Nymph
บทที่23 สู่ฮีมารูน
"บ้าที่สุด อะไรมันจะซวยแบบนี้" ไดอาร์เริ่มโวยวายอีกครั้ง หลังจากถูกพาขึ้นเรือเหาะหลวงฮีมารูน แม่เฒ่าเมิร์ฟเป็นผู้ขอตัวเธอจากกิฟฟินน์ ด้วยเหตุผลที่ฟังประหลาด ๆ สามเหตุผล หนึ่งคือแม่เฒ่าชาวเงือกถูกใจในฝีมือพลังเวทย์ของเธอคนนี้ (ข้อนี้พอรับได้) สองคือกิฟฟินน์ได้รับปากไปแล้วว่าแม่เฒ่าจะขออะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ตัวของเอวิต้า (อันนี้เลยทำให้กิฟฟินน์ค้านไม่ได้ ซึ่งไดอาร์ก็เถียงไม่ออกไปด้วย) และเหตุผลข้อสุดท้าย...
เพราะเธอเคยเป็นแม่ค้าเก่า!! (อันนี้เหลือรับไปหน่อยแต่ก็ต้องยอมจำนน เพราะมันเป็นเรื่องจริง)
แม่เฒ่าเมิร์ฟเชื่อว่าการที่สี่อาณาจักรได้ตัวธิดาเทพกลับคืนไปนั้นอาจไม่เพียงพอที่จะทำให้เหล่าราชาหายพิโรธได้ จึงเสนอให้ฮีมารูนส่งไข่มุกหิมะ เครื่องบรรณาการเลอค่าแทนคำขอโทษ โดยมีไดอาร์ซึ่งมีศักดิ์เป็นถึงเรโฮผู้พิทักษ์ทำหน้าที่เป็นทูตเชื่อมสัมพันธไมตรี คอยควบคุมการส่งเครื่องราชบรรณาการ ทำให้ไดอาร์นึกอย่างปลง ๆ ว่าไอ้อาชีพค้าขายดูมีค่ามีราคาต่อประเทศชาติก็วันนี้เอง
"วันหลังก็ไปบอกให้ที่บ้านเลิกทำอาชีพนี้ซะสิ" ริวจินสัพยอกแล้วพยักหน้าให้สาวใช้ร่างผอมส่งเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เธอ
"นายก็ประสาท ถ้าบ้านฉันไม่ค้าขายแล้วจะให้ทำอะไรกิน หรือให้ไปเป็นขโมย โจรกรรมของในวังฮีมารูนดีไหม" เจ้าตัวดีว่าไปนู้น ริวจินชักสีหน้ารำคาญนิด ๆ ก่อนเปลี่ยนเรื่องชวนปวดหัว
"เปลี่ยนซะ"
สาวน้อยมองชุดในมืออย่างนึกหวาด ๆ ก็มันดูหนาฟูฟ่องด้วยขนสัตว์ ใส่แล้วคงเหมือนสุนัขพันธ์ปอมเปอริเนียน จะเอาฉันไปต้มยำทำแกงอะไรอีก...ไม่เอาแล้วนะ ทีแรกนึกว่างานนี้กำไรจะงามเสียอีก ที่ไหนได้มีแต่ขาดทุน ผลตอบแทนไม่คุ้มเล้ย งานนี้โนแท้งค์กิ้ว ไดอาร์ส่ายหัวดิกยืนกรานไม่ยอมท่าเดียว
ริวจินกรอกตาขึ้นฟ้าอย่างระอา
ว่าแล้วไง โผล่หางออกมาจนได้ ที่แท้ตั้งแต่แรกตามมาด้วยเพราะหวังผลประโยชน์ พวกตระกูลการค้าเนี่ยสงสัยจะปลูกฝังจิตสำนึกให้คิดแต่กำไรงาม ๆ เท่านั้นกระมัง
"ตามใจ หนาวตายก่อนได้เห็นเครื่องบรรณาการอย่ามาตามหลอกหลอนฉันก็แล้วกัน"
"เครื่องบรรณาการหรอ ไอ้ที่ว่าเป็นไข่มุกหิมะของหายาก สุดรักสุดหวงของฮีมารูนใช่ปะ" พอได้ยินเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ของมีค่า หูตาก็เริ่มพราวระยับตามนิสัยคนค้าขายเอากำไร
"ใส่ก็ได้ไม่เห็นยาก" เธอคว้ามาอย่างว่าง่าย "เอ้า!! ออกไปสิ สุภาพสตรีจะเปลี่ยนชุด...เธอก็ด้วย ฉันไม่ได้เป็นเปลี้ยเป็นง่อยแค่นี้ใส่เองได้" ไดอาร์ถลึงตาใส่ ร่างสูงกว่าทำหน้าไม่ถูกรีบเดินออกจากห้องพร้อมด้วยสาวใช้ก้มหน้างุดตามมาติด ๆ
"อีกไม่นานก็จะถึงเขตเมืองหลวงแล้ว เตรียมตัวให้พร้อมล่ะ"
"เจ้าค่า...คุณเจ้าชาย"
แล้วประตูใหญ่ก็ถูกปิดดัง ปัง! ใส่หน้าคุณเจ้าชายมาดมาก
---------
งดงาม!
