Nymph
บทที่26 เยราห์
สัญญาณสุดท้ายที่จับได้จากคีปป้ามาจากตรงนี้ครับ"
เสียงองค์ลักษณ์ร่างอ้วน รายงานต่อเจ้าชายคนสำคัญแห่งฮีมารูนอย่างแข็งขัน ในมือมีเอกสารที่ถูกส่งต่อ ถึงตำแหน่งของคีปป้าทุกลำในฮีมารูน ก่อนที่สัญญาณของคีปป้าซึ่งไดอาร์ใช้เมื่อคืนจะขาดหายไปตรงเหวน้ำตกพอดี
"สูงพอควรเลยนะ" คุณเนียร์ชะโงกศีรษะพ้นจากพุงใหญ่มองลงไปข้างล้าง เสียงซู่ของน้ำตกชวนให้ร้อน ๆ หนาว ๆ ชอบกล เมื่อนึกถึงสถาพที่ตกลงไป "ท่าจะรอดยาก" เขาออกความเห็น ซึ่งใคร ๆ ก็คิดเช่นนั้น ยกเว้นริวจิน
"เวทย์วารีของยัยนั่นก็นับว่าใช้ได้อยู่ แต่ก็น่าจะบาดเจ็บไม่น้อย" ริวจินวิเคราะห์ "จริงสิ...ซาเฟียร์เป็นอย่างไรบ้าง"
"ฟื้นแล้ว แต่ดูเหมือนจะจำอะไรไม่ได้เลย"
"แปลกนะ..." คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน "สองคนนั้นไปที่วิหารร้างทำไม ที่นั่นมีอะไรน่าสนใจงั้นหรือ"
"สงสัยเรื่องของผู้หญิงละมั้ง ยิ่งไม่ค่อยถูกกันอยู่แล้วไม่ใช่หรอ ก็งี้แหละ ผู้หญิงสุดยอดแห่งความยุ่ง" คุณเนียร์ออกความเห็น พลางตบพุงพลุ้ย ๆ อย่างผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมาเยอะ
"ไม่หรอก ถ้าเป็นเรื่องไร้สาระพวกนั้น คนอย่างไดอาร์ ไม่มีทางหนีหัวซุกหัวซุนขนาดนี้...ถ่ายทอดคำสั่งออกไป ก่อนค่ำต้องตามหาตัวไดอาร์ให้พบ"
_____________
แค้ก ๆ ๆ
ไดอาร์สำลักน้ำอุ่นของฮีมารูนผสมน้ำเย็นจากแม่น้ำวอลอีฟออกมา เธอรู้สึกแสบจมูกและเฝื่อนในคออย่างประหลาด แม้น้ำจะใสสะอาดและรสชาติสดชื่น แต่การที่ได้กินเข้าไปจนเต็มพุงนี่ มันทำให้เอียนไปอีกนาน
ตอนแรกที่เมื่อหลุดจากคีปป้าและดิ่งลงสู่ก้นเหวน้ำตก เธอก็กะจะร่ายเวทย์ให้สามารถหายใจในน้ำได้ แต่ความสูงนี่สิ ไม่ได้ปราณีเลย บอกได้คำเดียวว่าตอนกระแทกกับผิวน้ำใส ๆ เนี่ย จุกสุด ๆ ก็เลยทำให้เวทย์ที่ตั้งใจจะร่ายเพื่อช่วยไม่ให้สำลักน้ำ ก็ใช้ไม่ได้
"ช่วงนี้ดวงมันกุดหรือไงเนี้ย! สงสัยฉันต้องไปทำบุญสะเดาะเคราะห์เสียหน่อยแล้ว" สาวน้อยบนอุบพลางบิดไล่น้ำจากชุดและเส้นผม เพราะเมื่อลมหนาวผ่าน มันแสนเย็นเยียบ ไม่สมกับฤดูร้อนเลย แต่ไม่ว่าฤดูไหน ฮีมารูนก็ยังหนาวอยู่ดี
