วันที่ : 21 กุมภาพันธ์ 2551
ชื่อตอน (chapter) : ซื่อสัตย์กับใจ

  บูโดคังแห่งหนึ่ง

 

“นี่นายพาฉันมาที่นี่ทำไม”  ฉันในตอนนี้ยืนอยู่บนกลางเวที  ส่วนโซลก็นั่งปรับสายกีต้าร์ของเขาไป  นี่นายตั้งใจจะทำอะไรกันแน่เนี่ย

“ฉันลืมไป”  ลืมอะไรของนายอีกล่ะ  “ฉันให้  แล้วต้องมาดูให้ได้นะ”  โซลยื่นอะไรบางอย่างให้กับฉัน  ฉันจึงเดินเข้าไปใกล้ๆเขาแล้วรับมันมา

“นี่มัน...ตั๋วคอนเสริต์  ของวง Color...วงของนาย  ฉันพูดอย่างตกใจ  โซลมาเปิดการแสดงคอนเสริต์ที่นี่งั้นเหรอ

“ใช่”

“แล้วนายอยู่ค่ายเพลงอะไร”

“ค่าย L.G.  เรทคอร์ท”

“นั่นมันค่ายเพลงของพี่ราล์ฟนี่  อย่ามาตลกน่า”

“ฉันพูดจริง  ไม่เชื่อไปถามพี่ชายเธอดูเลยก็ได้  เมื่อสักครู่เจี๊ยกก็พึ่งจะโทรมาบอกฉัน”

“บอกอะไร”

“แล้วมันเรื่องอะไรที่ฉันจะต้องบอกเธอ”

“บอกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ  เจี๊ยกบอกอะไรกับนาย”

“ไว้เธอมาดูคอนเสริต์อีกสองอาทิตย์หน้า  เธอก็จะรู้เอง”

“ฉันจะไม่มาดูคอนเสริต์อะไรของนายหรอก  ฉันจะกลับแล้ว”  ฉันเตรียมเดินลงจากเวที  แต่โซลก็ฉุดข้อมือของฉันไว้

“แต่ฉันอยากให้เธอมา”

“ทำไม”

“มาเถอะนะ...เซย์”  โซลทำสายตาวิงวอน  เห็นแบบนี้แล้วฉันก็ใจอ่อนน่ะสิ

“ถ้าพี่ราล์ฟอนุญาตนะ  ฉันก็จะมา”  ฉันพูดเสียงอ่อย

“จริงนะ”

“ล้อเล่นมั๊ง”

“สัญญา”  โซลยื่นนิ้วก้อยมาให้ฉัน  นายนี่ทำอะไรเหมือนเด็กๆเป็นบ้า

“อืม...ฉันสัญญา”  แล้วฉันก็เกี่ยวก้อยเพื่อเป็นการสัญญากับโซล  ใจจริงฉันอยากมาดูนะ  แต่พี่ราล์ฟจะอนุญาตหรือเปล่าก็ไม่รู้  แล้วที่ฉันสงสัยที่สุดในตอนนี้ก็คือ  ทำไมพี่ราล์ฟถึงเลือกวงดนตรีของโซลมาเปิดตัวค่ายเพลงสาขาที่ญี่ปุ่นนะ   

สองอาทิตย์ผ่านไป

18 : 17 P.M. 

 

วันนี้เป็นวันแสดงคอนเสริต์ของวง Color  พี่ราล์ฟก็มัวแต่ยุ่งจนฉันไม่กล้าที่จะขอไปดูคอนเสริต์เลย  ดังนั้นฉันจึงตัดสินใจไปดูก่อนแล้วค่อยมาบอกพี่ราล์ฟก็แล้วกัน  หึๆฉันนี่ฉลาดแท้  ตอนนี้ฉันอยู่ในชุดเสื้อสายเดี่ยวสีดำกับกระโปรงสั้นลายสก๊อตสีแดง  ถุงเท้าสีดำยาวและร้องเท้าผ้าใบสีขาว

ก๊อก...ก๊อก...

