Nymph
บทที่24 ความฝัน
ความมืดมนไร้ซึ่งหนทางโอบกอดหญิงสาวที่ยืนโดดเดี่ยวอยู่เพียงลำพัง ผมสีแดงเพลิงที่ดูร้อนแรงไม่ได้ช่วยบรรเทาให้บรรยากาศโดยรอบคลายหนาวไปได้เลยสักนิด แสงสว่างที่เพียรจะใช้ยึดเป็นเส้นทางหนึ่งเดียวก็แลดูริบหรี่เหลือเกิน
เสียงหวีดร้องโหยหวนดังอื้ออึงไปทั่ว ซาเฟียร์นั่งกอดเข่าอยู่ตรงกลางวงล้อมแห่งความสิ้นหวังที่น่าหดหู่ เธอไม่อยากฟังเสียงพวกนี้เลย มันน่ารำคาญและมีอำนาจแทรกทะลวงไปทุกรูขุมขน จนเธอรู้สึกท้อแท้ แต่ในวินาทีที่กำลังจะสิ้นหวัง...
เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
เสียงที่แหบพร่าน่าเกลียด กระซิบเพียงแผ่วเบาอยู่ที่กกหู
นี่แหละความรู้สึกเวลาโดนทอดทิ้ง ซึมซับมันเข้าไปซะ
ใครน่ะ? เธอพยายามลุกขึ้นหันซ้ายขวาแต่ก็ไม่พบผู้ใดนอกจากความมืด
ความรู้สึกโดดเดี่ยว เมื่อไม่มีใครเห็นความสำคัญ เจ้ารับรู้หรือยัง เสียงนั้นยังคงไม่หยุด
ฉันถามว่าใคร?
...
เสียงปริศนาไม่ได้ตอบเธอ มันยังคงพล่ามซ้ำไปซ้ำมากับประโยคเดิม ๆ จนซาเฟียร์รู้สึกปวดหัวจี๊ด เธอยกมือขึ้นป้องหูด้วยความทรมาน
หยุดนะ หยุด เธอตะโกนสั่ง แต่มันไม่ฟังคำร้องขอจากสาวน้อย
ท้อแท้ สิ้นหวัง ไม่มีใครต้องการ โดนทอดทิ้ง เจ้าน่ะกำลังจะโดนทิ้ง...
บอกให้หยุด
เจ้าจะโดนทิ้ง ถ้านิมฟ์ตัวจริงกลับมา เจ้าจะโดนทิ้ง ไม่ได้เป็นทั้งธิดาเทพและราชินี เจ้าจะโดนทิ้ง เจ้าจะโดนทิ้ง...ฮ่า ฮ่า ฮ่า เสียงแหบพร่าหัวเราะเยาะใส่อย่างน่าขยะแขยง
นิมฟ์หรอ? ชื่อนี้เข้ามาสะกิดภายในใจให้รู้สึกโหวงเหวงพิกล
ใช่!นิมฟ์ ถ้านิมฟ์กลับมาเจ้าจะหมดความสำคัญ
แต่ฉันไม่อยากหมดความสำคัญ ฉันอยากเป็นธิดาเทพ ซาเฟียร์เริ่มเอนเองไปตามกับเสียงนั้น
เจ้าต้องฆ่านิมฟ์
ฆ่า? ใช่ต้องกำจัดนิมฟ์ ก่อนที่มันจะมาแย่งทุกอย่าง ดวงตาสีทับทิมวาวโรจน์ด้วยรังสีอำมหิต
ฆ่านิมฟ์ ฆ่านิมฟ์ ฆ่านิมฟ์... เสียงแหบพร่ายังคงพร่ำซ้ำไปมากึกก้องในหัวของซาเฟียร์อยู่นานจนในที่สุด ทุกคำพูดมันได้ซึมซับเข้าไปในสมอง รังสีดำมืดจากบรรยากาศโดยรอบถูกดูดเข้าใกล้ซาเฟียร์ช้า ๆ ยิ่งเธอพูดตามเสียงนั้นเท่าไร รังสีดำมืดก็ยิ่งซึมซับเข้ามาในร่างเธอมากขึ้น
จนในที่สุด...
