพิธีอีกทำไม เสียเวลาเปล่า ๆ" เจ้าคนปากหาเรื่องพล่ามไม่หยุด
ซาเฟียร์ส่งสายตาเพชรฆาตมาให้ แล้วตวัดมันกลับไปยังพิธีโดยไม่ได้ต่อล้อต่อเถียงต่อ เพราะเธอรู้แก่ใจดีว่าตัวเองไม่ใช่ แต่ถึงกระนั้น ลองเสี่ยงนิด ๆ หน่อย ๆ ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเพื่อรักษาตำแหน่งธิดาเทพไว้ให้มั่นคงเลยไม่ใช่หรือ
แม่เฒ่าเงือกจมดิ่งลงไปใต้ท้องทะเลที่บัดนี้มันดูสงบมากกว่าเดิมจนหน้ากลัว แล้วทันใดนั้นร่างทั้งห้าของธิดาเทพก็ถูกฉุดให้ดำดิ่งลงไปยังทะเลลึก ไดอาร์แทบจะกระโจนตามลงไปด้วย ดีทีริวจินรั้งแขนบางของเจ้าหล่อนไว้ได้ทัน
"อย่ายุ่ง"
"นายแน่ใจหรอว่าพวกเธอจะไม่เป็นอะไร"
"ด้วยเกียรติแห่งราชวงค์ฮีมารูน"
"ฮีมารูนยังเหลือเกียรติยศให้รับประกันอะไรอีกหรือ ในเมื่อพวกเจ้ามันสัปปรับ" เสียงตะโกนจากฝากฟ้าดังมาแต่ไกล เสียงที่ไดอาร์คุ้นเคยเป็นอย่างดี
"กิฟฟินน์!!"
สาวน้อยผู้มีดวงตาสีฟ้าแสนชาญฉลาด และเส้นผมสีเงินสวยนั่งบนหลังนกอินทรีย์ตัวใหญ่ที่กำลังล่องลอยอยู่เหนือน่านฟ้าเกาะเงือก ท่าทีเจ้าหล่อนดูค่อนข้างโกรธ
"เธอมาได้ไง" ไดอาร์วิ่งไปสมทบเมื่อเพื่อนสาวแตะเท้าถึงพื้นน้ำเรียบร้อย แล้วนกยักษ์นั้นก็อันตรธานหายไปในพริบตา
"เรื่องนั้นไว้ที่หลังก่อนไดอาร์ หน้าที่ของเธอจบแล้วขอบใจที่นำทางฉันมาถึงที่นี่"
ไดอาร์ขมวดคิ้วเข้าหากัน ไม่ค่อยเข้าใจกิฟฟินน์นัก "เธอมาขอบใจฉันทำไม ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลย"
"กลิ่นของดอกจันทราไง หิ่งห้อยมันชอบกลิ่นนี้...ช่างเถอะเอาเป็นว่าขอบใจ เธอหลบไปก่อน ฉันขอทำธุระสักประเดี๋ยว" กิฟฟินน์เดินเข้าไปใกล้กับแอ่งน้ำใหญ่ ทหารคุ้มกันพร้อมอาวุธตรงรี่เข้ามาสกัดเธอไว้
"ถ้าไม่อยากตายก็หลบไป" น้ำเสียงเย็นเยียบบ่งบอกถึงความเอาจริง ไม่สมกับรูปร่างอ้อนแอ่นน่าทนุถนอมเลยสักนิด
ริวจินโบกมือให้ทหารของเขาหลบฉาก เพราะไม่อยากให้ฝ่ายเขาต้องเสียกำลังพลไปมากกว่านี้
"ใจเย็นคุณเรโฮ แม่เฒ่าเงือกกำลังทำพิธีอยู่" ริวจินกล่าวเรียบ ๆ ซึ่งกิฟฟินน์ถึงกับเลิกคิ้วด้วยความสงสัย
"เมิร์ฟหรือ?" เธอพึมพำกับตัวเองก่อนตะโกนเรียกชื่อ ๆ หนึ่ง "เมิร์ฟ...เฮ้!เมิร์ฟ ออกมาพบฉันหน่อย"