“คุณหนูเซย์คะ  รถมารอคุณหนูเซย์แล้วนะคะ”  คุณป้าแม่บ้านตะโกนข้ามฝากประตูมาบอกฉัน

“รู้แล้วค่า  เดี๋ยวเซย์ลงไป”  ฉันตะโกนกลับไป 

ฉันหยิบเสื้อฮูดสีขาวบริสุทธิ์ขึ้นมาสวมทับอีกที  และผ้าพันคอกับถุงมือด้วย  ฉันเดินออกจากห้องนอนไปขึ้นรถลีมูซีนสีดำที่จอดรอฉันอยู่หน้าคฤหาสน์  หลังจากที่ฉันก้าวขึ้นรถ  คนขับรถก็พาฉันไปที่บูโดคังหรือสถานที่จัดการแสดงคอนเสริต์ทันที

 

ภายในบูโดคัง

 

หนุ่มสาววัยรุ่นชาวญี่ปุ่นต่างแออัดกันอยู่ในบูโดคังอันมืดสนิทแห่งนี้  เวลาผ่านไปสักพักแสงไฟจากสปอร์ตไลท์ก็แสดงสีสันไปยังกลางเวที  ตามด้วยเอฟเฟ็คต่างๆ  เสียงกรี๊ดและโห่ร้องจากผู้ชมก็ดังสนั่นไปทั่ว  และในที่สุดสิ่งที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง นั่นก็คือการปรากฏตัวของห้าหนุ่มวง Color           

“Hello  Tokyo!!!!”  บลูซึ่งเป็นนักร้องนำทักทายแฟนๆ  แหม!สำเนียงใช้ได้เหมือนกันนะเนี่ย  “Are you ready  Tokyo!!!!”  บูลพูดพร้อมๆกับเสียงดนตรีที่เริ่มบรรเลง 

“yes!!!!!!!!!!”  คนญี่ปุ่นนี่ตอบรับศิลปินต่างชาติได้ดีเหมือนกันแฮะ

“ready...one  two  three  go!!!!”

“กรี๊ดดดดดดดดดด...!!!!!!!!!!”

“นิกิริชิเมะตะเตะ  กะ  นะนิ  คะ  อิอุ  กะเกะดะเซะบะมะ  นิ  อะอุซะโตะ...”  บลูเริ่มร้องเพลง  ซึ่งเรียกเสียงกรี๊ดจากบรรดาสาวๆได้เป็นอย่างดี  โดยเฉพาะท่าท่างที่ดูเซ็กซี่แบบนั้น  ฉันก็เกือบจะเผลอกรี๊ดไปกับคนอื่นๆเหมือนกันนะเนี่ย  ถึงฉันจะไม่เข้าใจก็เถอะว่าเพลงที่บลูร้องแปลว่าอะไร  แต่ถ้าฟังจากเนื้อเพลงและทำนองแล้วล่ะก็  เพลงนี้ต้องเป็นเพลง Sakura sake  ของวง Arashi แน่ๆ

ผ่านไปไม่นานเพลงแรกในค่ำคืนนี้ก็จบลง  บลูเริ่มร้องเพลงของวงตัวเองในเวอร์ชั่นญี่ปุ่น  ในเพลงที่สอง  สามและสี่  หลังจากนั้นก็นำเพลงของศิลปินญี่ปุ่นคนอื่นๆมาร้องบ้าง  และยังคงเรียกเสียงกรี๊ดได้อยู่เหมือนเดิม  พี่ราล์ฟคิดไม่ผิดจริงๆที่เลือกวงฝีมือดีขนาดนี้มาเปิดตัว  ว่าแต่คอนเสริต์นี้มีอะไรนะ  โซลถึงอยากให้ฉันมาดูให้ได้

เวลาผ่านไปเกินชั่วโมงนึงได้  จู่ๆทั้งบูโดคังก็มืดสนิท  มีเพียงแต่แสงสปอร์ตไลท์สีน้ำเงินส่องไปยังผู้ที่ถือไมโครโฟนเท่านั้น  แต่แทนที่คนๆนั้นจะเป็นบลูซึ่งเป็นนักร้องนำวง Color  แต่กลับกลายเป็นโซลไปซะนี่สิ 

“Tokyo...”  โซลเริ่มพูด  “is next song...can I sing a thai song!!!!”