ซาเฟียร์ในชุดนอนสีครีมอ่อนก็ลุกขึ้นพรวด!~ ฟื้นจากการสลบไสล ดวงตาสีทับทิมเคลือบแฝงไปด้วยสีนิลวาวในยามค่ำคืน พร้อมด้วยคำพูดแผ่วเบา
ฆ่านิมฟ์!
_____________________
เธอเกือบจะถูกฆ่าอยู่แล้ว ยาพิษพวกนั้นถ้าพลาดแม้เพียงนิดก็ตายได้ แล้วนี่จะยังยกโทษให้พวกนั้นง่าย ๆ อีกหรือเอวิต้า เจ้าชายการ์เซลชักสีหน้าเครียดหลังจากได้ยินแม่สาวน้อยผู้เป็นถึงธิดาเทพคนสำคัญบอกข่าวใหม่อันน่าประหลาดใจ
ซึ่งหลังจากที่ธิดาเทพทั้งสี่องค์ฟื้นขึ้นมา ก็มีทีท่าที่ประหลาดออกไป พวกหล่อนรีบสั่งให้กิฟฟินน์ตรงไปยังค่ายทหารที่ตั้งป้อมอยู่ที่แนวป่านิทรา แล้วใช้อาญาสิทธิ์ในฐานะธิดาเทพ สั่งให้ทหารทั้งสี่เมืองถอยทัพออกจากฮีมารูนโดยด่วน โดยให้เหตุผลที่ว่าไม่อยากให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดต้องนองเลือด
ก็แค่เกือบนี่คะ เราก็ยังรอดกลับมาได้ ทางนั้นเขาก็ตกลงจะส่งเครื่องบรรณาการมาขอโทษแล้วด้วย เรื่องมันเกิดไปแล้ว...ช่างมันเถอะ เธอพยายามหาเหตุผลมาคัดค้านการก่อสงครามระหว่างสี่อาณาจักรทางตอนใต้กับฮีมารูน ซึ่งไม่ว่าฝ่ายใดจะชนะ ความสูญเสียก็ย่อมต้องเกิดตามมาอยู่ดี
แต่ถ้าจะไม่สั่งสอนให้พวกมันเข็ดหลาบเสียบ้าง เดี๋ยวอีกหน่อยมันได้ใจ แอบมาขโมยตัวพวกเธอไปอีกจะทำไง
ไม่หรอกคะ....ไม่มีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นอีกแน่ เรารับรองได้ เอวิต้ายิ้มแห้ง ๆ ดวงตาที่เคยสดใสดูหม่นไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินเรื่องนี้
เจ้าชายการ์เซลสังเกตเห็นสีหน้าที่สลดไป ก็ให้นึกเป็นห่วง มือหนาเอื้อมไปจับบ่าน้อย ๆ นั่นดันเข้ามาแนบชิดกับอกกว้าง ช้อนใบหน้าหวานให้เชิดขึ้นสบกับดวงตาสีอำพันธ์คู่สวยที่มองหญิงสาวคนสวยหวังจะให้คลายทุกข์ในใจ
เป็นอะไรหรือเปล่าเอวิต้า ดูเธอแปลกไปนะ
เอวิต้าส่ายหน้าเล็ก ๆ ก่อนจะตัดสินใจพูดอะไรบางอย่างออกไป ถ้าเราจะบอกว่าเราไม่ใช่นิมฟ์กลับชาติมาเกิด ท่านจะว่าอย่างไร
คำถามที่เรียกคิ้วเข้มให้ขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจมากนัก
ถ้าธิดาเทพทั้งห้าอาณาจักรไม่มีใครเลยที่เป็นนิมฟ์ตัวจริง ท่านจะทำอย่างไร
เธอพูดอะไร ฉันไม่เข้าใจ
ในพิธีเรียกความทรงจำของแม่เฒ่าชาวเงือก เราได้รับรู้ว่าพวกเราทั้งห้าเป็นเพียงหญิงสาวธรรมดา ไม่ใช่นิมฟ์นะสิ!
