วันที่ : 23 สิงหาคม 2551
ชื่อตอน (chapter) : Max_Lovely_ภารกิจพิชิตใจนายเพลย์บอยสุดฮอตของยัยป๊อบสุดแสบ_ตอนที่41 บทสรุปของความรัก

41

บทสรุปของความรัก

-ตู้ดๆ-                   

“ขออภัยคุณครูที่กำลังสอนๆ นางสาวณฐาภรณ์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1 และ นายราฟาเอล ชึ้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/20 กรุณามาพบคุณครูไปรยาณีที่ห้องกิจการนักเรียนเดี๋ยวนี้เลยค่ะ ขอบคุณค่ะ”

-ตู้ดๆ-

เสียงประกาศตามสายในโรงเรียนดังก้อง พอได้ยินชื่อตัวเองกับราฟก็ต้องสะดุ้งสุดตัว ฉันอุตส่าห์พยายามอยู่ห่างๆจากเขาแล้วนะ ทำไมครูต้องเรียกเรา2คนไปพร้อมกันด้วยหละ

“แกไม่ต้องไปหรอก เดี๋ยวฉันไปแทน”เหม่เมที่นั่งกินข้าวเที่ยงด้วยกันพูดขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของฉัน

“แต่ครูไม่ได้เรียกเธอนะ”เบสพูดค้านในขณะที่ยัดข้าวเข้าเต็มปาก กลองที่นั่งข้างๆจึงทำหน้าเหยเก ...ตั้งแต่ราฟความจำเสื่อมพวกเพื่อนๆของเขาก็เริ่มตีตัวออกห่างเพราะยัยน้ำเน่าเป็นต้นเหตุ เบสบอกว่ายัยนั่นเกาะราฟแจ ไม่ยอมให้ใครใกล้ราฟเลยแม้กระทั่งพวกเขา ส่วนฉันกับเหม่เมก็ไปลาออกจากการเป็นผู้จัดการส่วนตัวของวงเพลย์บอย ส่งผลให้ฉันกับเหม่เมได้ย้ายกลับไปเรียนห้อง1เหมือนแต่ก่อน ยัยน้ำเน่าจึงคว้าโอกาสนี้เข้ามาเป็นผู้จัดการวงแทนทันที

“ไม่เป็นไรเหม่เม ฉันไปเองได้ สบายมาก”พูดจบก็เดินออกไปเลย โดยทิ้งจานข้าวที่ยังกินไม่หมดไว้ที่โต๊ะ

พอไปถึงก็เห็นราฟกับยัยน้ำเน่ากำลังเดินมาพอดี ราฟดูอึ้งเล็กน้อยที่เห็นฉัน สักพักครูไปรยาณีเปิดประตูออกมาจากห้องกิจการนักเรียน

“เข้ามาได้...แค่ 2 คน คนนอกห้ามเข้า”ครูไปรยาณีพูดดักคอยัยน้ำเน่าเพราะเห็นยัยนั่นทำท่าจะเดินตามราฟเข้าไป สมน้ำหน้าชะมัด

“ที่ครูเรียกเธอ 2 คนมานี่ก็เพราะว่ามีเรื่องจะให้ช่วย”ครูไปรยาณีกล่าวนำเรื่อง ฉันกับราฟเงียบเพื่อให้ครูพูดต่อ

“ทางสภานักเรียนเขาอยากให้งานปัจฉิมปีนี้มีสีสันขึ้น ก็เลยจะให้จัดละครเวที โดยให้เธอ 2 คนแสดงนำ”ฮะ ละครเวทีเหรอ เกิดมายังไม่เคยแสดงสักะครั้ง แล้วฉันจะแสดงได้ไงเนี่ย

“ทำไมต้องเป็นเรา 2 คนด้วยครับ”ราฟพูดอย่างสุภาพ

“ก็เพราะเอ็มวีตัวใหม่ของเธอดังกระฉูดซะขนาดนั้น”ครูพูดอย่างชื่นชม

“แล้วเกี่ยวอะไรกับณฐาภรณ์ด้วยหละครับ”ทำไมนายเรียกฉันซะห่างเหินเลย...ณฐาภรณ์เหรอ ฮึๆ โว้ยๆๆ เครียดๆๆ(นางเอกเริ่มคลั่ง-NaTTy-MiKeKy)

“อ๋อ โทษที ครูลืมไปว่าเธอความจำเสื่อมชั่วคราว คือว่าณฐาภรณ์เขาแสดงเป็นนางเอกเอ็มวีให้เธอไง”

ราฟพยักหน้าเล็กน้อยอย่างเข้าใจ แต่ในสีหน้าบ่งบอกถึงความลำบากใจ...แค่แสดงละครกับฉันแค่นี้ ยังกับจะไปออกรบที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ไม่ปาน

“คงจะไม่มีปัญหาอะไรแล้วใช่มั้ย ถือซะว่าทำเพื่อโรงเรียนก็แล้วกัน เพราะในวันงานจะมีนักเรียนโรงเรียนอื่นมาร่วมงานด้วย”แหมครู พูดซะขนาดนี้ ถ้าหนูปฏิเสธมีหวังโดนหักคะแนนจิตพิสัยแน่ๆ

“ค่า/ครับ”เฮ้ย ฉันลืมไปแล้วเหรอเนี่ยว่าฉันกำลังหลบหน้าราฟอยู่นี่นา แต่ช่างเหอะ ยิ่งหลบหน้าราฟฉันยิ่งคิดถึงเขา เจอหน้ากันแบบนี้แหละดีแล้ว

“เดี๋ยวคาบ7ครูจะให้สภานักเรียนเอาบทไปให้ แล้วมาซ้อมที่หอประชุมหลังเลิกเรียนก็แล้วกันนะ”

“ค่ะ/ครับ”

