วันที่ : 12 ตุลาคม 2551
ชื่อตอน (chapter) : Wing : บทที่ 6 ตะลุยวิงโซว์

Wing

บทที่ 6 ตะลุยวิงโซว์

           

หากใครต่อใครที่รู้จักชื่อของบีลีฟ ฟานเดอลุกเป็นอย่างดี และทราบถึงเบื้องหลังวีรกรรมแสนแสบของราชินีราตรีแห่งเฟดินานแล้วละก็ ย่อมรู้ดีว่า เธอเป็นคนดื้อ และฉลาดแกมโกงอย่างหาตัวจับได้ยาก สิ่งหนึ่งที่ยืนยันได้ก็คือเธอสามารถปลอมตัวอยู่ในคราบเด็กเรียนแอ๊บแบ๋วตบตาศาสตราจารย์เควส ฟานเดอลุก จอมเฮียบมาได้กว่าสิบ ๆ ปี (ยกเว้นเสียมาพาดท่าเมื่อวันคริสมาสที่ผ่านมานี้เอง) และอย่างที่ทราบกันดีว่า ไม่มีใครสามารถบังคับเธอให้ทำอะไรอย่างที่ใจเธอไม่ปราถนาไม่ได้

          แต่...ต้องยอมรับเลยว่าตระกูลเอเคดา ตระกูลเก่าแก่แห่งวิงโซว์สามารถงัดกลยุทธทุกวิถีทางที่จะทำให้ แม่สาวจอมแก่นแปลงโฉมมาเป็นสาวสวยผู้อ่อนหวานในชุดลูกไม้ฟูฟ่องอย่างที่คุณหนูริต้ามักจะแต่งอยู่เสมอ

        วิธีอะไรน่ะหรอ?

        ก็แค่คุณหนูริต้า เอ่ยวาจาเพียงว่า "ไม่แต่งชุดนี้ก็ไม่เป็นไรนะ แค่อดข้าวสองมื้อ เธอทนได้ก็ทน ฉันเองก็ไม่ชอบบังคับใจใครเหมือนกันจ๊ะ"

       เท่านั้นเอง บีลีฟก็รีบคว้าชุดฟู ๆ มาสวมแทบจะไม่ทัน

       เนี่ยนะไม่ชอบบังคับใจใคร!

       เห็นเป็นคุณหนูผู้อ่อนหวาน น่ารักที่แท้ก็โหดใช่เล่นเหมือนกันนะเนี่ย

        บีลีฟแอบบ่นในใจดัง ๆ ขณะส่องกระจกบานใหญ่มองสภาพตัวเองที่ดูอย่างไร ๆ ก็ใกล้เคียงกับนางเอกลิเกเข้าไปทุกที

      "แต่งตัวเสร็จแล้วเราลงไปข้างล่างกันนะ พี่ราเตโก้รออยู่"

          "รอ? รอทำไมอ่ะ จะไปไหนกันหรอ"

          "เธอไม่เคยมาวิงโซว์ไม่ใช่หรอ เห็นคุณย่าเล็กบอกว่าเธอต้องตามคุณย่าไปอยู่หลังเขาตั้งนาน วันนี้ฉันกับพี่เลยกะจะเป็นมักคุเทศพาเธอไปชมเมืองสักหน่อยน่ะ อยากไปไหม"

            "อยากดิ ๆ ไป ๆ ๆๆ " บีลีฟดีใจจนเนื้อเต้น รีบฉุดริต้าวิ่งลงบันไดอย่างรวดเร็ว

        "ช้า ๆ ก็ได้ โอ๊ย!!ตายแน่เลย ถ้าท่านแม่มาเห็น" ริต้าร้องห้ามอย่างจนใจ แต่เมื่อคนข้างหน้าไม่ฟัง เธอก็เลยจำใจต้องวิ่งตาม และภาวะนาไม่ให้นายหญิงใหญ่แห่งเอเคดา มาจ๊ะเอ๋เข้าเท่านั้นก็พอ

            "แล้ววันนี้เราจะไปไหนกันดี" คนที่ตื้นเต้นมากที่สุดเอ่ยถามเจ้าถิ่นทั้งสอง พลางมองสำรวจข้างทาง ข้างนู้นทีข้างนี้ทีอย่างกับเด็ก ๆ