ภาพเบื้องหน้ามันงดงามเกินกว่าคำบรรยายใด ๆ ที่จะมาเปรียบปาน ปราสาทสีขาวที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะ ทะแสงประกายระยับราวคริสตัลชั้นเลิศยามต้องแสงแดด รอบ ๆ มีธารน้ำไหลเอื่อย ๆ วนอยู่โดยรอบ น้ำตกเล็กใหญ่ถูกชักให้ทอดผ่านภูผาข้างหลังปราสาท ทิ้งตัวลงมาซาดกระเซ็น เกล็ดละอองน้ำเล็ก ๆ ระบายด้วยสายรุ้งสีสวยพาดยาว ทะเลสาปด้านข้างทางทิศตะวันตกกว้างใหญ่รองรับน้ำจากที่โอบล้อมจากขุนเขา ถัดออกมาที่บริเวณชานเมืองเขตที่อยู่อาศัย มีการสร้างคูคลอง และสะพานข้ามมากมาย จากมุมสูงซึ่งมองผ่านจากเรือเหาะ ทำให้สังเกตเห็นว่าที่นี่สัญจรกันด้วยทางเรือเสียเป็นส่วนมาก
ไดอาร์แทบเก็บความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่ เมื่อเรือเหาะลงจอดเทียบท่าสถานีท่าอากาศยานฮีมารูนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวก็รีบแจ่นลงมาสูดอากาศเย็น ๆ เข้าไปเต็มปอดด้วยความสดชื่น
นี่แหละ นครหิมะที่เธอเฝ้าฝันให้พี่คีตาพามายลโฉมสักครั้ง นับว่างานนี้ก็มีกำไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปโอ้อวดคนในขบวนสินค้ามาเร็ตก้าได้เหมือนกัน
"พาธิดาเทพขึ้นคีปป้าด่วนแล้วให้เรโฮที่วิหารเอาดอกไม้นี้เป็นกษัยา" ริวจินส่งดอกจันทราให้พร้อมสั่งกับทหารสองคนที่ติดตามมาด้วย พวกเขาน้อมรับคำสั่งอย่างเคร่งครัดก่อนที่จะหายไปในเรือเหาะและกลับออกมาพร้อมด้วยร่างของธิดาเทพผมสีเพลิงที่ยังคงไม่ได้สติ
"เวลาต้มดอกจันทราต้องเอาไปแช่น้ำเย็นก่อนนะ แล้วค่อยบดจากนั้นก็นำกลีบที่บดไปต้มอีกที" ไดอาร์แทรกตัวขึ้นมากำชับทหาร ซึ่งริวจินก็พยักหน้าให้ทหารสองคนที่มองเธออย่างงง ๆ ไปทำตามนั้น
"เดี๋ยวจะเสียของน่ะ" สาวน้อยหันมายิ้มหน้าบาน เมื่อเห็นของเล่นชิ้นใหม่ที่เพิ่งเคยพบ "นั่นหรือเปล่าที่นายเรียกว่าคีปป้า" คนช่างสงสัยเริ่มซัก เมื่อเห็นทหารพาซาเฟียร์ขึ้นพาหนะที่ลอยอยู่ในน้ำ รูปร่างคล้ายเรือ แต่ต่างตรงที่โดยตัวโครงสร้างทำจากใบไม้ยักษ์สีเขียวซีด ๆ ม้วนเชิดขึ้นส่วนหัวและปลาย ส่วนท้ายมีใบพัดที่ทำจากเกล็ดหิมะ หมุนติ้วส่งตัวให้คีปป้าแล่นออกไปได้
"ระวัง อย่าไปกระโดดแบบนั้น"
ไดอาร์หยุดกระโดด เธอเปลี่ยนเป็นดึงคันโยกท้ายเรือแทน
"หยุด! อย่าแตะต้องอะไร!"
