วันที่ : 21 กันยายน 2551
ชื่อตอน (chapter) : Wing : บทที่ 1 บีลีฟ

Wing

บทที่ 1 บีลีฟ  ฟานเดอลุค

            ทิวากับราตรีกาล เป็นสิ่งที่อยู่คู่กันฉันใด ทุกชีวิตจักต้องอยู่ด้วยความหวังและศรัทธาฉันนั้น และหากคราใดที่ท้องฟ้ามืดมิด ไร้ซึ้งแสงสว่างจากดวงตะวันที่สาดส่องมองไม่เห็นหนทางเบื้องหน้า ศรัทธาถูกความสิ้นหวังบดบัง แต่หากละสายตาที่ตกอยู่ในหลุมแห่งความดำมืดนั้นแหงนขึ้นมองบนท้องฟ้าในยามรัตติกาล ก็จะพบกับแสงระยับเล็ก ๆ ที่พร่างพราย และชี้หนทางแห่งแสงให้

            ไม่ว่าจะอยู่หนใด บนโลกใบนี้ หากแต่ยังมองเห็นแสงสุกสกาวบนฟ้า นั้นย่อมหมายความว่ามีความหวัง ขอเพียงแต่มีศรัทธารอวันฟ้าใหม่ที่จะโผล่พ้นขึ้นมา...

                ...we wish you a merry Christ mas...

            ...we wish you a merry Christ mas...

            ....and happy new year...

            เสียงเพลงแห่งเทศกาลเฉลิมฉลองวันคริสมาสอีฟดังกระหึ่มเมือง ทั่วทั้งมหานครเฟดินาน ดินแดนสิวิลัยทางซีกโลกตะวันออก ทุกบ้านเรือนประดับตกแต่งด้วยแสงไฟกระพริบวิบวับ สีแดงสีเขียวสัญลักษณ์แห่งวันสำคัญระบายอยู่ทั่วทั้งเมือง รอยยิ้มที่แสนสุขวาดดังวิมารฝัน

แต่ก็อย่างที่หลาย ๆ คนบอกไว้ ความสงบสุขมักจะอยู่กับเราไม่นาน ....

มีเพียงช่วงหัวค่ำที่ร้านรวงต่าง ๆ คราคร่ำไปด้วยผู้คนที่เลือกซื้อสิ่งของให้แก่คนที่รัก เพราะหากดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปนานกว่าสี่ชั่วโมงเมื่อไร นั่นคือสัญญาณอันตราย

ผู้คนต่างรีบเก็บข้าวของ ปิดประตูบ้านให้มิดชิด พวกเขารู้ดีว่า เวลาแห่งความวุ่นวายกำลังจะกร่ำกรายเข้ามา ไม่เว้นแม้แต่คืนคริสมาสอีฟ...

            นาฬิกายักษ์ใจกลางเมืองตีบอกเวลา ยี่สิบสามนาฬิกาตรง เสียงเหง่งหง่างดังขึ้นพร้อม ๆ กับเสียงน่าหวาดหวั่นจากทั่วสารทิศ

            บรึ้น!!!

            บรึ้น!!!

            เสียงรถแข่งดังสนั่นกัมปนาททั้งท้องถนน รถยนต์แต่งเต็มสูบนับร้อย เหยียบเร่งสุดแรงจากทั่วทุกหัวมุมถนน ตรงมาสู่ใจกลางมหานครเฟดินาน

            เสียงอึกกระทึกน่ารำคาญขนาดนี้ แต่กลับไม่มีใครกล้าโผล่หน้าออกมาต่อว่าต่อขานสักนิด แต่ละบ้านเงียบฉี่อย่างกับป่าช้า อย่าว่าแต่ชาวบ้านเลย แม้แต่ผู้พิทักษ์สันติราษฎรที่รับเงินเดือนจากภาษีของประชาชี ยังไม่มีมาให้เห็น

            เพราะอะไรนะหรือ...?

