
Wing
บทที่ 1 บีลีฟ ฟานเดอลุค
ทิวากับราตรีกาล เป็นสิ่งที่อยู่คู่กันฉันใด ทุกชีวิตจักต้องอยู่ด้วยความหวังและศรัทธาฉันนั้น และหากคราใดที่ท้องฟ้ามืดมิด ไร้ซึ้งแสงสว่างจากดวงตะวันที่สาดส่องมองไม่เห็นหนทางเบื้องหน้า ศรัทธาถูกความสิ้นหวังบดบัง แต่หากละสายตาที่ตกอยู่ในหลุมแห่งความดำมืดนั้นแหงนขึ้นมองบนท้องฟ้าในยามรัตติกาล ก็จะพบกับแสงระยับเล็ก ๆ ที่พร่างพราย และชี้หนทางแห่งแสงให้
ไม่ว่าจะอยู่หนใด บนโลกใบนี้ หากแต่ยังมองเห็นแสงสุกสกาวบนฟ้า นั้นย่อมหมายความว่ามีความหวัง ขอเพียงแต่มีศรัทธารอวันฟ้าใหม่ที่จะโผล่พ้นขึ้นมา...
...we wish you a merry Christ mas...
...we wish you a merry Christ mas...
....and happy new year...
เสียงเพลงแห่งเทศกาลเฉลิมฉลองวันคริสมาสอีฟดังกระหึ่มเมือง ทั่วทั้งมหานครเฟดินาน ดินแดนสิวิลัยทางซีกโลกตะวันออก ทุกบ้านเรือนประดับตกแต่งด้วยแสงไฟกระพริบวิบวับ สีแดงสีเขียวสัญลักษณ์แห่งวันสำคัญระบายอยู่ทั่วทั้งเมือง รอยยิ้มที่แสนสุขวาดดังวิมารฝัน
แต่ก็อย่างที่หลาย ๆ คนบอกไว้ ความสงบสุขมักจะอยู่กับเราไม่นาน ....
มีเพียงช่วงหัวค่ำที่ร้านรวงต่าง ๆ คราคร่ำไปด้วยผู้คนที่เลือกซื้อสิ่งของให้แก่คนที่รัก เพราะหากดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปนานกว่าสี่ชั่วโมงเมื่อไร นั่นคือสัญญาณอันตราย
ผู้คนต่างรีบเก็บข้าวของ ปิดประตูบ้านให้มิดชิด พวกเขารู้ดีว่า เวลาแห่งความวุ่นวายกำลังจะกร่ำกรายเข้ามา ไม่เว้นแม้แต่คืนคริสมาสอีฟ...
นาฬิกายักษ์ใจกลางเมืองตีบอกเวลา ยี่สิบสามนาฬิกาตรง เสียงเหง่งหง่างดังขึ้นพร้อม ๆ กับเสียงน่าหวาดหวั่นจากทั่วสารทิศ
บรึ้น!!!
บรึ้น!!!
เสียงรถแข่งดังสนั่นกัมปนาททั้งท้องถนน รถยนต์แต่งเต็มสูบนับร้อย เหยียบเร่งสุดแรงจากทั่วทุกหัวมุมถนน ตรงมาสู่ใจกลางมหานครเฟดินาน
เสียงอึกกระทึกน่ารำคาญขนาดนี้ แต่กลับไม่มีใครกล้าโผล่หน้าออกมาต่อว่าต่อขานสักนิด แต่ละบ้านเงียบฉี่อย่างกับป่าช้า อย่าว่าแต่ชาวบ้านเลย แม้แต่ผู้พิทักษ์สันติราษฎรที่รับเงินเดือนจากภาษีของประชาชี ยังไม่มีมาให้เห็น
เพราะอะไรนะหรือ...?
เหตุผลประการเดียวที่แก๊งค์รถซิ่งสามารถออกมาเหยียบคันเร่งแสนหนกหูนี่ได้ก็เพราะพวกเขาเป็นลูกท่านหลานเธอที่มีอิทธิพลอย่างล้นหลามในมหานครน่ะสิ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หัวโจกประจำเมือง
ผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าหัวหน้าแก็งค์ป่วนเมือง ราชินีแห่งมหานครเฟดินานยามราตรี...
