วันที่ : 20 พฤศจิกายน 2551
ชื่อตอน (chapter) : Wing : บทที่ 17 ศูนย์วิจัยพัฒนาพืชพรรณ

Wing

บทที่ 17 ศูนย์วิจัยพัฒนาพืชพรรณ

            ดอกฟุไดสีขาวบริสุทธิ์คลอน้ำค้างามเช้ากำลังเบ่งบานรับแสงอรุณของช่วงฤดูหนาวที่กำลังจะผ่านพ้น ต้อนรับฤดูร้อนแสนอบอุ่นที่แวะเวียน ไม่ว่ามองไปทางไหนของวิงโซว์ก็จะเต็มไปด้วยสีขาวโพลนของดอกฟุไดดอกเล็ก ๆ  ราวกับว่ามีคนมาปูพรมหิมะไว้ทั่วทั้งหุบเขา

            เรือนกระจกของศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชพรรณแห่งวิงโซว์ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกฟุไดที่บานสะพรั่งกำลังเต็มไปด้วยความโกลาหลอลมานของเล่าทโมน  นักเรียนชั้นปีที่หนึ่งหอแดงโรงเรียนวินเซนท์ ที่ออกมาทัศนศึกษาในวิชาเวทย์พื้นฐานว่าด้วยพลังเวทย์สายดิน หลังจากที่ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาถูกฝึกให้ใช้เวทย์สายดินกันอย่างโชกโชน จะได้บ้างไม่ได้บ้างก็ตามแต่ความถนัดของตน ซึ่งสำหรับบีลีฟ ฟานเดอลุค ที่เพิ่งจะได้สัมผัสกับการใช้ชีวิตแปลกประหลาดแบบนี้เป็นครั้งแรก ถึงกับอยากจะกินดินให้สิ้นเรื่องสิ้นราว เผื่อว่าเธอจะได้เสกอะไรให้งอกเงยเหมือนเพื่อนคนอื่น ๆ ได้

            ไม่ต้องพูดถึงท่านชายแห่งไวทอรี และ ดาร์วิค สองคู่หูคู่ฮานี้ ทำได้ดีเลิศประเสริฐศรี ประหนึ่งว่าแก้วอ่านมนต์อ่านเวทย์ได้เป็นสายดินก็ไม่ปานแถมอาจดีกว่าเพื่อน ๆ สายดินทั้งหมดด้วยซ้ำ เพราะไม่ว่าเดินไปทางไหน บีลีฟก็ได้ยินแต่คำสรรเสริญของทั่งคู่ดังมาจากอาจารย์คาเนลไม่หยุดหย่อน

          "ดีมากเลยไซเฟอร์ เธอน่ะอัจฉริยะจริง ๆ"

          "อนาคตผู้นำของดาร์วิค เหมาะกับเธอแล้วโยคอน"

          "ดีมาก ๆ ๆ ๆ "

          "..."

            แหม...ถ้าคำชมมันวนมาตกที่เธอบ้างคงจะดี ซึ่งก็คงได้แค่ฝันเพราะฝีมือแบบสเนค ๆ ฟิช ๆ แบบนี้ ท่าจะรอดยากสักหน่อย

         สำหรับโยคอนน่ะบีลีฟไม่ค่อยหมั่นไส้เท่าไร เพราะไม่ได้มีการเหม็นขี้หน้าเป็นทุนเดิม แต่สำหรับไซเฟอร์นี่สิ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าพอได้ยินชื่อนี้ทีไรหงุดหงิดทุกที ยิ่งเห็นหน้านิ่ง ๆ ของคนเก่งแล้วพาลให้อารมณ์เสียโดยไม่ทราบสาเหตุ

            ซึ่งเมื่อเหล่าทโมนแห่งหอแดงผ่านพ้นช่วงวิกฤตมาได้ อาจาย์คาเนลก็รีบพามายังที่นี่ สถานที่ที่รวบรวมจอมเวทย์สายดินเอาไว้เพียบ

            ศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชพรรณภายใต้การดูและของตระกูลเอเคดานั้นนอกจากจะผลิตและพัฒนาเหล่าพืชผลทางการเกษตรให้พอเพียงต่อการยังชีพของชาววิงโซว์แล้ว ที่นี่ยังเป็นศูนย์ฝึกจอมเวทย์สายดินที่ได้มาตรฐานที่สุดอีกด้วย ชาววิงโซว์สายดินที่รักการสร้างสรรค์จึงเข้ามาศึกษาที่นี่ต่ออย่างท่วมท้น

            นารัวอธิบายให้บีลีฟฟังว่า จอมเวทย์สายดินที่มีความสามารถด้านปลูกพืชอย่างเธอต่างก็ใฝ่ฝันจะศึกษาที่นี่ต่อ อีกทั้งนารัวยังเป็นคนหนึ่งที่คลั้งไคล้ในตัวมูคิว หมอเทวดาอันดับหนึ่งอย่างที่สุด เธอยังบอกกับบีลีฟหลายต่อหลายครั้งว่าอิจฉาบีลีฟที่ได้อยู่กับคุณมูคิวตั้งหลายปี อีกทั้งถ้ามีโอกาสเธอก็อยากจะขอสมัครเข้ามาเป็นลูกศิษย์ของคุณมูคิวเหมือนกัน

        ส่วนริต้า ที่เป็นสายดินเหมือนกัน แต่จะเน้นไปทางการใช้เวทย์ป้องกัน ดูจากเม็ดทรายที่เกิดในแก้วอ่านมนต์จากอาจารย์คาเนล ทำให้คนสายดินที่เป็นเวทย์ป้องกันมักเข้าไปอยู่กับพวกกองกำลังป้องกันความมั่นคง หรือไม่ก็อยู่กับกองกำลังดูแลความสงบสุขในวิงโซว์แทน แต่สำหรับริต้าแล้วบีลีฟคิดว่าท่านหญิงคนสำคัญแห่งเอเคดาคงไม่แคล้วต้องไปอยู่ฝ่ายคลัง เศรษฐกิจ และความสัมพันธ์ทางการทูต เพราะดูจากท่านชายแห่งดาร์วิค อย่างโยคอน คงไม่ปล่อยให้ว่าที่นายหญิงของตระกูลในอนาคตต้องไปตกระกรรมลำบากแน่ ๆ

           ส่วนบีลีฟน่ะหรอ อนาคตจะเป็นอย่างไรต่อก็คงไม่สน ตอนนี้ขอแค่ให้ผ่านข้อสอบมหาหินที่จะตามมาตอนปลายภาคเหมือนคนอื่น ๆ เขาก็พอแล้ว เพราะตอนนี้เธอกำลังหนักใจกับเวทย์สายน้ำแสนพิศดาลที่บังเอิญเจ้าแก้วอ่านมนต์ดันออกผลแจ็คพอตมาให้

บีลีฟยืนมองความโกลาหลอลมานของเหล่าเพื่อน ๆ สายดินกว่าครึ่งห้อง ที่ถูกจับแยกเป็นสองกองอย่างพร้อมเพรียง แถวหนึ่งคือเด็กสายดินอารมณ์ศิลป์(บีลีฟตั้งให้เอง)พวกนี้เน้นการปลูกพืชพรรณ และทุกอย่างเกี่ยวกับธรรมชาติ ส่วนอีกแถวคือสายดินดิบเถื่อน (อันนี้ก็โมเมเรียกเอาเองอีกนั่นแหละ) ที่สามารถเรียกหิน ดิน ทราย ขึ้นมาป้องกันหรือจู่โจมได้บางครั้งเท่าที่ต้องการ

         สำหรับส่วนเกิน สายน้ำ ลม ไฟ นั้นก็ราวกับถูกทอดทิ้งไปโดยปริยายเมื่อเพื่อน ๆ สายดินแสนโปรดปรานของที่นี่ถูกพาเข้าไปยังจุดที่สามารถเพิ่มศักยภาพให้ตนได้อย่างเต็มที่ จะมีก็แต่รุ่นพี่ที่เคยจบจากวิงโซว์บางคนเท่านั้นที่เข้ามาให้คำแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ กับพวกที่เหลือเกี่ยวกับการเพราะปลูก หรือไม่ก็สาธิตการแสดงพลังเวทย์มาจู่โจมเท่านั้น