“เอาหละ ออกไปได้”แล้วฉันก็เดินออกมาทันที แล้วหันไปส่งสายตาพิฆาตให้ยัยน้ำเน่า

-คาบ7 วิชาสังคมศึกษา-

“ครูบะ..เอ้ย ครูวีรศักดิ์ครับ ขออนุญาตเข้าไปคุยธุระกับณฐาภรณ์แปบนึงนะครับ”พี่เปรมประธานนักเรียนเดินเข้ามาในห้อง

“เออ ได้สิแต่อย่านานนักหละ ครูกำลังสอนสนุกๆอยู่”อีตาวีรศักดิ์พูดอย่างไม่เต็มใจที่มีคนมาขัดจังหวะการสอน แต่ขอบอกว่าพวกเราทุกคนในห้องไม่ได้สนุกกับครูเลยสักนิด สอนอะไรไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย

“คร้าบๆ”

แล้วพี่เปรมก็เดินตรงมาหาฉันที่นั่งมุมหลังสุดกับเหม่เม

“พี่เอาบทมาให้”พี่เปรมยื่นให้แล้วหันหลังกลับ แต่จู่ๆก็หยุดเดินแล้วกลับมาหาฉัน พี่เปรมค่อยๆโน้มตัวลงมาใกล้ๆ ฉันเอียงตัวหลบไปด้านหลังจนเกือบหงายหลัง พี่จะทำอะไรเนี่ย

“น้องบิวเบื่อคาบอีตาแบ๊ะๆใช่ปะ เดี๋ยวพี่สงเคราะให้ละกัน”เฮ้อ! ตกกะใจหมด นึกว่าจะจูบเราซะอีก...แต่ว่าพี่เขาคิดได้ไงเนี่ย อีตาแบ๊ะๆเนี่ย

“ชะ-ใช่”ฉันแอบเขินหน่อยๆ ก็พี่เขาหน้าตาดีไม่ใช่ย่อยๆเลย

“เอ่อ...ครูครับ ผมขอยืมตัวณฐาภรณ์ไปทำกิจกรรมกันก่อนนะครับ”พี่เปรมพูดอย่างสุภาพ

“ฮะ! พวกเธอจะบ้าเหรอ เป็นเด็กเป็นเล็ก”อีตาแบ๊ะๆพูดอย่างตกใจ

“เฮ้ย! ครูเข้าใจผิดแล้วครับ ผมหมายถึงกิจกรรมที่จะจัดในงานปัจฉิมหนะครับ”พี่เปรมแก้

“นี่พวกเธอจะจัดกิจกรรมบ้าๆในวันปัจฉิมเหรอ ไม่ได้การแล้ว ฉันต้องเอาเรื่องนี้ไปฟ้องผอ.แน่”พูดจบก็ทำท่าจะเดินออกจากห้อง

“เดี๋ยวค่ะครู! พี่เปรมไม่ได้หมายความอย่างนั้นนะ”ฉันตะโกนเรียกแต่อีตาแบ๊ะๆก็ไม่ฟังเดินดุ่มๆไปเรื่อย

“บิว เธออย่าไปสนใจครูเขาเลย ครูเขาแก่แล้ว เลยบ้าๆบ๊องๆ…เธอไปเถอะ”แมนหัวหน้าห้องพูดขึ้น

“อืม”

“พี่จะบ้าตาย ทำไมผอ.ยังปล่อยให้อีตาแบ๊ะๆมาสอนเด็กอีก”พี่เปรมบ่นขณะเดินไปยังหอประชุม

“บิวก็ว่างั้นแหละ ไม่รู้ตอนนี้อีตาแบ๊ะๆจะไปพูดอะไรกับผอ.รึเปล่า”เห็นด้วยอย่างแรกเลยค่ะ เสียดายค่าจ้างเปล่าๆ...เริ่มเปลี่ยนสรรพนามแล้ว แฮะๆ

“ช่างเค้าเหอะ..อ่าว นั่นราฟนี่”ว่าจบก็เดินเข้าไปในหอประชุมทันที

“ราฟ น้องก็มาเหรอ”พี่เปรมเดินไปทักราฟทันที

“อืม เบื่อๆเคมีหนะ แล้วพี่เป็นใครเหรอ”ราฟลุกขึ้นนั่ง จากตอนแรกนอนแบนราบอยู่บนเวที

“โทษที พี่ลืมไปว่าราฟความจำเสื่อม พี่ชื่อเปรม เป็นผู้กำกับละครเรื่องที่น้องแสดงนั่นแหละ”พี่เปรมเดินขึ้นไปบนเวทีแล้วพูด ส่วนฉันไม่รู้จะทำอะไรเลยยืนข้างๆเวที ไม่กล้าขึ้นอ่า ทำไงดีๆ

“บิว ขึ้นมาบนเวทีด้วยกันสิ ไปยืนอยู่ข้างล่างทำไม”พี่เปรมพูดดุๆ

“เอ่อ...”ขึ้นก็ขึ้นวะ

“พอดีเลย น้อง 2 คนซ้อมคู่กันไปก่อนนะ พี่จะไปดูสถานที่หลังเวทีก่อน”พูดจบก็ลุกขึ้นไปทันที ฉันที่พึ่งขึ้นมาถึงก็ไม่รู้จะทำอะไร จึงได้แต่ยืนเก้ๆก้างๆ เกาหัวแรงๆหลายที

“จะซ้อมรึเปล่า มัวแต่เกาหัวอยู่นั่นแหละ ไม่สระผมรึไง”กรี๊ดๆๆๆๆ ราฟพูดกับฉัน ดีใจจัง...เสียอย่างเดียว ทำไมต้องพูดกวนฝ่าพระบาทฉันด้วยเนี่ย

“สมองกลับรึไงถึงมาเสวนากับฉันหนะ”ฉันพูดกวนๆกลับ

“สงสัยจะใช่  เพราะปกติฉันไม่คุยกะคนบ้าหนะนะ”อะไรนะ! นะ-นาย ทำไมถึงปากเสียเหมือนแต่ก่อนอ่า ขนาดความจำเสื่อมนะเนี่ย