บีลีฟ ฟานเดอลุค
รถสีชมพูหวานไสต์คุณหนูไฮโซตวัดตัว ปาดแทรงซ้ายแทรงขวา แถมแบรกเอี๊ยดทิ้งท้าย ประตูรถคันงามแง้มออก เผยให้เห็นเรียวขางาม ที่มีถุงนองสีดำสวมทับอยู่ กระโปรงสั้นเลยเข่ากว่าคืบระบายลูกไม้และมุกหวาน ๆ ทิ้งตัวระย้างามตา เสื้อเกาะอกสีดำทับด้วยกักตัวสั้น ผมสีทองม้วนเป็นลอนบาง ๆ ทิ้งตัวสลวยกระทบกับแสงนีออนของต้นคริสมาส ใบหน้าหวานได้รูป ประดับด้วยรอยยิ้มบางสวย แก้มพวงชมพูระเรื่อเปร่งประกายยามแย้มยิ้ม เพียงเธอปราดมองไปยังหนใด สายตาทุกคู่ก็แทบจะลืมซึ่งการหายใจ ดวงตาสีมรกตช่างเย้ายวนและตรึงทุกจังหวะหัวใจให้หยุดไว้ ณ ตรงนั้น
สาวเจ้าเดินมายังกระโปรงหน้ารถ พร้อมกับถุงผ้ากำมะหยี่ใบใหญ่สีแดงสด ข้างในคือลูกบอลสีเงินขนาดพอเหมาะเท่าฝ่ามือ บีลีฟเขย่งตัวขึ้นนั่งราวนางพญาผู้เปี่ยมอำนาจ สรุเสียงหวาน ๆ ดังขึ้น ขณะที่มือเรียวโยนลูกบอลเงินให้แต่ละคน
"ฉลองคริสมาสกันหน่อยไหม
ไหนว่าไม่เคยศรัทธาในพระเจ้าไง ไหงกลับมาฉลองได้ล่ะ มาร์คีป คอลาส หลานชายคนโปรดของนายกเทศมนตรีแห่งเมืองเอ่ยขึ้นล้อ ๆ ร่างสูงเดินเข้ามาฉวยลูกบอลในมือเอาไปโยนเล่นไปมาอย่างนึกสนุก ดวงตาเจ้าเล่ห์เสมองสาวน้อยหนึ่งเดียว ณ กลางลานมีประกายขำ ๆ
แน่นอน ฉันไม่เคยเชื่อในพระเจ้า ไม่เคยเชื่อในเทวดานางฟ้า แต่ฉันเชื่อสิ่งที่ฉันสัมผัสได้ และที่สำคัญกว่านั้น ฉันเชื่อแต่ตัวเอง
เธอคว้าลูกบอลสีเงินอีกอันมาจากถุงซานต้าคอสสีแดง แล้วโยนให้กับเพื่อนอีกหลายคนที่ฉวยรับอย่างพร้อมเพียง
ไม่เชื่อก็อย่าไปลบหลู่ อย่างน้อยเรื่องเล่าของปีศาจแห่งเขามายาเธอก็ควรเกรงไว้บ้างก็ดีนะ มาร์ปบุ้ยปากไปยังเขาสูงที่ตั้งตะหง่านสูงเสียดฟ้าอยู่ลิบ ๆ
ดวงตาสีมรกตละจากถุงซานต้า ถอนหายใจน้อย ๆ อย่างนึกเซ็ง ก่อนที่จะหันมายิ้มให้กับทุกคน
ช่างเถอะน่า จะอะไรนักหนา มันก็แค่เรื่องหนุก ๆ ในเทศกาลห่วย ๆ
รถซิ่งนับร้อยกระจายไปทั่วทั้งเมือง เสียงพลุดังเปรี้ยงปร้าง ตามมาด้วยแสงสีสดใสจากลูกบอลพลุ ของเล่นชิ้นใหม่ที่บีลีฟอุตส่ารีดเร้นจิตนาการสุดบรรเจิดจากหัวสมองชั้นกระทิ เธอใช้เวลานับสัปดาห์ หมกตัวอยู่ในห้องทดลองใต้ดินส่วนตัว กว่าจะคิดค้นเจ้าสิ่งนี้มาได้ งานคริสมาสอีฟ จึงจัดเป็นการเปิดตัวสุดยอดของเล่นที่ดีที่สุด เพื่อจะประกาศให้ชาวเมืองรู้ว่า เธอนี่แหละ เจ๋งสุด!
