
Wing
บทที่ 17 ศูนย์วิจัยพัฒนาพืชพรรณ
ดอกฟุไดสีขาวบริสุทธิ์คลอน้ำค้างามเช้ากำลังเบ่งบานรับแสงอรุณของช่วงฤดูหนาวที่กำลังจะผ่านพ้น ต้อนรับฤดูร้อนแสนอบอุ่นที่แวะเวียน ไม่ว่ามองไปทางไหนของวิงโซว์ก็จะเต็มไปด้วยสีขาวโพลนของดอกฟุไดดอกเล็ก ๆ ราวกับว่ามีคนมาปูพรมหิมะไว้ทั่วทั้งหุบเขา
เรือนกระจกของศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชพรรณแห่งวิงโซว์ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกฟุไดที่บานสะพรั่งกำลังเต็มไปด้วยความโกลาหลอลมานของเล่าทโมน นักเรียนชั้นปีที่หนึ่งหอแดงโรงเรียนวินเซนท์ ที่ออกมาทัศนศึกษาในวิชาเวทย์พื้นฐานว่าด้วยพลังเวทย์สายดิน หลังจากที่ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาถูกฝึกให้ใช้เวทย์สายดินกันอย่างโชกโชน จะได้บ้างไม่ได้บ้างก็ตามแต่ความถนัดของตน ซึ่งสำหรับบีลีฟ ฟานเดอลุค ที่เพิ่งจะได้สัมผัสกับการใช้ชีวิตแปลกประหลาดแบบนี้เป็นครั้งแรก ถึงกับอยากจะกินดินให้สิ้นเรื่องสิ้นราว เผื่อว่าเธอจะได้เสกอะไรให้งอกเงยเหมือนเพื่อนคนอื่น ๆ ได้
ไม่ต้องพูดถึงท่านชายแห่งไวทอรี และ ดาร์วิค สองคู่หูคู่ฮานี้ ทำได้ดีเลิศประเสริฐศรี ประหนึ่งว่าแก้วอ่านมนต์อ่านเวทย์ได้เป็นสายดินก็ไม่ปานแถมอาจดีกว่าเพื่อน ๆ สายดินทั้งหมดด้วยซ้ำ เพราะไม่ว่าเดินไปทางไหน บีลีฟก็ได้ยินแต่คำสรรเสริญของทั่งคู่ดังมาจากอาจารย์คาเนลไม่หยุดหย่อน
"ดีมากเลยไซเฟอร์ เธอน่ะอัจฉริยะจริง ๆ"
"อนาคตผู้นำของดาร์วิค เหมาะกับเธอแล้วโยคอน"
"ดีมาก ๆ ๆ ๆ "
"..."
แหม...ถ้าคำชมมันวนมาตกที่เธอบ้างคงจะดี ซึ่งก็คงได้แค่ฝันเพราะฝีมือแบบสเนค ๆ ฟิช ๆ แบบนี้ ท่าจะรอดยากสักหน่อย
สำหรับโยคอนน่ะบีลีฟไม่ค่อยหมั่นไส้เท่าไร เพราะไม่ได้มีการเหม็นขี้หน้าเป็นทุนเดิม แต่สำหรับไซเฟอร์นี่สิ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าพอได้ยินชื่อนี้ทีไรหงุดหงิดทุกที ยิ่งเห็นหน้านิ่ง ๆ ของคนเก่งแล้วพาลให้อารมณ์เสียโดยไม่ทราบสาเหตุ
