ณ โรงพยาบาลสุริยัน
“คุณเซย์ครับ คือว่า...” แดนพูดกับฉัน ที่เดินวนไปวนมาอย่างไม่เป็นสุข ข้างหน้าห้องผ่าตัด
“นายไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น” ฉันห้ามแดนเอาไว้
“แต่เจ้านั่นเป็นศัตรู เป็นถึงหัวหน้ายากูซ่า ส่วนคุณเซย์ก็เป็นถึงหัวหน้ามาเฟียด้วยเช่นกัน และยังเป็นน้องสาวของคุณราล์ฟ” แดนยังคงพูดต่อไปเรื่อยๆ นี่นายไม่ได้ฟังที่ฉันพูดเหรอไงกันนะ
“แล้วทำไม คำว่ายากูซ่ากับมาเฟีย แปลว่าต้องแย่งชิงอำนาจ ห้ามเป็นมิตรกัน แต่ต้องทะเลาะกันและมีเรื่องกันอย่างนั้นน่ะเหรอ ถ้าขืนเป็นแบบนั้นล่ะก็ประเทศชาติมีหวังล่มจมหมด ถึงพรรคหงส์ขาวรุ่นใหม่จะไม่เคยสร้างประวัติเสียๆหายๆ นอกจากการมีเรื่องทะเลาะวิวาทก็เถอะ”
“แต่...”
“ถ้าเราสามารถเป็นมิตร และสร้างประโยชน์ร่วมกันได้ก็ควรจะทำ คนเราเกิดมา อยู่บนผืนแผ่นดินที่เรียกว่าประเทศชาติ ก็ควรสร้างสิ่งสร้างสรรค์ที่มีประโยชน์และคุณธรรม ไม่ใช่ให้มันแย่ลง จำคำพูดของฉันไว้นะแดน ว่าฉันไม่ได้มีอุดมการณ์เหมือนพวกมาเฟียคนอื่นๆ ที่วันๆเอาแต่สร้างปัญหาให้บ้านเมืองและวางอำนาจหรอก”
“แต่คุณราล์ฟ...”
“พี่ราล์ฟเองก็เหมือนกัน ที่พี่ราล์ฟก่อตั้งพรรคมาเฟียขึ้นมาใหม่ ก็เพราะต้องการลบล้างสิ่งไม่ดีที่คุณพ่อเคยทำเอาไว้ไม่ใช่เหรอไง”
“ใช่ครับ ข้อนี้ผมไม่ลืม แต่เรน...ผมหมายถึงโซลน่ะครับ ไม่ใช่ศัตรูของคุณเซย์แม้แต่นิดเดียว แต่เขาเป็นศัตรูของคุณราล์ฟ”
“พี่ราล์ฟมาเกี่ยวอะไรด้วย ไหนพี่ราล์ฟบอกว่าถ้าไม่ใช่ศัตรูของฉัน ก็ไม่ใช่ศัตรูของพี่ราล์ฟไง”
“แต่นี่มันจำเป็นครับ”
“โซลไปทำอะไรให้พี่ราล์ฟอย่างงั้นเหรอ หรือว่าจะเกี่ยวกับทางธุรกิจ”
“ไม่ใช่ครับ”
“แล้วมันอะไรกันนักหนา”
“เพราะโซลจะแย่งสิ่งที่มีค่า และหวงแหนของคุณราล์ฟไปน่ะสิครับ”
“สิ่งที่มีค่า และหวงแหนของพี่ราล์ฟงั้นเหรอ”
สิ่งที่มีค่า และหวงแหนของพี่ราล์ฟ มันคืออะไรกันนะ แล้วทำไมโซลถึงต้องแย่งมันไปด้วย...
“คุณแดนครับ!!!!” เสียงลูกน้องของแดนคนหนึ่งดังมาแต่ไกล
“อย่าเสียงดังในโรงพยาบาลสิ!” แดนดุลูกน้องคนนั้น
“เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ คุณราล์ฟเจอฝูงนักข่าวล้อมไปหมด”
“ก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอไง”
“ก็ใช่ครับ แต่หัวข้อการสัมภาษณ์มันไม่ปกติ”
“อะไรของนาย”
“คุณราล์ฟถูกหาว่าพาผู้หญิงเข้าโรงแรม โดยที่ผู้หญิงคนนั้นไม่เต็มใจครับ”
“อะไรนะ!!!!”