แต่ฝันกลางวันมันกำลังจะสลายไปต่อหน้าต่อตา เมื่อเจ้าตัวมัวแต่หลงระเริงอยู่กับผลงานชิ้นโบว์แดงจนลืมไปว่า บอลพลุที่ปาออกไปนั้น วิถีมันมุ่งตรงไปยังห้องแล็ปสุดรักสุดหวงของ เควส ฟานเดอลุค
"เวง...!!"
บีลีฟหลับตาปี๋ ไม่อยากจะจินตนาการถึงภาพในอนาคตเลยสักนิด
ตูม!!!!!!!!!!!!!!
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว แรงระเบิดทำให้ห้องแล็ปกระจุยกระจายไม่เป็นท่า ควันสีเขียวลอยขโมงโฉงเฉงจากห้องนั้น
ถ้าป๊าเธอรู้ความจริง งานนี้จบแห่แน่ มาร์คีปเอ่ยอย่างนึกหวาด ๆ เมื่อวาดภาพในหัวถึงหน้าศาสตราจารย์จอมเฮี้ยบ กำลังถือไม้เรียวไล่กวดพวกเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย
บีลีฟกลืนน้ำลายเหนียว ๆ ลงคอแล้วรีบไล่ทุกคนให้สลายตัวด่วน เพราะพายุลูกใหญ่กำลังจะตามมา
ศาสตราจารย์เควส ฟานเดอลุค สะดุ้งตื่นจากภวังค์ช่วงค่ำคืนคริสมาสแสนหวาน จนเกือบตกเตียง เขารีบคว้าแว่นตาหนาและผละตัวออกจากห้องนอน ตรงไปยังอีกฝั่งหนึ่งของบ้าน กลิ่นสารเคมีและควันเหม็นฉุนลอยคละคลุ้งอยู่เต็มไปหมด จนไม่อาจมองเห็นตัวบ้านได้ชัดเจนนัก
"บีลีฟ ๆ" เขาร้องเรียกชื่อลูกสาวสุดรักที่คาดว่าน่าจะนอนหลับอย่างเป็นสุขอยู่บนเตียงอุ่น ๆ อีกฟากหนึ่งของบ้าน
ควันยิ่งลอยไปทั่ว แต่นั่นก็มิอาจเป็นอุปสรรค์ สิ่งที่เขาเป็นห่วงตอนนี้คือลูกสาวแสนดี ที่ป่านนี้คงกำลังนอนขดตัวสั่นงันงกด้วยความกลัว
เควสกุลีกุจอรีบเปิดประตูห้องลูกสาวออก
ผาง!!!
สายตาพุ่งเป้าไปยังเตียงสีหวานที่มีร่างลูกสาวนอนขดอยู่ เควสกระชากผ้าห่มออกหวังกอดรับขวัญลูกสาว แต่...
"บีลีฟ ฟานเดอลุคคคคคคคคคค"
เส้นเลือดที่ขมับกระตุ๊บดึบ ๆ ด้วยความตรึงเครียด พลางหันหลังกลับช้า ๆ ไปยังเงาที่ปรากฏเบื้องหลัง ในมือหมอนข้างที่บังอาจมานอนแทนที่ลูกสาวขึ้นมาอย่างเหลืออด
"นี่มันหมายความว่ายังไงบีลีฟ"
สาวน้อยวัยสิบหกยืนหน้าซีดอยู่ที่ประตู ชุดสีชมพูสั้นเปรี้ยวเข็ดฟันและถุงซานต้าคอสกำมะหยี่สีแดงสด เป็นหลักฐานมัดตัวอย่างดีต่อการชี้ตัวจำเลยของข้อหาที่ดิ้นไม่หลุด
"เรื่องนี้หนูอธิบายได้ค่ะป่าป๊า" เธอทำทีอ้อนตานิสัยลูกสาวแสนดี ที่เคยใช้ได้ผลมาตลอด แต่ดูท่าคราวนี้จะจอดไม่มีแจว ดูได้จากใบหน้าบึ้งตึงของผู้เป็นบิดา สายตาดุ ๆ ส่งตรงผ่านกรอบแว่นหนา มาทิ่มแทงจนสาวน้อยอยากจะมุดลงดินไปตรงนั้น