“เชอะ น่าจะไปหาหมอนะนายหนะ”

“ทำไมต้องหาหมอด้วย”ราฟพูดงงๆ

“ก็ไปผ่าหอมออาออกจากปากนายไง โฮะๆ”สะใจโจ๋โว้ยๆ

“นี่เธอ! น่ารักจัง”ว้ายๆ ชมฉันทำไมงะ ฉันด่านายอยู่นะ เขินๆๆ

“บ้าฉันพูดเขินๆ พร้อมกับเอี้ยวตัวไปมา

“น่ารักจริงๆ”กรี๊ด ไม่ต้องชมก็ได้ รู้ตัวๆ...แต่ เอ๊ะ ถ้าลองผวนดู มันก็ต้องเป็นน่าลิงจั๊กๆดิ กรี๊ด! อีตาบ้าเอ้ย

“หล่อตายแหละ นายหนะ”

“หล่อกว่าเธอก็แล้วกัน”

“เอ้า พูดอะไรของนาย นายเป็นผู้ชายก็ต้องหล่อกว่าฉันอยู่แล้วหนิ” นายกวนเกินไปแล้วนะ...ราฟ

“ใช่ไง”

“งั้นฉันก็สวยกว่านาย”

“ใช่ไง”

.....จบ....ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก พูดดิ ทำไมไม่พูดต่อ...คิดซิๆ ว่าจะพูดไรดี อ๋อๆ คิดออกแล้ว

“ยัยน้ำเน่าไปไหนซะหละ ทำไมไม่มาเกาะนายเหมือนทุกๆวัน” ทำไมถึงปล่อยนายไว้คนเดียว ปกติเกาะนายแจไม่ใช่เหรอ

“น้ำหวานเหรอ...ไปเยี่ยมพ่อที่ปารีสหนะ”ดีนะเนี่ยที่ไม่จ้างคนมาเฝ้าราฟ

“ราฟจ๋า...เอมมาแล้ว รอนานมั้ยเอ่ย”เสียงแหลมๆดังขึ้นจากประตูหอประชุม ฉันรีบหันไปมอง เห็นยัยอวบอึ๋มคนหนึ่งกำลังวิ่งตรงมายังเวที นี่ๆเธอ อย่าวิ่งได้ปะ ลูกนิมิตมันเด้งอ่า

“เฮ้อราฟถอนหายใจหนักๆ

“ยัยนั่นเป็นใครเหรอ”ฉันถามราฟโดยไม่หันไปมองราฟ แต่กำลังจ้องลูกนิมิตยัยนั่นอยู่ ใช่ของจริงของปลอมอะ อยากพิสูจน์จัง

“เพื่อนน้ำหวาน”ราฟตอบอย่างเบื่อหน่าย…โห ขนาดตัวอยู่ปารีสยังปล่อยเห็บตัวเบ้อเริ้มมาเฝ้าราฟอีกเหรอเนี่ย

“ทำไมราฟอยู่กับบิวแค่ 2 คนเองคะ”ยัยเอมพูดหวานๆ แต่ฉันดูจากแววตาก็รู้ว่าฝืนใจพูด

“ทำไมหละ พระ-นางเขาจะอยู่ด้วยกันมันผิดเหรอ”ฉันพูดออกไปอย่างท้าทาย

“อ้อ เปล่าหรอก แค่ถามดูเฉยๆ”ยัยเอมใช้จังหวะที่ราฟหันไปทางอื่นชนฉันจนเกือบตกเวที

หนอยนังบ้าเอ้ย อย่าให้ได้โอกาสนะ แม่จะใช้บาทาตบลูกนิมิตแตกเลย

“เธอมาทำไม”ราฟพูดห้วนๆ

“ทำไมราฟพูดแบบนี้หละ เอมแค่เห็นราฟออกมาจากห้องคนเดียวเลยเป็นห่วง”ยัยเอมทำท่าทางจริตจะกร้าน(พิมพ์ถูกปะเนี่ย)

“เธอกลับไปเถอะ พอดีฉันกำลังซ้อมละครกับยัยลิงอยู่”กรี๊ด นายด่าว่าฉันเป็นลิงเหรอ อีตาบ้า

“นะ...”ฉันกำลังจะอ้าปากว่าแต่ยัยเอมก็พูดสวนขึ้นมา

“หมายถึงบิวเหรอคะ ฮ่าๆ”หนอย ยัยบ้า ได้ทีละเอาใหญ่เลยนะแก

“เสียมารยาทจังนะแกฉันด่ายัยเอมลอยๆ

“เธอว่าฉันเหรอตะคอกฉันเหรอยัยบ้า

“เปล๊า อยากรับก็รับดิ ฉันไม่ว่า”พูดจบก็เดินไปนั่งข้างๆราฟ

“นี่ อย่านั่งใกล้ฉันมากกว่า 1 ฟุตนะ เดี๋ยวหมัดกระเด็นใส่”ยัยเอมหัวเราะลั่นแล้วพูดกับราฟ แต่ดูเหมือนราฟจะไม่สนใจฟัง

“ไอ้บ้าฉันยกมือขึ้นจะตบหัวราฟแต่โดนราฟจับไว้ก่อนที่จะโดนหัว

“อย่านะ เดี๋ยวทรงผมเสียทรง”ยังมาห่วงหล่ออีก

“นี่แหนะๆ”ฉันไม่สน แล้วเอามือขยี้ผมราฟจนยุ่งเหยิง ก๊ากๆ สะใจๆ แต่ทำไมยิ่งหล่อฟระเนี่ย เซอร์ดีจัง เท่ๆๆๆๆๆ