“yes!!!!!!!!!!”   ถ้าเกิดตอบว่า  No  มีหวังหน้าแตกกลางเวทีแน่

“Thankyou  Tokyo!!!!”  พึ่งเคยเห็นโซลร้องเพลงเป็นครั้งแรกแฮะ  แต่เขาเป็นลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น  ทำไมเขาถึงไม่ร้องเป็นภาษาญี่ปุ่นนะ  “Is song  I  sing for man who  wait for a  one girl.”

“กรี๊ดดดดดดดดดด...!!!!!!!!!!”

“let’sing”

ทั่วทั้งบูโดกันมืดสนิท  ยกเว้นเพียงเวทีการแสดงคอนเสริต์เท่านั้น  ที่มีแสงสว่างสลัวๆเป็นแสงไฟสีน้ำเงิน  และมีเอฟเฟ็คเป็นหิมะตกด้วย  เรียกบรรยากาศโรแมนติกได้ดีจริงๆเลยแหะ

เสียงดนตรีดังขึ้นตามด้วยเสียงขับร้องของโซล

 

“~~~…ความเป็นจริงวันนี้แม้ทำให้เราต้องปวดใจ   แต่ฉันไม่ลืมภาพเธอได้เลย  เก็บอยู่ในหัวใจฉัน คิดถึงและเป็นห่วงเธอ  รักเธออยู่เสมอไม่เคยลบเลือน  วันเวลาจะหมุนไปนานแสนนานสักเท่าไร  อยากขอให้เธอมั่นใจสัญญา  จะอยู่รอที่ตรงนี้ ฉันรู้เธอไม่กลับมา  แต่ความรู้สึกจะไม่เลือนจากเธอ  เธอจะอยู่กับฉันตลอดไป ไม่ว่าอีกนานแสนนาน นานเท่าไรไม่ลืมเลือน  ความทรงจำจะย้ำและช่วยเตือน เราต่างผูกพันด้วยรักตลอดไป...~~~”

 

ไม่รู้ว่าเพราะอะไร  ตอนนี้น้ำตาของฉันถึงไหลออกมา  ฉันรู้สึกซาบซึ้งกับคำว่ารักของโซลที่มีต่อฉัน  ทั้งๆที่มันก็ผ่านมาตั้งหนึ่งปีเต็มแล้ว  แต่เราทั้งคู่ก็ยังไม่ลืมความรักที่มีให้ต่อกัน  ถึงฉันจะไม่รู้ว่าฉันเริ่มรักโซลตั้งแต่เมื่อไร  แต่พอมารู้ตัวอีกทีฉันก็รักเขามากจนสุดหัวใจซะแล้ว  เหมือนกับเนื้อเพลงที่โซลร้องอยู่ในตอนนี้

 

“~~~…เธอจะอยู่กับฉันตลอดไป ไม่ว่าอีกนานแสนนาน  นานเท่าไรไม่ลืมเลือน  ความทรงจำจะย้ำและช่วยเตือน เราต่างผูกพันด้วยรักตลอดไป  ไกลห่างคนละฟ้า แต่ด้วยรักและศรัทธา  จะเชื่อมใจถึงกัน จะสัญญาด้วยหัวใจ ไม่มีใครแทนเธอ   เธอจะอยู่กับฉันตลอดไป ไม่ว่าอีกนานแสนนาน นานเท่าไรไม่ลืมเลือน  ความทรงจำจะย้ำและช่วยเตือน เราต่างผูกพันด้วยรักตลอดไป  ความทรงจำจะย้ำและช่วยเตือน เราต่างผูกพันด้วยรักตลอดไป…~~~”

 

“กรี๊ดดดดดดดดดด...!!!!!!!!!!”