"เข้าไปในห้อง เปลี่ยนเสื้อผ้า คืนนี้เราต้องคุยกันอีกยาว"
บีลีฟจ๋อยสนิท งานนี้เธอท่าจะรอดยาก เมื่อเจ้าคุณพ่อเกิดเอาจริงจนน่ากลัว ทั้ง ๆ ที่ผ่านมา เธออุตส่าห์ทำตัวเป็นเด็กดีตั้งใจเรียนมาตลอดเพื่อไม่ให้ถูกจับได้ว่าแท้จริงแล้วเธอคือหัวหน้าแก๊งค์สุดแสบประจำมหานครเฟดินาน ที่เควสอวยพรทุกเช้าทุกเย็นว่า
"ไอ้เด็กเหลือขอ พ่อแม่ไม่สั่งสอน"
แล้วเควสก็ได้รู้ซึ้ง ถึงคำว่าพ่อแม่ไม่สั่งสอนนั้น มันตกอยู่ที่กะบาลตัวเองนั้นแหละ
ศาสตราจารย์เควสเดินดุ่ม ๆ ด้วยอารมณ์กรุ่น ๆ ลงมาที่ห้องแล๊ปส่วนตัวที่มีควันลอยคลุ้งไม่เป็นท่า เขาเตรียมใจนิด ๆ ว่าห้องแล็ปสุดรักคงจะย้อยยับ แต่พอเปิดเข้าไป เขาก็แทบจะลมจับ สภาพตรงหน้ามันยิ่งกว่าคำว่าพังไม่เป็นท่า แต่นี่มัน...
โศกนาฏกรรมชัด ๆ
วันสุดแสนวิปโยค...
วัคซีนที่เขาทุ่มแรงกายแรงใจคิดค้นมาชั่วชีวิตแตกยับเยิน สูตรเคมีบนกระดานกระจุยเป็นส่วน ๆ ตกบนพื้น
ไมแกรนจับ!
ศาตราจารย์คนเก่งหมุนตัวออกจากห้อง ปิดประตูลงอย่างเงียบ ๆ เสียงถอนหายใจหนักหน่วงดังขึ้นก่อนเขาจะพาร่างในชุดนอนสีน้ำเงินเข้มไปยังห้องนั่งเล่นทางทิศตะวันตกของบ้าน
บีลีฟในชุดนอนหวาน ๆ สีครีมอ่อน อย่างที่เธอใส่ประจำเพื่อสร้างภาพให้ตัวเองคือสาวน้อยแสนดี เดินจ๋อง ๆ เข้ามาในห้องนั่งเล่นที่ป๊ะป๋านั่งรออยู่ด้วยมาดขรึม ๆ
โซฟาว่างตรงหน้าศาสตราจารย์เควสว่างอยู่เพื่อรอให้ร่างบางทรุดตัวลง เธอแอบกลืนน้ำลายหนืด ๆ ลงคออึกใหญ่อย่างหวาด ๆ
"คะ?" บีลีฟเอ่ยทำลายความเงียบด้วยเสียงอ่อย ๆ
"ยังมีหน้ามาถามอีกหรอ บอกมามันเกิดเรื่องบ้า ๆ แบบนี้ขึ้นได้ไง" เขาถามเสียงเย็น
"ถ้าป๊าหมายถึงนี่" บีลีฟคว้าลูกบอลพลุสีเงินสวยออกมาโชว์ บอลพลุรุ่น E20 ใหม่ล่าสุด รัศมีการส่องแสงไกลกว่าเดิมถึงสิบเมตร จัดองศาทุกมุมเท่ากัน การกระจายตัวเกาะกลุ่ม ไร้กลิ่น เสียงเบากว่าเดิม 67% แถม กำหนดสีได้ตามใจชอบถ้ากดปุ่มข้าง ๆ เธออธิบายยาวเหยียดด้วยความภูมิใจ ก็แหม... เธออดตาหลับขับตานอนมาเป็นอาทิตย์ ๆ กว่าผลงานชิ้นโบว์แดงจะคลอดออกมาสู่สายตามหาชนชาวเฟดินานได้ แต่มันแย่ตรงที่แรงระเบิดเกิดไปทำปฏิกิริยาจนโอเวอร์ ห้องแล็ปที่เต็มไปด้วยสารเคมีเลยระเบิด แถมที่ซวยสุด ๆ ก็ตรงที่ศาสตราจารย์คนเก่งเกิดจับได้นี่แหละ
