วันที่ : 10 กันยายน 2551
ชื่อเรื่อง : Nymph : เทพธิดาแสนซน
ชื่อตอน (chapter) : Nymph : บทที่ 29 ฉันชื่อไดอาร์

Nymph

บทที่29 ฉันชื่อไดอาร์

            ถึงแม้ว่าไดอาร์ มาเร็ตก้า จะเป็นเด็กสาวที่พอจะมีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่บ้าง ทั้งที่นิสัยส่วนตัวจะค่อนข้างทำปฏิกิริยาได้ดีกับของมีค่า และเงิน ๆ ทอง ๆ แต่สำหรับรายการที่เยราห์ได้กระทำการอันโหดร้ายนั้น มันเกินกว่าที่ไดอาร์จะให้อภัยได้ หล่อนทั้งโกหก ปลิ้นปล่อน และอำมหิต

“ฉันไม่สนว่าฉันเคยเป็นใคร แต่ที่ฉันสนตอนนี้คือต้องการเตะก้นยัยตัวแสบนั่น สั่งสอนให้มันรู้จักทำตัวดี ๆ สมเป็นเทพธิดาหน่อย”

            ไดอาร์ลุกขึ้นพรวด หมายหน้าไปทางปราสาทฮีมารูน ริวจินรีบตามมาขวางไว้ ,มาดขรึม ๆ ทำเป็นไม่รู้ร้อนรู้หนาวของคนตรงหน้ายิ่งเห็นแล้วก็ยิ่งหงุดหงิด

            “หลบไป ฉันกำลังโมโห”

            ดวงตาสีฟ้าใสแววโรจน์ด้วยความเคืองโกรธ

            “ใจเย็น อารมณ์ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น เราต้องวางแผน” เขาเสนอหนทางที่ดีกว่า

            “ใช่นิมฟ์ เธอควรจะใจเย็นก่อน เยราห์น่ะเจ้าเล่ห์แค่ไหนเธอก็รู้” กิฟฟินน์เข้ามาขวางด้วยอีกคน

            ไดอาร์ยิ้มให้อย่างเหลืออด เธอกรอกตาขึ้นฟ้า เหลียวกลับมาหาพวกเขาทั้งสองคน

            “ได้ งั้นเรามาวางแผนกัน แต่ก่อนอื่น ต้องตกลงบางเรื่องกันหน่อย” ไดอาร์เอ่ยขึ้น โน้มตัวเข้าหาทั้งสอง พลางโอบไหล่

            “ดูปากนะ ฉันชื่อ ไดอาร์ ดังนั้นเรียกให้ถูกด้วย” เธอย้ำชัดถ้อยชัดคำ แม้หลายคนจะลงความเห็นว่าเธอมีดวงตาที่เหมือนนิมฟ์มากเหลือเกิน

            -------------------

            ห้องสมุดเมืองฮีมารูนถูกเนรมิตให้กลายเป็นห้องลับ สำหรับวางแผนที่จะจัดการกับยัยปิศาจจอมเจ้าเล่ห์ โดยมี ไดอาร์ที่บัดนี้ดวงตาสีน้ำตาลที่เคยทอประกายสดใสอยู่เสมอแปลเปลี่ยนเป็นสีฟ้าเรียบร้อยแล้ว เธอทำหน้าที่เป็นประธานในพิธี ข้าง ๆ กันนั้นคือกิฟฟินน์หรือเรโฮ สาวน้อยในตำนานที่พลีกายกลับมาเกิดใหม่เพื่อปกป้องบุคคลสำคัญ เธอมีสีหน้าค่อนข้างเคร่งเครียด แต่เมื่อเทียบกับชายหนุ่มข้าง ๆ ที่มักจะเงียบขรึมเสมอ ต้องบอกได้เลยว่ายามนี้ริวจินห่างไกลกับคำว่าผ่อนคลายหลายขุม ดูจากดวงตาคู่สีนิลนั้นก็พอรู้ว่าเอาจริงเอาจังแค่ไหน

            “เอาตามนี้แหละ” ไดอาร์สรุปในที่สุด แต่ไม่วายถามความเห็นของคนอื่นๆ  ซึ่งทั้งสองก็พยักหน้าเห็นด้วย