            "ตลาดน่ะ ช่วงเทศกาลปีใหม่หยุดยาวแบบนี้ ร้านรวงคงเต็มพรึบแหละ" ราเตโก้เอ่ยอย่างอารมณ์ดี แล้วชี้ชวนแนะนำสถานที่สำคัญ ๆ ให้บีลีฟฟัง

            "เธอเห็นปราสาทสวย ๆ ตรงนู้นไหม นั่นน่ะ ตำหนักฟ้า ส่วนข้าง ๆ กันนั้นก็คือสภาวิงโซว์ที่ใช้บริหารราชการบ้านเมือง"

            "หรอ ได้ยินว่าตระกูลเอเคดา ก็ปกครองสภาพด้วยใช่ไหม แหม ท่าทางจะใหญ่ใช่เล่นนะเนี่ย เห็นทีฉันจะต้องทำตัวดี ๆ สักหน่อยเพื่อจะได้พึ่งบารมีด้วย"

            "มันก็ไม่ใช่แบบนั้นหรอกจ๊ะ บีลีฟ" ริต้าตีแขนคนช่างประจบอย่างนึกหมั่นไส้

            "ยังมีอีกสามตระกูลใหญ่ที่ร่วมปกครองในสภาด้วย เพื่อไว้ถ่วงดุลอำนาจกันในสภาไม่ให้การปกครองเอนเอียงไปทางไหน อีกทั้งยังมีตำหนักฟ้า อยู่ตรงกลาง เป็นผู้ชี้ขาดความเหมาะสม" คุณชายใหญ่แห่งเอเคดาอธิบายอย่างชำนิชำนาญด้วยต่อไปต้องขึ้นไปปกครองในสภาต่อจากบิดาของตน

            "อย่าบอกนะว่า ไวทอรี ดาร์วิค เอเคดา และซีซาวาริน  สี่ตระกูลใหญ่ที่คุณมูคิวบอกน่ะ โอ้โห...ที่นี่มีเจ้าถิ่นเยอะแหะ" บีลีฟพยักหน้าอย่างซึมซับข้อมูล ขณะหันไปมองยังตัวปราสาทที่ราเตโก้บอก

            "อืม สวยดีเน๊าะ ท่าทางจะใหญ่โตเอามาก ๆ ขนาดมองจากที่ไกล ๆ แบบนี้ ยังดูอลังการงานสร้างเลย" ไม่ว่าเปล่าเจ้าตัวก็ทำทีเปิดกระจกรถนั่งที่เทียมด้วยหมาป่าภูเขาตัวสีเทา ชะเง้อออกมามองมัน จนริต้าและราเตโก้ต้องรีบฉุดเธอให้ลงมานั้งที่เดิม เพราะเกรงว่าแขกคนสำคัญจะตกรถไปเสียก่อน

            "เธอนี่ซนจริง ๆ" ริต้าเอ็ดเบา ๆ แต่เจ้าคนแสน ซน กลับหัวเราะแหะ ๆ ไม่ถือสา

            "เอาน่ามาเที่ยวทั้งทีพวกเธอก็อย่างซีเรียสกันนักเลย นี่มันเทศกาลด้วย ฉันว่าเราลงเดินกันดีกว่าไหม"

            คนต่างถิ่นเริ่มชักชวนให้มักคุเทศทำอะไรแผลง ๆ

            สองพี่น้องมองหน้ากันอย่างชั่งใจ เพราะพวกเขาก็ยังไม่ค่อยชินกับการเดินเที่ยวในตลาดที่มีผู้คนมากเท่าไร นั่นอาจเพราะพวกเขาเกินมาเป็นท่านชายและท่านหญิงแห่งตระกูลสูงศักดิ์ ทำให้ขาดโอกาสที่จะสัมผัสใกล้ชิดกับชาวบ้านเดินดินธรรมดา

            "ว่าไง นั่งแต่ในนี้มันจะสนุกอะไรล่ะ อย่างมากก็แค่มองไปมองมา ฉันว่าเราต้องสัมผัสมันด้วยตัวเองสิ" บีลีฟยิ้มร่า และรวบแขนสองพี่น้องแห่งเอเคดาให้ลงจากรถ

            "ปีเตอร์ รอพวกเราอยู่ตรงนี้แหละ" ราเตโก้หันไปสั่งพลขับที่ดูมีสีหน้าวิตกกังวลกับพฤติกรรมพิเลน ๆ ของเจ้านาย "ไม่ต้องห่วงน่า เดี๋ยวเราจะกลับ"