            เหตุผลประการเดียวที่แก๊งค์รถซิ่งสามารถออกมาเหยียบคันเร่งแสนหนกหูนี่ได้ก็เพราะพวกเขาเป็นลูกท่านหลานเธอที่มีอิทธิพลอย่างล้นหลามในมหานครน่ะสิ

            โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หัวโจกประจำเมือง

            ผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าหัวหน้าแก็งค์ป่วนเมือง ราชินีแห่งมหานครเฟดินานยามราตรี...

            บีลีฟ ฟานเดอลุค

            รถสีชมพูหวานไสต์คุณหนูไฮโซตวัดตัว ปาดแทรงซ้ายแทรงขวา แถมแบรกเอี๊ยดทิ้งท้าย ประตูรถคันงามแง้มออก เผยให้เห็นเรียวขางาม ที่มีถุงนองสีดำสวมทับอยู่ กระโปรงสั้นเลยเข่ากว่าคืบระบายลูกไม้และมุกหวาน ๆ ทิ้งตัวระย้างามตา เสื้อเกาะอกสีดำทับด้วยกักตัวสั้น ผมสีทองม้วนเป็นลอนบาง ๆ ทิ้งตัวสลวยกระทบกับแสงนีออนของต้นคริสมาส ใบหน้าหวานได้รูป ประดับด้วยรอยยิ้มบางสวย แก้มพวงชมพูระเรื่อเปร่งประกายยามแย้มยิ้ม เพียงเธอปราดมองไปยังหนใด สายตาทุกคู่ก็แทบจะลืมซึ่งการหายใจ ดวงตาสีมรกตช่างเย้ายวนและตรึงทุกจังหวะหัวใจให้หยุดไว้ ณ ตรงนั้น

            สาวเจ้าเดินมายังกระโปรงหน้ารถ พร้อมกับถุงผ้ากำมะหยี่ใบใหญ่สีแดงสด ข้างในคือลูกบอลสีเงินขนาดพอเหมาะเท่าฝ่ามือ บีลีฟเขย่งตัวขึ้นนั่งราวนางพญาผู้เปี่ยมอำนาจ สรุเสียงหวาน ๆ ดังขึ้น ขณะที่มือเรียวโยนลูกบอลเงินให้แต่ละคน

            "ฉลองคริสมาสกันหน่อยไหม”

            “ไหนว่าไม่เคยศรัทธาในพระเจ้าไง ไหงกลับมาฉลองได้ล่ะ” มาร์คีป  คอลาส หลานชายคนโปรดของนายกเทศมนตรีแห่งเมืองเอ่ยขึ้นล้อ ๆ ร่างสูงเดินเข้ามาฉวยลูกบอลในมือเอาไปโยนเล่นไปมาอย่างนึกสนุก ดวงตาเจ้าเล่ห์เสมองสาวน้อยหนึ่งเดียว ณ กลางลานมีประกายขำ ๆ

            “แน่นอน ฉันไม่เคยเชื่อในพระเจ้า ไม่เคยเชื่อในเทวดานางฟ้า แต่ฉันเชื่อสิ่งที่ฉันสัมผัสได้ และที่สำคัญกว่านั้น ฉันเชื่อแต่ตัวเอง”

            เธอคว้าลูกบอลสีเงินอีกอันมาจากถุงซานต้าคอสสีแดง แล้วโยนให้กับเพื่อนอีกหลายคนที่ฉวยรับอย่างพร้อมเพียง

“ไม่เชื่อก็อย่าไปลบหลู่ อย่างน้อยเรื่องเล่าของปีศาจแห่งเขามายาเธอก็ควรเกรงไว้บ้างก็ดีนะ” มาร์ปบุ้ยปากไปยังเขาสูงที่ตั้งตะหง่านสูงเสียดฟ้าอยู่ลิบ ๆ

ดวงตาสีมรกตละจากถุงซานต้า ถอนหายใจน้อย ๆ อย่างนึกเซ็ง ก่อนที่จะหันมายิ้มให้กับทุกคน