ไดอาร์กอดอกเพิ่มความอุ่นให้ตัวเอง มองซ้ายมองขวา เธอเห็นต้นน้ำตกอยู่ลิบ ๆ กะประมาณน่าจะเกือบหนึ่งกิโลเมตรได้ ที่เธอลอยมาติดหินโสโครก
"มาไกลเหมือนกันแฮะเรา" เธอบอกกับตัวเอง และตั้งใจว่าจะต้องหาทางกลับไปปราสาทแล้วขอซุกตัวในผ้าห่มอุ่น ๆ ก่อนเป็นอันดับแรก
แต่พอจะขยับย้ายตัว เสียงสวบสาบของป่าสนใบลีบเล็กที่ถูกถมไปด้วยหิมะก็ดังขึ้น ร่างสูงโปร่งของคนที่ไม่คิดว่าจะโผล่มาช่วยได้ในยามขับขัน เดินหน้าเครียดเข้ามาหา
"อ้าวนาย มาเดินเล่นหรอ บังเอิญจัง" คำทักทายที่ไม่ชวนให้รื่นรมเปรยขึ้น ทั้ง ๆ ที่ในใจอยากจะร้องไปว่า พาฉันกลับหน่อยเถอะ ฉันหนาวจะแย่ แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะคำว่าศักดิ์ศรีมันค้ำคออยู่
หน้าของริวจินดูบูดบึ้ง อาจเพราะความเหนื่อยยากกับเส้นทางที่ออกตามหา หรือเป็นท่าทีสบาย ๆ ดูไม่ระยี้ระย้าของคนตรงหน้า อารมณ์กรุ่น ๆ ของเขาก็พาลจะพุ่งพ่านง่าย ๆ
พอเห็นท่าทางของอีกฝ่ายไม่ได้รับมุกด้วย ไดอาร์เลยส่งยิ้มหวาน ๆ มาขัดตาทัพไว้ก่อน "หรือไม่ได้มาเดินเล่น...โอเค ๆ ฉันผิดเองที่ทำคีปป้าพัง เอาเป็นว่าจะชดใช้ให้" เธอรับผิดเต็มประตูทุกข้อกล่าวหาจากสายตาสีนิลที่ส่งมากล่าวโทษ
แต่ดูเขาไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของเธอนัก ริวจินหันไปสั่งกับทหารติดตามอีกสองสามคนให้ไปจัดการเรื่องพาหนะ และส่งข่าวถึงคุณเนียร์ที่ไปอีกทางให้เลิกค้นหาแม่ตัวยุ่งได้
"นี่ ๆ คีปป้ามันแพงไหม จะว่าไปนายต้องดูเรื่องอายุการใช้งานมันก่อนนะ ถึงจะมาเรียกร้องค่าเสียหายได้ เรื่องนี้คงต้องคุยกันยาวหน่อย แล้วหวังว่ามันจะไม่เกี่ยวกับสัญญาสัมปทานไข่มุกด้วย" วิญญาณแม้ค้าเข้าสิงชั่วขณะ จนริวจินต้องรีบหันกลับมาเคลียร์เรื่องคีปป้าก่อนที่จะเลยเถิดไปมากกว่านี้
"เรื่องคีปป้าช่างมันก่อน ที่ฉันติดใจมากกว่าคือเรื่องเมื่อคืน"
"เฮ้!!...เรื่องนั้นฉันไม่เกี่ยวนะ ยัยปิศาจนั่นต่างหากที่เป็นขโมย" ไดอาร์รีบบอกปัด เพราะกลัวโดนข้อหาสมรู้ร่วมคิด
"ขโมย?"