            แต่ก่อนที่พลขับจะได้เอ่ยคัดค้าน เขาก็เห็นเพียงหลังไว ๆ ของนายน้อยทั้งสอง เพียงเท่านั้น

            งานเทศกาลปีใหม่ของชาววิงโซว์ช่างคึกคักไม่แพ้ที่เฟดินาน เพียงแต่ที่นี่ออกจะแปลกประหลาดตรงที่ ไม่มีแสงสีนีออน ให้เคืองลูกตา แต่เต็มไปด้วยดอกไม้หลากสี ที่เปล่งแสงนวล ๆ ดึงดูดความสนใจ อีกทั้งกลิ่นหอมอ่อน ๆ และบรรยากาศดี ๆ ที่ส่งมาเป็นระยะ ทำให้ผู้คนที่นี่มีสีหน้ายิ้มแย้ม  บางคนถึงกับเอาเครื่องดีด คล้ายกีต้า และกลอง มาเคาะเป็นจังหวะ สร้างบรรยากาศแห่งความรื่นรมย์

            บีลีฟเห็นชาววิงโซว์บางคนที่กางปีกบินไปบินมาบนท้องฟ้า แต่บางคนเลือกที่จะเดินไปเดินมาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

            "ทีนี่ทำไมบางคนบินบางคนไม่บิน" คำถามซื่อ ๆ ของบีลีฟ เรียกรอยสนเท่ห์บนใบหน้าหวาน ของริต้า

            "แล้ว...ทำไมต้องบินกันทุกคนด้วยล่ะ" ริต้าย้อนถามด้วยรู้สึกสงสัย

     "อ้าว ก็ชาววิงโซว์มีปีกกันทุกคนไม่ใช่หรอ แล้วทำไมถึงไม่ค่อยบินกันเลยล่ะ"

         "ฉันล่ะเชื่อแล้วว่าคุณย่าเล็กน่ะ พาเธอไปหมกอยู่หลังเขาจริง ๆ" ริต้าแสดงสีหน้าอย่างปลงอนิจจัง กับสาวน้อยบ้านนอกคอกนาคนนี้ "พวกเราน่ะ ไม่ได้มีพลังเวทย์เหลือเฟือถึงจะได้มากางปีกกันพร่ำเพรื่อ แล้วอีกอย่าง การที่จะบินได้ เธอก็ต้องได้รับใบอนุญาตด้วย"

        "ใบอนุญาต? โห ยุ่งยากแหะ มีปีก แต่ไม่มีอิสระ" บีลีฟบ่นอุบ นึกเสียดายปีกที่หลังว่าคงจะไม่ได้กางอวดโฉมแล้วละมั้ง เพราะใบอนุญาตอะไรทั้งหลายแหล่เธอก็ไม่มี

            ราเตโก้ยิ้มขำ ๆ เมื่อคนสาวน้อยมีสีหน้าสลดลง พอพูดถึงใบอนุญาต "เอาไว้เธอจบจากวินด์เซนท์เมื่อไรเธอก็ได้ใบอนุญาตเองนั้นแหละ อย่ากังวลไปเลย" เขาอาสาทำตัวเป็นพี่ชายที่แสนดีปลอบสาวน้อยต่างถิ่น

            "ใช่ ๆ เดี๋ยวพอหมดช่วงวันหยุดปีใหม่เมื่อไร ฉันก็จะพาเธอไปเรียนที่วินด์เซนท์ด้วยกัน" ริต้าเข้ามาช่วยอีกแรง

        แต่แทนที่บีลีฟจะยิ้มกว้าง รับไมตรีที่สองพี่น้องหยิบยื่นมาให้ เธอกลับทำหน้ายุ่งเหมือนยุงตีกัน "เรียน?" เธอทวนคำเสียงสูง

        ริต้าพยักหน้าแรง ๆ เพราะไม่เข้าใจว่าบีลีฟจะตกใจอะไรนักหนา

         "จ๊ะ เข้าเรียนที่วินด์เซนท์ด้วยกัน ถึงจะเปิดเรียนได้เกือบสามเดือนแล้ว แต่ถ้าได้เส้นสายของเอเคดาละก็ เรื่องอื่น ๆ หายห่วง"