“เธอกำลังจะทำมิดีมิร้ายฉันรึเปล่าเนี่ย”ราฟทำท่าผวาแล้วกระเทิบหนี ฉันใช้โอกาสนี้แกล้งราฟ จึงเดินไปใกล้ๆทำท่าจะงับหัวเขา ราหร้องจ้ากแล้ววิ่งหนีแล้วร้องลั่นหอประชุมจนพี่เปรมรีบวิ่งออกมาดู

“เกิดเรื่องอะไรขึ้นพี่เปรมตกใจตื่น

“ช่วยด้วยๆ ยัยนั่นจะปล้ำผ๋มมมมม”ราฟร้องกลัวๆ แล้ววิ่งไปหลบที่หลังพี่เปรม

“ห๊า”พี่เปรมตะโกนลั่น

“พี่เชื่อเขาเหรอ”ฉันพูดอย่างจริงจัง

“เชื่อพี่เปรมพูดอย่างเต็มปากเต็มคำ

“ทำไมพี่พูดอย่างนี้หละ ใจร้าย”ฉันทำท่าจะร้องไห้

“ก็พี่เขารู้ถึงนิสัยแท้จริงของเธอไง”

“ไม่จิ๊งงงงงงง”

ฉันเริ่มวิ่งไล่ราฟอีกครั้งอบ่างบ้าคลั่ง

ขอโทษที่อัพช้านะคะ

เพราะคิดเนื้อเรื่องไม่ออกสักทีอ่าค่ะ

โวต+เม้นด้วยนะคะ

แท้งๆๆๆๆ

 

เขียนโดย NaTTy-MiKeKy : 2008-08-23 20:41:47
วันที่ : 12 สิงหาคม 2551
ชื่อตอน (chapter) : Max_Lovely ภารกิจพิชิตใจนายเพลย์บอยสุดฮอตของยัยป็อบสุดแสบ ตอนที่40 เหนื่อยจริงๆ เหนื่อยมากๆ

ตอนที่40

เหนื่อยจริงๆ เหนื่อยมากๆ

ในที่สุดวันนี้ราฟก็จะได้ออกจากโรงพยาบาล  ฉันกับเหม่เมจึงรีบบึ่งรถออกจากบ้านทันทีแล้วมุ่งหน้าไปโรงพยาบาล

-ก๊อกๆ-

เหม่เมเคาะประตู2ทีแล้วเดินนำเข้าไป อ่าว ยังไม่มีใครมาเยี่ยมราฟเลยเหรอ

“หวัดดีเหม่เม”ราฟทักทายเหม่เมแล้วยิ้มหวานให้...ตุ้บ...เหมือนมีใครโยนขี้กองหนึ่งใส่หน้าฉันยังไงยังงั้นเลย (ช่างเปรียบ) ทำไมหละ  ทำไมเขาไม่ทักฉัน ทำไมไม่ยิ้มให้ฉันเหมือนที่ทำให้เหม่เมบ้างหละToT

“หวัดดีราฟ”ฉันทักราฟแล้วยิ้มแฉ่งให้ แต่ราฟกลับไม่มองหน้าฉันเลยแม้แต่น้อย

“เหม่เม...วันนี้เธอมาทำไมเหรอ ฉันจะกลับวันนี้แล้วนะ”ราฟไม่สนใจฉันแล้วหันไปคุยกับกับเหม่เมต่อ

“เอ่อ  คือว่า  เราสองคนมารับนายกลับบ้านหนะ”เหม่เมพูดอย่างยากลำบากเพราะตอนนี้สถานการณ์กำลังตึงเครียด

“เอ่อ  น้ำหวานนัดกับผมว่าจะมารับแล้วหละ”เฮ้อ! ฉันก็นึกไว้อยู่แล้วหละ

“งั้นเรากลับกันเถอะ”ฉันกระซิบบอกเหม่เมเบาๆ

“จะเป็นไรไหมถ้าเราจะไปส่งนายด้วย”เหม่เมโพล่งออกไป

“ได้สิ เธอกับน้ำหวานเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ”นายไม่ต้องทำท่าทางดีใจที่เหม่เมจะไปส่งขนาดนั้นก็ได้นะราฟ โปรดเห็นใจคนที่ยืนอยู่ตรงนี้บ้าง ถึงจะเป็นเหมือนเศษหนึ่งส่วนเกินก็เถอะ

“อืม”เหม่เมกัดฟันพูด

“ราฟจ๋า   น้ำหวานมาแล้ว”น้ำหวานเดินเข้ามาแล้วพูดเสียงใส...ใสเหมือนส้นเท้าฉันนั่นแหละ

“อ่าว พวกเธอก็มเหรอ”น้ำหวานใช้น้ำเสียงอย่างขัดใจที่ฉันกับเหม่เมอยู่ในห้อง เชอะ นึกว่าฉันดีใจมากรึไงยะที่เห็นแก นังน้ำเน่าๆๆโคตรๆๆ

“อะไรกันยัยบ้า พูดยังกะไม่อยากให้พวกเรามายังไงยังงั้นเลย”เหม่เมตำหนิน้ำเน่ายิ้มๆ แต่ฉันรู้ว่าในใจเหม่เมตอนนี้คงจะคิดว่าหมั่นไส้ๆๆๆๆๆๆอะไรประมาณนี้แน่ๆ

“เปล๊า ก็ไม่ได้ว่าอะไรสักคำ แล้วพวกแก เอ้ย พวกเธอมาทำไมหละ”พูดจบก็เดินไปออเซาะราฟทันที อีบ้าเอ้ย ดูมันทำหน้าเข้า ไม่ต้องยั่วขนาดนั้นก็ได้ โว้ยๆๆๆๆ ฉันเกลียดยัยนี่จัง!!!!