"ใช่ นายต้องขอบคุณฉันนะ ที่อุตส่าเอาชีวิตเข้าแลก รักษาสมบัติของวิหารมาได้ ยัยปิศาจนั่นก็เหลือเกิน ไล่ตามฉันอย่างกับหมาบ้าไม่ยอมปล่อย ฉันเลยต้องซวยแบบนี้ไง" เธอชี้สภาพน่าเวทนาของตัวเองให้ริวจินดู "เออ...ว่าแต่ซาเฟียร์เป็นไงบ้าง"
"ฟื้นแล้ว แต่เห็นว่าจำอะไรไม่ได้ ซาเฟียร์เกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยหรือ"
"ก็แหงดิ แม่คนนั้นพาฉันมาที่วิหารเอง แต่อยู่ ๆ เจ๊แกก็สลบเหมือดไปเสียดื้อ ๆ จากนั้นก็มีปิศาจค้างคาวโผล่ออกมา ตัวซีดน่ากลัวเชียว" ไดอาร์ยื่นแขนที่มีขนลุกชันให้ดูเป็นหลักฐาน
"ปิศาจค้างคาว!! แย่แล้ว...เยราห์!!"
เป็นครั้งแรกที่ไดอาร์เห็นเจ้าชายมาดมากอย่างริวจินตกอกตกใจขนาดนี้ ดวงตาสีนิลเบิกโผล เขามีท่าทีลุกลนกว่าทุกที ผิดกับนิสัยที่สุขุมลิบลับ
"เยราห์? ยัยปิศาจนั่นหรอ" เธอซักไซ้ แต่ริวจินกำลังพึมพำกับตัวเอง เขาพยายามเรียกสติกับคืนไม่ให้ฟุ้งซ่าน
"เป็นไปไม่ได้ เยราห์หมดอำนาจไปแล้ว เป็นไปไม่ได้ ๆ" น้ำเสียงหวาดหวั่น ไม่สมกับเป็นริวจินเลย ไดอาร์เห็นดังนั้นก็ยิ่งแปลกใจเข้าไปใหญ่
"ฮัลโหล นาย...เป็นไรป่าว เพ้อไปเลย" เธอโบกมือหยอย ๆ เรียกสติเขา
ดวงตาสีนิลปราดมองเธอ แววตาดุดันน่ากลัวจนไดอาร์ต้องถอยหลังหนึ่งก้าวไปตั้งหลัก "เมื่อคืนเยราห์มาเอาอะไรที่วิหาร" เขาคาดคั้นถาม
"อ...เออ....อ๋อ...นี่ไง" ไดอาร์รีบล้วงสร้อยคอออกมาจากเสื้อ สีของอัญมณีสุกสว่างนวลตาแม้อยู่ท่ามกลางแสงอาทิตย์ "ฉันกะจะคืนให้นายอยู่แล้วน่า ไม่ต้องห่วงหรอก ถึงฉันมันจะแพ้พวกของมีค่ามีราคา แต่รายการขโมยเนี่ย ฉันไม่เอี่ยวด้วยอยู่แล้ว"
แต่ขณะที่ไดอาร์จะถอดสร้อยออก สายลมแสนคุ้นเคยก็พัดผ่าน มันกรรโชกแรงแต่ไม่ได้หอบเอาความเหน็บหนาวมาด้วยอย่างสายลมทั่วไป และเมื่อลมสงบ ร่างบางของใครบางคนก็ปรากฏอยู่ในคลองสายตา
"กิฟฟินน์!!"