         บีลีฟยิ้มแหย ๆ รับความหวังดีของทั้งสอง ไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้สึกซาบซึ้งกับน้ำใจของพี่น้องที่แสนดีสองคนนี้หรอกนะ แต่ที่เธอกังวลน่ะก็คือ เธอจะไปเรียนที่วินด์เซนท์รู้เรื่องได้อย่างไรล่ะ ในเมื่อตั้งแต่จำความได้น่ะ เธอก็คือมนุษย์ธรรมดาในเมืองเฟดินานนีน่า (ถึงแม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นสาวน้อยจอมอัจฉริยะก็เถอะ)

         "อย่าทำหน้ายุ่งอย่างนั้นสิสาวน้อย มาทางนี้ดีกว่า ฉันมีอะไรจะให้ดู" ราเตโก้ชี้ชวนทั้งบีลีฟและริต้าให้ไปอีกที่หนึ่ง ซึ่งเป็นลานกว้างริมผา ในช่วงเวลาอาทิตย์ตกดินแบบนี้ ทำให้มีผู้คนชุมนุมกันค่อนข้างหนาแน่น

            "เขาจัดงานอะไรหรือเปล่า" เธอถามด้วยความอยากได้ใคร่รู้ตามวิสัย

            "ดูนั่นสิ" ราเตโก้ให้บีลีฟยืนอยู่ริมผา ที่มีราวไม้กั้นอยู่ เขาชี้ไปที่ช่องทะเลเมฆที่เปิดกว้างอยู่ มีแสงแดดยามเย็นส่องผ่าน ลงไปเบื้องล่าง ดวงตาสีมรกตมองตามช่องทางนั้น ก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความแปลกใจ

            ด้านล่างนั้น คือ เมืองเฟดินาน ขนาดจิ๋วเดียวตั้งอยู่ ราวกับว่ามันเป็นเมืองตุ๊กตาที่เริ่มเปิดไฟ แสงสีนีออนให้สุกสว่าง เพราะอาทิตย์กำลังจะค่อย ๆ ลาลับขอบฟ้า

            "นั่นน่ะ เฟดินาน เมืองของพวกมนุษย์ เมื่อวาน ฉันกับพ่อไปประชุมสภาที่นั่นมา เชื่อไหม ที่นั่นน่ะ มีวิวัฒนาการที่ไปไกลกว่าเราอีก ทั้ง ๆ ที่พวกเขาไม่มีเวทย์มนต์" ราเตโก้เล่าประสบการณ์ชวนตื่นเต้นให้บีลีฟกับริต้าฟัง ท่าทางออกรสออกชาติของราเตโก้ ทำให้บีลีฟ อดขำไม่ได้ เธอนึกถึงเฟดินานที่เธอเคยอยู่ในมุมมองของตัวเอง ซึ่งมันก็ไม่ได้พิลึกพิศดาลมากมายอย่างที่ราเตโก้โม้เลยสักนิด

            "หรอคะท่านพี่ ฉันอยากไปเฟดินานบ้างจัง ท่าจะสนุก" ท่านหญิงริต้าก็ดูตื้นเต้นไม่แพ้กัน บีลีฟเห็นก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างเซ็ง ๆ

            จะตื่นเต้นอะไรนักหนา

            เมื่อเห็นว่าสองศรีพี่น้องดูจะคุยเรื่องเฟดินาน จนน้ำลายเริ่มแตกฟอง ซึ่งเธอก็ไม่อาจจะเข้าไปขัดช่วงสนทนาได้ บีลีฟจึงเลือกเดินออกมาจากกลุ่มอย่างเงียบ ๆ เพื่อชมเฟดินาน ยามเย็นจากบนยอดเขามายา (ภูเขาที่ชาวเฟดินานมักเรียกกัน)

            แล้วพอแสงสุดท้ายได้ลาจากขอบฟ้า เมฆทั้งหลายก็พากันเข้ามารวมกลุ่ม ปิดช่องทางราวกับเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า หมดเวลาชมนกชมไม้ยามเย็นแล้ว ซึ่งช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองกำลังรออยู่

            เสียงดนตรีบรรเลงอย่างรู้งาน สาวสวยนับสิบคน ออกมาร่ายรำด้วยท่วงท่างดงามและสนุกสนาน จนใคร ๆ แถวนั้น ต้องหลีกทาง และจับกลุ่มมองดูรายการเอนเตอร์เทรนอย่างสำราญใจ

            ด้วยเสียงเพลงที่สนุกสนาน และบรรยากาศแสนจะเป็นใจ ทำให้ขาแข่งของราชินีเท้าไฟ เริ่มประทับร่างของสาวน้อยแสนซน