            "ต้นบอมบูม เป็นต้นไม้อันตรายอีกชนิดที่ถูกพัฒนาเพื่อใช้ในกองกำลังป้องกันความมั่นคง ตัวต้นไม่น่ากลัวเท่าไร แต่ผลสีดำ ๆ นี่สิ ร้ายนักเชียว"

            "ร้ายขนาดไหนหรอพี่"

            รุ่นพี่ที่อาสาเป็นไกด์พากลุ่มนักเรียนที่ถูกทอดทิ้งเดินทัวร์ หรี่ตาลงมองเด็กใหม่ที่ไม่คุ้นหน้าคุ้นตา ซึ่งดูจะสนอกสนใจกับต้นบอมบูมจนออกนอกหน้า สังเกตได้จากประกายระริกบนแววตาสีมรกตคู่สวยที่วาววับราวกับเด็กเห็นของเล่นใหม่ที่ถูกใจ

            รุ่นพี่พับแขนเสื้อกราวน์สีขาวขึ้น ถุงมือยางสีขาวค่อย ๆ เอื้อมมือไปหยิบผลต้นบอมบูมมาอย่างเบามือ ขนาดของมันเท่าลูกเบสบอล แต่ว่ามีสีดำปรอดคล้ายลูกระเบิด ผิดกันก็แค่มีก้านเขียว ๆ ติดมาเท่านั้น

            เขาโยนมันเข้าตู้กระจกสี่เหลี่ยมขนาดไม่ใหญ่มากนัก ปิดประตูลงกลอนล็อคไว้อย่างแน่นหนา ก่อนหันมายิ้มให้กับเหล่ารุ่นน้องที่ยืนมองอยู่อย่างลุ้น ๆ

            "ดูให้ดี นี่คือความร้ายกาจของมัน"

         ตูม!!!!!!

            "ว้าว...เจ๋งอะพี่ ทำได้ไง" บีลีฟเกาะติดกับกระจก ดูผลพวงการระเบิดภายในที่มีแต่ประกายไฟ และควันลอยขโมงไปหมด ดีที่ตู้กระจกทดลองหนาพอ ไม่อย่างนั้นคงได้มีคนเจ็บกันบ้าง

            รุ่นพี่ขยี้จมูกตัวเอง ยืดขึ้นอย่างภาคภูมิ "ก็ไม่มีอะไร แค่ใช้เวทย์สายไฟเป็นตัวจุดระเบิดก็เท่านั้น"

            "หรอ...สอนหน่อยสินะ ๆ ๆ ๆ" เจ้าตัวดีเข้ามาอ้อนตามเสต็ปที่มักจะใช้เสมอเวลาอยากได้อะไร

            "อ...เออ....คือ เรื่องนี้มัน..." เขามองไปหารุ่นน้องคนอื่น ๆ เพื่อหาตัวช่วยแต่ดูเหมือนคนอื่นๆ  ก็คล้อยตามแม่นักเรียนใหม่คนนี้ตาม ๆ กัน

            "น๊า...พี่ สอนหน่อยสิ รับรองเลยว่าไม่บอกอาจารย์หรอก"

            ด้วยแววตาที่มองแล้วชวนให้ใจอ่อนคล้อยตาม (แม้จะลำบากใจอยู่ไม่น้อย) รุ่นพี่ผู้โชคร้ายก็เกือบจะตบปากรับคำ แต่...ก็เหมือนกับว่าสวรรค์ยังทรงโปรดเขาอยู่บ้าง ตัวช่วยเพียงหนึ่งเดียวก็ก้าวเข้ามา ราวกับเทวดามาโปรด

            "บอมบูมจะอนุญาตให้ใช้แต่เฉพาะคนของกองกำลังป้องกันความมั่นคงเท่านั้น คนอื่นไม่มีสิทธิ"