"อย่าถอดให้ใครเด็ดขาด!!" กิฟฟินน์สั่งเสียงเข้ม แล้วรีบปราดเข้ามาขวางระหว่างทั้งสองไว้
ไดอาร์มีท่าทีเงอะงะ แต่ก็ยอมเก็บสร้อยเข้าไว้ตามเดิมแต่โดยดี "อย่าบอกนะว่ามารินอนุญาตให้มาพักร้อน" ไดอาร์พูดคุยเป็นกันเองกับเพื่อนสาว เพราะตอนนี้ดูเหมือนว่าจะเกิดรายการฟาดฟันทางสายตาระหว่าง องค์ชายปะทะเรโฮอย่างดุเดือด มันชวนให้หิมะแถวนี้จะละลาย
"จำไว้ว่าอย่าถอดให้ใคร" กิฟฟินน์หันมากำชับ
"จะดีหรอ ของฮีมารูนเขานะ เอามาดื้อ ๆ มันกระไรอยู่น่อ" สาวน้อยลังเล เสมองสร้อยที มองริวจินที
"ของสิ่งนี้เป็นของเธอตั้งแต่แรก ไม่มีใครจะอ้างเป็นเจ้าของได้" กิฟฟินน์อธิบาย
"เธอใช้อะไรมาอ้างสิทธิ์ ในเมื่อของนั่นพบในวิหารเทพของฮีมารูน" ริวจินเปรยขึ้นไม่ยอมลดละเช่นกัน
"แก้วหยั่งรู้ ของสำคัญแห่งแดนสวรรค์ มีเพียงเทพธิดานิมฟ์เท่านั้นที่มีสิทธิชอบธรรมในการครอบครอง"
"อืม...ขอสำคัญแฮะ......หา!!!!" ไดอาร์แทบสบถออกมาไม่เป็นคำพูด เช่นเดียวกับริวจินที่มีท่าทีแปลกใจอยู่ไม่น้อย
ยัยเนี่ยนะ เทพธิดานิมฟ์ ริวจินเลิกคิ้วขึ้น ชี้นิ้วไปที่สาวน้อยที่ตอนนี้มีสภาพเหมือนลูกหมาตกน้ำก็ไม่ปาน
แม้จะเหมือนคำดูถูก แต่คราวนี้ไดอาร์ก็เห็นด้วยกับริวจินเป็นครั้งแรก
"นิมฟ์...ฉันเนี่ยนะ" ไดอาร์ชี้นิ้วไปที่หน้าตัวเอง "กินยาลืมเขย่าขวดป่าวกิฟฟินน์"
"ไม่ผิดแน่ ตั้งแต่ที่เธอออกจากวิหารไป ฉันก็สัมผัสกับพลังแห่งเทพธิดาไม่ได้เลย มาคิด ๆ ดูแล้วตอนที่ฉันเจอเอวิต้าครั้งแรกที่ขบวนแห่ ตอนนั้นเธอก็อยู่ด้วย ไม่แปลกเลยที่ฉันจะเข้าใจผิดว่าเอวิต้าเป็นเทพธิดาตัวจริง แล้วฉันก็เลยสืบต่อ เริ่มจากขบวนการค้ามาเร็ตก้า"
"เธอไปหาพี่คีตาหรอ" ไดอาร์ออกจะแปลกใจอยู่นิด ๆ ที่กิฟฟินน์ดูจริงจังขนาดนี้
"ใช่...คุณคีตาบอกว่า เจอเธอถูกทิ้งไว้ในทะเลในวันที่เกิดดาวจรัสฟ้า ฉันคาดว่าเรือโดยสารที่เธอเกิดคงประสบอุบัติเหตุบางอย่าง เธอเลยถูกส่งใส่ตะกร้า โชคยังดีที่ขบวนการค้ามาเร็ตก้าเก็บเธอได้"
นิ้วมือเรียวเล็ก ลูบไล้ปลายค้างมนเล่นอย่างเผลอไผล "ไอ้ที่ว่ามามันก็ดูสมเหตุสมผลอยู่หรอกนะ แต่...นะ เธอจะบอกว่าฉันคือนิมฟ์นี่มันออกจะเหลือเชื่อไปหน่อย หน้าตาอย่างฉันเนี่ยนะ" ไดอาร์หันไปถามความเห็นจากริวจิน ซึ่งเขาก็พยักหน้าเห็นด้วยว่า ไอ้น้ำหน้าอย่างนี่เนี่ยนะที่เขาต้องสู้ปลอมตัวอยู่มารินตั้งนาน เพื่อชิงตัวมาฮีมารูน
แต่เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของกิฟฟินน์ ทำให้ทุกคนขำไม่ออก