ช้าไปเสียแล้ว ในเมื่อคัปป้าที่มีผู้โดยสารเพียงคนเดียว นั่งจับแกนใบไม้แน่น
"เฮ้ ๆ นี่นายมันเคลื่อนที่ได้แหละ" เจ้าตัวดีเจรจาเสียงใส
ริวจินกุมขมับด้วยอาการไมเกรนกำเริบ เขารีบกระโจนลงคีปป้าอีกลำเพราะคนข้างหน้าเริ่มโวยวายอีกรอบ
"แล้วฉันจะหยุดมันได้ยังไงเนี่ย!!!!!!!!"
เสียงร้องโวยวายขอความช่วยเหลือของไดอาร์ถูกกลบด้วยเสียงตีฆ้องร้องป่าวของประชาชนที่แห่แหนกันออกมายืนต้อนรับ บ้างก็โบกธงที่ไดอาร์คาดว่ามันคือธงประจำราชวงค์ของฮีมารูน อันนี้ก็ไม่ทราบแน่ชัดเพราะคีปป้าของเธอมันแล่นค่อนข้างเร็วมาก จนจวนเจียนจะแซงคีปป้าของซาเฟียร์อยู่มะรอมมะร่อ
"ช่วยด้วยค่า" ไดอาร์พยายามโบกไม้โบกมือขอความช่วยเหลือ แต่พวกชาวบ้านกลับคิดว่าเธอกำลังทักทายพวกเขา หนำซ้ำยังอุตส่าห์ฉีกยิ้ม แล้วโปรยกลีบดอกไม้สีชมพูมาให้เธออีก ถ้าเป็นสถานการณ์อื่น เธอคงจะยินดีปรีดาไม่น้อย แต่ตอนนี้สิ...เปลี่ยนจากดอกไม้สีชมพูมาเป็นเชือกสักเส้นจะดีกว่าไหม
"จับไว้แน่น ๆ เดี๋ยวมันก็หยุดเอง" ริวจินที่ไล่หลังมาชนิดจี้ก้นตะโกนบอก
"แล้วไอ้ที่ว่าเดี๋ยวเนี่ย มันเมื่อไรห๊าาาาา" สาวน้อยโวยลั่น แล้วเพียงไม่กี่อึดใจที่คีปป้าของเธอแล่นผ่านคลองเล็ก ๆ ซึ่งมีหลายโค้งหลายคุ้ง (ดีที่คีปป้ามันหักเลี้ยวเองได้) ในที่สุดมันก็เริ่มชะลอตัวช้าลงเมื่อใกล้กับอุโมงค์ใหญ่ข้างหน้า และหยุดนิ่งอยู่กับที่
"ลงมาได้แล้วจ๊ะหนู"
"ไม่ ๆ ๆ เจ้าชายจอมเก็กบอกให้เกาะแน่น ๆ ฉันปล่อยไม่ได้" ไดอาร์ยังหลับตาปี๋ มือเล็ก ๆ ก็เกาะก้านใบคีปป้าไว้แน่น
เสียงหัวเราะใส ๆ ของหญิงคนเก่าดังขึ้นด้วยความเอ็นดู
"เลิกบ้าได้แล้ว ลงมา" เสียงเจ้าชายจอมเก็กเอ่ยขึ้น น้ำเสียงดูหงุดหงิดจนไดอาร์ต้องค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
"หยุดแล้วหรอ" เธอยิ้มเขิน ๆ ปล่อยมือออกจากคีปป้าแล้วก้าวขึ้นมาบนฝั่ง "แหม...คีปป้านี่ก็เร็วดีนะ" รอยยิ้มแก้เก้อแทบจะหุบลงทันทีเมื่อสาวน้อยสังเกตเห็นคนที่มายืนต้อนรับเธออยู่ตรงหน้า
เจ้าชายริวจินรีบก้มลงทำความเคารพต่อผู้สูงศักดิ์ทั้งสอง
"ลูกกลับมาแล้วพระบิดา พระมารดา"
-----------------