ความเงียบเข้ามาปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณที่หญิงสาวและชายหนุ่มยืนเผชิญหน้ากัน แม้แต่เสียงสายลมฤดูร้อนที่ดังอื้ออึงไปทั่วยังมิอาจเข้ามาแทรกกลางได้ เอวิต้ายืนรอคำตอบจากบุรุษตรงหน้า เธอไม่คาดหวังว่าจะได้คำตอบที่สวยหรูนัก เพราะเธอรู้ดีอยู่เต็มอกว่าในค่ำคืนนั้น พิธีเรียกความทรงจำของแม่เฒ่าเมิร์ฟได้ถ่ายถอดปริศนาบทหนึ่งที่ไม่มีแม้แต่ใครในดินแดนนี้ได้ล่วงรู้ ความจริงจากเสี้ยวจิตสำนึกสุดท้ายของเทพธิดานิมฟ์ที่ได้ฝากไว้กับเพื่อนรักก่อนสิ้นใจจากโลก
คำพูดสั้น ๆ ที่มีเพียงนิมฟ์ตัวจริงจะเข้าใจ ด้วยคำพูดที่ว่า
ช่วยฮีมารูนด้วย พวกเขาไม่ใช่คนผิด
ความจริงที่เป็นปริศนาหนึ่งเดียวที่ทิ้งไว้เพียงเพื่อที่จะหวังว่ามันจะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ได้หากเธอได้กลับมา...
...เธอผู้เป็นตัวจริง ไม่ใช่หญิงสาวธรรมดาที่ถูกอุปโหลกให้ถูกยกย่องเกินกว่าฐานันดรใดจะเทียบเคียงได้
และด้วยถ้อยคำ ประโยคนี้ ทำให้ธิดาเทพทั้งสี่เมือง พร้อมใจกันคัดค้านการก่อสงครามกับฮีมารูน เพราะเทพธิดาด้วยจริงนั้น ได้ทิ้งสิ่งสุดท้ายไว้เพื่อปกป้องดินแดนที่ใคร ๆ ต่างก็พากันสาปแช่งว่าชั่วช้า และพวกเธอต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อจะธำรงค์สิ่งที่นิมฟ์พยายามจะปกป้องไว้
ความรู้สึกผิดก่อนตัวเหมือนตะกอนขุ่นในใจที่ถูกรบกวนจนยากเกินจะเก็บไว้ เธอไม่ใช่นิมฟ์ แล้วเธอจะยังทนอยู่ในฐานะนี้เพื่อหลอกลวงชาวบ้านและคนที่เธอรักตรงหน้าได้อย่างไรกัน
น้ำตาขอสาวน้อยเอ่อล้นเป็นหยาดละอองใส ๆ คลอนวยตา ปิ่มจะไหล่พร่างพรู เสียแต่มีนิ้วมือหนาที่ฉวยขึ้นมาปาดมันออกไปก่อนที่จะมาเปื้อนพวกแก้มงาม
สำคัญตรงไหน ในเมื่อมารินไม่ได้ต้องการนิมฟ์ แต่ต้องการเอวิต้าต่างหาก...