จริงดิ? ไดอาร์เริ่มไม่มั่นใจกับสถานภาพตัวเอง
พิสูจน์สิ ถ้าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง เธอต้องหาข้อพิสูจน์ ริวจินเสนอความเห็น
ดวงตาสีฟ้าตวัดมองเจ้าชายผู้ยโสของฮีมารูน โดยติดจะโกรธเคืองนิด ๆ กับวีรกรรมที่เขาสร้าง ในคดีลักพาตัวเหล่าธิดาเทพทั้งสี่เมืองมา
ไม่มีความจำเป็นที่ฉันจะต้องพิสูจน์เรื่องนี้ให้แก่พวกปลิ้นปล่อน
เหมือนถูกตีแสกหน้าด้วยด้ามไม้งาม ๆ เจ้าชายผู้มาดมากถึงกับหน้าชา ดวงตาสีนิลแปลเปลี่ยนเป็นเย็นชาและอ่านได้ยากยิ่ง และมันส่งผลให้สาวน้อยหนึ่งเดียวที่ตกเป็นจำเลยของทุกข้อกล่าวหายืนตัวลีบด้วยจนในคำพูด เธอถอยหายใจเฮือกใหญ่อย่างรู้สึกเซ็ง ๆ ในสงครามสายตาของทั้งสอง จนสุดท้ายเธอก็ชิงตัดบท ดันทั้งสองให้ห่างจากรัศมีการฆ่าฟันต่อกัน
เอาเป็นว่าฉันอยากพิสูจน์ จะได้รู้หัวรู้ก้อยกันไปเลยว่า ตกลงฉันมันเป็นตัวอะไรกันแน่
ไดอาร์มองซ้ายทีขวาทีสลับกันไปมา บอกว่าเรื่องนี้เธอจะเอาจริง
แล้ว..วิธีพิสูจน์ต้องทำไง เธอหันมาถามกิฟฟินน์
สาวน้อยเจ้าของเรือนผมสีเงินยอมเจรจาสงบศึกชั่วครู่ ชี้ไปที่สร้อยคอจี้อัญมณีเทพ นี่ไง สิ่งที่จะไขปริศนาทุกอย่าง มีเพียงเจ้าของที่แท้จริงเท่านั้นที่จะใช้มันได้
ไดอาร์หยิบสร้อยที่เปล่งแสงนวลขึ้นส่องกับดวงตะวัน ไอ้นี่นะหรอ มันใช้ทำไรได้บ้างอ่ะ
แก้วหยั่งรู้ มีพลังหยั่งรู้ทุกสรรพสิ่ง ทุกความจริงบนโลก สิ่งวิเศษที่สวรรค์ประทานมาให้เทพธิดาผู้ยอมอุทิศทั้งชีวิตและจิตใจ ต่อผองมนุษย์ มันเป็นสิ่งที่จะทำให้เทพธิดานิมฟ์สามารถคุมครองโลกให้อยู่อย่างเป็นสุขได้
ไดอาร์ผิวปาก ฟิ้ว..ว! มันเจ๋งงั้นเชียว ถึงว่ายัยปิศาจนั่นถึงอยากได้
ปิศาจไหน? กิฟฟินน์โผลงออกมา
เยราห์...คาดว่าเขาเป็นคนพาไดอาร์ไปเอาแก้วหยั่งรู้ที่ซ้อนไว้ในวิหารด้วย ริวจินอธิบายต่อ
ใช่แถมตามล่าฉันแบบเอาเป็นเอาตายอีกต่างหาก
เป็นไปไม่ได้หรอก เยราห์น่ะเปรียบเสมือนพี่น้องของเธอเลยนะ เขาไม่มีทางทำแบบนั้นได้หรอก ตอนที่เธอตาย เขาถึงกับยอมสูญเสียพลังถึงสามในสี่ส่วนเพื่อประคองชีวิตของเธอไว้ แถมยังพยายามช่วยเธอจากพวกฮีมารูนอีก กิฟฟินน์พยายามค้าน
ไดอาร์กรอกตาขึ้นฟ้าอย่างระอา แล้วหมุนตัวไปรอบ ๆ ให้คนที่พยายามแย้งขอกล่าวหามองเต็ม ๆ ตา ถึงสภาพน่าสังเวทของเธอ
หรอ!? แล้วไอ้พี่น้องที่ว่าหรือเปล่าที่มันทำฉันอยู่ในสภาพนี่อ่ะ
----------
อัพแล้วจ้า
ขอบคุณทุกคอมเม้นท์และโหวต
Mulie
สมัครสมาชิก