            เจ้าตัวขยับขาไปมา โยกหัวไปมาตามจังหวะเพลง เมื่อ เหล่านางรำเห็นว่าเริ่มมีคนร่วมสนุกด้วย พวกหล่อนจึงเข้ามาชักชวนให้บีลีฟร่วมวง ซึ่ง สำหรับบีลีฟแล้ว การปฏิเสธถือเป็นการเสียมารยาทอย่างยิ่ง สาวน้อยจอมซนไม่รีรอ รีบกระโจนเข้าไปวาดลวดลายที่แปลกประหลาด แต่ก็ดูสนุกสนานไปอีกแบบ สำหรับคนที่นี่

            เสียงปรบมือตามจังหวะ และการโห่ร้อง ดังเกรียวกราว จากกลุ่มคนที่มีขนาดเล็ก ๆแต่ตอนนี้ทำท่าว่า ทุกคนที่มาร่วมงานฉลอง จะสามัคคีมาดูการแสดงข้างถนนที่ว่าอย่างพร้อมเพรียง และเริ่มมีคนเข้ามาวาดลวดลายเพิ่มขึ้นด้วย

        "เฮ้!ไซเฟอร์ มาทางนี้สิ ท่าทางจะสนุกดี" เสียงเรียกจากชายหนุ่มเพื่อนซี้ ทำให้เจ้าของดวงตาสีนิล หันมามองช้า ๆ อย่างว่างท่า คิ้วเรียวหมุนขึ้นอย่างสงสัย แต่ก็ยอมเดินตามแต่โดยดี

        "เร็วสิ ชักช้า เดี๋ยวก็อดดูของดีหรอก" ชายหนุ่มที่ว่ายังคงเร่งเร้า

        "รู้แล้ว ช้า ๆ ก็ได้โยคอน ขืนนายยังตะโกนอยู่อย่างนี้ ไม่ทางดาร์วิค ก็ทางไวทอรี่คงหาเราเจอกันพอดี" ไซเฟอร์บอกอย่างระอานิด ๆ เมื่อเห็นว่าเพื่อนซี้ ที่มีศักดิ์เป็นถึงท่านชายแห่งตระกูลดาร์วิค ยังคงไม่เก็บเนื้อเก็บตัว ยอมตกเป็นเป้าสายตา

        สาเหตุที่ท่านชายทั้งสองตระกูลต้องมาหลบ ๆ ซ้อน ๆ ก็เป็นเพราะว่า พวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากคฤหาสน์ แต่ก็เพราะแผนของโยคอน ท่านชายแสนซน จอมกะล่อนแห่งตระกูลดาร์วิคนี่สิ ถึงสามารถบุกเข้าตระกูลไวทอรี ฝ่าด่านองค์ลักษณ์และพาท่านชายคนสำคัญของไวทอรี่ออกมาได้อย่างง่ายดาย แต่...เมื่อออกมาได้ ก็ต้องระวังไม่ให้ถูกจับได้ด้วย นี่แหละที่สำคัญ!  

"เออ ๆ บ่นเป็นคนแก่อยู่ได้ นี่ฉันพานายมาเปิดหูเปิดตานะเฟ้ย" โยคอนหันมากัดเล็ก ๆ แต่ก็ยังพาเขาฝ่าฝูงชนเข้าไปจนถึงด้านหน้าของกลุ่มนางรำที่ยักย้ายกันอยู่

            "ของดีดูซะ ศึกษาไว้นะเพื่อน โอกาสดี ๆ แบบนี้หาได้ที่ไหน" โยคอนว่าอย่างอารมณ์ดี ซึ่งอีกฝ่ายก็ทำหน้าบอกบุญไม่รับ เมื่อต้องโดนลากมาอยู่ในวงล้อมของสาวสวยนักเริงระบำ

            ก็ในเมื่อหน้าตาของพวกเขาทั้งสอง เรียกได้ว่า หล่อเข้าขั้น ก็ย่อมไม่แปลกที่นางรำทั้งหลายจะล้อมหน้าล้อมหลังชวนพวกเขาเต้น