“นี่มันอะไรกัน คนอย่างพี่ราล์ฟเนี่ยนะ จะทำอย่างงั้น” คราวนี้ฉันพูดขึ้นมาบ้าง พี่ราล์ฟที่คิดว่าผู้หญิงเหมือนฝุ่นละออง เมื่อมันมาติดเสื้อก็ต้องปัดทิ้ง คนแบบนี้น่ะเหรอจะพาผู้หญิงเข้าโรงแรม มันต้องมีอะไรเข้าใจผิดแน่ๆ
“แล้วตอนนี้คุณราล์ฟอยู่ไหน” แดนถาม
“กลับคฤหาสน์ไปแล้วครับ แต่พวกนักข่าวยังออกันอยู่หน้าประตู” ลูกน้องของแดนตอบ
“งั้นแดนไปดูพี่ราล์ฟ เรื่องของโซลฉันจัดการเอง” ฉันพูด
“แต่...” แดนเริ่มเถียงแต่ฉันก็พูดแทรกขึ้นมาอีก
“ไปเดี๋ยวนี้!” ฉันสั่ง แดนลังเลอยู่สักพักก่อนที่จะตัดสินใจออกมา
“งั้นเดี๋ยวผมจะส่งคนมานะครับ” แดนพูดกับฉัน ก่อนที่จะรีบวิ่งไปพร้อมๆกับลูกน้อง
ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือที่พี่ราล์ฟซื้อให้ขึ้นมา กดหมายเลขแล้วต่อสายไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง
*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
“โธ่เว้ย น่ารำคาญชะมัด” ราล์ฟพูดพลางมองพวกนักข่าวที่อือออกันอยู่หน้าประตูคฤหาสน์ จากทางบานหน้าต่างของห้องนั่งเล่น
“เพราะนายนั่นแหล่ะ” หญิงสาวที่นั่งอยู่บนโซฟาพูดขึ้น
“อะไรของเธอฮะยัยแก่ เพราะเธอนั่นแหล่ะที่เอาแต่ร้องไห้ฮือๆ” ราล์ฟโต้กลับ
“แต่ก็เพราะนายนั่นแหล่ะ ก็นายมาค่อมตัวฉันทำไมล่ะ พีทก็เข้าใจผิดไปอีกคนแระ”
“ยังจะไปสนใจมันอีกเหรอ ไอ้ผู้ชายเฮงซวยแบบนั้นน่ะ เธอนี่โง่หรือเปล่า”
“อย่ามาว่าฉันโง่นะ ฉันคว้าปริญญาตรีด้วยอายุเพียงสิบเก้าปี ฉันโง่ตรงไหนไม่ทราบ”
“โง่เรื่องผู้ชายไง”
“งั้นนายก็โง่เรื่องผู้หญิงเหมือนกัน ไอ้เกย์”
“ใครเกย์ พูดให้มันดีๆนะ”
“เอ๊า!ก็ไม่จริงเหรอไง ผู้ชายที่ไหนเห็นผู้หญิงเมา แล้วไม่เอาบ้างล่ะ”
“นั่นเพราะฉันเป็นสุภาพบุรุษพอต่างหาก ใครจะเหมือนชะนีอย่างเธอ ชื่อใครตั้งให้น่ะ ชื่ออะไรก็ไม่รู้เจี๊ยกๆเนี่ย แถมยังถูกผู้ชายทิ้งอีกต่างหาก”
“...” เจี๊ยกกัดฟันแน่นแล้วหันหน้าหนีราล์ฟทันที ทำให้ราล์ฟงงๆกับอาการของเธอ
“เถียงกันอยู่ดีๆทำไมจู่ๆถึงเงียบไปฟะ” ราล์ฟคิดในใจ
ก๊อก...ก๊อก...