"ลูกต้องขอประทานอภัย...งานครั้งนี้ลูกทำให้ฮีมารูนต้องเสียหายหนัก ทรงทำโทษลูกด้วยพระบิดา"
ริวจินทรุดเข่าก้มลงต่อหน้าผู้เป็นราชาและราชินีของแผ่นดิน ทั้งสองทรงประทับอยู่เบื้องหน้า บนโซฟานุ่มภายในห้องรับรองส่วนพระองค์ ซึ่งตอนนี้มีเพียงครอบครัวเท่านั้นที่พร้อมหน้าพร้อมตา
"เรื่องนั้นช่างมันเถอะ กลับมาปลอดภัยก็ดีแล้ว" ราชาฮาราน กษัตริย์ลำดับที่ยี่สิบแปดแห่งราชวงค์ฮีมารูนตรัสด้วยน้ำเสียงที่ทรงอำนาจแต่แฝงไว้ด้วยความห่วงใยที่มีต่อหน่อเนื้อเชื้อไขอย่างเต็มเปี่ยม
"แต่...เครื่องราชบรรณาการและตัวเทพธิดานิมฟ์..."
"ข้าวของเงินทอง เป็นสิ่งนอกกายลูกรัก ไม่ตายก็หาใหม่ได้ แต่ชีวิตนั้นหากสูญสิ้นไป จะหาไหนเลยมาทดแทน" เขาแย้มสรวลน้อย ๆ มือใหญ่ที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลาเอื้อมมาตบบ่าลูกชาย "ส่วนตัวเทพธิดานิมฟ์ เราคงต้องอาศัยแต่เวลาเท่านั้น ในเมื่อเธอเคยสัญญากับเราไว้ว่าจะกลับมาช่วยเรา เธอก็ต้องกลับมาจริงไหม"
ริวจินพยักหน้ารับช้า ๆ ยิ้มออกไปเพื่อให้ผู้เป็นบิดารู้สึกสบายใจ
มันเป็นความผิดของเขาแท้ ๆ ถ้าเมื่อสองปีก่อนเขาไม่ใจร้อนอยากพิสูจน์ตัวเองให้พระบิดาและชาวเมืองเห็นถึงความสามารถที่จะขึ้นมาเป็นกษัตริย์สืบสายสันติวงค์ละก็เหตุการณ์อย่างวันนี้ก็ไม่ต้องเกิด ถ้าเพียงแต่เขารอ รอให้ถึงเวลาที่เทพธิดานิมฟ์เคยให้คำมั่นสัญญาต่อกษัตริย์นอล์ฟฟาว อดีตราชาที่สร้างตำนานให้ราชวงค์ฮีมารูนต้องตกอยู่ในฐานะคนบาปมาตลอดห้าร้อยปี เป็นบาปที่ไม่ใช่ชาวฮีมารูนเป็นคนก่อ แต่ใครจะเชื่อกันเล่า? นอกเสียจากว่าเธอจะกลับมาช่วยเขาและฮีมารูนให้รอดพ้นจากวิกฤตพายุหิมะและลบล้างมลทินให้...แต่นี่ก็ปามาห้าร้อยปีแล้ว ที่สำคัญดาราจรัสฟ้า ก็ได้ตกลงมาแล้วถึงสิบแปดปี ทำไมฮีมารูนก็ยังจมอยู่ภายใต้กองหิมะอยู่
"ริวจิน" เสียงเรียกจากราชาฮาราน ทำลายความคิดที่ฟุ้งซ้านของเขาให้กลับมาสนใจ ณ ปัจจุบัน
"ไปหาแม่ของเจ้าเถอะ ดูสิแทบจะอดกลั้นความดีใจไว้ไม่อยู่แล้ว" ราชาฮารานว่ากลั่วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี เมื่อราชินีสุดที่รักเริ่มค้อนควับ เพราะพระองค์ทรงคุยธุระการบ้านการเมืองกับลูกชายเสียนาน