“ก็มารับราฟกลับบ้านอะดิ”เหม่เมเดินไปประชันหน้ากับยัยน้ำเน่า

“แต่ฉันจะไปแวะไปเที่ยวกับราฟนะ”

“ก็ดี ฉันกำลังอยากไปเที่ยวอยู่พอดี ว่าแต่จะไปไหนก่อนดีหละ”เหม่เมพูดแล้วทำตัวร่าเริงเหมือนกำลังมีความสุข

30นาทีผ่านไป

เราทั้ง4ก็มาอยูในร้านไอติมและเลือกมุมลับๆเพราะเดี๋ยวโดนแฟนคลับราฟรุม ขนาดราฟสวมแว่น เอาผมปิดหน้าปิดตายังมีคนมองเลย

“ราฟคะ วันปัจฉิมนี้ราฟเป็นคู่ควงให้น้ำหวานหน่อยได้มั้ยคะ”ยัยน้ำเน่าอ้อนราฟ อยากใช้เท้าบี้แกหน้าแกจริงๆเล้ย!

“ได้สิครับ”ราฟตอบยิ้มๆ ฉันทนไม่ไหวแล้วนะ ทำไมเขา 2 คนต้องทำแบบนี้ต่อหน้าฉันด้วย เหม่เมที่นั่งข้างๆฉันเอื้อมมือมากุมมือฉันแล้วบีบเบาๆเป็นเชิงปลอบ

“เอ่อ ฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ”ฉันพูดเสียงสั่น แล้วรีบเดินออกไปทันที

ในห้องน้ำ ฉันมองดูสภาพตัวเองในกระจก เฮอะๆ โทรมเป็นบ้าเลย เป็นเพราะแบบนี้รึเปล่าราฟถึงไม่ยอมมองหน้าฉัน เป็นเพราะหน้าฉันมันโทรมใช่ไหม คงไม่ใช่เพราะเขาเกลียดฉันใช่มั้ย หยาดน้ำตค่อยๆพลั่งพลูออกมาช้าๆ

-แอ๊ด-

ประตูถูกเปิดออกโดยยัยน้ำเน่า  ฉันรีบปาดน้ำตาออกทันที ยัยนั่นส่งสายตาเยาะเย้ยมาให้พร้อมกับแสยะยิ้ม

“ฮึๆ ได้ยินรึเปล่าว่าราฟตกลงเป็นคู่ควงให้ฉันในวันปัจฉิม”ได้ยินสิ เต็มๆหูด้วย แกจะมาตอกย้ำฉันทำไม...ยัยมารร้าย

“แล้วไง”ฉันพูดอย่างท้าทาย

“ก็ไม่แล้วไง แค่เธอแพ้พนันฉันเท่านั้น”พนันอะไรของยัยนั่นอีกแล้ว

“...”

“อะไรกัน นี่เธอลืมไปแล้วเหรอว่าเราพนันกันว่ายังไง”ยัยน้ำเน่าก้าวมาหาฉันจนหน้าของเราใกล้กันประมาณ 1 คืบ ยัยนั่นจ้องตาฉันเขม็ง “เราพนันกันว่าใครได้เป็นแฟนราฟแล้วควงเขาไปงานปัจฉิมได้แสดงว่าคนๆนั้นชนะ”แววตาของฉันสั่นวูบ ทำให้ยัยน้ำเน่ากระตุกยิ้มมุมปาก

“...”ฉันเงียบ เฮ้อ! น้ำเน่า แกต้องการแค่ให้ฉันแพ้ใช่ไหม ได้ ฉันยอม...ฉันเบื่อๆๆเบื่อหน้าแกเต็มทนแล้ว รีบๆจบซักที

“แล้วก็อย่าลืมหละว่าผู้แพ้จะต้องทำตามผู้ชนะ1อย่าง”ฉันรีบเดินออกจากห้องน้ำทันที เฮ้อ เรื่องมันควรจะจบตั้งแต่ตอนที่ราฟไล่ฉันแล้วหละ ฉันมันบ้าเองที่ยังดื้อด้านพยายามวิ่งไล่ตามจับหัวใจนาย ทั้งๆที่ฉันน่าจะรู้ว่านายลืมฉันไปแล้ว ฉันไม่น่าบ้าตั้งนานแล้ว ตอนนี้ฉันเหนื่อยมากๆ เหนื่อยจริงๆ ฉันไม่ไหวแล้ว ลิมิดของฉันถึงจุดขีดสุดแล้ว

ฉันพึ่งจะรู้ว่าความรักมันเหนื่อยยากขนาดนี้ หรับคนอื่นความรักกว่าจะได้มามันยากมาก แต่สำหรับฉันการรักษาความรักให้คงอยู่ต่างหากที่ยากลำบาก และตอนนี้ฉันยอมแพ้ให้โชคชะตาแล้วหละ ขอโทษที่ฉันเข้มแข็งไม่พอ ฉันพยายามทำให้ตัวเองสนุกสนานแล้ว แต่ก็ไม่สามารถลืมความเสียใจได้ ฉันขอหยุดแค่นี้ ถึงแม้ว่าฉันจะเสียใจแค่ไหนก็ตาม

ฉันเดินไปถึงโต๊ะที่ราฟนั่งอยู่กับเหม่เม ฉันอยากบอกลาเขาเป็นครั้งสุดท้าย ฉันอยากให้เขามองหน้าฉันสักนิดหนึ่ก็ยังดี นายช่วยมองหน้าฉันเหมือนเดิมได้ไหม

“เหม่เมฉันอยากกลับแล้วหละ”ฉันบอกเหม่เมแต่ตายังมองราฟ แต่เขาก็ยังไม่มองหน้าฉันอยู่ดี

“ราฟ ฉันจะมาลานายเป็นครั้งสุดท้าย นายช่วยมองหน้าฉันหน่อยได้มั้ย มองหน้าฉันหน่อยสิ เหมือนเมื่อก่อน นายชอบมองหน้าฉันไม่ใช่เหรอ สักนิดก็ยังดี”ฉันพูดพร้อมกับเขย่าตัวราฟแรงๆ