ทันทีที่โซลร้องจบเสียงกรี๊ดจากคนดูก็ดังขึ้นทันที  คงเป็นเพราะท่าทางและลีลาของโซลล่ะมั๊ง

 

หลังเวทีคอนเสริต์

ห้องแต่งตัว Color

 

“อาริงาโตะ  ขอบคุณครับขอบคุณ  Thankyou”  บลูพูดกับสต๊าฟและทีมงานคนอื่นๆ

“จะไปฉลองที่ไหนกันดีวะ”  เรดพูด

“เฮ้ยๆ  ข้าเจอร้านคาราโอเกะอยู่ร้านนึง  มีเบียร์มีสาวๆด้วย  ไปมั้ยวะ”  บลูแนะนำ

“เดี๋ยวก็เป็นข่าวหรอก”  บาร์วพูด

“ไม่เป็นไรๆ  ก็ปลอมตัวไปสิวะ  ง่ายๆเมื่อกี้ฉันแอบไปจิ๊กเสื้อสต๊าฟมาด้วยนะนี่ไง”  บลูโชว์เสื้อสต๊าฟทั้งห้าตัวให้เพื่อนๆดู

“นี่นายคิดมาเผื่อไว้เลยใช่มั้ยเนี่ย”  เกรย์ถาม

“มันแน่นอน  จะมัวรอไรอยู่  รีบๆเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ”  บลูพูดจบแล้วไม่รอช้า  เขารีบถอดเสื้อที่ใส่อยู่ออกทันที  แล้วเปลี่ยนมาใส่เสื้อของสต๊าฟแทน

“พวกนายไปเถอะ  ฉันอยากอยู่ที่นี่”  โซลที่นั่งฟุบหน้าอยู่ที่โต๊ะพูด

“อะไรกัน  คอนเสริต์ใหญ่ครั้งแรกของพวกเราทั้งที  นี่นายยังคิดจะแยกตัวอีกเหรอ”  บลูพูด

“ช่างมันเถอะน่า  มันก็เป็นแบบนี้มาตั้งปีนึงแล้วนี่”  บาร์วซึ่งเปลี่ยนเสื้อเสร็จแล้วพูดกับบลู

“งั้นพวกเราก็ไปกันเถอะ  ปล่อยให้มันอยู่นี่ไปคนเดียวแหล่ะ”  เกรย์พูด

“เออ  บลูพูดแล้วเดินนำเพื่อนๆอีกสามคนออกไปจากห้องแต่งตัวทันที  “แต่ถ้านายอยากไป  ก็โทรมาถามทางเอาเองละกัน”

หลังจากที่เพื่อนๆในวงเดินออกจากห้องไปกันหมดแล้ว  โซลก็ยังฟุบหน้าอยู่บนโต๊ะอย่างนั้นไปเรื่อยๆด้วยอารมณ์ที่เซ็งสุดๆ  พลางได้แต่คิดว่าสิ่งที่เขาทำไปในวันนี้  เธอคนนั้นจะได้รับรู้มั้ย

ก๊อก...ก๊อก...

“...”  โซลไม่ขานตอบผู้ที่เคาะประตู

 แอด...

เสียงเปิดประตูดังขึ้นอย่างช้าๆ 

 “โซล...”  ฉันเรียกชื่อชายหนุ่มที่นอนฟุบหน้าอยู่ที่โต๊ะ

“เซย์  โซลรีบหันควับมามองฉันทันที  เขาลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วในขณะที่ฉันก็เดินเข้าไปใกล้ๆเขาอย่างช้าๆ

“นายนี่ก็...ร้องเพลงเพาะดีเหมือนกันนะ”  ฉันก้มหน้าแล้วค่อยๆพูดออกมา

“...”

“แล้ว...วันนี้...นายก็เท่ห์มากๆด้วย”

“...”

“แล้วก็นะ...คือว่า...”

“พอเถอะ  จู่ๆโซลก็ตัดบทขึ้นมา  และดูท่าทางไม่สบอารมณ์เท่าใดนัก  “เธอมาทำอะไรที่นี่

“...”  ฉันเริ่มเงียบบ้าง  เพราะไม่กล้าพูดออกไป  เมื่อเห็นท่าทางเช่นนั้นของโซล

“เธอมาที่นี่ทำไม  โซลถามอีกที

“ฉัน...คือว่า...ฉัน...”  ฉันไม่กล้าตอบได้แต่อ้ำๆอึ้งๆ  ตอนนี้ฉันสับสนไปหมด  ไม่รู้ว่าจะตอบให้ตรงกับใจดีหรือไม่

“เซย์  โซลจับแขนของฉันทั้งสองข้าง  แล้วออกแรงบีบนิดๆ

“...”