ซึ่งเมื่อเหล่าทโมนแห่งหอแดงผ่านพ้นช่วงวิกฤตมาได้ อาจาย์คาเนลก็รีบพามายังที่นี่ สถานที่ที่รวบรวมจอมเวทย์สายดินเอาไว้เพียบ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชพรรณภายใต้การดูและของตระกูลเอเคดานั้นนอกจากจะผลิตและพัฒนาเหล่าพืชผลทางการเกษตรให้พอเพียงต่อการยังชีพของชาววิงโซว์แล้ว ที่นี่ยังเป็นศูนย์ฝึกจอมเวทย์สายดินที่ได้มาตรฐานที่สุดอีกด้วย ชาววิงโซว์สายดินที่รักการสร้างสรรค์จึงเข้ามาศึกษาที่นี่ต่ออย่างท่วมท้น
นารัวอธิบายให้บีลีฟฟังว่า จอมเวทย์สายดินที่มีความสามารถด้านปลูกพืชอย่างเธอต่างก็ใฝ่ฝันจะศึกษาที่นี่ต่อ อีกทั้งนารัวยังเป็นคนหนึ่งที่คลั้งไคล้ในตัวมูคิว หมอเทวดาอันดับหนึ่งอย่างที่สุด เธอยังบอกกับบีลีฟหลายต่อหลายครั้งว่าอิจฉาบีลีฟที่ได้อยู่กับคุณมูคิวตั้งหลายปี อีกทั้งถ้ามีโอกาสเธอก็อยากจะขอสมัครเข้ามาเป็นลูกศิษย์ของคุณมูคิวเหมือนกัน
ส่วนริต้า ที่เป็นสายดินเหมือนกัน แต่จะเน้นไปทางการใช้เวทย์ป้องกัน ดูจากเม็ดทรายที่เกิดในแก้วอ่านมนต์จากอาจารย์คาเนล ทำให้คนสายดินที่เป็นเวทย์ป้องกันมักเข้าไปอยู่กับพวกกองกำลังป้องกันความมั่นคง หรือไม่ก็อยู่กับกองกำลังดูแลความสงบสุขในวิงโซว์แทน แต่สำหรับริต้าแล้วบีลีฟคิดว่าท่านหญิงคนสำคัญแห่งเอเคดาคงไม่แคล้วต้องไปอยู่ฝ่ายคลัง เศรษฐกิจ และความสัมพันธ์ทางการทูต เพราะดูจากท่านชายแห่งดาร์วิค อย่างโยคอน คงไม่ปล่อยให้ว่าที่นายหญิงของตระกูลในอนาคตต้องไปตกระกรรมลำบากแน่ ๆ
ส่วนบีลีฟน่ะหรอ อนาคตจะเป็นอย่างไรต่อก็คงไม่สน ตอนนี้ขอแค่ให้ผ่านข้อสอบมหาหินที่จะตามมาตอนปลายภาคเหมือนคนอื่น ๆ เขาก็พอแล้ว เพราะตอนนี้เธอกำลังหนักใจกับเวทย์สายน้ำแสนพิศดาลที่บังเอิญเจ้าแก้วอ่านมนต์ดันออกผลแจ็คพอตมาให้
บีลีฟยืนมองความโกลาหลอลมานของเหล่าเพื่อน ๆ สายดินกว่าครึ่งห้อง ที่ถูกจับแยกเป็นสองกองอย่างพร้อมเพรียง แถวหนึ่งคือเด็กสายดินอารมณ์ศิลป์(บีลีฟตั้งให้เอง)พวกนี้เน้นการปลูกพืชพรรณ และทุกอย่างเกี่ยวกับธรรมชาติ ส่วนอีกแถวคือสายดินดิบเถื่อน (อันนี้ก็โมเมเรียกเอาเองอีกนั่นแหละ) ที่สามารถเรียกหิน ดิน ทราย ขึ้นมาป้องกันหรือจู่โจมได้บางครั้งเท่าที่ต้องการ