“ปล่อยฉัน”ราฟพูดเสียงเรียบ

“ไม่! จนกว่านายจะมองหน้าฉัน”ฉันตะโกน

-ผลั๊ก-

“นะ-นายผลักฉัน 2 ครั้งแล้วนะราฟตั้งแต่ที่เรารู้จักกัน นายทำให้ฉันปวดใจแค่ไหน รู้บ้างไหม ฉันลุกขึ้นแล้วพยายามเข้าไปหาเขาอีกครั้ง

-เพี๊ยะ   เพี๊ยะ-

ชา...ความรู้สึกแรกที่ฉันรู้ในตอนนี้ แล้วรู้สึกถึงอะไรบางอย่างไหลออกมาจากริมฝีปากของฉัน ฉันค่อยๆใช้นิ้วปาดออกมาดูและรู้ว่ามันเป็นเลือด .....

............................................................................................

บิวสลบไปต่อหน้าต่อตาทุกคน เหม่เมรีบผลักน้ำหวานที่ยืนขวางทางอยู่จนล้ม แล้วรีบไปประคองบิว

แล้วเหตุการณ์ณืๆหนึ่งก็โผล่เข้ามาในสองของราฟ มันเป็นภาพที่ชุลมุนน่าดู เพราะมันเต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตาที่กำลังทะเลาะวิวาทกัน และหนึ่งในนั้นมีเขาลงไปปะปนอยู่ด้วย เขากำลังบุกฝ่าฝูงคนจำนวนมากเพื่อไปที่ไหนสักแห่ง และเขาก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังถูกรุมตบ ทำให้เขารู้สึกเหมือนมีอะไรมาต่อยเข้าเต็มๆที่หัวใจ เขารีบวิ่งไปช่วยเธอทันทีโดยไม่สนว่ามีผู้หญิงหลายคนโดนเขาชก เขารีบอุ้มเธอขึ้นมาทันที แต่แล้วเหตุการณ์ต่างๆก็หายไป  เขาพยายามนึกว่าผู้หญิงคนที่เขาช่วยคนนั้นเป็นใคร เพราะตอนที่เขาอุ้มเธอ ผมของเธอปิดหน้าเอาไว้บางส่วน แถมยังมีแผลเต็มใบหน้าอีกด้วย ราฟพยายามคิดๆๆๆๆ

“ราฟ! นายมัน...นายทำให้เพื่อนฉันเสียใจหลายครั้งแล้วนะ นายเชื่อแต่ยัยผู้หญิงแพศยานั่นคนเดียว แม้แต่บิวคนที่รักนายมากที่สุด นายก็ยังไม่เชื่อเธอ นายมันโง่ๆๆๆๆ โง่ที่ไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่คอยดูแล คอยเป็นห่วงนายมาตลอด ต่อจากนี้ไปฉันจะไม่มีวันปล่อยให้บิวมาพบนายแน่ๆ นายสบายใจได้เลย...”เหม่เมพูดทั้งๆที่น้ำตาคลอเต็มเบ้าตาจนไม่เห็นภาพ เพราะน้ำตา เธอรู้สึกสงสารเพื่อนสาวเหลือเกิน เธอไม่ต้องการให้บิวมาเสียใจกับเรื่องแบบนี้อีกแล้ว

หลังจากที่เหม่เมพยุงบิวออกไป  น้ำตาของราฟก็ไหลออกมาช้าๆ โดยที่เจ้าตัวก็ไม่รู้ตัว

“ราฟ ร้องไห้ทำไม”น้ำหวนาเห็นดังนั้นก็ตกใจ นึกว่าราฟจำบิวได้แล้ว

“เปล่าหรอก สงสัยฝุ่นเข้าตา”ราฟตอบ แล้วรีบปาดน้ำตาออก พยายามบอกตัวเองว่าเสียที่เรื่องที่เหม่เมว่าเขาต่างหาก คงไม่เกี่ยวกับคนที่ชื่อบิวแน่ๆ

 

ต้องขอโทษด้วยนะคะที่มาอัพไม่ตรงเวลา แต่เป็นเพราะเป็นหวัดจึงมาอัพไม่ได้

และขอโทษอีกเรื่องก็คือไม่สามารถบรรยายความรู้สึกเสียใจของบิวออกมาได้เต็มที่

เราทำได้แค่นี้แหละค่ะ

ยังไงก็โวต+เม้นเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ

ตอนต่อไปเป็นตอนจบนะคะ

ฝากด้วยนะคะ

ปล.ถ้าเกิดพิมผิดตรงไหนก็บอกด้วยนะคะวันนี้ไม่มีเวลาตรวจดูคะต้องรีบไปทำงาน

 

 

เขียนโดย NaTTy-MiKeKy : 2008-08-12 16:12:33
วันที่ : 1 สิงหาคม 2551
ชื่อตอน (chapter) : Max_Lovely_ภารกิจพิชิตใจนายเพลย์บอยสุดฮอตของยัยป็อบสุดแสบ_ตอนที่ 39 ปฏิบัติการเอาความจำคืนมา

39

ปฏิบัติการเอาความจำคืนมา

หญิงสาวร่างบาง 2 คน กำลังยืนด้อมๆมองๆหน้าห้องผู้ป่วยห้องหนึ่ง แล้วกระซิบกระซาบกันเสียงดัง

            “โอเปล่าๆ” หลังจากที่บอกแผนการต่างๆให้บิวฟัง เหม่เมก็ถามความเห็นของเพื่อนสาวทันที

            “เฮ้ย! มันไม่แรงไปหน่อยเหรอ” บิวรีบค้านแผนการของเพื่อนสาวทันที

            “เออหน่าๆ ดีกว่าหมอนั่นจำแกไม่ได้นะ” เหม่เมพูดปัดๆ

            “เอาจริงง่ะ” บิวเริ่มลังเลใจ

            “เออดิ...งั้นฉันไปเริ่มแผนหละ” เหม่เมตัดบทแล้วเดินเข้าไปในห้องผู้ป่วยที่มีป้ายติดหน้าห้องว่า ‘ราฟาเอล’