            “ช่างเถอะน่า จะอะไรนักหนา มันก็แค่เรื่องหนุก ๆ ในเทศกาลห่วย ๆ”

            รถซิ่งนับร้อยกระจายไปทั่วทั้งเมือง เสียงพลุดังเปรี้ยงปร้าง ตามมาด้วยแสงสีสดใสจากลูกบอลพลุ ของเล่นชิ้นใหม่ที่บีลีฟอุตส่ารีดเร้นจิตนาการสุดบรรเจิดจากหัวสมองชั้นกระทิ เธอใช้เวลานับสัปดาห์ หมกตัวอยู่ในห้องทดลองใต้ดินส่วนตัว กว่าจะคิดค้นเจ้าสิ่งนี้มาได้ งานคริสมาสอีฟ จึงจัดเป็นการเปิดตัวสุดยอดของเล่นที่ดีที่สุด เพื่อจะประกาศให้ชาวเมืองรู้ว่า เธอนี่แหละ เจ๋งสุด!

            แต่ฝันกลางวันมันกำลังจะสลายไปต่อหน้าต่อตา เมื่อเจ้าตัวมัวแต่หลงระเริงอยู่กับผลงานชิ้นโบว์แดงจนลืมไปว่า บอลพลุที่ปาออกไปนั้น วิถีมันมุ่งตรงไปยังห้องแล็ปสุดรักสุดหวงของ เควส ฟานเดอลุค

            "เวง...!!"

            บีลีฟหลับตาปี๋ ไม่อยากจะจินตนาการถึงภาพในอนาคตเลยสักนิด

            ตูม!!!!!!!!!!!!!!

            เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว แรงระเบิดทำให้ห้องแล็ปกระจุยกระจายไม่เป็นท่า ควันสีเขียวลอยขโมงโฉงเฉงจากห้องนั้น

            “ถ้าป๊าเธอรู้ความจริง งานนี้จบแห่แน่” มาร์คีปเอ่ยอย่างนึกหวาด ๆ เมื่อวาดภาพในหัวถึงหน้าศาสตราจารย์จอมเฮี้ยบ กำลังถือไม้เรียวไล่กวดพวกเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย

            บีลีฟกลืนน้ำลายเหนียว ๆ ลงคอแล้วรีบไล่ทุกคนให้สลายตัวด่วน เพราะพายุลูกใหญ่กำลังจะตามมา

            ศาสตราจารย์เควส ฟานเดอลุค สะดุ้งตื่นจากภวังค์ช่วงค่ำคืนคริสมาสแสนหวาน จนเกือบตกเตียง เขารีบคว้าแว่นตาหนาและผละตัวออกจากห้องนอน ตรงไปยังอีกฝั่งหนึ่งของบ้าน กลิ่นสารเคมีและควันเหม็นฉุนลอยคละคลุ้งอยู่เต็มไปหมด จนไม่อาจมองเห็นตัวบ้านได้ชัดเจนนัก

            "บีลีฟ ๆ" เขาร้องเรียกชื่อลูกสาวสุดรักที่คาดว่าน่าจะนอนหลับอย่างเป็นสุขอยู่บนเตียงอุ่น ๆ อีกฟากหนึ่งของบ้าน

            ควันยิ่งลอยไปทั่ว แต่นั่นก็มิอาจเป็นอุปสรรค์ สิ่งที่เขาเป็นห่วงตอนนี้คือลูกสาวแสนดี ที่ป่านนี้คงกำลังนอนขดตัวสั่นงันงกด้วยความกลัว

            เควสกุลีกุจอรีบเปิดประตูห้องลูกสาวออก

            ผาง!!!

            สายตาพุ่งเป้าไปยังเตียงสีหวานที่มีร่างลูกสาวนอนขดอยู่ เควสกระชากผ้าห่มออกหวังกอดรับขวัญลูกสาว  แต่...