สำหรับส่วนเกิน สายน้ำ ลม ไฟ นั้นก็ราวกับถูกทอดทิ้งไปโดยปริยายเมื่อเพื่อน ๆ สายดินแสนโปรดปรานของที่นี่ถูกพาเข้าไปยังจุดที่สามารถเพิ่มศักยภาพให้ตนได้อย่างเต็มที่ จะมีก็แต่รุ่นพี่ที่เคยจบจากวิงโซว์บางคนเท่านั้นที่เข้ามาให้คำแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ กับพวกที่เหลือเกี่ยวกับการเพราะปลูก หรือไม่ก็สาธิตการแสดงพลังเวทย์มาจู่โจมเท่านั้น
"ต้นบอมบูม เป็นต้นไม้อันตรายอีกชนิดที่ถูกพัฒนาเพื่อใช้ในกองกำลังป้องกันความมั่นคง ตัวต้นไม่น่ากลัวเท่าไร แต่ผลสีดำ ๆ นี่สิ ร้ายนักเชียว"
"ร้ายขนาดไหนหรอพี่"
รุ่นพี่ที่อาสาเป็นไกด์พากลุ่มนักเรียนที่ถูกทอดทิ้งเดินทัวร์ หรี่ตาลงมองเด็กใหม่ที่ไม่คุ้นหน้าคุ้นตา ซึ่งดูจะสนอกสนใจกับต้นบอมบูมจนออกนอกหน้า สังเกตได้จากประกายระริกบนแววตาสีมรกตคู่สวยที่วาววับราวกับเด็กเห็นของเล่นใหม่ที่ถูกใจ
รุ่นพี่พับแขนเสื้อกราวน์สีขาวขึ้น ถุงมือยางสีขาวค่อย ๆ เอื้อมมือไปหยิบผลต้นบอมบูมมาอย่างเบามือ ขนาดของมันเท่าลูกเบสบอล แต่ว่ามีสีดำปรอดคล้ายลูกระเบิด ผิดกันก็แค่มีก้านเขียว ๆ ติดมาเท่านั้น
เขาโยนมันเข้าตู้กระจกสี่เหลี่ยมขนาดไม่ใหญ่มากนัก ปิดประตูลงกลอนล็อคไว้อย่างแน่นหนา ก่อนหันมายิ้มให้กับเหล่ารุ่นน้องที่ยืนมองอยู่อย่างลุ้น ๆ
"ดูให้ดี นี่คือความร้ายกาจของมัน"
ตูม!!!!!!
"ว้าว...เจ๋งอะพี่ ทำได้ไง" บีลีฟเกาะติดกับกระจก ดูผลพวงการระเบิดภายในที่มีแต่ประกายไฟ และควันลอยขโมงไปหมด ดีที่ตู้กระจกทดลองหนาพอ ไม่อย่างนั้นคงได้มีคนเจ็บกันบ้าง
รุ่นพี่ขยี้จมูกตัวเอง ยืดขึ้นอย่างภาคภูมิ "ก็ไม่มีอะไร แค่ใช้เวทย์สายไฟเป็นตัวจุดระเบิดก็เท่านั้น"
"หรอ...สอนหน่อยสินะ ๆ ๆ ๆ" เจ้าตัวดีเข้ามาอ้อนตามเสต็ปที่มักจะใช้เสมอเวลาอยากได้อะไร
"อ...เออ....คือ เรื่องนี้มัน..." เขามองไปหารุ่นน้องคนอื่น ๆ เพื่อหาตัวช่วยแต่ดูเหมือนคนอื่นๆ ก็คล้อยตามแม่นักเรียนใหม่คนนี้ตาม ๆ กัน
"น๊า...พี่ สอนหน่อยสิ รับรองเลยว่าไม่บอกอาจารย์หรอก"
ด้วยแววตาที่มองแล้วชวนให้ใจอ่อนคล้อยตาม (แม้จะลำบากใจอยู่ไม่น้อย) รุ่นพี่ผู้โชคร้ายก็เกือบจะตบปากรับคำ แต่...ก็เหมือนกับว่าสวรรค์ยังทรงโปรดเขาอยู่บ้าง ตัวช่วยเพียงหนึ่งเดียวก็ก้าวเข้ามา ราวกับเทวดามาโปรด
"บอมบูมจะอนุญาตให้ใช้แต่เฉพาะคนของกองกำลังป้องกันความมั่นคงเท่านั้น คนอื่นไม่มีสิทธิ"