อ้อมกอดของคนเป็นแม่อบอุ่นเสมอ
ความรู้สึกที่เอ่อล้นอยู่เต็มหัวใจของริวจิน เขารับอ้อมกอดมารดาที่ร้างห่างไกลไปนานถึงสองปีเต็มด้วยความคิดถึง
"คิดถึงลูกจัง ดูสิผอมไปตั้งเยอะแน่ะ" เธอจับหน้าลูกชายโยกซ้ายโยกขวามาพินิจพิเคราะห์ "ทางวังมารินนี่แย่จริง ๆ เลี้ยงดูลูกไม่ดีเลย ปล่อยให้อด ๆ อยาก ๆ"
"พระมารดาก็...ลูกปลอมตัวเข้าไปเป็นองคลักษณ์นะครับ จะให้เขามาเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดีได้อย่างไรกัน"
"ถึงอย่างไรก็เถอะ" หญิงวัยกลางคนตรงหน้าเริ่มมีท่าทีไม่พอใจ แต่ก็ยิ้มได้อีกครั้งเมื่อนึกถึงใครบางคนที่ไม่ได้อยู่ในห้องนี้
"เอ...เมื่อตอนไปรับลูกที่ท่าคีปป้า เห็นแม่หนูผมทองคนนั้นมาด้วย เขาเป็นใครหรือจ๊ะ ท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูดีจังน๊า" ผู้เป็นแม่เริ่มหลอกล่อถามลูกชายตามประสา
ริวจินหัวเราะแกน ๆ "เป็นเรโฮผู้พิทักษ์ของมารินน่ะครับ พอดีมีเรื่องไม่คาดคิดนิดหน่อย แต่ตอนนี้เธอตามมาคอยคุมเครื่องราชบรรณาการ"
ผู้เป็นแม่เริ่มขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความผิดหวังเล็ก ๆ กับความคิดของตนที่เตลิดไปไกล
"ได้ยินว่าแม่เฒ่าเมิร์ฟเป็นคนเสนอให้สาวน้อยคนนั้นเป็นทูตยุติสงครามด้วยนี่"
"หวังให้ไม่เกิดสงครามใหม่จะดีกว่า"
"ว่าอะไรนะลูก" ราชาราฮานเลิกคิ้วขึ้น
"เปล่าครับ" เขาปฏิเสธหน้านิ่ง ๆ "ก่อนมาแม่เฒ่ากำชับว่าให้พยายามรั้งเธอไว้กับฮีมารูนให้นานที่สุด ไม่รู้ว่างานนี้แม่เฒ่าจะมีแผนอะไร"
"เอาเป็นว่าเรื่องอื่นช่างมันก่อนเถอะ...ถึงอย่างไรงานนี้เราก็ได้เรโฮผู้พิทักษ์กลับมาด้วยหนึ่งคนแล้วจริงไหม"
เสียงหัวเราะครึกครื้นของราชาอารมณ์ดีกับราชินีดังขึ้นเบา ๆ ผิดกับผู้เป็นเจ้าชายที่แอบกังวลลึก ๆ ว่า ความวุ่นวายมันกำลังจะคืบคลานเข้ามาเพราะตัวยุ่งแห่งวิหารมารินน่ะสิ
--------
ช่วงนี้คนเขียนก็งานเข้าเหมือนกัน เฮ้อ!!
จะพยายามเข้ามาอัพนะคะ ช้าไปโหน่ยก็ขอโทษนะ
ขอบคุณทุกเม้นท์และโหวตจ้า ซึ้งใจ ๆ
สำหรับใครที่รอไดอาร์แสดงฝีมือ คงต้องอดใจอีกนิด ใกล้แล้วๆ T-T
Mulie

สมัครสมาชิก