ทันใดนั้นร่างของแม่เฒ่าที่จมหายอยู่ใต้ก้นท้องทะเลก็โผล่ขึ้นมาพร้อมกับสีหน้าที่ไม่ค่อยพอใจนัก
"เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงกับมากร่างแถวนี้ยัยหนู"
กิฟฟินน์ยิ้มอย่างอารมณ์ดีเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน เธอเชิดหน้าใส่โดยไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน "กล้าไม่กล้าก็ต้องดูกัน...ว่าไงยังสบายดีอยู่ไหม" คำเอ่ยทักทีดูเป็นกันเองจนเกินเหตุทำให้แม่เฒ่าชักรู้สึกประหลาดใจ
ดวงตาสีฟ้าสองคู่สบประสานกันอยู่พักใหญ่ ก่อนรอยยิ้มย่นของแม่เฒ่าจะคลี่ออกกว้าง "ไง...หายไปเสียนานจนข้าเกือบจำเจ้าไม่ได้แน่ะ"
"จำได้ก็ดี...วันนี้มีเรื่องให้ช่วยหน่อย"
"สำหรับสหายเช่นเจ้าข้ายินดีเสมอ แต่ตอนนี้ขอตัวไปทำพิธีเรียกความทรงจำก่อน"
"ก็เรื่องนั้นแหละ เราต้องการตัวธิดาเทพแห่งมารินคืน" กิฟฟินน์เอ่ยปาก ทำเอาเมิร์ฟถึงกับกระตุกรอยยิ้มย่นออกมา
"ยังขี้ห่วงไม่เคยเปลี่ยน"
"เจ้าก็ยังชอบช่วยเหลือชาวบ้านโดยไม่ดูตาม้าตาเรือไม่เคยเปลี่ยนเหมือนกัน"
"ก็มันคำขอร้องเล็ก ๆ ก่อนจากไปของเพื่อนรักคนหนึ่ง ฉันปฏิเสธไม่ลง"
"นิมฟ์ขอร้องหรือ" กิฟฟินน์หรี่ตาลงด้วยความสงสัย เมิร์ฟเพียงแต่พยักหน้ารับช้า ๆ ก่อนจะหันหลังให้เพื่อจมลงสู่ใต้ท้องทะเลอีกครั้ง
"เดี๋ยว..." กิฟฟินน์พยายามรั้งเอาไว้
เมิร์ฟเพียงแต่หันมายิ้มให้เล็ก ๆ "เจ้ารู้อยู่ว่าข้าไว้ใจได้เสมอสหายรัก รอสักครู่แล้วข้าจะคืนคนที่เจ้าขอมาให้ แม้ว่าบางทีคนคนนั้นอาจไม่ใช่คนที่เจ้าตามหาเลยก็ตาม" แล้วกิฟฟินน์ก็เห็นเพียงครีบหางสีเขียวสดไว ๆ เท่านั้นเอง
M u l i e
ขอบคุณทุกโหวตและการติดตามด้วยจ้า
ขอบคุณทุกคอมเม้นท์นะคะ มีประโยชน์มากสำหรับการวางโครงเรื่องต่อ
กำลังคิดว่านางเอกจะเก่งอะไรดี แต่ตอนนี้วางพล็อตถึงตอนจบแล้วค่ะ คาดว่าคงมีอะไรให้หลาย ๆ คนแปลกใจ
จะว่าไปแล้ว ดู ๆ ไปนางเอกของเราก็ไม่เก่งซะเลยเน๊าะ เฮ้อ...อ
หลายคนตั้งตารอไดอาร์แสดงฝีมือ กะว่าคงเป็นอีกสักตอนสองตอน(มั้ง) อาจได้เห็นความอลังการ(วุ่นวายเป็นส่วนใหญ่)
อัพแล้วจ้า
-----------------
สมัครสมาชิก