บีลีฟมองคนพูดด้วยใบหน้างอง้ำ บอกถึงความไม่พอใจสุด ๆ ที่โดนขัดใจ
เอาอีกแล้วตานี่ ชอบขัดเธออยู่เรื่อยเลย
เหมือนกับ 'คนชอบขัด' จะรู้ตัว ไซเฟอร์ปรายหางตาดุ ๆ มาทางเธอเป็นการปราม ไม่ให้ทำตัวให้รุ่นพี่ลำบากใจ เพราะการสอนคนอื่นนอกเหนือจากคนของกองกำลังป้องกันความมั่นคง จะมีความผิดถึงขั้นถูกจองจำในคุกมืดกลางหุบเขาเลยทีเดียว แต่ดูเหมือนบีลีฟจะเข้าใจไปเองว่านั่นคือสายตาท้าทาย เย้ยหยันของคนที่เหนือกว่า
โยคอนซึ่งยืนอยู่ตรงกลางมองการเล่นสงครามประสาทของคนทั้งคู่ด้วยปวดเศียรเวียนเกล้า จึงจำใจต้องมาเป็นคนไกล่เกลี่ยสถานการณ์แทน
"เฮ้...เพื่อน ๆ ที่รัก อาจารย์คาเนลกับคนอื่น ๆ เดินมานู้นแล้ว ไปหากันเถอะนะ ใกล้เที่ยงแล้วด้วย ฉันหิว" เขาลูบท้องที่ร้องประท้วง จ้อก ๆ พอดีกับที่ริต้า และนารัว เข้ามาหาพอดี
หิวแล้วหรอโยคอน ท้องร้องเสียดังเชียว ริต้าเข้ามาแซว ด้วยสายตาที่เป็นห่วงเป็นใย
โยคอนหัวเราะ แหะ ๆ พร้อมกับพยักหน้า อืม...อาจารย์พาไปดูอะไรมาหรอ ทำไมนานจัง
พอเอ่ยถึงเรื่องที่ถูกพาเข้าไปทัวร์ในศูนย์วิจัย สองสาวก็ทำหน้าตาระรื่นขึ้นมาทันที การพัฒนาพืชน่ะ รู้ไหมว่าเราสามารถปลูกธัญหารเองได้แล้ว มากพอสำหรับช่วงฤดูหนาวหน้าเลยล่ะ
แถมยังมีพืชสมุนไพรอีกตั้งหลายตัวแนะ พี่ ๆ ที่นี่ยังชวนให้ฉันมาร่วมงานด้วยเลย นารัวก็ดูตื่นเต้นไม่แพ้กัน
จ้า ๆ...เรื่องปากท้องของประเทศชาติน่ะสำคัญ แต่ตอนนี้ปากท้องของฉันน่ะสำคัญกว่า ว่าแล้วท้องเจ้ากรรมก็ร้องประท้วงขึ้นทันที
อุ๊ย! ตายแล้ว บีลีฟ เป็นผู้หญิงทำแบบนี้ไงได้ น่าอาย ๆ ริต้ารีบเข้ามาลากสาวน้อยที่ทำเสียงท้องร้องโกรกกรากไปอบรมโดยด่วน
บีลีฟทำหน้าเมื่อย แล้วชี้ไปที่นาฬิกาผนังที่แขวนอยู่ไม่ห่าง
นี่มันบ่ายโมงแล้วน๊า...ท้องฉันมันก็ต้องประท้วงหน่อยสิ จริงไหมโยคอน เธอตะโกนมาหาแนวร่วม ซึ่งโยคอนก็สนับสนุนเห็นดีเห็นงามด้วย
เอางี้ ไหน ๆ ช่วงบ่ายอาจารย์คาเนลก็ปล่อยฟรีอยู่แล้ว เราไปหาอะไรอร่อย ๆ กินในตลาดก่อนกลับดีไหม
โอเค ฉันเห็นด้วย เจ้าตัวดีรีบยกมือสนับสนุน คนอื่นๆ ว่าไง
แหม...วางแผนเที่ยวกันแบบนี้ ใครมันจะไปขัดได้ล่ะ ริต้าว่าอย่างงอน ๆ บีลีฟเลยต้องรีบเข้ามาประจบประแจงไว้ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะชวดเอาทุกแผน ข้าวก็ไม่ได้กิน เที่ยวก็อด