            “เป็นไงเป็นกัน คราวนี้แหละ ฉันจะคิดบัญชีกับเยราห์ให้เด็ดขาด” กิฟฟินน์ทำหน้ามุ่งมั่น ไดอาร์มองเห็นเพื่อนคนเก่งก็อดขำไม่ได้

            “เอาน่า ฉันจะตามคิดให้ทั้งต้นทั้งดอกเลย” เธอหัวเราะคิกคักชอบใจ

            ริวจินที่นั่งเงียบมาตลอดลุกขึ้นโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย สองสาวมองตามร่างนั้นที่หายออกไปจากห้องสมุด

            “นายนั่นเป็นอะไรของเขาอีก” ไดอาร์เกาหัวแกรก ๆ ด้วยความสงสัย

            กิฟฟินน์ยกไหล่ไม่รู้ไม่ชี้ พลางหยิบขนมเข้าปาก “พวกเจ้าชายก็งี้แหละ มีอะไรให้คิดมากมาย”

            “ฉันไปดูเขาหน่อยดีกว่า เดี๋ยวคิดสั้นขึ้นมา โครงการสัมปทานไข่มุกของฉันต้องเป็นหมันแน่” ว่าแล้วร่างบางก็เดินตามออกไป

            กิฟฟินน์หัวเราะน้อย ๆ กับตัวเอง “เป็นห่วงละสิไม่ว่า ทำปากแข็ง” เธอพึมพำก่อนหันไปจัดการกับโครงร่างแผนการที่วางระเกะระกะบนโต๊ะ

            เสียงหอบแฮก ๆ ดังเป็นระรอกในลำคอ สาวน้อยเจ้าของเรือนผมสีทองสวยวิ่งตามเจ้าชายจอมเก็กแห่งฮีมารูนที่เดินจ้ำอ้าว และไม่มีทีท่าว่าจะรอเธอเลยแม้แต่น้อย จนเธอต้องตะโกนเรียก เขาถึงแสร้งชะลอฝีเท้าจน ร่างเล็กนั้นวิ่งตามมาทัน

            "โอ๊ย..เหนื่อย" เธอหอบตัวโยน ใช้ร่างคนตรงหน้าเป็นที่ค้ำยัน เมื่อรวบรวมแรงให้กลับมาได้ก็เริ่มโวยวายตามแบบฉบับ

            "จะรีบไปตามควายหรือไง" เธอบ่นใส่ ริวจินชักสีหน้าไม่พอใจ นี่เขาอุตส่าห์รอ แต่ต้องมาโดนด่าเนี่ยนะ ริวจินสะบัดแขนบางนั้นออกและทำทีตีจาก แต่ไดอาร์ก็ไวใช่เล่น เธอรีบเข้ามาขวางหน้าไว้ หน้าหวานงอง้ำไม่พอใจ

            "จะหนีไปไหนอีก คนเขาอุตส่าตามมา"

            ริวจินเลิกคิ้วขึ้น มีสีหน้าระคนแปลกใจเล็ก ๆ "มีธุระไร" เขาถาม

            "ก็เปล่า..คือเห็นนายดูเครียด ๆ เป็นไรป่าว กังวลเรื่องคืนนี้หรอ"

            "เป็นห่วงฉันหรือ?"

            คำถามแทงใจดำ! ไดอาร์ถอยออกมาก้าวหนึ่ง ตั้งหลักกับคำถามที่ไม่ทันได้ตั้งตัวของเจ้าชาย

            "ป่าว" เธอแหวออกมาหน้าตาย ดวงตาสีฟ้าเริ่มรู้สึกสับสนเล็ก ๆ รู้สึกอยากด่าตัวเองก็งานนี้ ที่บ้าวิ่งตามมา

            ริวจินพยักหน้าเนิบ ๆ แต่รอยยิ้มกริ่ม ๆ ที่มุมปากนี่สิ เป็นอะไรแบบที่ไดอาร์ไม่ชอบเลยสักนิด สาวน้อยรีบคิดสารพัดคำแก้ตัวให้ตัวเอง