            บีลีฟมองคนพูดด้วยใบหน้างอง้ำ บอกถึงความไม่พอใจสุด ๆ ที่โดนขัดใจ

            เอาอีกแล้วตานี่ ชอบขัดเธออยู่เรื่อยเลย

         เหมือนกับ 'คนชอบขัด' จะรู้ตัว ไซเฟอร์ปรายหางตาดุ ๆ มาทางเธอเป็นการปราม ไม่ให้ทำตัวให้รุ่นพี่ลำบากใจ เพราะการสอนคนอื่นนอกเหนือจากคนของกองกำลังป้องกันความมั่นคง จะมีความผิดถึงขั้นถูกจองจำในคุกมืดกลางหุบเขาเลยทีเดียว แต่ดูเหมือนบีลีฟจะเข้าใจไปเองว่านั่นคือสายตาท้าทาย เย้ยหยันของคนที่เหนือกว่า

            โยคอนซึ่งยืนอยู่ตรงกลางมองการเล่นสงครามประสาทของคนทั้งคู่ด้วยปวดเศียรเวียนเกล้า จึงจำใจต้องมาเป็นคนไกล่เกลี่ยสถานการณ์แทน

         "เฮ้...เพื่อน ๆ ที่รัก อาจารย์คาเนลกับคนอื่น ๆ เดินมานู้นแล้ว ไปหากันเถอะนะ ใกล้เที่ยงแล้วด้วย ฉันหิว" เขาลูบท้องที่ร้องประท้วง จ้อก ๆ พอดีกับที่ริต้า และนารัว เข้ามาหาพอดี

            “หิวแล้วหรอโยคอน ท้องร้องเสียดังเชียว” ริต้าเข้ามาแซว ด้วยสายตาที่เป็นห่วงเป็นใย

            โยคอนหัวเราะ แหะ ๆ พร้อมกับพยักหน้า “อืม...อาจารย์พาไปดูอะไรมาหรอ ทำไมนานจัง”

            พอเอ่ยถึงเรื่องที่ถูกพาเข้าไปทัวร์ในศูนย์วิจัย สองสาวก็ทำหน้าตาระรื่นขึ้นมาทันที “การพัฒนาพืชน่ะ รู้ไหมว่าเราสามารถปลูกธัญหารเองได้แล้ว มากพอสำหรับช่วงฤดูหนาวหน้าเลยล่ะ”

            “แถมยังมีพืชสมุนไพรอีกตั้งหลายตัวแนะ พี่ ๆ ที่นี่ยังชวนให้ฉันมาร่วมงานด้วยเลย” นารัวก็ดูตื่นเต้นไม่แพ้กัน

            “จ้า ๆ...เรื่องปากท้องของประเทศชาติน่ะสำคัญ แต่ตอนนี้ปากท้องของฉันน่ะสำคัญกว่า” ว่าแล้วท้องเจ้ากรรมก็ร้องประท้วงขึ้นทันที

            “อุ๊ย! ตายแล้ว บีลีฟ เป็นผู้หญิงทำแบบนี้ไงได้ น่าอาย ๆ” ริต้ารีบเข้ามาลากสาวน้อยที่ทำเสียงท้องร้องโกรกกรากไปอบรมโดยด่วน

            บีลีฟทำหน้าเมื่อย แล้วชี้ไปที่นาฬิกาผนังที่แขวนอยู่ไม่ห่าง

            “นี่มันบ่ายโมงแล้วน๊า...ท้องฉันมันก็ต้องประท้วงหน่อยสิ จริงไหมโยคอน” เธอตะโกนมาหาแนวร่วม ซึ่งโยคอนก็สนับสนุนเห็นดีเห็นงามด้วย

            “เอางี้ ไหน ๆ ช่วงบ่ายอาจารย์คาเนลก็ปล่อยฟรีอยู่แล้ว เราไปหาอะไรอร่อย ๆ กินในตลาดก่อนกลับดีไหม”

            “โอเค ฉันเห็นด้วย” เจ้าตัวดีรีบยกมือสนับสนุน “คนอื่นๆ  ว่าไง”