            "บีลีฟ ฟานเดอลุคคคคคคคคคค"

            เส้นเลือดที่ขมับกระตุ๊บดึบ ๆ ด้วยความตรึงเครียด พลางหันหลังกลับช้า ๆ ไปยังเงาที่ปรากฏเบื้องหลัง ในมือหมอนข้างที่บังอาจมานอนแทนที่ลูกสาวขึ้นมาอย่างเหลืออด

            "นี่มันหมายความว่ายังไงบีลีฟ"

            สาวน้อยวัยสิบหกยืนหน้าซีดอยู่ที่ประตู ชุดสีชมพูสั้นเปรี้ยวเข็ดฟันและถุงซานต้าคอสกำมะหยี่สีแดงสด เป็นหลักฐานมัดตัวอย่างดีต่อการชี้ตัวจำเลยของข้อหาที่ดิ้นไม่หลุด

            "เรื่องนี้หนูอธิบายได้ค่ะป่าป๊า" เธอทำทีอ้อนตานิสัยลูกสาวแสนดี ที่เคยใช้ได้ผลมาตลอด แต่ดูท่าคราวนี้จะจอดไม่มีแจว ดูได้จากใบหน้าบึ้งตึงของผู้เป็นบิดา สายตาดุ ๆ ส่งตรงผ่านกรอบแว่นหนา มาทิ่มแทงจนสาวน้อยอยากจะมุดลงดินไปตรงนั้น

            "เข้าไปในห้อง เปลี่ยนเสื้อผ้า คืนนี้เราต้องคุยกันอีกยาว"

            บีลีฟจ๋อยสนิท งานนี้เธอท่าจะรอดยาก เมื่อเจ้าคุณพ่อเกิดเอาจริงจนน่ากลัว ทั้ง ๆ ที่ผ่านมา เธออุตส่าห์ทำตัวเป็นเด็กดีตั้งใจเรียนมาตลอดเพื่อไม่ให้ถูกจับได้ว่าแท้จริงแล้วเธอคือหัวหน้าแก๊งค์สุดแสบประจำมหานครเฟดินาน ที่เควสอวยพรทุกเช้าทุกเย็นว่า

          "ไอ้เด็กเหลือขอ พ่อแม่ไม่สั่งสอน"

            แล้วเควสก็ได้รู้ซึ้ง ถึงคำว่าพ่อแม่ไม่สั่งสอนนั้น มันตกอยู่ที่กะบาลตัวเองนั้นแหละ

            ศาสตราจารย์เควสเดินดุ่ม ๆ ด้วยอารมณ์กรุ่น ๆ ลงมาที่ห้องแล๊ปส่วนตัวที่มีควันลอยคลุ้งไม่เป็นท่า เขาเตรียมใจนิด ๆ ว่าห้องแล็ปสุดรักคงจะย้อยยับ แต่พอเปิดเข้าไป เขาก็แทบจะลมจับ สภาพตรงหน้ามันยิ่งกว่าคำว่าพังไม่เป็นท่า แต่นี่มัน...

โศกนาฏกรรมชัด ๆ

            วันสุดแสนวิปโยค...

            วัคซีนที่เขาทุ่มแรงกายแรงใจคิดค้นมาชั่วชีวิตแตกยับเยิน สูตรเคมีบนกระดานกระจุยเป็นส่วน ๆ ตกบนพื้น

            ไมแกรนจับ!

            ศาตราจารย์คนเก่งหมุนตัวออกจากห้อง ปิดประตูลงอย่างเงียบ ๆ เสียงถอนหายใจหนักหน่วงดังขึ้นก่อนเขาจะพาร่างในชุดนอนสีน้ำเงินเข้มไปยังห้องนั่งเล่นทางทิศตะวันตกของบ้าน

            บีลีฟในชุดนอนหวาน ๆ สีครีมอ่อน อย่างที่เธอใส่ประจำเพื่อสร้างภาพให้ตัวเองคือสาวน้อยแสนดี เดินจ๋อง ๆ เข้ามาในห้องนั่งเล่นที่ป๊ะป๋านั่งรออยู่ด้วยมาดขรึม ๆ