            "ฉ...ฉัน ฉันจะมาบอกว่าให้นายรีบอพยพชาวเมืองไปซ่อนก่อนพระอาทิตย์จะตก"

            ริวจินยิ้มกว้างกว่าเดิม "อ่อ...ถ้าเรื่องนี้ฉันให้คุณเนียร์จัดการแล้ว" ดวงตาสีนิลมองลึกเข้าไปที่นัยน์ตาสีฟ้าใส ราวกับต้องมนต์ซึ่งกัน ดวงตาทั้งสองคู่ถูกตรึงไว้ด้วยกระแสอะไรบางอย่างที่ยากจะหาคำตอบ

            ไดอาร์นึกเกลียดหัวใจเจ้ากรรมที่มันเต็มไม่เป็นจังหวะขึ้นมาตงิด ๆ นึกกร่นด่ามัน ว่าจะมาเป็นบ้าอะไรตอนนี้ แล้วเธอจึงรวบรวมสติ หักหลบแววตาคู่นั้น

            "เออ...ฉันไปละนะ" เธอว่า แล้วพยายามผละออกไป มือหนากว่าเอื้อมมาขว้างที่ท่อนแขนบางไว้ ดวงตาสีฟ้าไล่มองไปจนถึงใบหน้าคมเข้มนั้น "มีไรอีกอ่ะ"

            "ถ้าเธอคือนิมฟ์จริง ๆ เธอจะยอมมาเป็นเทพธิดาแห่งฮีมารูนไหม" เขาถามออกมาตรง ๆ

            "ไม่ล่ะ ขอบใจ" เธอปฏิเสธทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้คิดเลยด้วยซ้ำ ยังความไม่พอใจต่อริวจิน

            "ทำไม"

            "ก็ฮีมารูนมีซาเฟียร์แล้วนี่ ดูมันโหดร้ายไปหน่อยหากนายคิดจะปลดเธอออก"

            "..."

            "เอาเป็นว่า ไอ้ตำแหน่งเทพธิดาฉันโนแท้งกิ้ว แต่หากเป็นนายหน้าค้ามุกของฮีมารูนละก็ ฉันไม่ปฏิเสธ"

--------------------------------

            ว่ากันว่าในค่ำคืนหนึ่งกลางฤดูร้อน ที่อากาศหนาวเหน็บที่สุดในประวัติศาสตร์ แห่งฮีมารูน หิมะกระหน่ำไม่ขาดสาย ความเย็นเยียบปกคลุมไปทั่วทุกหองระแหง บ้านเรือนผู้คนพากันปิดตาย ด้วยนโยบายทางการเมืองให้เข้าสู่โหมดสงครามกะทันหัน ชาวบ้านเรือนหมื่นพากันอพยพเพียงชั่วข้ามคืน เพื่อหนีให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของปิศาจร้าย ปิศาจที่ถูกกล่าวขวัญว่าร้ายกาจที่สุด และอัมหิตที่สุด

            "คุณเนียร์อุโมงทิศใต้เป็นไงบ้าง" เสียงริวจินตะโกนแข่งกับพายุหิมะที่ดังอื้ออึงไปทั่ว

            "เรียบร้อยครับ ชาวบ้านทั้งหมดผ่านอุโมงทิศใต้ มุ่งสู่เขตแดนป่านิทราเรียบร้อยแล้ว ยังแต่คนของวิหารเทพ"

            "พวกนั้นมัวทำอะไร บอกให้รีบอพยพก่อนอาทิตย์ตก" ริวจินค่อนข้างหงุดหงิด เขาพอจะเข้าใจเลา ๆ ว่าต้นตอของความเยิ่นเย้อคงมาจากแม่เทพธิดาจอมเรื่องมากซาเฟียร์อีกตามเคย

            "ครับ" คุณเนียร์รับปาก ก่อนที่จะตรงดิ่งไปทางวิหาร ซึ่งริวจินเพียงแต่เห็นหลังไว ๆ ของเขาท่ามกลางพายุหิมะเท่านั้น เขาได้แต่หวังให้คุณเนียร์พาแม่เทพธิดาแสนรั้นหนีไปทันก่อนค่ำทีเถอะ