            “แหม...วางแผนเที่ยวกันแบบนี้ ใครมันจะไปขัดได้ล่ะ” ริต้าว่าอย่างงอน ๆ บีลีฟเลยต้องรีบเข้ามาประจบประแจงไว้ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะชวดเอาทุกแผน ข้าวก็ไม่ได้กิน เที่ยวก็อด

            บีลีฟเข้ามากระซิบข้างหูริต้าเบา ๆ พลางบุ้ยหน้าบุ้ยตาไปทางโยคอนด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ ที่ขนาดโยคอนเห็นแล้วยังเสียวสันหลังวาบ เพราะหลังจากกระซิบกระซาบกันไม่นาน แม่นางฟ้าคนดีของเขาก็หน้าแดงแป๊ด พร้อมกับพยักหน้าเบา ๆ เป็นเชิงอนุญาต

            “เย้!! ออกเดินทางได้เลย” บีลีฟชูมือขึ้นเหมือนคว้าชัยมาไว้ แล้วออกเดินนำหน้าทันที

            “นี่ริต้า บีลีฟเขาคุยอะไรกับเธอหรอ” โยคอนเดินเข้ามาถาม

            ริต้าพอเห็นฝ่ายคู่กรณีทำหน้าตายไม่รู้เรื่องรู้ราว ใบหน้างาม ๆ ก็ยิ่งขึ้นสีแดงไปใหญ่ “บ้า...ไม่รู้ ๆ ๆ  บีลีฟรอฉันด้วยสิ” แล้วนางฟ้าของโยคอนก็วิ่งออกไปอีกคน

            “อะไรของเขา” โยคอนเกาหัวแกรก ๆ หันมาถามไซเฟอร์ กับนารัวที่ยังคงยืนอยู่ด้วยกัน

            นารัวคว้ากระเป๋าที่หอบหนังสือติดมาด้วยขึ้นพาดบ่า รวบผมสีน้ำตาลกระเซิงด้วยไหมสีแดงอย่างลวก ๆ “เห็นได้ยินบีลีฟบอกว่า นายวางแผนจะพาริต้าออกเดทไม่ใช่หรอ กะมีเซอร์ไพร์ด้วยนี่ แหม...ความรักสดใส”

            “ฉันเนี่ยนะ” โยคอนชี้นิ้วหาตัวเองด้วยความงง ๆ

            “อือ รีบไปสิ เดี๋ยวก็ตามสองคนนั้นไม่ทันหรอก” 

            “เฮ้ย ไซเฟอร์ ฉันไปวางแผนตั้งแต่เมื่อไรฟระ” โยคอนหันมาถามเพื่อนสนิท

            ไซเฟอร์ยกไหล่ขึ้น เบ้ปากเล็กน้อย “จะไปรู้หรอ...โชคดีก็แล้วกันเพื่อน” ไซเฟอร์ตบไหล่เบา ๆ เป็นกำลังใจอย่างขำ ๆ แล้วเดินตามนารัวออกไป ทิ้งให้โยคอนทำหน้าเหลอหลาอยู่คนเดียว

            “ทำกันแล้วไหมล่ะ บีลีฟ”

            หลังจากฟาดเค้กบูลเบอรี่ชิ้นที่สามแทนอาหารกลางวันเป็นที่เรียบร้อย บีลีฟก็ขอสั่งน้ำสตอเบอรี่อีกแก้วเป็นของล้างปาก

            “เธอนี่เป็นเจ้าแม่ตระกูลเบอรี่หรือเปล่า กินแต่เบอรี่ ๆ ๆ” นารัวมองเพื่อนตรงหน้าอย่างทึ่ง ๆ

            “ก็แหม...อาหารที่นี่มันอร่อยดีนี่ ฉันชอบ ลองด้วยไหม”

            “ไม่ล่ะ ฉันนิยมพวกผักมากกว่า นี่ก็กะว่าจะกินธัญพืชที่เขาพัฒนาใหม่สักเดือนหนึ่ง เห็นว่าได้ประโยชน์ครบเลย” แล้วนารัวก็ตักผักคำโตเข้าปากเคี้ยวตุ้ย ๆ

“อ้าว ริต้าไม่หิวหรอ ไม่เห็นจะกินอะไรเลย” บีลีฟที่สังเกตเห็นรูมเมทนั่งนิ่ง ๆ มานานเลยถามด้วยความเป็นห่วง

“สงสัยจะตื่นเต้นเรื่องเซอร์ไพร์จากโยคอนที่เธอบอกอยู่มั้ง” นารัวละจากจานผักขึ้นมาแซว

เซอร์ไพร์หรอ?