            “หวัดดีจร้าเพื่อนร้าก” เหม่เมพูดเสียงใสเมื่อเห็นน้ำหวาน แล้วเดินดุ่ยๆเข้าไปกอดเธอทันที

‘ถ้าไม่เพื่อแผนการนี้หละก็ ฉันไม่มีวันเฉียดกายมาใกล้แกแน่...นังน้ำเน่า’<<<เหม่เมคิด

            ส่วนน้ำหวานเมื่อเห็นพฤติกรรมแปลกๆขงคู่อริก็ได้แต่อ้าปากค้างทำอะไรไม่ถูก

            “นี่ๆ  ฉันมีเรื่องอะไรจะเล่าให้ฟังด้วยแหละ มากับฉันแป็บนะ” ว่าจบก็จูงมือน้ำหวานออกมา แต่น้ำหวานขืนตัวไว้ก่อน

            “เอ่อ  แต่ฉันต้องดูแลราฟนะ” น้ำหวานหาข้อแก้ตัวเพื่อจะได้ไม่ต้องไปกับเหม่เม

            “ราฟจ๋า  ฉันขอยืมตัวน้ำหวานแป๊บนึงน้า” เหม่เมหันไปอ้อนราฟแล้วยิ้มหวานให้

‘ว้าว! ผู้หญิงอะไรน่ารักเป็นบ้า’<<<ราฟคิดในใจ

            “เอ่อ  คือว่า เธอเป็นใครเหรอ” ราฟพูดพลางจ้องเหม่เมไม่วางตา เหมือนกับว่าถ้าไม่จดจำใบหน้านี้ไว้ดีๆอาจจะเลือนหายไปตลอดกาล

            “โอ๊ะ! โทษทีจ๊ะ ฉันลืมไปเลยว่านายความจำเสื่อม  ฉันชื่อเหม่เมนะ เป็นเพื่อนหนิดยัยนี่” เหม่เมพูดแล้วชี้ไปที่น้ำหวานในประโยคสุดท้าย

            “อ้อ! งั้นเหรอ...งั้นก็ตามสบายละกัน” ราฟบอก “ไม่เป็นไรครับ ผมดูแลตัวเองได้”   ราฟรีบพูดต่อเมื่อเห็นน้ำหวานทำท่าไม่อยากไป

            “คะ...ค่ะ”น้ำหวานตอบอย่างจำใจ

            แล้ว 2 สาวก็เดินออกไปด้านนอกด้วยกัน  พอพ้นประตูห้องก็หันไปขยิบตาให้บิว เพื่อบอกว่าถึงตาแกแล้ว

            บิวเมื่อเห็นดังนั้นก็แอบย่องเบาๆเข้าไปในห้องของราฟ พอเปิดเข้าไปก็เห็นว่าราฟนอนหันหลังให้ ไม่รู้ว่าหลับรึยัง เธอจึงค่อยๆย่องไปทีละก้าวๆ จนไปถึงขอบเตียง

‘แกต้องทำให้หัวของราฟถูกกระทบกระเทือนอย่างหนัก…เข้าใจ๋’<<<คำบอกเล่าแผนการจากปากของเหม่เมดังขึ้นในหัวของบิว

‘แล้วฉันจะทำยังไงหละเนี่ย’<<<บิวคิดอย่างหนักใจ

            ขณะที่ราฟกำลังเหม่อลอยคิดอะไรเลื่อยเปื่อย เขาก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่างอยู่ข้างๆเตียง จึงหันไปดู

-โครม-

-โป้ก-

            ราฟตกจากเตียงผู้ป่วยทันทีที่หันไป มิหนำซ้ำหัวของเขายังกระแทกกับโต๊ะวางโทรศัพท์จนหัวแตก เลือดไหลอาบลงมาเป็นทาง

            “โอ๊ยราฟอุทาน 

บิวที่พึ่งรู้สึกตัวว่าเผลอผลักราฟตกเตียงก็รีบวิ่งมาหาราฟทันที

            “ราฟ!  นายเป็นอะไรรึเปล่า  ฉะ-ฉันขอโทษนะ  ฉะ  ฉัน...เลือด  อ๊อก”

ทันทีที่บิวเห็นเลือด เธอก็สลบไปต่อหน้าต่อตาราฟทันที ทำให้ราฟงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

            แต่แล้วจู่ๆ ก็มีภาพเหตุการณ์ๆหนึ่งฉายแว๊บเข้ามาในหัวของราฟ มันเป็นภาพของหญิงสาวแว่นตาหนาเต๊อะที่จู่ๆก็มาสะดุดขาราฟ แถมยังด่าเขาฉอดๆ พอเขาพูดสวนกลับก็โดนหญิงสาวเตะฝุ่นใส่  ครั้นพอหญิงสาววิ่งไปได้สักพักก็หยุดแล้วเป็นลม

            แล้วเหตุการณ์ต่างๆก็หายแว็บไปจากหัวของราฟ เขาพยายามคิดว่าเกิดเหตุการณ์อะไรต่อจากนั้น คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก แต่มันกลับทำให้เขาปวดหัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ราฟจึงรีบกดออดเรียกพยาบาลทันที

            พอพยาบาลมาถึง เธอก็ทำแผลที่หัวให้ราฟ แล้วเอายาให้ราฟชุดหนึ่ง จากนั้นก็พยุงบิวให้ขึ้นไปนอนที่โซฟา แล้วออกไปจากห้อง

            ‘จะว่าไปแล้วยัยแว่นนั่นก็หน้าตาคล้ายยัยนี่เหมือนกันนะ  หรือว่าจะเป็นคนๆเดียวกัน…ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆก็แสดงว่าฉันกัยยัยบิวอะไรนั่นไม่ถูกกันหนะสิ’