คำตอบจากคนตรงหน้าเรียกรอยยิ้มให้ระบายกว้าง ร่างบางโผลเข้ากอดชายหนุ่มที่รักด้วยความรู้สึกขอบคุณ
...และฉันเองก็ต้องการเธอด้วยเช่นกัน แม้จะอยู่ในฤดูร้อนที่แสนอบอ้าว แต่เสียงกระซิบแผ่วเบาจากชายหนุ่มที่แสนอบอุ่นเสียยิ่งกว่าสิ่งใด ก็บรรเทาความร้อนรุ่มในหัวใจของเธอให้ชื่นช่ำยิ่งกว่าสายฝนแรกฤดูเสียอีก
หลังเสาใหญ่ ทางขึ้นระเบียงทางทิศตะวันออกของวิหารแห่งมาริน กิฟฟินน์ที่บังเอิญได้ยินบทสนทนาของหนุ่มสาวทั้งสองแทบจะหมดแรงอยู่ตรงนั้น ภายในจิตใจสับสนวุ่นวาย จับต้นชนปลายอะไรไม่ถูก
ความจริงจากปากของเอวิต้าที่โสตประสาทได้รับรู้ ยิ่งสร้างความสับสนให้ทวีมากขึ้น
ถ้าเอวิต้าไม่ใช่นิมฟ์แล้วกลิ่นอายเทพธิดาในวันนั้น....มาจากใครกันนะ
เป็นอีกหนึ่งปริศนาที่กิฟฟินน์ต้องค้นหาคำตอบเช่นเดียวกับเหตุผลที่ว่าทำไมแม่เฒ่าชาวเงือกต้องยื่นมือเข้ามาช่วยฮีมารูน
________________________
ไข่มุกเม็ดเขื่องสะท้อนเสียงตะวันยามบ่าย ทอประกายระยับอยู่ในอุ้งมือน้อย ๆ ของแม่สาวผู้รับหน้าที่เป็นนายหน้าตรวจตราเครื่องราชบรรณการส่งไปยังสี่อาณาจักรทางตอนใต้ของเอธาการ์ด ได้แก่ มาริน ปิราน ลิเบอร์เต้ และบันจา
ไข่มุกทั้งสี่ บรรจุอยู่ในหีบห่อที่บุด้วยกำมะหยี่สีน้ำเงินสวยอย่างดี ล้อมอีกชั้นด้วยกระจกแก้วใสวาววับ แสงสะท้อนของมันช่างยั่วยวนหัวใจน้อย ๆ ของไดอาร์ให้พองโตเสียยิ่งกว่าสิ่งใด
นี่มันมหัศจรรย์วันเดอร์ฟูสุด ๆ เกิดมาฉันเพิ่งจะเคยเห็นไข่มุกเม็ดใหญ่ขนาดเนี่ย เจ้าตัวดีหยิบมันส่องขึ้นกับแสงแดด ทำเสียงจิ๊กจั๊กในลำคอ เสียดาย ๆ ของสวย ๆ แบบนี้น่าจะเก็บไว้ขาย คงได้กำไรงาม เธอมองมันอย่างนึกเสียดายก่อนที่จะวางมันกลับใส่กล่องตามเดิม
สินค้า เอ้ย!~ เครื่องบรรณาการชุดแรกเรียบร้อยดีใช่ไหม เธอหันไปสั่งเสียงเจื้อยแจ้วตามวิสัยคนเคยค้าขายกับทหารที่คอยดูแล
ขอรับ คิดว่าน่าจะจัดส่งไปกับเรือเหาะหลวงได้พรุ่งนี้เช้า
ดีเลย ฉันจะได้กลับมารินเสียที
เธอยังกลับไม่ได้ เสียงขรึมลอยมาแต่ไกล ริวจินในอาภรณ์ราชนิกูลฟูฟ่องเนื่องด้วยสภาพอากาศที่เหน็บหนาว (แม้จะเข้าสู่ฤดูร้อนแล้วก็ตาม) เดินมาด้วยมาดนิ่ง ๆ ตามที่ไดอาร์คิดว่า ช่างเก็กเสียเหลือเกิน
งานเสร็จ ของส่ง คนพร้อม กลับไม่ได้ตรงไหน เธอวางเท้าเอวทำท่ายียวนตอบกลับมาดเจ้าชายบ้าง