เวงกรรม!!

โยคอนกับบีลีฟสบตากันแต่สื่อถึงคนละความหมาย เธอมองโยคอนที่ส่งสายตาหาเรื่องมาอย่างนึกขอโทษขอโพย ก่อนจะเสไปมองไซเฟอร์ที่กำลังนั่งกลั้นหัวเราะอยู่จนน่าหมั่นไส้ และสุดท้ายก็มาจบลงที่เพื่อนรูมเมทคนสวยที่นั่งก้มหน้างุดอยู่ด้วยความขวยเขิน

เอาละสิ ทำไงดีฟระเรา

แล้วไอเดียแสนบรรเจิดก็พุ่งพรวด จนโยคอนแทบจะสำลักน้ำออกมาเมื่อได้ยิน

“ตาย ๆ ๆ ฉันขอโทษนะโยคอนที่ทำแผนนายแตก” เจ้าตัวตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ พร้อมกับทำท่าครุ่นคิดถึงแผนขั้นต่อไป

            “ไหน ๆ ก็แผนก็แตกแล้ว นายก็เอาของที่จะเซอร์ไพร์ออกมาเลยแล้วกัน” รอยยิ้มกว้างแกมบังคับส่งมาให้โยคอนที่นั่งหน้าซีดเป็นไก่ต้มอยู่

            เอาแล้ว...ซวย ๆ ๆ แล้วตูจะหาอะไรมาเซอร์ไพร์ล่ะเนี่ย

            โยคอนส่งสายตามาเป็นเชิงถามคนก่อเรื่อง แต่เจ้าตัวกลับนั่งลอยหน้าลอยตาไม่รู้เรื่องรู้ราว ส่วนนางฟ้าคนงามของเขาน่ะหรอ นั่งหน้าแฉล้มทำตากลมแป๋วรอของเซอร์ไพร์จากเขาเต็มที่เลย

            ที่พึ่งสุดท้ายของเขาก็เลยคือคนที่นั่งหน้าตายอยู่ข้าง ๆ

            “ไซเฟอร์ ช่วยหน่อยสิเพื่อน” โยคอนกระซิบเครียด

ไซเฟอร์ดึงชายเสื้อที่ถูกโยคอนกระตุกกลับมาอย่างรำคาญเล็ก ๆ พร้อมกับลุกขึ้น โยคอนเห็นเพื่อนซี้ทำท่าจะทอดทิ้งก็รู้สึกใจเสียขึ้นมา เช่นเดียวกับบีลีฟที่นึกประณามเขาขึ้นมาในใจ

แล้งน้ำใจจริง ๆ

“นายจะไปไหน” เจ้าตัวต้นแผนการเอ่ยถามคนที่หาทางรอดคนเดียว

ไซเฟอร์ปรายตามามองคนก่อเรื่องที่ลากคนอื่นมาตกหลุมด้วยแล้วยังไม่มีท่าทีจะสำนึก “ไปหาของเซอร์ไพร์อย่างที่เธออุตส่าทำแผนแตกน่ะสิ  เอ้า ลุก ๆ ๆ จะไปไหมเนี่ย”

ขอบคุณคอมเม้นท์และแรงโหวตจ้า ^_^

 

------------

อัพแล้วจ้า สด ๆ ร้อน ๆ

ช่วงนี้ต้องไปต่างจังหวัดประมาณหนึ่งสัปดาห์ แต่จะพยายามเข้ามาอัพให้นะคะเพื่อน ๆ อาจอัพช้าหน่อย ต้องขออภัย T-T

M u l i e 

 

 

 

เขียนโดย Mulie : 2008-11-20 20:28:15

/21