            ริวจินถอนหายใจหนักหน่วง ตอนนี้เขาหมดกังวลไปมากกว่าครึ่ง ทั้งชาวเมือง และพระบิดา พระมารดา หนีออกจากเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ที่ยังห่วงคงเป็นแค่เรื่องในคืนนี้เท่านั้น

            ดวงตาคู่สีนิลมองไปยังทางทิศที่ตั้งซากวิหารศักด์สิทธิ์หลังม่านหิมะ เสียงถอนหายใจดังเฮือกใหญ่

            "ความหวังทั้งหมดอยู่ที่เธอแล้วนะไดอาร์"

            แสงอาทิตย์สุดท้ายกำลังจะลาลับขอบฟ้าไป พร้อมกับพายุหิมะที่กระหน่ำซัดซาดไม่ขาดสาย ลมหนาวหอบเอาความสิ้นหวังมาด้วยทุกครั้งที่พัดผ่าน ความหดหู่ และชิงชังแฝงเป็นกระแสในสายลมนั้น

            ไดอาร์ยืนอยู่ ณ เชิงบันไดเก่า ๆ ทางขึ้นวิหารศักดิ์สิทธิ์เพียงลำพัง เธอมองสถานที่ที่เคยสวยสดเมื่อครั้งแก้วหยั่งรู้พาไปดูเหตุการณ์ที่บิดเบือนจากประวัติศาสตร์ ช่างน่าเศร้าใจนัก ทั้ง ๆ ที่สถานที่นี้เคยสวยน่าอยู่ แต่ตอนนี้เหลือเพียงซากเก่า ๆ กับกลิ่นคาวอับๆ

            ทั้งหมดก็เพราะแก้วหยั่งรู้!!

            ไดอาร์นึกประณามมันว่าเป็นสาเหตุให้เกิดเรื่องราววุ่นวาย ถ้าไม่มีมันคงจะดีไม่น้อย เธอจับลูกแก้วที่ห้อยอยู่ขึ้นมาพินิจ ตั้งแต่เธอสวยเจ้าแก้วหยั่งรู้ ก็เหมือนมีความรู้สึกประหลาด ๆ ถูกดูดซึมเข้าตัวตลอดเวลา มันทั้งอบอุ่นเหมือนสายลมฤดูร้อน สดชื่นเหมือนอากาศยามฤดูหนาว และเบิกบานราวทุ่งใบไปผลิในช่วงต้นฤดูฝน ความรู้สึกที่บอกไม่ถูก เหมือนกับว่าทุกสรรพสิ่งกำลังถ่ายถอดความเป็นไปเข้าสู้ตัวเธอไม่ขาดสาย พลังสุดแสนพรรณนากำลังพอกพูนอยู่ในร่าง รอวันที่จะปะทุออกมา

“แบบนี้เอง เยราห์ถึงอยากได้มันหนักหนา” เธอเอ่ยกับตัวเอง

พลัน! สายลมกระแสหนึ่งพัดผ่านหน้าไปราวกับบอกว่ามีแขกกิติมศักด์เข้ามาทักทาย

            ไดอาร์ลดแก้วหยังรู้ลง เบือนนัยน์ตาคู่สีฟ้า ไปสบกับดวงตาหม่นสีคราม ที่น่าชิงชัง

            "สวัสดีนิมฟ์ คิดถึงข้าอยู่หรือเปล่า" น้ำเสียงเย็น ๆ ฟังเสแสร้งของคนตรงหน้าทำให้ไดอาร์อยากจะตบหัวสั่งสอนชักทีสองที ข้อหาลามปาม มาตีซี้ด้วย

            "ก็นิดหน่อย" เธอเบ้ปาก พลางยกไหล่ขึ้น

            "หึ..ความจริงถ้าเมิร์ฟไม่ยื่นมือเข้ามาสาระแน เจ้าคงจมอยู่ก้นมหาสมุทรเมื่อสิบแปดปีก่อนแล้ว ไม่มาทำปากดีอย่างตอนนี้หรอก" ตาสีครามมองใบหน้างามด้วยความชิงชัง พลางนึกถึงอดีต ในวันที่ดาราจรัสแสงตกจากฟ้า เธออุตสาห์ตามไปฆ่าทั้งแม่มนุษย์ผู้ให้กำเนิดและเด็กน้อยที่มีดวงชะตาเทพมาจุติ แต่วันนั้น เมิร์ฟ แม่เฒ่าชาวเงือกกลับมาช่วยเด็กคนนั้นให้หนีรอดไปได้