บีลีฟเข้ามากระซิบข้างหูริต้าเบา ๆ พลางบุ้ยหน้าบุ้ยตาไปทางโยคอนด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ ที่ขนาดโยคอนเห็นแล้วยังเสียวสันหลังวาบ เพราะหลังจากกระซิบกระซาบกันไม่นาน แม่นางฟ้าคนดีของเขาก็หน้าแดงแป๊ด พร้อมกับพยักหน้าเบา ๆ เป็นเชิงอนุญาต
เย้!! ออกเดินทางได้เลย บีลีฟชูมือขึ้นเหมือนคว้าชัยมาไว้ แล้วออกเดินนำหน้าทันที
นี่ริต้า บีลีฟเขาคุยอะไรกับเธอหรอ โยคอนเดินเข้ามาถาม
ริต้าพอเห็นฝ่ายคู่กรณีทำหน้าตายไม่รู้เรื่องรู้ราว ใบหน้างาม ๆ ก็ยิ่งขึ้นสีแดงไปใหญ่ บ้า...ไม่รู้ ๆ ๆ บีลีฟรอฉันด้วยสิ แล้วนางฟ้าของโยคอนก็วิ่งออกไปอีกคน
อะไรของเขา โยคอนเกาหัวแกรก ๆ หันมาถามไซเฟอร์ กับนารัวที่ยังคงยืนอยู่ด้วยกัน
นารัวคว้ากระเป๋าที่หอบหนังสือติดมาด้วยขึ้นพาดบ่า รวบผมสีน้ำตาลกระเซิงด้วยไหมสีแดงอย่างลวก ๆ เห็นได้ยินบีลีฟบอกว่า นายวางแผนจะพาริต้าออกเดทไม่ใช่หรอ กะมีเซอร์ไพร์ด้วยนี่ แหม...ความรักสดใส
ฉันเนี่ยนะ โยคอนชี้นิ้วหาตัวเองด้วยความงง ๆ
อือ รีบไปสิ เดี๋ยวก็ตามสองคนนั้นไม่ทันหรอก
เฮ้ย ไซเฟอร์ ฉันไปวางแผนตั้งแต่เมื่อไรฟระ โยคอนหันมาถามเพื่อนสนิท
ไซเฟอร์ยกไหล่ขึ้น เบ้ปากเล็กน้อย จะไปรู้หรอ...โชคดีก็แล้วกันเพื่อน ไซเฟอร์ตบไหล่เบา ๆ เป็นกำลังใจอย่างขำ ๆ แล้วเดินตามนารัวออกไป ทิ้งให้โยคอนทำหน้าเหลอหลาอยู่คนเดียว
ทำกันแล้วไหมล่ะ บีลีฟ
หลังจากฟาดเค้กบูลเบอรี่ชิ้นที่สามแทนอาหารกลางวันเป็นที่เรียบร้อย บีลีฟก็ขอสั่งน้ำสตอเบอรี่อีกแก้วเป็นของล้างปาก
เธอนี่เป็นเจ้าแม่ตระกูลเบอรี่หรือเปล่า กินแต่เบอรี่ ๆ ๆ นารัวมองเพื่อนตรงหน้าอย่างทึ่ง ๆ
ก็แหม...อาหารที่นี่มันอร่อยดีนี่ ฉันชอบ ลองด้วยไหม
ไม่ล่ะ ฉันนิยมพวกผักมากกว่า นี่ก็กะว่าจะกินธัญพืชที่เขาพัฒนาใหม่สักเดือนหนึ่ง เห็นว่าได้ประโยชน์ครบเลย แล้วนารัวก็ตักผักคำโตเข้าปากเคี้ยวตุ้ย ๆ
อ้าว ริต้าไม่หิวหรอ ไม่เห็นจะกินอะไรเลย บีลีฟที่สังเกตเห็นรูมเมทนั่งนิ่ง ๆ มานานเลยถามด้วยความเป็นห่วง
สงสัยจะตื่นเต้นเรื่องเซอร์ไพร์จากโยคอนที่เธอบอกอยู่มั้ง นารัวละจากจานผักขึ้นมาแซว
เซอร์ไพร์หรอ?