            โซฟาว่างตรงหน้าศาสตราจารย์เควสว่างอยู่เพื่อรอให้ร่างบางทรุดตัวลง เธอแอบกลืนน้ำลายหนืด ๆ ลงคออึกใหญ่อย่างหวาด ๆ

       "คะ?" บีลีฟเอ่ยทำลายความเงียบด้วยเสียงอ่อย ๆ

            "ยังมีหน้ามาถามอีกหรอ บอกมามันเกิดเรื่องบ้า ๆ แบบนี้ขึ้นได้ไง" เขาถามเสียงเย็น

            "ถ้าป๊าหมายถึงนี่" บีลีฟคว้าลูกบอลพลุสีเงินสวยออกมาโชว์  “บอลพลุรุ่น E20 ใหม่ล่าสุด รัศมีการส่องแสงไกลกว่าเดิมถึงสิบเมตร จัดองศาทุกมุมเท่ากัน การกระจายตัวเกาะกลุ่ม ไร้กลิ่น เสียงเบากว่าเดิม 67% แถม กำหนดสีได้ตามใจชอบถ้ากดปุ่มข้าง ๆ” เธออธิบายยาวเหยียดด้วยความภูมิใจ ก็แหม... เธออดตาหลับขับตานอนมาเป็นอาทิตย์ ๆ กว่าผลงานชิ้นโบว์แดงจะคลอดออกมาสู่สายตามหาชนชาวเฟดินานได้ แต่มันแย่ตรงที่แรงระเบิดเกิดไปทำปฏิกิริยาจนโอเวอร์ ห้องแล็ปที่เต็มไปด้วยสารเคมีเลยระเบิด แถมที่ซวยสุด ๆ ก็ตรงที่ศาสตราจารย์คนเก่งเกิดจับได้นี่แหละ

            เควสคว้าบอลสีเงินมา เขาอดยิ้มนึกเชยชมในความอัจฉริยะของลูกสาวไม่ได้ แต่ความผิดก็คือความผิด นี่ลูกสาวที่เขาคิดว่าแสนดีมาตลอด กลับลุกขึ้นมาเข้าแก็งค์กวนเมืองที่เขาเกลียดนักเกลียดหนา ศาสตราจารย์คนเก่งหุบยิ้มลง เมื่อแอบเห็นว่าลูกสาวทำหน้าระรื่นนิด ๆ ที่เห็นรอยยิ้มของเขา

            เควสกระแอมเบา ๆ ชักเข้าประเด็นหลัก

            "ลูกก็รู้ว่าป๊าไม่ชอบแก็งค์บ้านั่น ลูกยังไปเข้ากับพวกมัน" เขาวางบอลไว้ข้าง ๆ "นี่มันคงบังคับให้ลูกทำของพลุบอลนี่ใช่ไหม" เขาถามอย่างนึกหาเหตุเข้าข้างลูกตัวเอง

            บีลีฟเริ่มเหงื่อแตกพลัก ๆ ทั้ง ๆ ที่อากาศก็เย็นสบายดี เธออิดออดเล็ก ๆ ก่อนเอ่ยตอบเสียงอ่อมแอ้ม

            "เปล่าค่ะ คือหนูตั้งใจทำเอง"

            "..."

            เควสสูดลมหายใจลึก ๆ เข้าปอด ในหัวคิดเหตุผลต่าง ๆ นานามาหักล้างภาพของลูกสาวแสนดีที่กลับมาเปรี้ยวซ่าก๋ากั่น

            "ถ้างั้นก็แสดงว่า ไอ้หัวหน้าแก็งค์มันคงฉลาดมาก ถึงหลอกใช้ลูกได้ ไม่ได้การล่ะ ป๊าต้องจัดการขั้นเด็ดขาดกับมันเสียที เรื่องนี้ต้องสะสาง..."