            ขณะที่ราฟกำลังคิดอะไรเพลินๆน้ำหวานกับเหม่เมก็เดินเข้ามา  ขณะที่น้ำหวานกำลังไปนั่งที่เก้าอี้ข้างเตียงผู้ป่วย เธอก็สังเกตเห็นผ้าพันแผลที่หัวของราฟก็เดาเหตุการณ์ออกว่ามันเรื่องเกิดอะไรขึ้น  เธอจึงตรงดิ่งไปหาบิวที่กำลังนอนอยู่ แล้วเขย่าตัวเธอแรงๆหลายที

            “ยัยบิว! ตื่นเดี๋ยวนี้  แกทำอะไรราฟ บอกมาเดี๋ยวนี้นะ  ยัยบ้าน้ำหวานเผลอพูดจาหยาบคายต่อหน้าราฟ

            “หยุดทำร้ายบิวนะ จู่ๆราฟก็ตะโกนห้ามน้ำหวาน ทำให้เหม่เมที่กำลังจะเดินไปช่วยบิวซึ่งนอนไมได้สติ หยุดชะงักอยู่กับที่  และอีกคนที่อึ้งกับคำพูดนั้นก็คือน้ำหวาน เธอไม่เข้าใจว่าทำไมราฟต้องปกป้องยัยนั่น ทั้งๆที่เขาก็ลืมยัยนั่นไปแล้ว...

            “ราฟห้ามน้ำหวานทำไม ก็เขาทำให้ราฟเจ็บไม่ใช่เหรอ” น้ำหวานพูดด้วยเสียงตัดพ้อที่ราฟเข้าข้างบิว

‘ใช่ ทำไมเราต้องช่วยยัยนั่นด้วย ทั้งๆที่ยัยนั่นเป็นศัตรูกับเราแท้ๆ ไม่เข้าใจเหมือนกัน...’

            “เอ่อ ช่างมันเหอะ  เรื่องมันแล้วไปแล้ว”พอเห็นใบหน้าเศร้าหมองของน้ำหวานก็ทำให้ราฟใจไม่ดี กลัวว่าเธอจะเสียใจ เธอทำเพื่อเขามามากแล้ว เขาควรจะทำอะไรให้เธอสบายใจบ้าง “อีกอย่าง ผมก็ไม่เป็นอะไรแล้ว (ราฟเบ่งกล้ามเหมือนเด็กๆให้น้ำหวานดู) เห็นไหมหละ” แล้วเขาก็ยิ้มตาหยีให้น้ำหวาน

            บิวที่กำลังตื่นขึ้นมาก็เห็นภาพบาดตานั้นทันที  ภาพที่เขา2คนกำลังหัวเราะด้วยกัน มันทำให้หัวใจเธอแตกออกเป็นเสี่ยงๆทันที ขอบตาเริ่มร้อนผ่าวจนรู้สึกได้ถึงน้ำตาหยดแล้วหยดเล่าที่ตกมากระทบกับแขนของเธอ เธอตกใจกลัวว่าราฟจะเห็นน้ำตาจึงรีบวิ่งออกจากห้องโดยไม่มีจุดหมายปลายทาง

            “บิว! รอฉันด้วยสิ”เหม่เมที่วิ่งมาตามหลังร้องเรียกเพื่อน ทว่าบิวกลับไม่ได้ยินเสียงอะไรทั้งนั้น ได้แต่ร้องไห้แล้วก็วิ่งๆ

            “บิว..รถ! กรี๊ด เหม่เมพยายามร้องเตือนบิว เพราะบิววิ่งฝ่ารถหลายคันไปโดยไม่มองซ้ายมองขวา แบบนั้นอาจทำให้รถชนเธอได้

-ปี๊ดๆ-

            เสียงแตรรถหลายคันดังขึ้นเกือบจะพร้อมๆกัน ดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้บิวที่วิ่งไปถึงกลางถนนตกใจ ตัวสั่นเทิ้มทำอะไรไม่ถูก เอาแต่ยืนนิ่งตัวแข็งทื่อ เหม่เมรีบวิ่งข้ามถนนไปหาบิวทันที แล้วพาเธอข้ามถนนกลับมา

            “แกเป็นอะไรรึเปล่า เจ็บตรงไหนมั้ย เหม่เมรีบสำรวจดูแผลที่ตัวเพื่อนทันที แต่จู่ๆบิวก็โผเข้ามากอดเธอแน่น เหม่เมจึงปล่อยให้บิวกอดไปเรื่อยๆ แล้วรู้สึกถึงน้ำตาหยดแล้วหยดเล่าที่ไหลมาเปียกที่บ่าของเธอ

            “เหม่เม...ฮือๆ  ฉันเจ็บปวดเหลือเกิน  ทำไมเรื่องต้องเป็นแบบนี้ด้วย ฮึก ฮือๆๆ”บิวครวญครางออกมาเบาๆ ทำให้เพื่อสาวกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่

            “ไม่เป็นไรนะๆ  เรื่องทุกอย่างมันต้องดีขึ้นแน่ๆ ฉันสัญญา”เหม่เมพูดให้กำลังใจเพื่อนอย่างหนักแน่น ทำให้คนที่ฟังรู้สึกใจชื้นขึ้นมาหน่อย

            “เธอต้องช่วยฉันนะ...”บิวพูดเบาๆ

            “แน่นอน  ก็แกเป็นเพื่อนคนเดียวของฉันนี่นา”เหม่เมพูด แล้วลูบหลังเพื่อนเบาๆอย่างปลอบใจ

            “เด็กพวกนั้นพึ่งออกมาจากโรงพยาบาลบ้ารึเปล่านะคุณ”สองสามีภรรยาที่อยู่ในรถคันหนึ่งพูดคุยกัน