เวงกรรม!!
โยคอนกับบีลีฟสบตากันแต่สื่อถึงคนละความหมาย เธอมองโยคอนที่ส่งสายตาหาเรื่องมาอย่างนึกขอโทษขอโพย ก่อนจะเสไปมองไซเฟอร์ที่กำลังนั่งกลั้นหัวเราะอยู่จนน่าหมั่นไส้ และสุดท้ายก็มาจบลงที่เพื่อนรูมเมทคนสวยที่นั่งก้มหน้างุดอยู่ด้วยความขวยเขิน
เอาละสิ ทำไงดีฟระเรา
แล้วไอเดียแสนบรรเจิดก็พุ่งพรวด จนโยคอนแทบจะสำลักน้ำออกมาเมื่อได้ยิน
ตาย ๆ ๆ ฉันขอโทษนะโยคอนที่ทำแผนนายแตก เจ้าตัวตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ พร้อมกับทำท่าครุ่นคิดถึงแผนขั้นต่อไป
ไหน ๆ ก็แผนก็แตกแล้ว นายก็เอาของที่จะเซอร์ไพร์ออกมาเลยแล้วกัน รอยยิ้มกว้างแกมบังคับส่งมาให้โยคอนที่นั่งหน้าซีดเป็นไก่ต้มอยู่
เอาแล้ว...ซวย ๆ ๆ แล้วตูจะหาอะไรมาเซอร์ไพร์ล่ะเนี่ย
โยคอนส่งสายตามาเป็นเชิงถามคนก่อเรื่อง แต่เจ้าตัวกลับนั่งลอยหน้าลอยตาไม่รู้เรื่องรู้ราว ส่วนนางฟ้าคนงามของเขาน่ะหรอ นั่งหน้าแฉล้มทำตากลมแป๋วรอของเซอร์ไพร์จากเขาเต็มที่เลย
ที่พึ่งสุดท้ายของเขาก็เลยคือคนที่นั่งหน้าตายอยู่ข้าง ๆ
ไซเฟอร์ ช่วยหน่อยสิเพื่อน โยคอนกระซิบเครียด
ไซเฟอร์ดึงชายเสื้อที่ถูกโยคอนกระตุกกลับมาอย่างรำคาญเล็ก ๆ พร้อมกับลุกขึ้น โยคอนเห็นเพื่อนซี้ทำท่าจะทอดทิ้งก็รู้สึกใจเสียขึ้นมา เช่นเดียวกับบีลีฟที่นึกประณามเขาขึ้นมาในใจ
แล้งน้ำใจจริง ๆ
นายจะไปไหน เจ้าตัวต้นแผนการเอ่ยถามคนที่หาทางรอดคนเดียว
ไซเฟอร์ปรายตามามองคนก่อเรื่องที่ลากคนอื่นมาตกหลุมด้วยแล้วยังไม่มีท่าทีจะสำนึก ไปหาของเซอร์ไพร์อย่างที่เธออุตส่าทำแผนแตกน่ะสิ เอ้า ลุก ๆ ๆ จะไปไหมเนี่ย
ขอบคุณคอมเม้นท์และแรงโหวตจ้า ^_^
------------
อัพแล้วจ้า สด ๆ ร้อน ๆ
ช่วงนี้ต้องไปต่างจังหวัดประมาณหนึ่งสัปดาห์ แต่จะพยายามเข้ามาอัพให้นะคะเพื่อน ๆ อาจอัพช้าหน่อย ต้องขออภัย T-T
M u l i e