ถ้างั้นก็ตามใจ ก็แค่เคยได้ยินว่าตระกูลมาเร็ตก้าอยากจะเข้ามาค้าขายในฮีมารูน กะว่าจะให้เข้ามาเป็นนายหน้าค้าไข่มุกด้วย
ไข่มุกหรอ พูดถึงเรื่องของมีค่ามีราคาหูตาก็เริ่มแพรวพราว ริวจินเห็นดังนั้นก็อดขำไม่ได้
..แต่ถ้าเธอไม่สนใจจะรีบกลับก็ไม่เป็นไรนะ ฉันไม่ว่า ริวจินหันหลังกลับทำทีเมินหนี ผละเดินจากไป
สาวน้อยครุ่นคิดอยู่ชั่วอึดใจก็รีบโผลงเข้าขวางทาง เฮ้!~ ใครว่าฉันไม่สน แต่ต้องขอดูข้อเสนอก่อนว่าคุ้มหรือเปล่า แม่ค้าคนเก่งยังวางท่าเจรจาต่อรอง
ริวจินรีบหุบยิ้มก่อนที่จะหลุดออกมา สวมหน้ากากมาดนิ่งตามสไตล์เจ้าชายผู้เงียบขรึม ไม่รีบกลับมารินหรือ
ของพวกนั้น มีทหารคุ้มกันดีอยู่แล้ว ฉันไปด้วยก็คงไม่ได้ช่วยอะไรมาก เอ๊ะ!นายเนี่ยจะมาซักไซ้อะไรตอนนี้ มาทางนี้ดีกว่า เรามีเรื่องต้องเจรจากันใหม่เกี่ยวกับค่านายหน้า...
ว่าแล้วแม่ค้าคนเก่งก็ลากตัวเจ้าชายเข้าตัวปราสาทไป โดยการกระทำทั้งหมดมิอาจรอดพ้นสามคู่สายตาที่จับจ้องด้วยท่าทีที่ต่างกันออกไป
เรโฮคนนั้นน่ารักดีนะคะท่านพี่ ราชินีแห่งฮีมารูนแอบอมยิ้ม เมื่อเห็นท่าทางสดใสของเด็กสาวที่ดูกระตือรื้อร้นจนเกินตัว
ข้าไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร ว่าทำไมแม่เฒ่าเมิร์ฟต้องให้รั้งตัวเด็กคนนั้นไว้นาน ๆ ด้วย หรือว่าเด็กสาวคนนั้นจะเป็นนิมฟ์ตัวจริง ราชาฮารานเปรยขึ้น แต่กลับเรียกความสนใจของสองหญิงสาวผมสีแดงเพลิงที่อยู่ข้างกายได้ทันควัน
ราชินีหัวเราะน้อย ๆ ตามประสา ท่านพี่ก็ เดาส่งเดช เด็กคนนั้นไม่ได้เกิดวันดาราจรัสฟ้าเสียหน่อย
แล้วเจ้ารู้ได้อย่างไรน้องหญิงว่า ไดอาร์ไม่ได้เกิดในวันนั้น ราชาถามกลับ
คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเป็นปม นั้นสิคะ สงสัยเราต้องเล่นบนนักสืบกันหน่อยล่ะ ราชินีขี้เล่นชักชวนตามประสาเพียงเพื่อจะหาเรื่องคุย โดยไม่ได้ใส่ใจกับประวัติของไดอาร์มากนัก ยกเว้นเสียแต่บทสนทนานั้นกลับสร้างความฉงนสงสัยให้กับหญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีแดงเพลิง
นิมฟ์หรอ... ซาเฟียร์กระซิบแผ่วเบากับตัวเองพรางจับจ้องไปที่ไดอาร์ มือเล็กกำแน่น ในห้วงความคิด เสียงแหบพร่าจากฝันดังขึ้นกึกก้อง
ฆ่านิมฟ์ ฆ่านิมฟ์ ฆ่านิมฟ์...
____________
อัพแล้วจ้า
ใกล้จบแล้วอีกประมาณ 4-5 ตอน (มั้ง)
ขอบคุณทุกเม้นท์และโหวตนะจ๊ะ ^_^
Mulie
สมัครสมาชิก