ไดอาร์ได้ฟังที่เยราห์พูดแล้วพาลให้นึกถึงคำพูดหนึ่งของแม่เฒ่าเมิร์ฟ เมื่อครั้นที่พบกันบนเกาะเงือก

"นานเเล้วสินะที่ข้าไม่ได้สัมผัสกับดวงจิตนี้...น่าจะประมาณสิบแปดปีเห็นจะได้"

ประโยคที่เอ่ยลอย ๆ วนเวียนอยู่ในห้วงคิด ก่อนที่จะประติดประต่อเรื่องราวที่ฟังมาจากพี่คีต้าบอกเล่าถึงเธอ

นี่มันกะฆ่ากันตั้งแต่เธอเพิ่งจะเกิดเลยหรือเนี่ย ร้ายกาจ!

“อย่าจ้องข้าด้วยสายตาแบบนั้นสิ ไม่สมกับเป็นเจ้าเลยนิมฟ์” เยราห์ยิ้มหยัน “เลิกอารัมภบทให้มากความ ส่งแก้วหยั่งรู้มา ไม่งั้นเจ้าตาย”

น้ำเสียงแหบพร่าแต่แสดงความข่มขู่ ของคนตรงหน้ามันไม่นึกอยากให้เธอส่งสร้อยให้สักนิด

            ไดอาร์ยิ้มเยาะที่มุมปาก ก่อนฉวยสร้อยกลับลงเสื้อตามเดิม "ไม่ให้!!"

            เยราห์เห็นดวงตาสีฟ้าวาวโรจน์อย่าท้าทาย ก็ให้นึกสนเท่ใจ "ดวงตาเทพ!!" หล่อนอุทานแผ่วเบา "ได้ความทรงจำคืนแล้วสินะ" แล้วหัวเราะไปคนด้วยด้วยความบ้าคลั่ง

            ฟิ้ว!!!!!!!!!

            เยราห์เบี่ยงตัวหลบลูกศรเวทย์วายุดอกแรก ซึ่งเฉียดแขนไปหวุดหวิว เธอมองไปที่เหนือเสาใหญ่ กิฟฟินน์นั่งอยู่บนนั้นและเตรียมเล็งมาอีกดอก

            ฟิ้ว!!!!!!!!!

            กิฟฟินน์ปล่อยเกาฑัณท์ มาอีกดอก และคราวนี้มันตรงไปปักที่กลางหัวใจของเยราห์ แวบแรกไดอาร์แอบกระหยิ่มยิ้มย่องด้วยความดีใจ แต่ก็ต้องรีบเก็บรอยยิ้มนั้นลงไป เมื่อผู้หญิงตรงหน้ามองดูศรปักกลางอกด้วยสายตาดูถูก

            มือซีด ๆ ยกขึ้นมาดึงศรออก ก่อนขว้างมันทิ้งไปกับพื้นซึ่งสลายตัวไปกับอากาศธาตุ ไม่มีแม้แต่เลือดสักหยดไหลรินออกจากบาดแผล   

            "เลิกเล่นอะไรปัญญาอ่อนสักทีเรโฮ เจ้าก็รู้ดี ว่าพวกเราชาวเทพ ไม่อาจตายได้ด้วยเวทย์มนต์" เธอค่อนขอดด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย

            กิฟฟินน์ยกไหล่ขึ้น เหมือนรู้ ๆ กับผลการกระทำอยู่แล้ว ก่อนกระโดดลงมาจากเสา ยืนข้าง ๆ ไดอาร์

            "บอกให้หนีไปไงเล่า" ไดอาร์กระซิบเครียด

            "หน้าที่ฉัน" กิฟฟินน์ตอบนิ่ง ๆ อ้างสิทธิ์ตำแหน่งเรโฮในตำนาน ก่อนจะหันไปทางเยราห์ "แล้วจะเอาไง สองเทพจะสู้กันให้ถึงวันโลกดับเลยหรือไง" เธอย้อนถาม