“เข้ามาได้” ราล์ฟพูด
“คุณราล์ฟครับ จะจัดการแถลงข่าวมั้ยครับ” เรียวเปิดประตูเข้ามาแล้วถาม
“ไม่ต้อง” ราล์ฟตอบ
“แต่พวกนักข่าวจะไม่กลับไป จนกว่าจะได้คำตอบนะครับ”
“มันจะตื้ออะไรกันนักหนานะ” ราล์ฟเริ่มหงุดหงิดขึ้นมา จนแทบจะเหลืออด “งั้นพรุ่งนี้ฉันจะแถลงข่าว บอกพวกนักข่าวว่าพรุ่งนี้ตอนเที่ยง ที่บริษัทเกรชเชอร์”
“ครับ” เรียวรับคำสั่งแล้วเดินออกจากห้องนั่งเล่นไป
“พรุ่งนี้เธอว่างหรือเปล่า” ราล์ฟหันมาถามเจี๊ยก
“ว่าง” เจี๊ยกตอบสั้นๆ แต่ก็ยังหันหน้าหนี ไม่ยอมมองหน้าราล์ฟตรงๆ
“มาช่วยฉันแถลงข่าวได้มั้ย”
“ได้”
“แล้วนี่จะกลับยังไง”
“กลับเอง”
“ก็จะไปยังไงล่ะ”
“เหาะไปมั๊ง”
“นี่เธอ...”
“นักข่าวกลับไปหมดแล้วบอกด้วยล่ะ ฉันจะได้กลับ”
“หืม...เป็นอะไรของเขาอีกนะ” ราล์ฟคิดในใจพลางมองเจี๊ยกอย่างครุ่นคิด ทำไมเจี๊ยกถึงมีท่าทีเฉยชา ไม่ปากจัดหรือเอะอะโวยวายเหมือนทุกครั้งนะ
“...” เจี๊ยกเงียบและนั่งหันหลังให้ราล์ฟ ชายหนุ่มได้แต่มองท่าทีของหญิงสาว นี่เธอโกรธเขาหรือเปล่านะ
ก๊อก...ก๊อก...
แอด...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง เรียวค่อยๆเปิดประตูเข้ามา
“เอ่อ...พวกนักข่าวกลับไปกันหมดแล้วครับ” สิ้นเสียงของเรียว เจี๊ยกจึงรีบลุกขึ้นยืนทันที
“งั้นฉันจะกลับแระ” เจี๊ยกพูด และไม่ทันที่เธอจะก้าวขาไปได้ถึงหนึ่งก้าว ราล์ฟก็คว้าแขนของเธอเอาไว้ก่อน
“เดี๋ยวก่อนสิ จะรีบกลับไปไหนนัก” ราล์ฟพูดแต่แล้วก็ถูกอะไรบางอย่าง กระทบเข้าที่แก้มอย่างรวดเร็ว
เพียะ!
เจี๊ยกตบหน้าราล์ฟไปอย่างเต็มแรง แล้วจึงรีบเดินหนีไปทันที เรียวซึ่งไม่เคยพบเคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนจึงได้แต่ยืนอึ้ง
ปัง!!!!
เจี๊ยกปิดประตูเสียงดังลั่น เรียวค่อยๆหันมามองราล์ฟอย่าหวั่นๆ เกรงว่าเจ้านายหนุ่มจะโกรธกับการกระทำของหญิงสาวเมื่อสักครู่
“ให้ตายสิ ผู้หญิงอะไรมือหนักชะมัด แถมตบแบบไร้เหตุผลอีก” ราล์ฟพูดพลางลูบแก้มข้างขวาของตัวเอง ซึ่งมีรอบแดงๆของฝ่ามือทั้งห้านิ้ว
“ค...คุณราล์ฟ จะให้ผมทำยังไงครับ” เรียวถามอย่างกล้าๆกลัวๆ
“ไม่เป็นไร ช่างมัน!!”
“แต่ผู้หญิงคนนั้น เขา...เอ่อ...”
“บอกว่าช่างมันก็ช่างมันสิ นายจะไปทำอะไรก็ไปเถอะ”
“ครับ” เรียวเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ราล์ฟอยู่ตามลำพัง
“ผู้หญิงอะไรช่างกล้าจริงๆ หึๆ” ราล์ฟคิดในใจแล้วยิ้มออกมา พลางมองเจี๊ยกที่กำลังเดินออกจากคฤหาสน์ไป จากทางบานหน้าต่างบานเดิมที่เขามองพวกนักข่าว