“มาอยู่กับฉันเถอะ

“(O_O)”

“ฉันรักเธอจริงๆนะ  เธอเข้าใจความหมายของเพลงใช่มั้ย

“...”

“เลิกนึกถึงเรื่องบุญคุณแล้วมาอยู่กับฉันเถอะ  ที่เธอทำเพื่อราล์ฟมันก็มากพอแล้ว  เธอสมควรจะได้รับความสุขบ้าง”

“อะไรทำให้นายคิด  ว่าสิ่งที่ฉันทำอยู่ไม่มีความสุข”

“เซย์...”

“ฉันพอใจในสิ่งที่ฉันทำอยู่  ฉันมีความสุขดีทุกอย่าง  ต่อให้ไม่มีนายอยู่ก็ตาม

“เธอพูดจริงเหรอ”

“จริง

“เธอโกหก  เธอยังนึกถึงบุญคุณของราล์ฟอยู่  จริงๆแล้วเธออยากอยู่กับฉัน  เธออย่ามาโกหกฉันเลย  เซย์  ทุกวันนี้เธอมีความสุขทั้งๆที่ไม่มีฉันเหรอไง!!!!"

“ฉันไม่ได้โกหก  ฉันมีความสุขดีทุกอย่าง”  ฉันสะบัดแขนออกจากมือของโซล  “แล้วที่ฉันมาก็เพื่อจะมาบอกแค่นี้  ฉันรีบหันหลังกลับแล้ววิ่งหนีโซลไปทันที  ก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมา  ไม่ใช่ฉันไม่รักไม่อยากอยู่กับเขา  แต่จะให้ฉันลืมบุญคุณของพี่ราล์ฟฉันทำไม่ได้จริงๆ  แต่แล้วอะไรบางอย่างก็ผุดเข้ามาในหัว

 

“ทุกวันนี้เธอมีความสุขทั้งๆที่ไม่มีฉันเหรอไง!!!!"

 

ฉันหยุดวิ่งเมื่อนึกถึงคำพูดของโซล  นั่นสินะทุกวันนี้ฉันมีความสุขจริงๆงั้นเหรอ  ตลอดเวลาที่ผ่านมาทุกค่ำคืนที่ฉันร้องไห้เพราะคิดถึงแต่เขา  แล้วที่ฉันคอยเชื่อฟังคำสั่งของราล์ฟเพื่อทดแทนบุญคุณ  นั่นน่ะเรียกว่าความสุขได้เหรอ

“เซย์!!!!”  โซลตะโกนเรียกฉัน

ฉันหันไปมองโซลที่ยื่นนิ่งและมองฉันอยู่หน้าห้องแต่งตัวของวง Color  ภาพวันวานในอดีตเริ่มทำให้ฉันคิดและตัดสินใจได้  ใช่!ฉันจะมีความสุขได้อย่างไรถ้าไม่ทำตามที่ใจตัวเองเรียกหา 

“ได้โปรด  กลับมาหาฉันเถอะ!!!!”  โซลตะโกนพูดกับฉันอีกครั้งนึง

ฉันวิ่งเข้าไปกอดโซลทันทีเมื่อจบคำพูดนั้น  ตอนนี้ฉันตัดสินใจได้แล้วว่าต้องซื่อสัตย์กับใจมากกว่าสิ่งอื่นใด    

“ฉัน...จะอยู่กับนาย  ฉันตัดสินใจแล้ว”  ฉันพูดกับโซลพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาจนอาบแก้ม

“อืม...แล้วเธอจะเปลี่ยนใจไม่ได้อีกเด็ดขาด  ฉันไม่มีวันยอม 


*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-

ไม่น่าเชื่อเลยว่าอีแพทคนนี้จะแต่งขึ้นมาได้  แบบว่า  น้ำเน่าสุดๆ  อ่ะแหล่ะ  อิอิ
ยังไงก็อย่าลืมติดตามตอนสุดท้ายนะคะ  ย้ำ! and  เน้น!  อย่าลืมติดตาม Chapter 42 ตอนสุดท้านะเจ้าคะ  ^O^

เขียนโดย stawberryjung : 2008-02-21 18:13:00

/42