            เยราห์หัวเราะหึ "มันก็ไม่แน่ ในเมื่อตอนนี้พวกเจ้ามีเพียงจิตวิญญาณที่เป็นเทพ..แต่ร่างกายไม่ใช่"

            ว่าแล้ว เยราห์ก็ซัดพายุหิมะเข้าใส่ทั้งสอง

            กิฟฟินน์เบิกตากว้าง "ระวัง!!"

            "บาเรียเวทย์วารี" ไดอาร์วาดแขนขึ้นเนือย ๆ เกร็ดน้ำแข็งที่เยราห์สร้างกระทบกับบาเรีย ส่งเสียงดัง เกร้ง เกร้ง !! เป็นทอด ๆ

            ดวงตาสีฟ้าเริ่มทอประกายประหลาด จนแม้แต่กิฟฟินน์ยังรู้สึกหวาดหวั่นต่อสาวน้อยที่อยู่ตรงหน้า ไดอาร์วาดไปในอากาศเหมือนไล่แมลงวันที่คอยกวนใจ พลันทั้งพายุหิมะและบาเรียที่ตนสร้างก็หายไปในบัดดล

            "มาเอาจริงกันสักทีเถอะนะ เยราห์"

 

 

 

 ---------------------

อัพแล้วจ้า ^_^

อีกสองตอนก็จบแล้ว

สำหรับโครงการเรื่องใหม่ Wing ยังคงเอาใจคนชอบแนวแฟนตาซีเหมือนเดิมค่ะ ติดตามอ่านกันได้จ้า

M u l i e

 

 

เขียนโดย Mulie : 2008-09-10 06:52:07
คอมเมนต์ถูกปิด หรือ คอมเมนต์ได้เฉพาะสมาชิก
สมัครสมาชิก
ความคิดเห็นที่ 8
ว้าวเก่งขึ้นเยอะเลยแม่นู๋ไดอาร์


ต้องติดตามต่อปาย

สู้ๆนะจ๊ะ

( member no icon )
เด็กเสิร์ฟเย็นตาโฟว์
Freya_z : 2008-09-12 22:16:08
ความคิดเห็นที่ 7
อ๊ายย ย ย ย สนุกกก โหวตตตๆ

เจ้าของร้าน
im_a_witch : 2008-09-10 20:45:41
ความคิดเห็นที่ 6
ดีจัง อยากให้ตัวเอกเปนผู้หญิงเหมือนเดิมอ่ะ นุกดี อิอิอิ

นักชิมเย็นตาโฟว์
eaam : 2008-09-10 19:48:48
ความคิดเห็นที่ 5
อ๊ายๆๆๆๆๆ จะจบแล้ว สนุกมมากเลยอ่ะ รีบๆอัพน้า แล้วจะรอติดตามเรื่องใหม่น้าจ้า สู้ๆ

เจ้าของร้าน
Pailin_narak : 2008-09-10 19:34:18
ความคิดเห็นที่ 4
หนุกค่ะ

จะจบแล้วสินะ

สู้ๆต่อไปน้า
( member no icon )
เจ้าของร้าน
aew41 : 2008-09-10 18:41:57
ความคิดเห็นที่ 3
หนุกค่ะ

เจ้าของร้าน
KaToMiKa : 2008-09-10 17:13:29
ความคิดเห็นที่ 2
ไดอาร์ สู้ๆๆ
มาอัพต่ออีกเร็วๆนะคะ
( member no icon )
เด็กเสิร์ฟเย็นตาโฟว์
fai_naya : 2008-09-10 16:05:54
ความคิดเห็นที่ 1
เมื่อคืนก็มาเปิดดู ไม่เห็นอัพซะเท..
อัพเเล้ว วิ้วๆๆ ^^
สู้ตายเน้อ...กำลังมันส์ๆๆๆ คุ๊คุ๊คุ๊
( member no icon )
เด็กล้างจาน
sallmontrickter : 2008-09-10 07:14:31