เควสคว้าบอลสีเงินมา เขาอดยิ้มนึกเชยชมในความอัจฉริยะของลูกสาวไม่ได้ แต่ความผิดก็คือความผิด นี่ลูกสาวที่เขาคิดว่าแสนดีมาตลอด กลับลุกขึ้นมาเข้าแก็งค์กวนเมืองที่เขาเกลียดนักเกลียดหนา ศาสตราจารย์คนเก่งหุบยิ้มลง เมื่อแอบเห็นว่าลูกสาวทำหน้าระรื่นนิด ๆ ที่เห็นรอยยิ้มของเขา
เควสกระแอมเบา ๆ ชักเข้าประเด็นหลัก
"ลูกก็รู้ว่าป๊าไม่ชอบแก็งค์บ้านั่น ลูกยังไปเข้ากับพวกมัน" เขาวางบอลไว้ข้าง ๆ "นี่มันคงบังคับให้ลูกทำของพลุบอลนี่ใช่ไหม" เขาถามอย่างนึกหาเหตุเข้าข้างลูกตัวเอง
บีลีฟเริ่มเหงื่อแตกพลัก ๆ ทั้ง ๆ ที่อากาศก็เย็นสบายดี เธออิดออดเล็ก ๆ ก่อนเอ่ยตอบเสียงอ่อมแอ้ม
"เปล่าค่ะ คือหนูตั้งใจทำเอง"
"..."
เควสสูดลมหายใจลึก ๆ เข้าปอด ในหัวคิดเหตุผลต่าง ๆ นานามาหักล้างภาพของลูกสาวแสนดีที่กลับมาเปรี้ยวซ่าก๋ากั่น
"ถ้างั้นก็แสดงว่า ไอ้หัวหน้าแก็งค์มันคงฉลาดมาก ถึงหลอกใช้ลูกได้ ไม่ได้การล่ะ ป๊าต้องจัดการขั้นเด็ดขาดกับมันเสียที เรื่องนี้ต้องสะสาง..."
บีลีฟได้ฟังถึงกับหน้าถอดสี
ซวย ๆ ๆ
เธอแอบสบถในใจ
"...พรุ่งนี้ป๊าจะไปพบท่าเทศมนตรีให้จัดการขั้นเด็ดขาดเสียที ได้ข่าวมาเหมือนกันว่าหลานชายคนโปรดของท่านเป็นมือขวาของแก็งค์ เห็นทีป๊าต้องให้ท่านสั่งสอนหลานชายจอมกวนนั้นเหมือนกัน"
"ค..คือ ป๊าค่ะ เออ..."
เธออ้ำอึ้งเล็กน้อยก่อนพยายามเอ่ยห้าม
"เออ...อย่าเลยค่ะ"
"ลูกอย่ามาห้ามเสียให้ยาก ถ้าไม่กำจัดต้นตอให้สิ้นซาก ลูกสาวคนดีของป๊าก็ต้องตกอยู่ในวังวนของมันอีก ดังนั้นต้องหาทางกำจัดหัวหน้ามันก่อน" เควสมีท่าทีมุ่งมั่น ตรงข้ามกับบีลีฟที่ตอนนี้อยากจะเอาหัวโขกเสาให้ตาย ๆ ไปซะ
"ค..คือ ป๊า ห..หนูมีอะไรจะบอก"
"ว่า?" เควสเงียบตั้งใจฟังบีลีฟ เธอเงียบไปอึดใจก่อนรวบรวมความกล้าเอ่ยออกมาตรง ๆ
"ความจริงน่ะ หัวหน้าแก็งค์ก็คือ...
คือ?..
อ่า....คือ....บีลีฟ ฟานเดอลุค คนนี้เองแหละคะ"
"หา!!!!!!!!!!!!!!!!!"
-------
เปิดตัวตอนแรกสำหรับ Wing Fantasyค่ะ ยังคงคอนเซป นางเอกแก่นเซี้ยวเปรี้ยวซ่า ร่าเริงเหมือนเดิม แต่สำหรับตัวพระเอกต้องขออุบไว้ก่อน งิงิ
ไม่รู้ว่าเป็นไงบ้าง ขอความเห็นด้วยจ้า
ขอบคุณทุกคอมเม้นท์และโหวตเช่นเดิมค่ะ
Mulie
สมัครสมาชิก