            บีลีฟได้ฟังถึงกับหน้าถอดสี

            ซวย ๆ ๆ

            เธอแอบสบถในใจ

            "...พรุ่งนี้ป๊าจะไปพบท่าเทศมนตรีให้จัดการขั้นเด็ดขาดเสียที ได้ข่าวมาเหมือนกันว่าหลานชายคนโปรดของท่านเป็นมือขวาของแก็งค์ เห็นทีป๊าต้องให้ท่านสั่งสอนหลานชายจอมกวนนั้นเหมือนกัน"

            "ค..คือ ป๊าค่ะ เออ..."

            เธออ้ำอึ้งเล็กน้อยก่อนพยายามเอ่ยห้าม

            "เออ...อย่าเลยค่ะ"

            "ลูกอย่ามาห้ามเสียให้ยาก ถ้าไม่กำจัดต้นตอให้สิ้นซาก ลูกสาวคนดีของป๊าก็ต้องตกอยู่ในวังวนของมันอีก ดังนั้นต้องหาทางกำจัดหัวหน้ามันก่อน" เควสมีท่าทีมุ่งมั่น ตรงข้ามกับบีลีฟที่ตอนนี้อยากจะเอาหัวโขกเสาให้ตาย ๆ ไปซะ

       "ค..คือ ป๊า ห..หนูมีอะไรจะบอก"

     "ว่า?" เควสเงียบตั้งใจฟังบีลีฟ เธอเงียบไปอึดใจก่อนรวบรวมความกล้าเอ่ยออกมาตรง ๆ

      "ความจริงน่ะ หัวหน้าแก็งค์ก็คือ...”

“คือ?..”

“อ่า....คือ....บีลีฟ ฟานเดอลุค คนนี้เองแหละคะ"

     "หา!!!!!!!!!!!!!!!!!"

 -------

เปิดตัวตอนแรกสำหรับ Wing Fantasyค่ะ ยังคงคอนเซป นางเอกแก่นเซี้ยวเปรี้ยวซ่า ร่าเริงเหมือนเดิม แต่สำหรับตัวพระเอกต้องขออุบไว้ก่อน งิงิ

ไม่รู้ว่าเป็นไงบ้าง  ขอความเห็นด้วยจ้า

ขอบคุณทุกคอมเม้นท์และโหวตเช่นเดิมค่ะ

Mulie

 

 

 

เขียนโดย Mulie : 2008-09-21 20:48:46
คอมเมนต์ถูกปิด หรือ คอมเมนต์ได้เฉพาะสมาชิก
สมัครสมาชิก
ความคิดเห็นที่ 7
หนุกจังค่ะ
เขียนได้ยอดมาก
เราชอบเรื่องแบบนี้
ตงเลย
( member no icon )
เด็กล้างจาน
PLOYmissU : 2008-11-18 19:28:42
ความคิดเห็นที่ 6
สนุกจัง

พ่อครัวมือใหม่
...tonkraw^-^... : 2008-10-06 17:34:25
ความคิดเห็นที่ 5
น่าสนุกดีนะคะ

จะติดตามจนจบเรื่องเลยค่ะ
( member no icon )
พ่อครัวมือใหม่
-^CasPer^- : 2008-09-24 17:18:08
ความคิดเห็นที่ 4
ว้าวๆๆ สนุกมากเลยๆ นางเอกซนจังเลยเนอะ อัพเร็วๆน้าค้า สู้ๆ

เจ้าของร้าน
Pailin_narak : 2008-09-22 18:26:27
ความคิดเห็นที่ 3
นางเอกร้ายจิงๆ สวยแล้วยังเก่งอีก ชิส์ -0-

โหวตสิ สนุกเกินไป ชิชิ อัพเร็วๆนะคะ

เจ้าของร้าน
im_a_witch : 2008-09-22 10:19:25
ความคิดเห็นที่ 2
หนุกดีจ้า

จะติดตามต่อไปนะ

สู้ๆจ้า
( member no icon )
เจ้าของร้าน
aew41 : 2008-09-22 09:55:35
ความคิดเห็นที่ 1
เรื่องใหม่มาแล้ว เรื่องเก่ายังอ่านไม่จบเลย ^^

นักชิมเย็นตาโฟว์
NESLY : 2008-09-22 08:45:16