            โยคอนที่มีผมสีน้ำตาลเข้ม ดวงตาสีน้ำเงิน ดูท่าทางสนุกสนานเป็นกันเอง ทำให้สาว ๆ เข้ามาเต้นกับเขาได้ง่าย ส่วนอีกคน ท่านชายไซเฟอร์ ผู้มีดวงตาสีนิลที่ลึกลับน่าค้นหา ท่าทีสง่า ผ่าเผย สาวที่ไหนเห็นต้องมีอันเหลียวหลัง มากรี๊ดสลบ เสียก็แต่หน้าดุ ๆ ที่เขามักทำเป็นประจำนี่แหละ ทำให้เรตติ่งตกไปเล็กน้อย เมื่ออยู่ใกล้ ๆ กับโยคอน

            "เสียมารยาทนะ ถ้านายไม่เต้นน่ะ" โยคอนว่า ขณะที่โดนสาว ๆ กลืนไปกับวงเต้นรำ ไซเฟอร์ยังไม่ทันเรียก ก็เพียงเห็นแค่หลังไว ๆ ของเพื่อนซี้

            เขาถอนหายใจอย่างหนักหน่วง "ให้มันได้อย่างนี้สิ" ไซเฟอร์บ่นอย่างเซ็ง ๆ เมื่อบรรดาสาว ๆ ที่เข้ามาห้อมล้อมไม่ได้ลดจำนวนลงเลย

            ดวงตาสีนิล และสมองอันปราดเปรื่องเริ่มหาทางหนีทีไล่ ที่มองอย่างไร ๆก็มืดมนเสียเหลือเกิน แต่แล้วเพียงวูบเดียวที่ดวงตาคู่สวยสีนิล สบเข้ากับแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวที่เจิดจรัสอยู่ตรงหน้า

            ร่างบางในชุดสวยฟูฟ่อง ราวตุ๊กตา กำลังเริงร่า โยกย้ายเอวบาง ๆ ไปมาตามจังหวะเพลงอย่างเพลิดเพลิน ผมสีทองเป็นลอนบิดพริ้ว ไปตามแรงสะบัดของร่างกาย ใบหน้างามมีเม็ดเหงื่อซึมผ่านไรผม ซึ่งเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข

            เพียงแวบเดียวที่มอง ไซเฟอร์ก็เหมือนตัวเองตกอยู่ในมนต์สะกดที่ยากจะถอน เขาพยายามรวบรวมสมาธิทั้งหมดแล้วพุ่งออกไปคว้าข้อมือบางนั้นไว้

            "เจอกันอีกแล้วนะ ยัยตัวแสบ"

            บีลีฟหยุดการร่ายรำลง มองเจ้าของมือหนาที่ถือวิสาสะมาเกาะกุมอย่างเอาเรื่อง และเมื่อคนตรงหน้าคือคู่กรณีที่ไม่ค่อยชอบหน้ากันเท่าไร(อย่างไม่มีเหตุผล) เจ้าตัวก็ถึงกับทำหน้าตูบ บอกบุญไม่รับ

            "สงสัยนายคงไม่อยากตายดีเสียแล้วมั้ง ไอ้คุณชาย"

------------

เฮ้อ...เขียนไปเขียนมาแล้วรู้สึกว่านางเอกของเราชักจะเป็นอันทพาลเข้าไปทุกที

ขอบคุณทุกคอมเม้นท์และโหวตเช่นเดิมค่ะ

M u l i e

 

 

เขียนโดย Mulie : 2008-10-12 21:48:43
คอมเมนต์ถูกปิด หรือ คอมเมนต์ได้เฉพาะสมาชิก
สมัครสมาชิก
ความคิดเห็นที่ 5
หนุกมากมายเลยค่ะ

มาอัพไวๆนะคะ

เป็นกำลังใจให้
( member no icon )
เจ้าของร้าน
aew41 : 2008-10-14 11:18:01
ความคิดเห็นที่ 4
สนุกมากเลย อัพไวๆนะคะ

เด็กเสิร์ฟเย็นตาโฟว์
gmrobpkp : 2008-10-13 21:47:13
ความคิดเห็นที่ 3
อัพๆๆ ชอบๆๆๆ โหวตๆๆๆ

เจ้าของร้าน
im_a_witch : 2008-10-13 20:28:36
ความคิดเห็นที่ 2
สนุกมากๆๆเลยค่ะ
รีบๆอัพนะค่ะ สู้ๆ

เจ้าของร้าน
Pailin_narak : 2008-10-13 19:46:22
ความคิดเห็นที่ 1
หนุกอ่ะ มาอัพไวๆนะ
( member no icon )
พ่อครัวมือใหม่
tofoo : 2008-10-13 03:03:40